วันที่ : 31 ตุลาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Sweet Season บทที่ ๒/๑ : ทุ่งควายสุขสันต์

ทุ่งควายสุขสันต์

 

 

          สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ฉันมีชื่อ (แต่ไร้) เสียงเรียงนามว่า ‘โมกุโมกุ’ อายุสิบแปดปี เพิ่งจบ ม.๖ มาแป๊บๆ และกำลังอยู่ในช่วงพักฤดูร้อนที่ ‘บ้านนากลางทุ่ง’ *-* บ้านไม้แสนร่มรื่นที่เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณพ่อคุณแม่ของฉันแห่งนี้

            “ตกลงอาจารย์บอกว่าอะไรเหรอ”

            ฉันเอ่ยถามคนตัวสูงที่เพิ่งวางโทรศัพท์ไป หน้าเขาดูหงุดหงิดมากๆ เลยล่ะ ราวกับว่าอยากจะกระโดดงับแข้งใครก็ไม่ปาน เขามีตาสีดำสนิท ผิวสีขาว จมูกโด่งตาเรียวคม ผมเซทยุ่งๆ นิดๆ กับตัวสูงโปร่งที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ชายได้อย่างชัดเจน หมอนี่ดูดีไม่เลวแม้ตอนนี้จะสวมเพียงแค่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าลายทางกับกางเกงยีนส์สีซีดเท่านั้น ซ้ำยังเปียกอีกต่างหาก

            “ฉันคงต้องอยู่ที่นี่สักพัก มาดูและบ้าน…มั้ง -_- แต่โอ๊ย… นี่ฉันจะต้องมาเลี้ยงเด็กจริงๆ เหรอเนี่ย ฮึ่ย ปู่เพี้ยนเอ๊ย!!”

            ท่อนแรกเขาคงพูดกับฉัน ส่วนท่อนหลังพึมพัมอยู่คนเดียว เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปสำรวจบ้าน หยิบนู่นหยิบนี่ขึ้นมาดูก่อนจะลงเอยด้วยการกระแทกตัวแรงๆ ลงไปบนโซฟา

            “อ่า… งั้นเหรอ”

            ฉันกัดริมฝีปากล่างอย่างครุ่นคิด อาจารย์ให้นายหน้าดุนี่มาอยู่บ้านหลังนี้ต้องมีเหตุผลสักอย่าง ฉันจะถามเขาดีมั้ยนะว่าทำไม ถ้าถามแล้วเขาจะอาละวาดมั้ยนะ ต้องเอากระดูกล่อใจก่อนรึเปล่า… เอ๊ะ! นี่ฉันคิดว่าเขาเป็นหมาไปแล้วหรือไง =[]= ไม่ดีนะโมกุ ไม่ดี เลิกๆๆ คนทำหน้าดุไม่จำเป็นต้องเหมือนหมาเสมอไป อาจจะเป็นช้างตกมัน สิงโตทะเลปวดไส้ติ่งหรืออะไรก็ว่าไป… (แหนะ ยังไม่เลิก -_-;;)

            “เธออ่ะ โมกุใช่มั้ย มานี่ซิ”

            เสียงทุ้มดังมาจากโซฟา ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเขาทันที นายหน้าดุ (ขออนุญาติเรียกแบบนี้) มองฉันอย่างเคืองๆ …หง่ะ เขาเคืองฉันเรื่องอะไรล่ะ ฉันนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเขาอย่างสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อตัว ดูเหมือนว่านายนี่จะเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าฉันทำอะไรไม่ถูกใจเขา เขาอาจจะลุกขึ้นมาบีบคอฉันก็ได้ เพราะงั้นฉันต้องระมัดระวังทุกการเดินเหินบินผินกินและบลาๆ ในระยะสายตาของนายหน้าดุ >_< เอ… ว่าแต่ฉันยังไม่รู้ชื่อเขาเลยนี่นา ใช่บูลด๊อกเปล่าหว่า ทำหน้าดุแบบนั้นระวังหน้าย่นเร็วนะ =^=

            “ได้ข่าวว่าของหายบ่อย”

            เขาถาม ฉันพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเริ่มสาธยาย

            “ก็… แล้วแต่นะ บางทีก็ไม่บ่อย บางครั้งหนึ่งวันก็หายหนึ่งอย่าง แบบนี้เรียกว่าธรรมดา แต่บางครั้งหายสองสามอย่าง แบบนี้เรียกว่าไม่ธรรมดาขึ้นมานิดหน่อย ถ้าฉันอยู่บ้าน ส่วนมากของเล็กๆ จะหาย แต่ถ้าลุงแจ่มชาวนาบ้านข้างๆ พาไปเที่ยวชมนาของใหญ่ๆ ก็จะหายจำพวก โต๊ะ ตู้ เตียง… ชาวบ้านเขาขนย้ายของพวกนี้ได้เร็วจนน่าทึ่งเลยล่ะ อ่อ! ว่าด้วยเรื่องเตียง บ้านฉันไม่มีเตียงนะเหลือแต่โซฟา ฉันสละให้นายนอนก็แล้วกัน ^O^”

            ฉันบอกตบท้ายด้วยการโปรยปรายน้ำใจอย่างงดงาม ^O^ หารู้ไม่ว่าพอสิ้นคำพูด นายหน้าดุข้างหน้านี่ก็ร้องห๊ะออกมาทันที

            “โต๊ะตู้เตียงหายเธอยังยิ้มได้ไม่ระแคะระคายอะไรเลยหรือไง =[]=!!”

            “อื้อ ชินแล้ว”

            “ชินแล้ว!! บ้าเอ๊ย แล้วมีอะไรหายอีกมั้ย ไล่มาให้ฟังหน่อย… เธอนี่จริงๆ เล้ย”

            “เอิ่ม… ก็ นาฬิกา รองเท้า โทรศัพท์เอย หม้อไหจานชามของประดับบ้านต่างๆ พัดลมก็จวนเจียนแล้ว อ่า… แล้วก็อะไรอีกนะ อื้ม… มันเยอะมากจนฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ *-*”

            นายหน้าดุทำหน้าเหวอทันที ตะปบหน้าผากตัวเองอย่างแรงจนฉันคิดว่ามันคงจะแดงอีกไม่นาน ทำไมถึงต้องตกใจขนาดนั้นด้วยเล่า ของฉันหายฉันยังไม่เดือดร้อนเลย ถือซะว่าทำบุญแจกจ่ายให้กับชาวบ้านผู้ไม่มี แถมเป็นการผูกมิตรไปในตัวด้วย >_<

            “ของหายเกือบหมดบ้านยังใจเย็นซะได้ โอ๊ย ตายซะเถอะ”

            เขาสบถขึ้นมาอีกหลายคำ ส่วนฉันได้แต่มองเขาเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ไปมา ตั้งแต่เขาเข้ามาที่นี่ฉันยังไม่ได้เห็นเขายิ้มเลยสักที -O- ว่าแต่เมื่อไหร่เขาจะหยุดทำหน้าโกรธสักทีนะ เขาใกล้เหมือนบูลด๊อกหน้าหล่อเข้าไปทุกทีแล้ว… อ่า ผสมร๊อตไวเลอร์นิดๆ ก็ได้

            “เรื่องมอเตอร์ไซค์ของนาย พรุ่งนี้เราไปแจ้งของหายด้วยกัน จะได้ไปซื้อเสื้อผ้าให้นายด้วย ส่วนตอนนี้นายไปล้างหน้าล้างตาเถอะนะ เดี๋ยวฉันจะทำอาหารเย็นไว้ให้ ^-^”

            “แล้วค่าใช้จ่ายของพวกนี้ล่ะ เธอเอาเงินจากไหนมาซื้อของเหล่านี้ โดนขโมยทุกวันมันไม่หมดไปก่อนหรือไง”

            “พ่อกับแม่ฉันมีที่ดินหลายพื้น แต่ละที่ก็ปล่อยให้คนเช่ามานานนับหลายปีแล้ว ทุกๆ เดือนเงินจากการเช่าที่ซึ่งมีสูงไม่น้อยก็จะถูกโอนเข้ามาในบัญชีฉัน อ่า… แล้วบางทีฉันก็ไปช่วยครอบครัวลุงแจ่มเด็ดผักเด็ดอะไรด้วย เอาเถอะ ตอนนี้ฉันจะไปทำอาหารเย็นแล้ว เมนูวันนี้ฉันจะทำให้เลิศหรูเป็นการฉลองต้อนรับนายเลยก็แล้วกันนะ ^O^”

            ฉันพูดก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นแล้วรวบผมเตรียมเข้าครัว แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้ชื่อของเขา ฉันก็ถามออกไปทันที จะเรียกนายหน้าดุหรือบูลด๊อกพันธุ์ทางก็กระไรอยู่น่ะสิ ฮี่ๆ …อ่า ไม่เอาล่ะ ล้อชื่อคนเป็นอะไรที่แย่มาก…แต่สนุก -..-

            “ว่าแต่นายชื่ออะไร”

            “ซีซั่น -_-”

            “ซีซั่น… นายเลิกทำหน้าบูดได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้นายอาจจะได้มอเตอร์ไซค์กลับคืนมาแล้วก็ได้ แล้วพอได้คืนมาอารมณ์นายก็จะแจ่มใสเบิกบานสราญใจเหมือนเด็กน้อยที่ได้กินไอศกรีมอย่างหนำใจในฤดูร้อน

            ฉันพูดขึ้นแล้วเดินไปตบไหล่ซีซั่น เขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเขกกะโหลกฉันทีหนึ่ง

            “ฉันสังหรณ์ใจว่ามันจะไม่ได้คืนมาน่ะสิยัยเพี้ยน -_-;; แล้วอีกอย่างมันมีเรื่องมากกว่านั้นที่ฉันจะต้องคิด เธอจะไปทำอะไรก็ไปไป๊”

            เขาไล่ฉันก่อนจะนอนลงไปบนโซฟาแล้วยกมือก่ายขึ้นบนหน้าผาก เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงหันหลังเดินออกมา มุ่งหน้าเข้าครัวปล่อยให้เขาพักไป

            “ตามสบายนะซีซั่น จะหยิบจับอะไรก็เชิญ ^-^”

            “ยังกับว่าบ้านเธอมีอะไรเหลือให้หยิบจับงั้นแหละ -_-”

+

+

            เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากกินอะไรกันเล็กน้อยแล้ว ฉันก็พาซีซั่นออกไปนอกบ้าน เดินไปตามท้องไร่ท้องนา มุ่งหน้าเข้าหาตัวชุมชนควายสุขสันต์ทันที รู้สึกแปลกอยู่นิดหน่อยที่ว่าอยู่ดีๆ ก็มีสมาชิกอีกคนเข้ามาอยู่ในบ้าน ปกติฉันเดินคนเดียว ทำอะไรคนเดียว กินคนเดียว เก็บคนเดียว นอนคนเดียว พูดคนเดียว เย้ย! เอาเป็นว่านั่นแหละ -_-;; แต่วันนี้กลับมีหนุ่มหล่อหน้าใสมาเดินด้วยซะนี่ เป็นความรู้สึกที่แปลกดีจัง =O=

            “ดิน โคลน เลอะเทอะเปรอะเปื้อน น่ารำคาญ

            เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นมาตลอดทางที่เราเดิน ซีซั่นในชุดเสื้อตัวเดิมอารมณ์ (เดิม) ที่เสียแต่เช้า และมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราเดินมาได้สักพัก... นอกจากจะขี้โมโหแล้วยังขี้บ่นอีกนะเนี่ย

            “หลังฝนตกก็เป็นแบบนี้แหละ และก็ดูเหมือนว่าวันนี้จะตกอีก เก็บคำพูดไว้บ่นวันหลังบ้างก็ได้ หมดซะก่อนเดี๋ยวไม่มีอะไรบ่น”

            ฉันพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะโดนเขาผลักหัวทำให้ฉันเซไปข้างหน้า อ่อ นอกจากขี้โมโห ขี้บ่น อารมณ์ดุร้าย แถมยังชอบใช้กำลังด้วยแหนะ ครบสูตรคนเถื่อน! แบบนี้ไปสมัครเป็นร๊อตไวเลอร์ได้สบาย เอ๊ย! ไม่ช่าย~

            “อีกหน่อยนายก็ต้องชิน เชื่อฉัน ปกติฉันเรียนอยู่ในตัวเมืองเหมือนกัน แต่เพราะว่าต้องมาเฝ้าบ้านหลังนี้ฉันจึงได้สัมผัสอะไรแบบที่คนในเมืองไม่ค่อยได้สัมผัสกัน นายเคยขี่เจ้าทุยมั้ย ถ้าไม่รับรองว่าสนุกแน่ ส่วนเรื่องกุ้งหอยปูปลาหมูเห็ดเป็ดไก่กับข้าวเหล้าปี่พวกเนี้ยะ ไม่ต้องห่วงว่าจะอดเลย คนที่นี่เขาก็ดี๊ดี ชอบเอามาแบ่งปันให้กินอยู่เป็นประจำ ที่สำคัญเป็นผักปลาจากไร่เขาด้วย ทุกอย่างจึงสดใหม่ไร้ที่ติ +_+~”

            “น่าแปลก ชาวบ้านขี้ขโมยไม่น่าจะรู้จักคำว่าแบ่งปัน =_=”

            “ฮ่าๆ ก็แน่ -_-;; พอฉันรับกับข้าวเขามา เขาก็จะขอเข้ามาเข้าห้องน้ำในบ้า และจากนั้นของก็จะหายไปสองสามอย่าง แต่ช่างปะไร ฉันไม่คิดมาก โมกุใจกว้างอยู่แล้ว ฮู่ๆ =O=~”

            “จะว่าไปเธอก็พูดมากเหมือนกันนะเนี่ย =_= พล่ามเยอะจริง”

            เสียงซีซั่นแว่วมาอีกรอบ ฉันหยุดเดินแล้วหันหลังกลับไปเพื่อจะรอเขา ตอนนี้ทั้งสองขาของซีซั่นเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนทรายทั้งหลาย เวลาย้ำเท้าทีทำเอาลำบากไม่ใช่น้อย มันทำให้ฉันอดขำไม่ได้ หมอนั่นเดินทุลักทุเลจริงๆ เลย

            “ดูนายสิ เดินตลกดีจัง ถ้านายล้มลงมาทีคงกลายเป็นหมูคลุกดินล่ะ ฮ่าๆๆ”

            “ฮึ่มๆ ปากมากจังนะยัยโมกุ =_=!!”

            ซีซั่นคำราม เขารีบสาวเท้าย่ำโคลนเข้ามาหาฉันที่กำลังหัวเราะร่วน เมื่อรู้ว่าอันตรายกำลังย่างเข้ามาใกล้ ฉันเลยรีบหันหลังหนีเขาและวิ่งออกไป

            “เฮ้ย! อย่าหนีนะ อย่าวิ่งสิ!!”

            “ไม่เอา เดี่ยวนายจับฉันจุ่มโคลน >O<!!”

            ฉันร้องและพยายามหนีให้เร็ว แต่หารู้ไม่ว่าขาของซีซั่นยาวกว่าฉันมาก สักพักเสียงย่ำโคลนก็เข้ามาใกล้ อ่าว ซะงั้นเลยสิคะ ทำไมตอนเดินแรกๆ ฉันยังเดินเร็วกว่าเขาเลยล่ะ ไม่ยุติธรรม ผิดที่ฉันเองที่มีขาสั้นเกินไป~ TOT

            “อย่านะ วันนี้ฉันใส่เอี๊ยมกางเกงสีขาว มันจะต้องเปื้อนอย่างมหันต์แน่เลย... เหวอ~ ม่ายยยยย”

            ฉันร้องลั่นเมื่อซีซั่นมาถึงตัวฉันแล้วอุ้มฉันขึ้น มีข้างหนึ่งสอดอยู่ใต้เข่า อีกข้างรองไหล่ฉันไว้ เขาทำท่าจะโยนฉันลงไปในนา! เฮ้ยยย โนวววววววว

            “อย่านะซีซั่น ถ้านายโยนฉันลงไปนายจะไม่ได้เสื้อผ้าใหม่และมอเตอร์ไซค์คืนเร็วๆ นี้แน่! ฉันขอสาบาน สายันต์ และสัญญา

            ฉันขู่เขาพลางดิ้นหนี ทำไมเขาแข็งแรงแบบนี้ อุ้มฉันได้ทั้งตัวเชียว TOT โมกุไม่หนักหรอกเหรอ เรื่องนั้นแอบดีใจแต่ได้โปรดปล่อยฉันลงงงงง T~T!!

            “ถ้าเธอดิ้นฉันจะโยนเธอทันทีเลย ยัยเพี้ยนโมกุปากมาก -_-!!”

            “แปลว่ายังไงนายก็จะโยนฉันใช่มั้ย หลานอาจารย์ติ๊งต๊อง จะว่าไปคนเราก็มีปากเดียวเท่ากันนั่นแหละ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้มันให้คุ้มหรือไม่”

            เออ…ว่าแต่ทำไมปากฉันถึงพล่อยไปยั่วโมโหเขานะ TwT

            “เธอทำให้ฉันโมโหแล้ว”

            สิ้นคำพูด ซีซั่นก็ย่างกรายเข้าไปใกล้ทุ่งหน้ามากยิ่งขึ้น โยกฉันไปมาเพื่อสร้างแรงเหวี่ยง เมื่อเห็นดังนั้นฉันก็ร้องลั่นออกมา (อีก) ทันที!

            “ม่ายยยยยย ไม่เอา แง๊ ปล่อยฉันนะ ร๊อตไวเลอร์ไม่ควรทำแบ…กรี๊ดดดดดดด”

            ยังไม่ทันจะสิ้นคำพูด ซีซั่นก็ปล่อยมือโยนฉันออกไป เป้าหมายคือทุ่งนาแสนเฉอะแฉะ! ฉันกรี๊ดลั่นแล้วใช้แขนพันรอบคอเขาไว้ เมื่อเขาปล่อยมือและแรงดึงดูดของโลกกำลังดูดฉันเข้าไป ซีซั่นก็เสียการทรงตัวแล้วล้มลงมากับฉันในที่สุด!

            “อะไรเนี่ยยยยย ยัยโมกุเน่า เธอลากฉันลงมาทำไม ยี้ สกปรก!! =[]=!!”

            ซีซั่นร้องแล้วพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ตอนนี้เราสองคนมีทั้งดินโคลนเปรอะเปื้อนอยู่ครึ่งตัว อย่างที่เขาว่าแหละ เราสองคนสกปรกมอมแมมมากมาย อ๊ะ! ตายแล้ว T^T เอี๊ยมสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องของฉัน เปื้อนแบบนี้มันซักยากด้วย แง๊ TOT เปลืองแรงโมกุคูณสอง ฮือ เอี๊ยมตัวโปรด ดำอย่างโฉด ฮือๆๆ TTOTT

            “นายไม่มีสิทธิ์จะโวยวายนะซีซั่น นายโยนฉันลงมา ต้องโทษความสะเพร่าติ๊งต๊องของนายเอง แล้วดูสิ ฉันเอี๊ยมสีขาวนะ แง่งๆ”

            ฉันพูดแล้วเงยหน้าจ้องเขาอย่างไม่ยี่หระสายตาดุร้ายที่เขาตั้งใจจะทิ่มแทงมา แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยนายนั่นก็ได้ลงมาคลุกโคลนเป็นเพื่อนฉัน ฉันยิ้มสะใจก่อนจะพยายามลุกขึ้นเช่นกัน แต่เผอิ๊ญ เผอิญโคลนที่เราตกลงมาทับมันเป็นบ่อโคลนดูดน่ะสิ…

            โอ๊ะโอ =O=…

            “หึหึ แรงน้อยนิดอย่างเธอลุกขึ้นมาไม่ได้หรอก”

            ซีซั่นว่าก่อนจะยันตัวเองขึ้นอย่างง่ายดาย อะชะเฮ้ย =O=!! ไม่ยุติธรรมอีกแล้วค่ะสวรรค์ ทำไมบุรุษถึงต้องมีแรงเยอะกว่าสตรี ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วฉันจะลุกขึ้นได้ยังไง!

            “นายช่วยฉันทีสิ ^-^”

            ฉันยิ้มแหะๆ ใส่ซีซั่นที่กำลังสำรวจสารรูปของตัวเอง ช่วยเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ น่าสงสารคนนี้ทีสิ เจ้าบางแก้วน้อย =O=…

            “ทำไมและเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องช่วยเธอ -_-^”

            เขาถามควันออกหูเล็กน้อย ฉันอมยิ้มก่อนจะหยิบหญ้าแถวนั้นปาใส่เขา แต่มันก็โดยลมพัดโปรยกลับมาสู่พื้น

            “เพราะว่านายจะไม่ได้มอเตอร์ไซค์คืนถ้าไม่มีฉันน่ะสิ เร็วเข้า” ฉันเอื้อมมือออกไปให้เขา ซีซั่นชักสีหน้าแบบว่า ‘ยัยนี่น่ารำคาญมากกกก’ ขึ้นมาก่อนจะยื่นมือมาจับข้อมือฉันแล้วกระชากขึ้นมา เหวยๆๆๆ ลื่นนน >_<!!

            “อะชะเฮ้ >[]<!”

            “อะไรเนี่ย =[]=!”

            ซีซั่นร้องขึ้นเมื่อฉันที่เพิ่งผุดขึ้นมาจากบ่อโคลนดูดเซถลาใส่อ้อมอกเขา อะชะฮ้วะ! มันเป็นความบังเอิญ ได้โปรดอย่าคิดโรแมนติค ความจริงแล้วมันน่าสยดสยองยิ่งนัก!! TOT! ฉันยันตัวออกมาจากตัวซีซั่นทันทีแต่เพราะความลื่นของโคลน (อีกครั้ง) ทำให้ฉันเซจนเกือบล้ม แต่คราวนี้ซีซั่นเอื้อมมือมาคว้าเอวฉันไว้ได้ทัน ฉันจึงไม่ต้องล้มลงไปนั่งจิ้มโคลนอีกครั้ง

            แท่ดๆๆๆๆๆ

            เสียงเครื่องยนต์แว่วมาใกล้ ซีซั่นจับฉันโยนขึ้นไปวางบนถนนเปื้อนโคลน (พื้นถนนกับพื้นนามันอยู่คนละระดับกัน) ฉันรีบลุกขึ้นยืนและไม่นานนักซีซั่นก็ปีนตามขึ้นมา เสียงแท่ดๆ นั่นมันคุ้นหูจัง...

            “ป้าเบิกบาน

            ฉันร้องเมื่อเห็นร่างคุ้นตาที่สวมหมวดงอบนั่งอยู่บนรถอีแต๋นที่ค่อยๆ ขับลุยโคลนเข้ามาทางนี้

            “อ้าว! โมกุ ฮ่าๆๆๆ”

            เมื่อป้าเบิกเห็นฉัน ท่านก็หัวเราะออกมาอย่าเบิกบานสมชื่อ ป้าเบิกเป็นภรรยาของลุงแจ่ม (ใส) มีลูกสองคนชื่อ น้ำใส และ ใจจริง ชื่อเจ๋งไปเลยใช่มั้ยครอบครัวนี้ >_<~

            “เป็นไงมาไงละเนี่ย โอย ดูสารรูปลูกสิโมกุ ดูไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ โอย เสื้อยิ่งขาวๆ อยู่ด้วย ตกลงไปในนาล่ะสิท่า”

            ฉันพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่รถอีแต๋นของป้าเบิกจะมาหยุดอยู่ตรงหน้า รถคันนี้ก็ไม่เบา ล้อเปรอะเปื้อนดินไปหมดแล้ว

            “อ่าว แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ใครกัน นักท่องเที่ยวเหรอลูก”

            ป้าเบิกเอ่ยปากถามแล้วหันไปมองซีซั่นที่ขมวดคิ้วพันกันยุ่งเหยิง ฉันยิ้มกว้างก่อนจะตอบ

            “ไม่เชิงค่ะ เขาชื่อซีซั่น เป็นหลานของอาจารย์หนูเอง ก็เนี่ย เขาจะมาอยู่เป็นเพื่อนหนู ป้าเบิกจะไปไหนเหรอคะ แล้วน้ำใสกับใจจริงไม่มาด้วยเหรอ O.O”

            “ป้าจะเข้าไปในชุมชนสักหน่อย ไปซื้อของสักเล็กน้อย ลูกป้าสองตัวนั้นไปทำงานในไร่กะพ่อมัน อ๊ะ ว่าแต่ แหม่... เพื่อนหนูนี่หล่อเหลาเหลือเกินนะเนี่ย พอมองใกล้ๆ แล้ว -..- เข้าใจคบนะโมกุ หน้าตาดีสมาร์ทแมนแฮมซั่มเหลือเกินพ่อหนุ่ม ฮี่ๆ แต่ถ้ายิ้มหน่อยก็น่าจะหล่อกว่านี้นะ ฮ่าๆๆ”

            ว่าแล้วป่าเบิกก็หัวเราะออกมาอย่างคนอารมณ์ดี ฉันหัวเราะตามป้าเบิกก่อนที่จะสนทนากันสักพักอย่างเมามันส์ จะเหลือก็นายหน้าดุที่คอยนิ่วหน้าขมวดคิ้วยืนเป็นหุ่นไล่กาอยู่ตรงเนี้ยะ

            “ตกลงหนูจะไปไหน ไปแจ้งของหายเหรอลูก”

            “ค่ะ ไปแจ้งของหาย ของหนูเกาอี้หายไปตัว ส่วนของเพื่อนหนูเขาโดนแย่งมอเตอรไซค์ไป”

            “ฮะ?! ว่าไงนะ แมงกะไซค์เชียวหรือ! อึหือออ ไม่ไหวๆ เดี๋ยวนี้ไอ้พวกนั้นชักตัณหากลับ แย่เหลือเกิน เฮ้อ... ตั้งแต่ไอ้อ้วนนั่นเข้ามาดูแลนี่ไม่มีดีขึ้นเลยให้ตายสิ เอ้า! ขึ้นมาเลยลูก ทางเดียวกัน ^^”

            ป้าเบิกโชว์น้ำใจได้อย่างงดงามด้วยการชักชวนฉันและซีซั่นที่กำลังเดือดปุดๆ ขึ้นรถมาด้วย ฉันรีบไหว้ขอบคุณป้าทันทีก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งตรงหน้ารถตามมาด้วยซีซั่น ปกติเวลาของหายฉันมักจะเข้าไปแจ้งคนเดียวประจำ วันนี้มีคนไปด้วยรู้สึกเหมือนมีเพื่อนร่วมชะตาเลย ฮิๆ

            “บึ่งโล้ด! โอเย! ^-^”

            “บึ่งละน๊า ฮะฮ่า! ^O^”

            “=_=…”

+

+

 

            เอาตอนที่ 2.5 มาลงให้แล้วจ่ะ ^-^ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและทุกกำลังใจ ขอบคุณมากที่ยังติดตามนิยายของเอลฟ์ค่ะ

            ตอนนี้เอลฟ์ขอลงแค่ครึ่งหนึ่งของบทที่ 2 ในไมโครซอฟ (งงมั้ยเนี่ย) คืนต้นฉบับเอลฟ์เขียนในไมโครซอฟเวิร์ด แต่ว่ามันยาวตั้งสิบกว่าหน้า กลัวจะตาแฉะและเบื่อไปกันเสียก่อน ฮ่าๆ >_< ส่วนอีกครึ่งหนึ่งถ้าเป็นไปได้จะเอามาลงให้วันจันทร์นะคะ (โรงเรียนเปิดพอดี) โรงเรียนเอลฟ์ปิดแค่สองอาทิตย์เอง T^T;;

            ว่าจะบ่นไม่มาก ขอบ่นอีกสักหน่อยล่ะกัน =w= กำลังนอยด์และน้อยใจ ฮือๆ T^T ไม่ใช่ในนี้แต่เป็นในชีวิตจริง ซีเรียส + เครียดมากมาย =3=;; แล้วยิ่งต้องมาแต่งนิยายตอนที่พระกะนางเค้าทะเลาะกัน (แอบสปอย 55+) มันยิ่งแซดดดดดด เข้าไปใหญ่ ได้แต่ปลอบตัวเองว่ามันคงเลวร้ายไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

            ชีวิตนี้เกิดมายังมีคอมไว้ใช้. . . มีทีวีไว้ดู มีทั้งพ่อ ทั้งแม่ พี่น้อง ญาติทั้งหลาย...ยังมีบ้านอยู่ มีอาหารกิน แค่นี้ก็คงพอแล้วเนอะกับชีวิตของคนๆ หนึ่งที่เคยเกิดมาแก้ผ้าและ ‘ไม่มีอะไร’

            ที่เห็นและเป็นอยู่ ยังดีกว่าที่เคยเป็นมา ถอยหลังไปอีกสักนิดคบงไม่เป็นอะไรหรอกเนอะ

            เฮ้อ... ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้  ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขสันต์วันฮัลโลวีนค่ะ ^^

+

+

            อ่อ... โหวต + คอมเม้น ตามอัธยาศัยจ่ะ

tags : Happy   Halloween   !!    
เขียนโดย SeEiw : 2008-10-31 18:47:52

/3