วันที่ : 28 กรกฎาคม 2550
ชื่อตอน (chapter) : Plan of Love บทที่ 1 : เป๋าตังค์หล่น

SeEiw~*

ซีอิ๊~*

    Plan of Love แผนร้ายป่วนรักมัดใจยัยตัวร้าย

บทที่ 1- เป๋าตังค์หล่น 

              

          

1

 

          “แม่จ๋า ฉันลากเสียงยาวเรียกแม่สุดที่รักหลังจากเปิดประตูเข้ามาในบ้าน

          “กลับมาแล้วเรอะ เอาผ้าไปส่งเป็นไงบ้างลูก เขาให้อะไรมารึเปล่า เขาจ่ายเงินเลยมั้ย O0

          “=___= มาถึงก็ถามเป็นชุดเลยนะแม่ คืออย่างนี้ อาแป๊ะเขาบอกว่าเสื้อผ้าชุดที่แล้วที่เอาไปส่ง รีดไม่เรียบเท่าไหร่ เขาเลยบอกว่าจะจ่ายงวดหน้า แล้วถ้ารุ้งไปส่งผ้าให้เขางวดหน้าอีกเขาจะดับเบิ้ลตังค์ให้”

          เพี้ยะ!

          แม่ตบตักตัวเองอย่างเจ็บใจ ก็แน่ล่ะสิ แม่ตั้งความหวังไว้กับลูกค้ารายนี้อย่างมาก อาแป๊ะมักจะเอาเสื้อผ้ามาให้ร้านแม่ฉันซักตากรีดบ่อยๆ แล้วเงินที่เขาให้ก็ชอบให้มาเกินเป็นประจำ เหตุผลที่ว่าเขาติดใจลูกสาวเจ้าของร้านซักรีดแห่งนี้ ซึ่งก็คือฉันนั้นเอง  =O=

          “โธ่เอ๊ย! แม่ผิดเองแหละ คราวที่แล้วตื่นเต้นที่จะได้ตังค์ไปหน่อยเลยรีดไม่ค่อยเรียบ อ่ะๆ ไม่เป็นไรๆ ไว้คราวหน้าก็ได้ อ่อ…รุ้ง วันนี้ไม่มีข้าวกินนะลูก”

          “ห๊า! ได้ไงคะแม่! อีกแล้วเรอะ T__T”

          ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมแม่ฉันถึงพูดแบบนั้น ก็บ้านฉันน่ะสิ เงินจมจนขุดไม่ขึ้น บอกได้คำเดียวว่าบ้านฉันมันจนถึงจนที่สุด T_T บางวันไม่มีลูกค้ามาจ้างซักรีดก็ไม่มีเงิน พอไม่มีเงินก็ไม่มีข้าวให้กิน ไม่มีข้าวให้กินก็อด อดกินข้าวก็หิว แล้วมันก็เป็นวัฎจักรชีวิตอยู่อย่างนี้แหละบ้านฉัน ของในบ้านฉันเนี่ยนับก็ชิ้นได้ เสื้อผ้าในตู้ ไม้แขวนมันก็ฝุ่นเกาะเขรอะเพราะแทบจะไม่มีเสื้อผ้าให้แขวน =_=

          “แล้วจะทำไงอ่ะแม่” ฉันพูดตาละห้อย แม่ถอนหายใจเฮือกอย่างยอมรับชะตากรรมก่อนจะเข้ามาสวมกอดฉันพลางลูบหัวฉันเบาๆ

          “ก็ต้องสู้สิ วันนี้ไม่มีกินก็ไม่เป็นไร เราจะสู้จนกว่าจะมีกินจนได้แหละ”

          ฉันก็ถอนหายใจก่อนจะกอดแม่ตอบ อ้อมกอดแม่อุ่นและทำให้รู้สึกสงบและมีกำลังใจเสมอ ถึงบ้านฉันจะจนแต่ฉันคิดว่าตราบใดที่เรายังมีกันและกัน เราจะฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้ไม่ยากถึงแม้มันจะเป็นมามากกว่าหกปีแล้วก็ตาม! T__T

          “วันนี้จะมีคนมาทวงค่าไฟที่บ้าน แม่จะออกไปข้างนอกนะ =_=”

          “เอาอีกล่ะแม่ แล้วจะให้รุ้งทำไงอ่ะ รุ้งไม่ถูกกับพนักงานการไฟฟ้า การประปายิ่งแล้วใหญ่ จะให้แก้ตัวว่าไง สองเดือนแล้วนะแม่ที่เราค้างเขาอ่ะ เขาไม่ตัดค่าไฟเราก็ดีแค่ไหนแล้ว -0-

          “เออๆ แม่รู้น่า ไม่ต้องบ่น นี่แม่ก็กำลังออกไปไง”

          “ออกไปไหน”

          “ไปผจญภัย” ว่าแล้วแม่ก็กระชับผ้าถุงให้แน่นขึ้น หยิบหมวกฟางขึ้นมาใส่ สวมรองเท้าแตะที่ขาดแหล่ไม่ขาดแหล่ ก่อนจะออกไปข้างนอก ทิ้งให้ฉันยืนอึ้งอยู่คนเดียว แม่นะแม่!

          โครกคราก~~

          อ่อย~ เสียงท้องร้อง T__T วันนี้ไม่มีข้าวกินซะด้วย ทำไงดีล่ะเนี่ย แสบท้องเหลือเกิน อ๊าคคค นี่กรดในกระเพาะมันจะทะลุถึงไส้ติ่งอยู่แล้วนะ T___T ไม่ไหวๆ ออกไปหาอะไรกินดีกว่า จะได้หนีไอ้พนักงานไฟฟ้าที่จะมาทวงหนี้ด้วย หุหุ

          ฉันเดินไปหยิบกระป๋องเก่าขึ้นสนิมที่ล๊อคกุญแจอย่างแน่นหนาขึ้นมา มันคือกระป๋องเก็บเงินของบ้านฉันเองแหละ =_=; ฉันหยิบกุญแจที่แขวนอยู่ตรงฝาพนังขึ้นมาก่อนจะไขเจ้ากระป๋องสนิมเขรอะ ใช้เวลาประมาณห้านาทีฉันก็ไขมันออกมาได้ จากนั้นฉันก็งัดไอ้ฝากระป๋องที่มันโคตรจะฝืดออกมาก่อนจะมีฝุ่นพุ่งออกมาจากข้างในกระป๋อง =___=

          เฮ้อ ชีวิต = [] =

          ฉันก้มลงดูในกระป๋องก็พบว่ามันมีเงินอยู่สามสิบสองบาทยี่สิบห้าสตางค์ (เศษเพื่อ? =_=) ฉันควักมันออกมาสิบสองบาทยี่สิบห้าสตางค์ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะปิดฝา ล๊อคอย่างแน่หนาก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม กระป๋องไรฟร่ะมีแค่สามสิบกว่าบาท ถ้าโจรขึ้นบ้านมันคงนึกว่าในกระป๋องนั้นมีเงินสักล้านสองล้าน เล่นล๊อคซะแน่นหนา กระป๋องก็ใหญ่เว่อร๋ เปิดออกมามีแค่สามสิบกว่าบาท วันต่อมามันมิวายต้องมาหาแม่กับฉันที่บ้านแล้วเอากระป๋องมาคืนด้วยความสงสารเรอะ =___= 

          ฉันหวีผมเล็กน้อยก่อนจะหยิบอีถึกซึ่งเป็นโทรศัพท์แสนคู่ใจฉันยัดลงกระเป๋าไปด้วย มันเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขตัวหนึ่งของฉันเลยล่ะ เครื่องนี้ขนาดผู้ผลิตเห็นยังต้องอึ้งว่ายังมีมันอยู่ในโลกด้วยเหรอ =_= ก็แน่อ่ะดิ เก่าหง่ำเหงือก แต่ดั้นถึกเป็นบ้า ตกบันไดร้อยกว่าขั้นที่วัดมันยังไม่แตกไม่บุบ ยังกลับมาใช้งานได้ดั่งเดิม ไม่รู้ว่ามันเป็นอิทธิฤทธิ์ของหลงวพ่อหรืออิทธิฤทธิ์ของไอ้ถึกกันแน่ *0*

          หลังจากหยิบของเรียบร้อยแล้ว ฉันก็มาใส่อิถึกเบอร์สองซึ่งคราวนี้เป็นรองเท้าสีซีดแต่มันก็อยู่กับฉันมาเนิ่นนานนมแล้วล่ะ ผูกพันกันซะจริงๆ =_=

          ฉันเอาตะกร้าผ้าลงจากจักรยานซึ่งเป็นสิ่งเดียวในบ้านที่ฉันคิดว่าดูดีที่สุด และใหม่ที่สุด ก่อนจะขึ้นขี่มันและปั่นออกจากบ้านไป

          จะไปไหนยังไม่รู้หรอกนะ เพราะตอนนี้สมองมันไม่ค่อยจะสั่งการแล้วล่ะ ท้องมันแย่งสั่งการหมด และตอนนี้ท้องกับขาที่ปั่นจักรยานมันกำลังฟิ่วชั่นช่วยการสั่งการนำทางฉันไปหาอาหารแหละ \(T w T)/

          เอี๊ยดดด

          แล้วลเอจักรยานก็มาหยุดอยู่ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งซึ่งคงไม่มีไม่ใครรู้จัก มันก็คือ เพย์เพย์มอลล์นั่นเอง! *0* นำทางมาได้ดีหนิท้องเอ๋ย แต่ถามหน่อยซิ อะไรแถวนี้มันพอจะประทังชีวิตทั้งวันได้ด้วยเงินสิบสองบาทยี่สิบห้าสตางค์มั้ง! แงๆ T__T แกน่าจะขับไปสมาคมบริจาคของเพื่อน้องนะ มันน่าจะเข้าท่ากว่าเยอะ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว PayPay Mall เนี่ยมีแต่จ่าย แต่เอาก็เอาวะ อุตส่าห์ขับมาจนถึงที่นี่แล้วไม่เดินดูหน่อยก็คงจะเสียเที่ยว ลองไปดูหน่อยดีกว่าว่าอาหารถูกๆ แถวนี้มีขายมั้งมั้ย เย้ๆ

          ฉันล๊อคจักรยานไว้ก่อนจะเดินไปดูร้านขายของต่างๆ ฮึ่มๆ น่ากินทั้งนั้นเลย รุ้งริ้งน้ำลายไหลแย้ว T~T

          “อันนี้ไม้ละเท่าไหร่คะ” ฉันหันไปถามคนขายหมูปิ้ง ฮึ แค่ไม้เดียวไม่ถึงสิบบาทซื้อได้ฉันก็กินวะ หิวโคตรๆ แล้วตอนนี้ ~_,~

          “สองไม้สิบสองบาทจ๊ะ ไม้เดียวไม่ขาย นี่ไม่แพงจ๊ะไม่แพง หมูชั้นดีเลยนะเนี่ย ปิ้งก็ปิ้งอย่างมีอนามัย ร้านนี้ได้รับการรับรองจากอาจารย์ยิ่งหักมาแล้ว ดูสิดู รายการมาถ่ายกันตรึมเลย” แม่ค้าคนนั้นชี้ไปที่ป้ายรายการต่างๆ ที่ร้ายนี้เคยไปออกรายการ ไอ้บ้าเอ๊ย! >O< ไม้ล่ะหกบาท ฉันจะจำไว้เลยว่าหมูปิ้งร้านนี้น่ะแพงที่สุด! นี่มันปล้นกันชัดๆ ไหนขอดูชื่อร้านหน่อยเซ่ะ… ‘ร้านหมูปิ้งเจ้แพงราคากระตู้วู่’ เออๆ จะจำใส่หัวกะโหลกไว้เลยว่าหมูปิ้งยัยเจ้แพงราคากระตู่วู้ นี่มันแพงสมชื่อขนาดไหน! ไปหาซื้อกินร้านอื่นก็ได้วะ นี่ถ้าคุณย่าฉันยังอยู่นะ ท่านขายหมูปิ้งไม้ล่ะสองบาทเอง ฮึ่ย รีบเดินไปดีกว่าก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้แล้วอันเชิญวิญญาณคุณย่ามาเตะก้านคอยัยเจ้แพงราคากระตู่วู้ ( . \   / . )

          โครกคราก~~

          ท้องร้องเป็นรอบที่สองร้อยห้าสิบของวัน นี่มันก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้วฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ~___~ แงๆ ลองไปเดินหาดูอีกรอบดีกว่าเผื่อเขาจะมีให้ชิมฟรีมั้ง

          ฉันลุกขึ้นก่อนจะบิดซ้ายบิดขวาแล้วเดินโซซัดโซเซไปหาอาหารกิน =__= ทำไมฟ้าต้องส่งคนสวยๆ อย่างฉันมาให้เจอะเจอกับความลำบากน้า T__T ไม่สิ ต้องโทษพ่อ พ่อที่ทิ้งเราไปโดยตั้งใจ พ่อที่ไม่ได้ตายจากไปไหน พ่อที่ทรยศแม่ ฮึ่มๆ พูดแล้วเคือง ถ้าพ่อไม่ทิ้งแม่พวกเราสองแม่ลูกคงไม่ต้องมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้หรอก

          ฉันมองซ้ายมองขวาหาคนแจกอาหารชิมฟรีแต่ก็ไม่มีสักคน เอ๊ะ! นั่นอะไรน่ะ กระเป๋าตังค์นี่นา! อ๊าๆๆๆๆ โชคเข้าข้างยัยรุ้งริ้งแล้ว ฉันเจอกระเป๋าตังค์!

คุยคุ่ยคุ้ยคุ๊ยคุ๋ยกับยัยซีอิ๊ว~ 

ฮาเหล๋! สวัสดีค่ะชาวเย็นตา4 ทุกท่าน >O< ขอบคุณมากมายที่อุตส่าห์สละเวลามาอ่านนิยายเรื่องนี้ T^T ซีอิ๊วซึ้งใจสุดๆ เลยขอบอก  ยังไงก็ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านกันจนมาถึงตรงนี้นะคะ ขอให้รวยขอให้สวย + หล่อ กันทุกคนเรย โฮะๆๆ คอมเม้นต์ให้อิซีอิ๊วมันด้วยนะคะ >O< รับรองไปเม้นกลับให้ร้อยเปอร์เซนต์ เอาฟันแท้เป็นประกันหมดปากเลยเอ้า(เย้ย!)  ล้อเล่นค่ะ =_= เอาเป็นว่าจะไปเม้นให้ รับรองไม่เม้นมั่ว โหวตให้กันด้วยจะขอบพระคุณอย่างสูง เอาคนละจึ้กสองจึ้กก็ยังดี แฮะๆ

          เอาล่ะ บ่นมามากพอล่ะ เดี๋ยวคนอ่านจะเมื่อยลูกกะตา งั้นซีอิ๊วขอบายก่อนล่ะกันค่ะ

          Love Peace & Harmony

          ไว้จะเอาตอนหน้ามาลงให้เร็วที่ซู้ดเลยค่ะ บะบาย บอบุ๋ย >3<

ปอลอ. เอาส่วนหนึ่งของตอน 1 ออกไปเพื่อไปโปะเป็นตอน 2 นะคะ เพราะว่าเดี๋ยวมันเยอะไป อ่านแล้วตาลาย @ [] @ ~

เขียนโดย SeEiw : 2007-07-28 15:03:02

/1