๑
บ้านนากลางทุ่ง
ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~ ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~
เสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้นเป็นรอบที่ล้าน ผมเดินวนไปวนมาหน้าประตูบ้านเจ้าปัญหา กดกริ่งนับแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ เตะรั้วบ้านไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง และตะโกนออกมาอย่างเหลืออดนับไม่ถ้วน -_-;;
ปู่เพี้ยนนนนนน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!
นี่ก็เป็นอีกรอบที่ผมตะโกนออกมา ฮึ่ย ทำไมประเทศไทยมันร้อนเยี่ยงนี้ นี่โลกเราห่างจากพระอาทิตย์แค่สิบเซ็นต์หรือไง ผิดเองที่ประเทศไทยเราอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเกินไป
ครับ มาแล้วคร๊าบบบ
เสียงของมนุษย์เพศชายดังขึ้นมาจากข้างในบ้าน ผมชักสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาใส่อย่างเต็มพาวเวอร์ ตั้งใจจะแหวให้เต็มสตรีมเมื่อเจ้าของเสียงโผล่หัวออกมานอกประตู -_-!! ฮึ่มๆ
อ้าว คุณซีซั่นนี่เอง เป็นไงมาไงครับนี่
ร่างของชายวัยสี่สิบขึ้นเดินเนือยๆ อย่างไม่ร้อนใจออกมาจากตัวบ้าน ผมเบ้ปากทันทีเมื่อรู้ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่คนที่ผมต้องการที่จะแหวด้วย อะไรเนี่ย หงุดหงิดนะนี่
สวัสดีครับลุงติ๊ก ปู่ผมอยู่มั้ยครับ
ผมยิงคำถามทันทีที่ลุงติ๊กเดินเข้ามาใกล้ในระยะที่ลุงควรจะได้ยิน ลุงเป็นคนที่มีหูค่อนข้างตึง กดกริ่งสิบรอบลุงจะได้ยินตอนรอบที่สามสิบเอ็ด -_-;;
อ่า ไม่อยู่ครับ ช่วงนี้คุณปู่ไม่อยู่บ้านเลย สงสัยไปที่บ้านนากลางทุ่งน่ะครับ
ฮะ? ที่ไหนนะ ผมถามย้ำอีกทีเมื่อลุงติ๊กพูดชื่อสถานที่ที่มันไม่คุ้นหูเอาเสียเลย บ้านอะไรตุ้งๆ
บ้านนากลางทุ่งครับ รู้สึกว่าจะไปทำธุระเกี่ยวกับลูกศิษย์ของท่าน คุณซีซั่นมีอะไรอยากจะบอกคุณปู่หรือเปล่าครับ เดี๋ยวลุงฝากไว้ให้
บ้านนากลางทุ่งไปทางไหนครับลุกติ๊ก
ผมถามพลางปาดเหงื่อที่เริ่มหยดติ๋งๆ ใจจริงอยากจะฝากข้อความไว้ให้ปู่แล้วชิ่งกลับบ้านไปนอนตีพุงตากแอร์ให้เย็นฉ่ำ แต่ด้วยคำบังคับและบัญชาของปะป๊าผมที่บอกว่าต้องตามหาปู่ให้ได้และให้เจอ ผมจึงไม่สามารถกลับบ้านหรือไปไหนได้ทั้งสิ้นถ้าไม่มีผมหงอกๆ ของปู่หรือเซลล์ไม่ก็โมลิกุลของท่านกลับไปด้วย (เว่อร์ไป)
เมื่อฟังลุกติ๊กบอกทางไปบ้านนากลางทุ่งอะไรนั่นเสร็จ ผมก็บึ่งรถแมงกะไซค์คู่ใจอออกไปทันที โชคดีที่บ้านนากลางทุ่งไม่ได้ไกลออกไปอะไรมากนัก ว่าแต่ ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสินะ -O-;;
ผมชื่อ ซีซั่น อายุสิบแปด เพิ่งจบ ม.๖ และเอ็นท์ฯ เสร็จไปหมาดๆ และตอนนี้ผมกำลังตามหาปู่ตัวเอง ก็อย่างที่รู้ๆ กัน -_-;; ผมมักเรียกปู่ตัวเองว่า ปู่เพี้ยน เพราะท่านชอบทำตัวเพี้ยนๆ บ้าๆ บอๆ และเป็นคนที่ค่อนข้างลึกลับ ปู่เพี้ยนเป็นอดีตอาจารย์สอนหนังสือที่เก่งกาจคนหนึ่ง มีลูกศิษย์ไม่ต่ำกว่าหมื่นคนในโลกหล้าแห่งนี้ แต่ตอนนี้ท่านเกษียณซะแล้วล่ะ ถึงแม้ตัวจะแก่ไปบ้าง แต่จิตใจยังฟิตและเฟิร์มสุดๆ ปู่เพี้ยนชอบเดินทางร่อนเร่ไปเรื่อยเพื่อหาความหมายชีวิตหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่เอาเถอะ ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องมานั่งพล่ามเรื่องประวัติปู่ด้วย -_- เอาเป็นว่าตอนนี้ผมโดนป๊าสั่งให้มาพบปู่เป็นพอ
ผมขี้มอเตอร์ไซค์ตากแดดชนลมไปตามทิศตามทางที่ลุกติ๊กบอก อ้อ ผมลืมบอกไป บ้านของปู่เพี้ยนจะอยู่แถวๆ ชานเมืองใกล้ชนบท และไอ้บ้านทุ่งๆ อะไรนี่ก็คงจะอยู่เลยชานเมือง เข้าชนบทไปอีกละมั้ง สองข้างทางเป็นทุ่งข้าวสีเขียว เหล่าวงศ์ษาคณาญาติของเจ้าโคนันทวิสารยืนเรียงรายอยู่เต็มไร่เต็มนา ข้างหน้าเริ่มมีภูเขาสีน้ำตาลให้เห็นมาแต่ไกล กลิ่นหญ้าชื้นๆ ลอยมาเตะจมูก สร้างบรรยากาศของชาวชนบทได้ดียิ่งนัก เด็กในเมืองอย่างผมไม่มีโอกาสได้สัมผัสอะไรแบบนี้มากนักหรอก
และแล้วในที่สุด ผมก็พาตัวเองขับเข้ามาในถนนสายหนึ่งซึ้งร้างผู้คน จะมีก็แต่หุ่นไล่กาอยู่สองข้างทาง ทันใดนั้นเองผมก็เหลือบไปเห็นบ้านไม้หลังน้อยหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนา โป๊ะเช๊ะ! หลังนั้นแน่นอน
ด้วยความที่อยากกลับบ้านไปตากแอร์เต็มแก่ ชั่วพริบตาเดียวผมก็ได้มายืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านนากลางทุ่งแห่งนี้แล้ว ที่ผมรู้ว่ามาถูกบ้านก็เพราะว่ามันมีป้ายแปะอยู่ตรงหน้ารั้วนี่สิ! เอาล่ะ เตรียมใจไว้ซะเถอะปู่ ซีซั่นคนนี้กำลังจะบุกไปถล่มปู่แล้ว -_-+
ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~ ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~
ผมลงมือกดกริ่งบ้านก่อนจะเสยผมขึ้นอย่างหัวเสีย ผมเกลียดกริ่งบ้านแบบนี้ที่สุด -_- ไว้เจอปู่เมื่อไหร่จะบอกให้ท่านโละเสียงนี่ทิ้งไปให้หมดเลย น่ารำคาญจริง
ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~ ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~
ผมลงมือกดอีกครั้งพลางชะเง้อมองเข้าไปดูในรั้วแต่กลับไม่เห็นร่องรอยของผู้คน ผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอีกครั้งและรู้สึกว่าประตูรั้วไม้นี่เริ่มมีแรงดึงดูดกับฝ่าเท้าผมเสียแล้ว ถ้ายังไม่มีคนออกมา ประตูไม้งามๆ บานนี้อาจจะมีรอยเท้าเพิ่มขึ้นมาอีกรอยก็ได้ -O-;;
ติ๊งแหน่ว ตะละล้า~ ติ๊งแหน่ว ตะละล้าๆๆๆๆ ~
รอบที่ล้านๆๆๆๆ ผมเบื่อการรอคอยที่สุด! และในขณะที่ฝ่าเท้าของผมกำลังจะขยับเข้าหาประตูรั้วนั้นนั่นเอง เสียงเล็กๆ ของผู้หญิงก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
สวัสดี O_o
ผมชะงักฝีเท้าลงก่อนจะหันไปมองต้นเสียง -_-^
เด็กผู้หญิงคนนั้นมีตากลมโต ผมดำยาว ผิวขาวใส มีฟันกระต่าย ดูน่ารักงุงิดี (?) -_-;; อายุราวๆ สิบหกสิบเจ็ด มั้ง ไม่รู้ ไม่แคร์ -O-;; ใส่เสื้อคอบัวสีขาวตัดกับเอี๊ยมกางเกงขาสั้นยาวเท่าเข่าสเขียวต้นข้าว เธอดูมอมแมมไม่น้อย และในมือทั้งสองก็กำลังหิ้วถุงกับข้าวอยู่ด้วย
ขอทางหน่อยได้มั้ย ^-^
เธอถามขึ้น ผมที่ยืนขวางหน้าประตูถอยหลังให้เธอหนึ่งก้าว เด็กหญิงคนนั้นเดินเข้าไปที่ประตูไม้ก่อนจะผลักมันออกอย่างทุลักทุเล น่าแปลกที่ประตูไม่ได้ล๊อค ผมยืนคิ้วขมวดอยู่ตรงนั้น มองดูการกระทำของเธออย่างขำๆ
ชะ ช่วยหน่อยได้มั้ย แฮ่ๆ
เธอพูดออกมาขณะกำลังใช้ไหล่ดันประตูเข้าไป ผมเป็นคนใจร้ายนะอยากจะบอก -_- ขี้โมโห หงุดหงิดง่าย ไร้น้ำใจ แร้งความปราณี ฮุๆ ฮ่ะๆ ถ้าอยากเปิดประตูก็เปิดเองสิ!
เธอเป็นอะไรกับปู่ของฉัน คนใช้เหรอ?
ตรงกันข้าม แทนที่ผมจะดันประตูให้เธอกลับถามคำถามขึ้นมาแทน เด็กหญิงตรงหน้าเลิกล้มความตั้งใจที่จะเปิดประตูก่อนจะเชิดปากขึ้นนิดๆ แล้วส่ายหัวไปมา ก็น่าอยู่หรอก คนใช้อะไรจะมีหน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้ -_- แต่เอิ่ม ก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถ้าใช่ก็แปลว่าปู่ผมใช้แรงงานเด็กน่ะสิ! ไม่ไหวนะครับ ไม่ไหว
ถามอะไรแปลกจัง ปู่ของนายคือใครกัน มาหาผิดบ้านหรือเปล่า
เด็กผู้หญิงคนนั้นถามพลางเอียงคอเล็กน้อย ข้อมือทั้งสองเริ่มขึ้นข้อขาวจากการยกของหนัก ผมเริ่มเอะใจเล็กน้อยซะแล้วสิว่านี่อาจจะไม่ใช่สถานที่ที่ปู่ผมมา -_- ฉับพลันทันใด ก่อนที่ยัยเด็กข้างหน้านี่จะทรุดลงฮวบเพราะของถือหนัก เท้าผมก็ยื่นออกไปถีบประตูไม้ให้อย่างอัติโนมัติ อ่า ผมเปล่านะ บอกแล้วว่าประตูไม้นี่มันดูดเท้าผมเข้าไป
ขอบคุณ
เธอพูดทำเอาผมขมวดคิ้วก่อนจะเดินตามร่างเล็กนั้นเข้าไปในตัวบ้าน แต่เข้าไปได้ไม่กี่ก้าวเด็กคนนั้นก็หันมาหาผมแล้วสะดุ้ง
อ๊ะ เข้ามาทำไมน่ะ ใครอนุญาติ
=[]=;;
ผมจะถามเธอดีมั้ยว่าเธอเพี้ยนหรือเปล่า ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าผมจะเดิมตามเข้ามา =_=;; เอ๊ะ หรือผมเองที่เพี้ยนเพราะไม่ได้ขออนุญาติจากเธอ เอ้อ! แล้วผมจะคิดให้มันได้อะไรขึ้นมา =O=!
ฉันขี้เกียจเสวนากับเธอแล้วยัยเด็กตัวกระเปี๊ยก บอกมาทีซิว่าปู่ของฉันอยู่ที่ไหน ฉันจะได้กลับบ้านสักที -_-
ฉันไม่ใช่เด็กตัวกระเปี๊ยกนะ
ยัยเด็กข้างหน้าเถียงขึ้นทันควันก่อนจะวิ่งรี่ไปวางถุงกับข้าวไว้บนโต๊ะหินอ่อนแล้วกลับมาเผชิญหน้ากับผมอีกครั้ง -_-^
ฉันอายุสิบแปดแล้ว ไม่ใช่เด็กนงเด็กน้อยอะไรนั่น ฉันจบ ม.6 แล้วนะ!
เธอว่าพลางย่นจมูกแล้วทำแก้มป่อง ส่วนผมก็ถลึงตามองสารรูปของคนที่พูดว่าตัวเองอายุสิบแปด ไม่มีทาง! ดูยังไงหน้ายัยนี่ก็ต่ำกว่าสิบแปดชัดๆ =[]=;;
เฮ้อ แต่เอาเถอะ เถียงไปก็ไม่ได้อะไร ว่าแต่นายมาหาใครนะ
มาหาปู่ -_-;; เอ่อ คนที่ชื่อชาญชัยชนะภูมิตูมๆ อะไรประมาณนั้น
เมื่อกล่าวจบยัยคนข้างหน้าก็เบิ่งตาโตขึ้นมาอีกนิดก่อนจะฉีกยิ้มกว้างทันที
ฉันรู้จัก! เขาเป็น
ตามเขามาเพราะฉันอยากกลับบ้านแล้ว
ผมตัดบทเธอแล้วเงยหน้าขึ้นมองฟ้าแวบหนึ่ง เมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียงครืนคราง แถมตอนนี้หมอกเมฆก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา สงสัยฝนจะตก ฮ่าๆ เจริญ มาตกอะไรตอนนี้เนี่ย =_=
ไม่ได้หรอก อาจารย์ไม่อยู่
เธอคนนั้นตอบ ผมขมวดคิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ บ้าน ทั้งกระจก หน้าต่าง ประตู รั้วกั้นถูกปิดไว้หมด ดูเหมือนไม่มีคนอยู่จริงๆ ด้วย ว้า แอบเข้าทางผมอยู่เล็กน้อย -O-
แล้วเขาไปไหน ผมถาม
ไปทำธุระเกี่ยวกับญาติของฉันน่ะ อีกนานล่ะกว่าจะกลับ นายอยากเข้าไปหาอะไรกินก่อนมั้ย
ผู้หญิงข้างหน้าชวน ผมส่ายหัวอย่างรวดเร็วแล้วเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ดีเล้ย ดีเลย หึหึ ไม่ต้องพบต้องเจอกับปู่เพี้ยนให้ยุ่งยากอีกแล้ว ได้เวลากลับบ้าน! กลับไปชิลด์!!
จะไปแล้วเหรอ O_o
ยัยนั่นถาม ผมไม่ตอบอะไรก่อนจะหันหลังกลับออกไปนอกประตูทันที และเมื่อเท้าเหยียบออกมานอกรั้วประตูหนึ่งก้าว สายตาผมก็กวาดมองทางซ้าย แลดูทางขวา ถลึงไปข้างหน้า และเหลียวหันกลับมามองข้างหลัง เอิ่ม -_-
มอเตอร์ไซค์ฉันหายไปไหนวะ!! =[]=!
ผมร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะเริ่มวิ่งไปวิ่งมาอยู่ตรงหน้ารั้ว ตอนนี้ฝนเริ่มหยดแหมะๆ ลงมา และสายตาผมก็เลื่อนไปเจอะกับเครื่องยนต์พาหนะรูปร่างคุ้นเคยที่กำลังขับออกไปไกลกลางถนนทุ่งนา!!
เฮ้ย!! ไอ้เลว มอเตอร์ไซค์ฉัน!!!
ผมร้องตะโกนก่อนที่สติสัมปชัญญะจะระเบิดตู๊มด้วยความโกรธ สองขาวิ่งออกไปกลางถนนที่มีฝุ่นตลบ ซวยแล้วไง ผมโดนขโมยมอเตอร์ซ๊ายยยยยย
หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้สารเลว! ไอ้หาความดีไม่ได้ ไอ้ชิบหาไม่เจอ ไอ้แกะหาย ไอ้ขี้ไก่ ไอ้ ไอ้ ไอ้บ้า!!
ผมสบถออกมาอีกหลายคำ =[]= กุญแจรถยังอยู่กับผมตรงนี้ แต่รูไขมันไปนู่นแล้ว เวรเอ๊ย เวรจริงๆ
ฉับพลันทันใดฝนก็เริ่มโปรยปรายหนักลงมามากกว่าเก่า เสียงเครื่องยนต์เริ่มห่างไกลออกไปและในที่สุด ฝนก็ตกแรงซะจนผมมองไม่เห็นถนนหนทาง อะไรวะ!
บัดซบ!! ไอ้พวกขี้ขโมย ฉันจะฆ่าแก!
แล้วทีนี้ผมจะกลับบ้านยังไงวะนี่ วิ่งตามก็ฝันไปได้เลย นั่นมันมอเตอร์ไซค์ติดจรวดเชียว ฮือๆ ลูกพ่อ TOT โดนไอ้เลวลักพาตัวไปซะแล้ว ซวยเหลือเกิน อย่าให้จับได้นะ พ่อจะหักคอจิ้มจุ่มแแล้วประจานเลย T^T ผมปาดเม็ดฝนออกจากใบหน้าก่อนที่มันจะไหลลงมาอีกครั้ง เสื้อแสงตอนนี้เริ่มซึมชื้นไปด้วยเม็ดฝน ไอ้คุณปู่บังเกิดเกล้าก็ดันไม่อยู่บ้าน ทางกลับเข้าตัวเมืองก็ไกลจนฉิบหาไม่เจอ แล้วทีนี้ผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย!
ฉันพลันทันใด ผมก็รู้สึกว่าเม็ดฝนมันไม่ได้โดนกระแทกหัวผมอีกต่อไป ซ้ำยังรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมากางร่มให้อย่างงั้นแหละ -_-^
เข้าบ้านก่อนดีมั้ย เดี๋ยวจะไม่สบายเอา
เสียงแม่พระสรีระเตี้ยดังมาจากข้างหลัง ผมหันกลับไปดูก็พบผู้หญิงจากบ้านนากลางทุ่งอะไรนั่น กำลังยืนกางร่มและยื่นมือถือมันเกือบสุดแขนเพื่อที่ร่มจะได้ไม่กระแทกหัวผม ใจดีจริงๆ แม่คุณ -O-;;
ฉันโดนขโมยมอเตอร์ไซค์ -_- ฮึ่ย เลวจริงๆ !
ฉันขอโทษ ฉันผิดเองแหละที่ไม่ได้บอกให้เอามันเข้ามา ฉันโดนประจำเลยแบบนี้ ไว้ฉันจะไปแจ้งของหายให้นะ ตอนนี้เข้าบ้านก่อนเถอะ
+
+
+
+
[ว่าไงหลานเพี้ยน ในที่สุดแกก็มาถึงบ้านนากลางทุ่งจนได้สินะ วะฮ่าๆ]
เสียงของตาแก่หง่ำเหงือกคนหนึ่งลอยเข้ามาผ่านทางหูโทรศัพท์ จี๊ดมากครับ =_= เกลียดเสียงนี้จริงๆ ผมรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันตาเห็น ตอนนี้ผมอยู่ในบ้านแล้วล่ะ ยัยผู้หญิงคนนั้นให้ผมยืมโทรศัพท์บ้านโทรหาปู่ (มือถือผมไม่มีสัญญาณ) ว่าแต่ผมยังไม่รู้ชื่อเธอเลย -O-;;
พูดแบบนี้เหมือนกับว่าหลอกให้ผมมาเลย ป๊ากับปู่วางแผนอะไรไว้กันแน่ รู้มั้ยว่าผมต้องเจออะไรบ้างกว่าจะได้คุยกับปู่เนี่ย บ้าจริงๆ มอเตอร์ไซค์ผมโดนปล้นไปแล้ว มาถึงไอ้บ้านทุ่งๆ ไม่ถึงสิบนาทีเอง ซวยฉิบเลย!
ผมพูดตะคอกเสียงดังอย่างหัวเสีย และพอนึกถึงเรื่องมอเตอร์ไซค์สุดที่รักที่โดนพาหนีไปต่อหน้าต่อตา อารมณ์โกรธก็พุ่งริ้วๆ ขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะอาละวาดจริงๆ ไอ้นั่นก็น่าเตะ ไอ้นี่ก็น่าต่อย ฮึ่มๆๆ โมโหโกรธา!!
ดีนะที่ผมไม่ได้เอารถมา หายขึ้นมาไม่มีปัญญาจะใช้ป๊าด้วย ปู่ต้องรับผิดชอบให้ผมเพราะปู่เป็นคนทำให้รถผมหายทางอ้อม -_-!!
[อ้าวๆ อย่าเพิ่งพาลสิวะ เรื่องรถราน่ะเอาไว้ก่อน ที่ฉันอยากเจอแกก็เพราะว่าฉันมีเรื่องอยากจะให้ช่วย ]
ใช่ นั่นสิ ให้ช่วยๆ มีเรื่องให้ช่วยก็ต้องมาหาผมทุกที แต่มีเรื่องน่ายินดีกับไม่เคยบอกสักคำ -_- ขอบคุณมากครับปู่ ผมละโคตรซึ้ง
ตบท้ายด้วยการประชด ผมดีดสายโทรศัพท์เล่นด้วยอารมณ์หงุดหงิด รถราเอาน่ะเอาไว้ก่อน คำนี้มันชวนปวดเศียรเวียนเกล้าจริงๆ
[เอาน่าๆ ถือว่าทำบุญไปในตัว -..- ไม่ต้องบ่นแล้ว ถึงตอนนี้แกคงได้เจอโมกุโมกุแล้วสินะ]
โมกุโมกุไหน =_= นั่นชื่อคนเหรอ หมาหรือเปล่า หรือเป็นไอ้ทุยข้างบ้าน ชื่อตลกอ่ะ
ผมถามอย่างไม่แน่ใจแถมยังวิเคราะห์ความเหมาะสมของชื่อให้เสร็จสรรพ โมกุโมกุมันชื่อเครื่องดื่มชนิดหนึ่งไม่ใช่หรือ ถ้าเป็นชื่อคนก็คงจะเพี้ยนน่าดู ตั้งเป็นชื่อนกเอี้ยงยังจะเหมาะซะกว่า หึหึ ความคิดผมนี่แปลกประหลาดดีเนอะ =_= (เห็นด้วยอย่างแรง)
[โมกุก็ผู้หญิงที่แกเจอไง! หลานโง่ ไอ้ทุยข้างบ้านมันชื่อซีซั่นต่างหาก สมถุยจริงๆ ตอนนี้ฉันมาธุระเรื่องญาติของเขา ฉันจะฝากให้แกช่วยดูแลโมกุหน่อย อย่าเพิ่งขัดนะ ขี้เกียจพูดหลายรอบ ตั้งใจฟัง และอย่าเพิ่งลุกไปฆ่าใครก่อนที่ฉันจะพูดจบ คือจะพูดว่าดูแลโมกุก็ไม่ถูก เอาเป็นว่าเฝ้าบ้านก็แล้วกัน
อย่างที่แกเห็นนะหลานเพี้ยน ชุมชนชทบทแถวนั้นน่ะ ขอเรียกว่า ทุ่งควายสุขสันต์ ก็แล้วกันเพราะว่ามันเป็นชื่อของที่นี่ ยังไงก็แล้วแต่ ชาวบ้านแถวนั้นสวนใหญ่มีนิสัยขี้ขโมยแถมยังชอบโกหกอีกด้วย แต่เขาไม่ขโมยของตลอดเวลาหรอกนะ ส่วนมากจะขโมยจากแค่บ้านของโมกุเท่านั้น -_-;;]
หมายความว่าไง -_- ปล้นเป็นกิจวัตรเนี่ยนะ แย่อ่ะ
[อย่าเพิ่งแย่งพล่าม =_=!! บ้านหลังที่แกนั่งอยู่เนี่ยเป็นมรดกตกทอดมาจากครอบครัวของโมกุ พ่อแม่ของเขาเสียไปเกือบสิบปีแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่เงินทองของมีค่านิดๆ หน่อยๆ กับบ้านหลังนี้เท่านั้น
โมกุจะมาอยู่ที่บ้านนากลางทุ่งเฉพาะช่วงปิดเทอม อาศัยไปสักพักก็ดีอยู่หรอก แต่พอชุมชนแถวนั้นเปลี่ยนคนดูแลมาเป็นไอ้อ้วนขี้อิจฉาคนหนึ่ง มันก็หาว่าบ้านโมตั้งอยู่ในที่ดินของคนอื่นอย่างนู่นอย่างนี้ น่ารำคาญชะมัด ที่จริงมันอยากได้บ้านหลังนี้มากกว่า ยังไม่พอ ไอ้อ้วนหัวล้านมันยังเอาเงินโปะหัวชาวบ้านเป็นว่าเล่น บอกให้ไปขโมยของบ้านโมบ้าง แกล้งโมบ้าง ใส่ร้ายป้ายสีลูกศิษย์ฉันต่างๆ นาๆ ลูกศิษย์ฉันคนนี้น่ะใสซื่อ ตามใครไม่ทันหรอก มีครั้งหนึ่งเกือบถูกเผาบ้านแล้วด้วยซ้ำ]
ปู่เลยจะให้ผมมาเป็นโพลิสแมน ตำรวจอวกาศ คอยดูแลตรวจตราความปลอดภัยงั้นเหรอ -_-;; บ้าแล้ว น่าเบื่อจะตาย ได้หยุดไม่กี่เดือนเองนะปู่ ผมอยากพักมั่งอ่ะ
ผมว่าพลางเหลือบไปมองผู้หญิงที่ชื่อโมกุโมกุอะไรนั่น เธอกำลังนั่งเท้าคางมองในนอกหน้าต่าง เหม่อลอยถึงดอกทานตะวันกลางทุ่งนาแฉะฝน มั้ง -_-~
[เฮ้อ ฉันเข้าใจ แต่ขอเวลาแกสักนิดได้มั้ย ฉันห่วงเขามากจริงๆ ตอนนี้ฉันมาธุระเกี่ยวกับญาติเขา ตั้งแต่พ่อแม่เขาเสียฉันก็พยายามหาญาติที่แท้จริงของเขาสักคน แต่ที่ไหนได้ มันมีแต่คนแอบอ้างอย่างได้ทรัพย์สมบัติของยัยโมกุตั้งเยอะแยะ ถ้าไม่ลงมาจัดการด้วยตัวเอง อนาคตของลูกศิษย์ปู่คนนี้คงไม่วายจบลงด้วยการเป็นขอทานแน่ๆ นะ ไอ้ซีซั่น ถือซะว่าปู่ขอร้อง ฉันถามป๊าแกแล้วป๊าแกก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย ขอเวลาแกแค่นิดเดียว ไม่เกินหนึ่งเดือน ดูแลโมกุให้ปู่หน่อย]
ผมเกาหัวพลางขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก ฟังจากสถานการณ์แล้วดูเหมือนปู่ต้องการให้ผมมาเลี้ยงเด็กยังไงอย่างงั้นเลย ซีซั่นเดอะแนนนี่ ยี้! ฟังพิลึก TOT เฮ้อ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนที่มีปู่คนเดียว เคารพและรักประดุจพ่อทูนหัว (อ้วกหน่อยเถอะ โอ้กกกกก) ผมจึงต้องจำยอมและตามใจตาแก่หง่ำเหงือกจอมบงการคนนี้ ฮึ่ยๆๆๆ =^=
เออๆ ก็ได้ หวังว่าลูกศิษย์ปู่จะไม่ดื้อไม่ซนก็แล้วกัน ผมยิ่งเกลียดเด็กดื้อๆ อยู่ด้วย บู่วๆๆ =_=
[เอ้า! ไอ้หลานเพี้ยน โมกุเขาก็อายุเท่าแก่น่ะแหละ เด็กเดิกอะไร อ่อนกว่าแกไม่กี่เดือนเองมั้ง ไอ้ซีซั่น ปู่เชื่อใจแกนะ อย่าทำอะไรบัดสีเด็ดขาด โมกุจะน่ารักจะสวยแค่ไหนก็ห้าม!]
ปู่พูดอะไร! ผมเนี่ยนะทำอะไรบัดสี ไม่มีทาง ปู่แหละคิดบัดสี -_-! อย่างผมนี่ต้อง พอลล่า ทินเนอร์ หรือไม่ก็ อั้ม พัชราภาพ เท่านั้น เอาเถอะ หวังว่าปู่คงจะจัดการเรื่องทางนั้นให้เสร็จๆ ไปก็แล้วกัน
[เออ ฝากแกด้วย แล้วเจอกันไอ้หลานเพี้ยน]
อื้ม ปู่เพี้ยน -_-
ผมวางโทรศัพท์ลงด้วยอารมณ์กรุ่นๆ ปนฉุนเล็กน้อยพลางเหลือบตามองโมกุที่กำลังนั่งมองฝนอยู่นานสองนาน ดูยังไงยัยนี่ก็ไม่เหมือนเด็กอายุสิบแปด ไม่อยากจะชมหรอกนะแต่หน้ายัยนี่เด็กมาก แก้มใสสีขาวอมชมพู ตากลมๆ ยิ่งใส่เอี๊ยมแบบนั้นแล้วทำให้ผมนึกถึงตุ๊กตาของเล่นตัวเล็กๆ พอจะเข้าใจอยู่เล็กน้อยแล้วล่ะว่าทำไมปู้ผมถึงห่วงนักห่วงหนา
ได้หยุดคราวนี้แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อนกลับต้องมานั่งขุดคู้อยู่กับยัยลูกศิษย์อาจารย์เพี้ยนซะนี่ สวรรค์จะกลั่นแกล้งชีวิตผมไปถึงไหนหนอ ไม่สิ ต้องโทษปู่เพี้ยนที่คอยหาเรื่องมาให้ทุกเช้าสายบ่ายเย็นและร่ำไป
น่ารำคาญจริงๆ
มาแล้วๆ ตามสัญญาจ้า J โหวต + เม้นตามอัธยาศัยเน้อ
^_______________^v
ปล. sweet summer ยังไม่ได้ลบน้า ไว้รอรื้อเรื่องใหม่ก่อนแล้วจะแต่งใหม่ -..- [แต่ต้องรอให้ sweet season จบก่อน]
ปล2. Season เป็นผู้ชายที่โผล่มาจากเรื่อง sweet house 1 ประโยคค่ะ โผล่มาถ่ายรูปตอนที่ซูกัส + ซีรีส์ จูบกันนั่นแล -.,- คุคุ ส่วนตอนที่สองจะลงเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ตอนนี้ขอแค่ให้มีคนอ่านก่อนเต้อะ แฮ่ๆ แล้วเจอกันจ้า จุ๊บบบ
สมัครสมาชิก