วันที่ : 2 มิถุนายน 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : ถึงผู้อ่านทุกๆ คนของเอลฟ์ (ร่วมถึงพี่ซอสมะเขือด้วยนะคะ ^-^)
ความคิดเห็นที่ 14
ชักจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาเสียแล้ว
หุหุ...เด็กหนอเด็ก ถ้าจะให้เดานะคะ
คุณเอ๊ว หรือคุณซีอิ๊วน่าจะมีอายุไม่น่าเกิน
15 ปีเป็นแน่…
รวมไปถึงนักอ่านส่วนใหญ่ด้วย....

คุณเอ๊วจ๋า...การที่ซอสมะเขือเทศ ได้เข้ามา
บ่นทำนองตัดพ้อนั้น เพราะได้แอบสงสาร
คุณ Kaew-za เนื่องจากการที่เขาเข้ามาแสดง
ความคิดเห็น ที่เขาได้เข้ามาอ่านแล้วบอกว่า
ไม่สนุกนั้น เขามีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็น
ใช่ไหมคะ
แต่ดูจากเหตุการณ์หลังจากนั้นสิคะ
กลุ่มผู้อ่านที่ชื่นชอบคุณเอ๊ว ต่างมารุมต่อว่า
เขา โดยที่คุณเอ๊วซึ่งเป็นผู้เขียนไม่มีสปิริตใน
การที่จะออกมาปกป้องผู้อ่านท่านนั้นของคุณ
เลย ไหนคุณเอ๊วว่าคุณสามารถยอมรับคำติ
คำปรับปรุงได้ แต่คุณเอ๊วกลับออกมาขอบคุณ
บรรดาผู้อ่านที่ออกมาต่อว่า ออกมารุมด่าผู้อ่าน
ท่านที่ติคุณเอ๊ว รวมถึงตัวข้าพเจ้าเอง....
ซึ่งอาจมีเรื่องอยากออกความเห็นทั้งติ ทั้งชม
ก็ว่าได้และจากการที่ข้าพเจ้าเขียนความคิดเห็น
นั้นออกไป เพราะไม่เข้าใจว่า ผู้อ่านท่านอื่นๆ
รวมถึงคุณเอ๊วเข้าใจ ความหมายของการแสดง
ความคิดเห็นไหมคะ

การแสดงความคิดเห็นควรจะเป็นการวิพากวิจารณ์ ต่อผลงานของผู้เขียนนะคะ
ไม่ใช่การวิพากวิจารณ์ต่อความคิดเห็นต่อผู้อ่าน
ท่านอื่นๆที่ไม่ถูกใจผู้อ่าน

ดังนั้นซอสมะเขือเทศ จึงได้ตัดพ้อไปว่า
ไม่อยากจะแสดงความคิดเห็นเลย เพราะถ้า
วิพากวิจารณ์ไม่ถูกใจผู้อ่านท่านอื่นๆด้วย
ก็จะถูกต่อว่า ถูกด่าต่างๆนานา...นี่ขนาดมีทั้ง
ขู่วางระเบิดบ้าน จากคุณแตง
(หรือหัวหน้าพ่อครัว PigGyGiRl ด้วย ….)
นิสัยเด็กกันจริงๆ หุหุ

อยากจะขอสอนเล็กๆน้อยๆนะคะ ……
คำวิพากวิจารณ์จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนา
ความสามารถของผู้เขียนซึ่งก็คือคุณเอ๊ว
การที่ผู้อ่านท่านอื่นๆออกมาแสดงนิสัยเด็กๆ
มารุมต่อว่าผู้อ่านที่ออกความคิดเห็นแล้ว
ไม่ถูกใจพวกคุณนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย
เราต้องยอมรับความจริง ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
หรอกนะคะ ...
แต่ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้
การเป็นนักเขียนที่ดี ต้องวางใจให้นิ่งและ
เป็นกลางกว่านี้ ขอบคุณคำกล่าวชม
ขอบคุณคำวิจารณ์ เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุง
ความสามารถของตน...

อย่างคุณ เจ้าของร้าน nongpuen...ทุกคนมี
หัวใจค่ะ เห็นด้วย เรื่องนี้ทราบดี .....
ซอสมะเขือเทศไม่ได้เขียนด่าว่าอะไรคุณเอ๊ว
ในทางเสียๆหายๆ ถึงขนาดที่คุณต้องมาว่า
ซอสมะเขือเทศกลับแบบนี้ ถ้าการที่คุณเขียน
เรื่องสั้น เขียนนิยาย แล้วคุณบอกว่า “เห็นใจ
คนแต่งบ้าง คนเค้าก็มีหัวใจ เอางี้ ถ้าสมมุติว่า คุณอ่ะคิดแทบตาย แต่ว่ามีคนมาเม้นว่าประมาณแบบคุณที่มาเม้นเนี่ย
คุณจารู้สึกยังไง ลองกลับไปคิดดูละกัน”
ก็กลับไปคิดแล้วนะคะ ถ้าการเป็นนักเขียน
ในความคิดของคุณคือการคิดเรื่องแทบตาย แล้วต้องการแค่คำชมอย่างเดียว นักเขียนที่
เขาสามารถทำให้ผลงานเขาออกตีพิมพ์ได้
มากมาย เขาไม่สมองระเบิดไปแล้วเหรอคะ

สรุปสุดท้าย...ถึงคุณเอ๊ว..(แต่เพียงผู้เดียว)
การที่เรื่องสั้นที่คุณเอ๊วเขียน ได้รับการตีพิมพ์
เพียงเรื่องเดียว มันยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันถึงความสำเร็จได้หรอกนะคะ
มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นว่าคุณ
อาจจะมีความสามารถ เข้าตา ตรงตามมาตรฐานของสำนักพิมพ์นั้นๆ แต่ยอดขาย
จะเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดนะคะ..
คุณเอ๊วยังต้องฝึกประสบการณ์อีกมาก
โดยเฉพาะวัจนภาษา ที่คุณเอ๊วไม่ได้ใช้ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย แต่ใช้ตามหลักของ
ภาษาวัยรุ่น ก็เข้าใจนะคะ เพราะมีพี่ๆในสำนัก
บางท่านสืบทราบและกระซิบมาว่าคุณเอ๊วเรียนโรงเรียนอินเตอร์ แต่อยากบอกนะคะว่า...
หัวใจของนักเขียนที่ดี เรื่องวัจนภาษาสำคัญค่ะ

นักเขียนบางคนเขียนเป็นร้อยเรื่อง เพิ่งได้ตีพิมพ์และมียอดขายดีแค่เรื่องเดียวก็มี
หรือบางคนเขียนเพียงเรื่องเดียว แต่สามารถ
ทำยอดขายถล่มทลาย แปลเป็นหลายภาษา
ตีพิมพ์ได้ทั่วโลกก็มี

ก็เข้าใจนะคะ...(พี่ๆกลุ่มเดิมขอร้องให้เข้าใจ
เพราะแว่วมาว่าคุณเอ๊ว อาจเป็นคนรู้จักของเพื่อนของหนึ่งในพี่ๆในสำนักคนหนึ่ง..แอบมี
เส้นสายนี่เอง หุหุ)
เอาเป็นว่าซอสมะเขือเทศไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายใดๆ เรื่องที่อยากจะติ อยากแสดงความคิดเห็น ก็เพียงเพราะอยากจะแนะนำ อยากจะแบ่งปัน
ประสบการณ์ ไม่ใช่อยากจะมาทำให้ขุ่นข้องหมองใจ

ส่วนนักอ่านท่านอื่นๆ ขอบคุณที่ตอบโต้
ซอสมะเขือกลับมา ..
มองโลกกันหลายๆมุมนะคะ พวกคุณยังต้อง
โตเป็นผู้ใหญ่กันอีกในอนาคต อย่ามองโลก
แคบๆด้านเดียว การเป็นนักอ่านที่ดี
หรือนักเขียนที่ดี เป็นได้ไม่ยากหรอกค่ะ
แต่การเป็นคนดีนั้นยากยิ่งกว่า....
( guest ! ) ซอสมะเขือเทศ 2008-06-02 15:34:17

ขอบคุณพี่ซอสมะเขือเทศ มากเลยนะคะ มันทำให้เอลฟ์คิดอะไรได้หลายอย่างเลย ^__^
ที่จริงแล้ว อยากจะบอกว่าเอลฟ์ไม่เคยคิดอคติกับคำวิจารณ์เลย เข้าใจดีว่าคำตินั้นเป็นสิ่งที่ดีที่เราควรจะนำมันมาปรับปรุง เอลฟ์ไม่ได้อยากแก้ตัวหรือทำให้เรื่องมันใหญ่โตไปกว่านี้
+
+
 จากที่พี่ซอสมะเขือเทศ บอกว่า 'ไหนคุณเอ๊วว่าคุณสามารถยอมรับคำติ
คำปรับปรุงได้ แต่คุณเอ๊วกลับออกมาขอบคุณ
บรรดาผู้อ่านที่ออกมาต่อว่า ออกมารุมด่าผู้อ่าน
ท่านที่ติคุณเอ๊ว '
เจตนาเอลฟ์ไม่ใช่อย่างนั้นจริงๆ ค่ะ ที่เอลฟ์ขอบคุณคือขอบคุณที่ออกมาปกป้องเพราะเขามีเจตนาที่ดีต่อตัวนักเขียน แต่อยากให้ผู้อ่านคนอื่นเข้าใจว่าสิ่งที่คุณ Kaew-za ติมานั้นมันไม่มีผลเสียแต่อย่างใด กลับเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ คำติเอลฟ์เก็บมาปรับปรุงอยู่แล้วค่ะ ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งผู้อ่านคนอื่นออกมาว่า ตอนแรกเอลฟ์ก็งงๆ คุณ kaew-za ติก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา....เอลฟ์เข้าใจความหมายของการแสดงความคิดเห็นพอสมควร อยากจะบอกว่ามันไม่เป็นอะไรเลยที่จะติ และก็ขอโทษในการกระทำที่ผิดๆ ซึ่งมันทำให้เรื่องใหญ่โต
+
+
ส่วนเรื่องความสามารถ ที่เอลฟ์ส่งนิยายเข้าไปแล้วจะได้รับการตีพิมพ์นั้น โดยส่วนตัว ...จริงๆ นะคะ ไม่เคยคิดว่าความสามารถตัวเองดีพอที่จะได้รับการตีพิมพ์ด้วยซ้ำ ยังคิดกับตัวเองอยู่เลยว่าทำไมเราฟลุคจังหนอ เอลฟ์ทราบดีค่ะว่าตัวเองยังไม่ประสบสำเร็จ ความสามารถตัวเองยังด้อยนัก แค่มีนิยายไปตีพิมพ์ยังไม่สามารถการันตีอะไรแน่นอนได้ และไม่เคยคิดว่าการที่เราได้ทำแบบนั้น ความสามารถและเนื้องานเราจะเหนือกว่าคนอื่น ตัวเอลฟ์เองก็เป็นแค่นักเขียนมือสมัครเล่นเท่านั้น อยากให้พี่ซอสมะเขือเทศเข้าใจตรงนี้ด้วยว่าเอลฟ์ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยจริงๆ  ส่วนเรื่องวัจนภาษา เอลฟ์ก็จะพยายามปรับปรุงอยู่คะ ทั้งนี้เอลฟ์ไม่แน่ใจว่าหมายถึงการใช้ภาษาวิบัติหรือเป็นเรื่องอื่น แต่ก็จะพยายามศึกษาให้มากขึ้นค่ะ
+
+
เรื่องที่เอลฟ์มีเส้นสาย...ไม่ทราบว่าเอลฟ์เข้าใจผิดหรือพี่ซอสมะเขือเทศนั้นเข้าใจผิดกันแน่ แต่ที่เอลฟ์เข้าใจก็คือพี่ซอสมะเขือเทศบอกว่าที่นิยายเอลฟ์ตีพิมพ์ได้เพราะว่ามีเส้นสาย อยากจะบอกว่าไม่มีความจริงแต่อย่างใดค่ะ สำนักพิมพ์ที่ส่งไปเอลฟ์ก็เพิ่งเคยรู้จักไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แล้วคนที่รู้จักเอลฟ์ เท่าที่รู้ก็ไม่เคยมีใครทำงานเกี่ยวกับเรื่องสำนักพิมพ์มาก่อน อีกเรื่องก็คือน้อยคนนักที่รู้ว่าเอลฟ์ส่งนิยายไปพิจารณา ตอนนั้นที่รู้ก็มีแค่พี่ชายกับน้องสาวสองคนเท่านั้น เอลฟ์ยังงงอยู่เลยว่าเรื่องนี้มันมาได้ไง สรุปก็คือ บางทีสิ่งที่แว่วมาให้พี่มะเขือเทศได้ฟังคงจะผิดเพี้ยน เอลฟ์ขอยืนยันจริงๆ ว่าเรื่องเส้นสายเอลฟ์ไม่รู้เรื่องเลย ด้วยความสัตย์จริงค่ะ
+
+
โอเค สุดท้ายก็อยากจะฝากถึงเพื่อนๆ นักอ่าน หลังจากที่ได้ฟังพี่ซอสมะเขือเทศเล่ามาแล้ว อยากให้เพื่อนๆ ลองเก็บไปคิดดูนะคะ ขอบคุณพี่ซอสมะเขือเทศมา ณ ที่นี้ด้วยที่สร้างความกระจ่างให้ได้ฟัง บางทีสิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนๆ คิด ก็อย่างที่พี่เขาบอก มองโลกให้กว้างๆ มันยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่รอให้เราได้เรียนรู้มัน ลองเปิดใจรับฟังและทำตัวเป็นกลาง ^_^
+
+
ส่วนตัวเอลฟ์เองก็จะปรับปรุงตัวและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จะพยายามทำจิตใจให้แกร่งขึ้นกว่านี้และกล้าที่จะบอกเพื่อนๆ ว่ารู้สึกอย่างไรโดยไม่ต้องอ้อมค้อมแบบที่ผ่านมา
+
+
ขอบคุณพี่ซอสมะเขือเทศและเพื่อนๆ ผู้อ่านทุกคนมากเลย นับตั้งแต่วันนี้ไปก็ หวังว่าเพื่อนๆ (และตัวเอลฟ์เอง) จะเข้าใจเจตนาของการติการชมและการให้ความคิดเห็นมากขึ้น เราจะไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแล้วนะ ^__^ ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม คำสอน ติ ชม บลาๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวที่ดีในการเดินหน้าต่อไป. . . . .
+
+
+
+
ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ
SeEiw
+
+
ปล. หากมีความคิดเห็นประการใดก็โพสๆ บอกกันมาได้ เราทำความเข้าใจกันแล้วเน้อะ ^__^ ขอบคุณพี่ซอสมะเขืออีก (หลาย) ครั้งค่ะ
+
+
หมายเหตุ : ไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีกล่าวว่าร้ายใคร ไม่ได้เสแสร้งหรือพยายามสร้างภาพ ... สิ่งที่ออกมานั้นมาจากใจทั้งหมดจริงๆ ค่ะ
+
+
Farewell. . . . ..
เขียนโดย SeEiw : 2008-06-02 20:19:10

/2