SeEiw~*
ซีอิ๊ว~*
Plan of Love แผนร้ายป่วนรักมัดใจยัยตัวร้าย
บทที่ 2- ประชดรัก
2
ฉันวิ่งเข้าไปตะครุบกระเป๋าตังค์นั้นอย่างกับว่ามันคือลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งก็ไม่ปาน กระเป๋าตังค์สีครีมอันแสนหนักอึ้งใบนี้คงต้องมีเงินเยอะแยะเลย ว้าว~ เปิดแล้วน้า คนทำตกคงเสียใจน่าดูเย้ย~
ฮ๊า! โอ๊ยแสบตา! ว๊าก! อะไรกันนี้!
นี่คือคำที่ฉันอุทานในใจก่อนจะค่อยๆ หยีตาเมื่อแสงสีทองในกระเป๋าตังค์นั่นมันทะแยงเข้าตา อ๊า อะไรกันนี่ เขาเอาทองใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์รึไง แต่ชั่งปะไร เป็นทองน่ะสิดี ฉันกับแม่จะได้ไม่ต้องลำบาก! ฮิ้วๆๆๆ ขอให้เป็นทองเหอะ
ควับ!
ฉันเปิดกระเป๋าตังค์นั่นออกมากว้างๆ ก่อนจะต้องตกใจเมื่ออะไรๆ มันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด แสงสีทองนั่นไม่ได้เกิดจากการเอาทองไปใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ แต่เกิดจากแสงสีทองเปล่งปลั่งของเหรียญยี่สิบห้าสตางค์ซึ่งมีอยู่ด้วยกันสามเหรียญ ส่วนความหนักอึ้งของกระเป๋าตังค์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อมันกลับกลายเป็นกระดาษหลายๆ ใบซุกรวมกัน ฉันค่อยๆ เปิดออกดูทีล่ะแผ่น และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามันคือจดหมายทวงหนี้ ทั้งหมดเลย ทั้งจดหมายทวงหนี้ จดหมายยึดทรัพย์ และอื่นๆ อีกมากมาย นี่ฉันว่าชะตากรรมของฉันและแม่ลำบากแล้วนะเนี่ย ยังมีคนลำบากมากกว่าฉันอีกเหรอ อยากรู้จักเลยว่าใครเป็นเจ้าของกระเป๋าตังค์ใบนี้ เขาคงจะทุกข์ใจน่าดูเลยล่ะ เฮ้อ ความรู้สึกที่ฉันอยากได้กระเป๋าตังค์ใบนี้มันหายไปหมดแล้วล่ะ T__T
ฉันยืนขึ้นอย่างรู้สึกเหนื่อยอ่อน การแค่ได้รับรู้ความลำบากของคนอีกคนมันทำให้รู้สึกเหนื่อยแทนได้ขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย แล้วถ้าเป็นคนๆ นั้นเขาจะทุกข์ใจขนาดไหนนะ เฮ้อ เอาเถอะ เอาเป็นว่าฉันจะคืนกระเป๋าตังค์นี้ให้เจ้าของละกัน และเจ้าของกระเป๋าตังค์อยู่ไหนนะ บางทีเขาอาจจะดีใจที่มันหายไปแล้วกระโดดดีใจออกนอกห้างไปแล้วก็ได้ =_=^
ฉันนั่งลงแถวม้านั่งก่อนจะวางกระเป๋าตังค์สีครีมลงบนตัก เผื่อใครบางคนที่กำลังหามันอยู่จะได้เห็นมันชัดๆ จะว่าไปแล้ว ขอดูกระดาษในกระเป๋าหน่อยดีกว่า เผื่อจะมีชื่อเจ้าของแปะอยู่ จะได้หาเจ้าของกระเป๋าได้ง่ายหน่อย
ฉับเปิดกระเป๋าใบนั้นดูอีกครั้งก่อนจะหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นและก่อนที่ฉันจะคลี่มันออกมาก็มีมือใครก็ไม่รู้มาจับข้อมือฉันไว้ อ๊ายยย ใครกล้ามาจับข้อมือฉันฟร่ะ! เจ็บนะ >O
ฉันหันไปหาเจ้าของข้อมืออย่างเอาเรื่องก่อนจะชะงัก
ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่ง ปากเรียวบาง คิ้วเข้มได้รูป ผิวขาว กับผมสีดำซอยระต้นคอกระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิงแต่มันทำให้เขาดูดีเป็นบ้า ให้ตายสิ! นี่มันเทพบุตรส่งมาเกิดชัดๆ อ๊ายยย >O<~~
มองอะไรไอ้หัวขโมย เขาพูด ทำเอาฉันตื่นจากภวังค์ เอ๋? หัวขโมย? นี่เขาเรียกฉันว่าหัวขโมยงั้นเหรอ?
อะ อะไรเนี่ย เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ แล้วฉันไปขโมยอะไรนายเมื่อไหร่ที่ไหนฮะ ฉันถามอย่างมีน้ำโหปนอึ้ง ก็ดูเขาทำสิ อยู่ดีๆ ก็เข้ามาคว้าข้อมือแรงๆ แล้วก็ว่าฉันหัวขโมย อย่างนี้มีต่อยๆ หน้าตาหล่อแล้วหาเรื่องคนอื่นได้เรอะ 6(=_=)9 มาเซ่ะๆ ต่อยน้าเฟร้ย(เธอบ้าไปแล้ว -..-)
เธอนั่นแหละหัวขโมย นั่นมันกระเป๋าตังค์ของฉัน เธอเป็นคนขโมยไปใช่มั้ย สารภาพมานะ เห็นอยู่ทนโท่ว่าเธอกำลังค้นมันอยู่ ไอ้ขี้ขโมย ฉันหาตั้งนาน =O=^
เฮ้ย! นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ นี่มันกระเป๋าตังค์ของเขาหรอกหรอ หวาย ฉันไม่ใช่ขโมยนะ ฉันเป็นคนดี! อย่างเข้าใจผิดเซ่! (แม้ภาพจะฟ้องก็เถอะ)
นี่นายอย่าเพิ่งกล่าวหากันได้มั้ย! ฉันไม่ได้ขโมยกระเป๋าตังค์นายนะ ฉันเจอมันตกอยู่ต่างหาก ฉันเป็นคนดีนะไม่ใช่คนเลว ถึงแม้สภาพการแต่งตัวของฉันจะฟ้องว่าจนก็เหอะ แต่ฉันก็ยังไม่สิ้นคิดจะไปขโมยกระเป๋าหรอกน่า ฉันตะคอกใส่หน้านายนั่นก่อนจะสะบัดมือเขาออกจากข้อมือฉัน
คนขี้ขโมยก็โกหกแบบนี้ทุกคนแหละ
เอ๊ะ! นี่นาย พูดขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่ออีกเหรอเนี่ย งั้นเอาไปเลย ฉันไม่ได้ขโมยของนายสักหน่อย เอากระเป๋าตังค์เจ็ดสิบห้าสตางค์ของนายคืนไป ฉันพูดก่อนจะยัดกระเป๋าตังค์นั่นใส่มือเขา แต่ก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นเดินหนีเขาก็คว้ามือฉันเอาไว้ อะไรเนี่ย ให้แล้วยังไม่หมดเวรหมดกรรมกันไปอีกเหรอเนี่ย =_=+++
เออนี่ มากับฉันหน่อยสิ เขาพูดสั้นๆ ได้ใจความก่อนจะดึงฉันเข้าไปโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัวแล้วลากออกไปจากห้างทันที อะไรฟร่ะเนี่ย! อย่างนี้ต้องร้องให้คนช่วย!
ช่วยด้วยค๊า! ฉันกำลังโดนฉุด! ช่วยฉันด้วยค๊า! ไอ้หมอนี่มันโรคจิต ช่วยฉันทีเซ่! ฉันแหกปากตะโกนร้องสุดเสียง มีบางคนที่เดินผ่านมาสนใจเล็กน้อยก่อนจะมองผ่านเลยไป อะไรเนี่ย! ทำไมเป็นงั้นไปล่ะ T_T
สักพักนายนั่นก็ลากฉันมาหยุดที่รถสปอร์ตคันหนึ่ง ง่ะ คนที่มีใบแจ้งหนี้เต็มกระเป๋าอย่างเขาเนี่ยนะ จะขับรถสปอร์ตโก้หรูแบบนี้ เหอะ! เหลือเชื่ออะ +0+
เอ้า ขึ้นไป! เขาพูดพลางเปิดประตูรถแล้วผลักฉันเข้าไป ฉันมองเขาอย่างเคืองๆ คนอะไรเนี่ย หน้าตาดีแต่นิสัยคนละขั้ว ไม่ให้เกียรติผู้หญิงบ้างเล้ย ฉันอุตส่าห์เก็บกระเป๋าตังค์ไว้ให้นะยะ!
นายมันงี่เง่า ฉันบอกนายแล้วว่าฉันไม่ได้ขโมยกระเป๋าตังค์นายไปนายก็ไม่เชื่อ คนทำดีไม่ได้ดีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เหอะ แล้วนี่นายยังจะพาฉันไปไหนก็ไม่รู้ ฉันจะฟ้องตำรวจคอยดูเหอะ ฉันพูดพลางกอดอก ฮึ่ย แล้วนี่เขาจะพาฉันไปไหนเนี่ย
เอาเถอะ ฉันจะพาเธอไปไหนมันก็เรื่องของฉัน แต่ถ้าเธอลงจากรถคันนี้ก่อนได้รับอนุญาติ ระวังเธอจะเจ็บตัว
ฉันไปทำเวรทำกรรมกับนายมาตั้งแต่ชาติปางไหนเนี่ย ฉันแค่เก็บกระเป๋าตังค์นายได้ นายก็จะพาฉันไปลักพาตัวเรียกค่าไถ่เลยเหรอ จะบอกให้เลยนะ แม่ฉันไม่มีเงินไถ่ฉันคืนหรอก แค่ข้าวมื้อหนึ่งยังไม่มีจะกินเลย เพราะฉะนั้นปล่อยฉันลงซะ
ฉันพูด แต่ก่อนที่จะพูดอะไรเพิ่มเติม เขาก็สตาร์ทรถก่อนจะพุ่งออกไปข้างหน้าทำเอาฉันเกือบหัวทิ่ม แง้~ เถื่อนชิบเป๋งเรยง่า T^T
รัดเข็มขัดซะ
โดยไม่ต้องรอให้เขาพูดซ้ำสอง ฉันดึงเข็มขัดมารัดอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้รถมันพุ่งออกไปเร็วจี๋ ฉันหันหน้าไปมองเขาเพื่อหวังคำอธิบาย เอ ฉันเหมือนเคยเห็นหน้าเขาที่ไหนนะ
เราเคยรู้จักกันรึเปล่าอ่ะ ในที่สุดฉันก็พูดขึ้นมาหลังจากที่เขาขับรถออกมาจากห้างแล้วมาติดแหง็กอบู่ตรงไฟแดง
เธอจำฉันไม่ได้เหรอ เขาถามฉันพลางเลิกคิ้ว ฉันขมวดคิ้วเป็นปมก่อนจะส่ายหน้า
คนที่ได้ตำแหน่งหนุ่มฮอตทีสุดในโรงเรียนไง เวียร์ ม.6 หลักสูตรภาษาอังกฤษ เขาพูดพลางส่งสายตาราวกับว่าฉันเป็นคนโง่ความจำเสื่อม =_=^ เอ๋? ตำแหน่งหนุ่มฮอตที่สุดในโรงเรียนงั้นเหรอ? ชื่อเวียร์?
นี่เธอจำไม่ได้เหรอ โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็ฉลาดแต่สมองกลวง เป็นนักเรียนทุนสมองปลาทองอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ
เฮ้ย! นายบังอาจมาว่าฉันเป็นนักเรียนทุนสมองกลวงได้ยังไง ฉันฉลาดนะเฟ้ย ก็คนมันก้มหน้าก้มตาเรียนไม่ได้สนใจหนิว่าใครจะได้ตำแหน่งบ้าบออะไร ฉันเพิ่งจำได้แหละว่าเห็นนายแวบๆ ที่โรงเรียน แล้วนายก็อยู่ภาคหลักสูตรอังกฤษอีก แล้วนี่นายรู้จักฉันด้วยเหรอ
ก็เออสิ ไม่งั้นฉันจะรู้ฉายาเธอได้ยังไง เธอน่ะเป็นเด็กคนที่สอบชิงทุนของโรงเรียนติดมาถึงหกปีซ้อนแล้ว ใครจะไม่รู้จักเธอ =_=^
ว้าว ที่โรงเรียนฉันก็ดังเหมือนกันหรอกเหรอนี่ น่าภูมิใจจังเลย >O<
โฮะๆ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคนในโรงเรียนก็รู้จักฉันด้วย เพราะปกติฉันไม่ค่อยได้สนใจอะไร ก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างเดียว พยายามสอบชิงทุนของโรงเรียนเพื่อจะได้จ่ายค่าเทอมน้อยๆ สภาพแวดล้อมโรงเรียนใครจะเป็นยังไงได้ตำแหน่งหรือมีกิจกรรมอะไรฉันไม่ค่อยจะได้รู้เรื่องกะเขาบ้างเล้ย ทำไงได้ ที่บ้านคอมพิวเตอร์ฉันก็ไม่มี เข้าเว็บโรงเรียนก็ไม่ได้ โทรทัศน์ให้ติดตามข่าวก็ไม่มี หนังสือพิมพ์ยังต้องไปยืมชาวบ้านอ่านเลย อนาถไหมล่ะ =_=
อย่าเหลิง ฉันอยากจะบอกว่าในโรงเรียนมีเด็กพันกว่าคน แต่คนรู้จักเธอแค่สี่สิบห้าคนเท่านั้นแหละ มาคุยเรื่องธุระดีกว่า เขาพูดก่อนจะออกรถเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว เชอะ สี่สิบห้าคนเอง แล้วสี่สิบห้าคนนั้นมันใช่คนในห้องเดียวกันกับฉันทั้งห้องเปล่าวะ =o=; เขาขับไปประมาณห้านาทีโดยไม่พูดอะไรก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในห้างแห่งหนึ่งซึ่งใหญ่เว่อร์ อลังการมากๆ ห้างนี้ฉันไม่เคยมาหรอกนะ รู้ตัวดีมาแล้วก็เปลืองเวลาเปล่าๆ เงินก็ไม่มีให้ซื้ออะไรกับเขาหรอก เออ จะว่าไปแล้ว จักรยานฉันยังอยู่ที่เพย์เพย์มอลล์อยู่เลยหนิ!
เฮ้! นี่ จักรยานฉันยังอยู่ที่เพย์เพย์มอลล์อยู่เลย ถ้ามันหายจะทำยังไง ฉันไม่มีตังค์ซื้อใหม่หรอกนะ! ฉันพูดอย่าลุกลี้ลุกลนเมื่อนึกถึงจักรยานคันโก้ที่ดูดีทีสุดในบ้าน ถ้ามันโดนขโมยไปล่ะ T~T
ถ้ามันหายฉันซื้อให้ใหม่ก็ได้ ตอนนี้ไปหาที่นั่งคุยกันก่อน ลงๆ
คุยคุ่ยคุ้ยคุ๊ยคุ๋ยกับยัยซีอิ๊ว~
เฮลโล่วอีกรอบค่ะ =_= อยากจะอธิบายอะไรสักตึ๋งนึงเรื่องความยาวของเนื้อเรื่องในแต่ละบท คืออย่างเน้...
ซีอิ๊วเขียนไว้ในไมโครซอฟท์ก่อนแล้วค่อยเอามาลงในนี้ แล้วที่เขียนในนั้นตัวหนังสือมัน 12 เพราะฉะนั้นซีอิ๊วเขียนหนึ่งบทก็มีประมาณเกือบสิบหน้า พอเอามาลงในนี้ตัวอักษรมันต้องให้ใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าลงหมด 1 ตอนมันก็จะยาวเอามากๆๆๆๆ ซีอิ๊วก็เลยต้องตัดแบ่งแยกจาก 1 ตอน เป็น 3 ตอน ก็ขออภัยด้วยละเน้อถ้าบางตอนมันยาวไป
เนื้อเรื่องเนื้อหาไม่ดียังไงติได้จ้า แต่อย่าด่านะ เค้ากลัว T^T
เขียนแค่นี้แหละ แล้วเจอกันใหม่จร้า
ปอลอ. โหวตให้กันด้วยจะขอบพระคุณอย่างสูง เอาคนละจึ้กสองจึ้กก็ยังดี แฮะๆ
Love Peace & Harmony
สมัครสมาชิก