๒
ทุ่งควายสุขสันต์
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ฉันมีชื่อ (แต่ไร้) เสียงเรียงนามว่า โมกุโมกุ อายุสิบแปดปี เพิ่งจบ ม.๖ มาแป๊บๆ และกำลังอยู่ในช่วงพักฤดูร้อนที่ บ้านนากลางทุ่ง *-* บ้านไม้แสนร่มรื่นที่เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณพ่อคุณแม่ของฉันแห่งนี้
ตกลงอาจารย์บอกว่าอะไรเหรอ
ฉันเอ่ยถามคนตัวสูงที่เพิ่งวางโทรศัพท์ไป หน้าเขาดูหงุดหงิดมากๆ เลยล่ะ ราวกับว่าอยากจะกระโดดงับแข้งใครก็ไม่ปาน เขามีตาสีดำสนิท ผิวสีขาว จมูกโด่งตาเรียวคม ผมเซทยุ่งๆ นิดๆ กับตัวสูงโปร่งที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ชายได้อย่างชัดเจน หมอนี่ดูดีไม่เลวแม้ตอนนี้จะสวมเพียงแค่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าลายทางกับกางเกงยีนส์สีซีดเท่านั้น ซ้ำยังเปียกอีกต่างหาก
ฉันคงต้องอยู่ที่นี่สักพัก มาดูและบ้าน มั้ง -_- แต่โอ๊ย นี่ฉันจะต้องมาเลี้ยงเด็กจริงๆ เหรอเนี่ย ฮึ่ย ปู่เพี้ยนเอ๊ย!!
ท่อนแรกเขาคงพูดกับฉัน ส่วนท่อนหลังพึมพัมอยู่คนเดียว เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปสำรวจบ้าน หยิบนู่นหยิบนี่ขึ้นมาดูก่อนจะลงเอยด้วยการกระแทกตัวแรงๆ ลงไปบนโซฟา
อ่า งั้นเหรอ
ฉันกัดริมฝีปากล่างอย่างครุ่นคิด อาจารย์ให้นายหน้าดุนี่มาอยู่บ้านหลังนี้ต้องมีเหตุผลสักอย่าง ฉันจะถามเขาดีมั้ยนะว่าทำไม ถ้าถามแล้วเขาจะอาละวาดมั้ยนะ ต้องเอากระดูกล่อใจก่อนรึเปล่า เอ๊ะ! นี่ฉันคิดว่าเขาเป็นหมาไปแล้วหรือไง =[]= ไม่ดีนะโมกุ ไม่ดี เลิกๆๆ คนทำหน้าดุไม่จำเป็นต้องเหมือนหมาเสมอไป อาจจะเป็นช้างตกมัน สิงโตทะเลปวดไส้ติ่งหรืออะไรก็ว่าไป (แหนะ ยังไม่เลิก -_-;;)
เธออ่ะ โมกุใช่มั้ย มานี่ซิ
เสียงทุ้มดังมาจากโซฟา ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเขาทันที นายหน้าดุ (ขออนุญาติเรียกแบบนี้) มองฉันอย่างเคืองๆ หง่ะ เขาเคืองฉันเรื่องอะไรล่ะ ฉันนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเขาอย่างสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อตัว ดูเหมือนว่านายนี่จะเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าฉันทำอะไรไม่ถูกใจเขา เขาอาจจะลุกขึ้นมาบีบคอฉันก็ได้ เพราะงั้นฉันต้องระมัดระวังทุกการเดินเหินบินผินกินและบลาๆ ในระยะสายตาของนายหน้าดุ >_< เอ ว่าแต่ฉันยังไม่รู้ชื่อเขาเลยนี่นา ใช่บูลด๊อกเปล่าหว่า ทำหน้าดุแบบนั้นระวังหน้าย่นเร็วนะ =^=
ได้ข่าวว่าของหายบ่อย
เขาถาม ฉันพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเริ่มสาธยาย
ก็ แล้วแต่นะ บางทีก็ไม่บ่อย บางครั้งหนึ่งวันก็หายหนึ่งอย่าง แบบนี้เรียกว่าธรรมดา แต่บางครั้งหายสองสามอย่าง แบบนี้เรียกว่าไม่ธรรมดาขึ้นมานิดหน่อย ถ้าฉันอยู่บ้าน ส่วนมากของเล็กๆ จะหาย แต่ถ้าลุงแจ่มชาวนาบ้านข้างๆ พาไปเที่ยวชมนาของใหญ่ๆ ก็จะหายจำพวก โต๊ะ ตู้ เตียง ชาวบ้านเขาขนย้ายของพวกนี้ได้เร็วจนน่าทึ่งเลยล่ะ อ่อ! ว่าด้วยเรื่องเตียง บ้านฉันไม่มีเตียงนะเหลือแต่โซฟา ฉันสละให้นายนอนก็แล้วกัน ^O^
ฉันบอกตบท้ายด้วยการโปรยปรายน้ำใจอย่างงดงาม ^O^ หารู้ไม่ว่าพอสิ้นคำพูด นายหน้าดุข้างหน้านี่ก็ร้องห๊ะออกมาทันที
โต๊ะตู้เตียงหายเธอยังยิ้มได้ไม่ระแคะระคายอะไรเลยหรือไง =[]=!!
อื้อ ชินแล้ว
ชินแล้ว!! บ้าเอ๊ย แล้วมีอะไรหายอีกมั้ย ไล่มาให้ฟังหน่อย เธอนี่จริงๆ เล้ย
เอิ่ม ก็ นาฬิกา รองเท้า โทรศัพท์เอย หม้อไหจานชามของประดับบ้านต่างๆ พัดลมก็จวนเจียนแล้ว อ่า แล้วก็อะไรอีกนะ อื้ม มันเยอะมากจนฉันจำไม่ได้แล้วล่ะ *-*
นายหน้าดุทำหน้าเหวอทันที ตะปบหน้าผากตัวเองอย่างแรงจนฉันคิดว่ามันคงจะแดงอีกไม่นาน ทำไมถึงต้องตกใจขนาดนั้นด้วยเล่า ของฉันหายฉันยังไม่เดือดร้อนเลย ถือซะว่าทำบุญแจกจ่ายให้กับชาวบ้านผู้ไม่มี แถมเป็นการผูกมิตรไปในตัวด้วย >_<
ของหายเกือบหมดบ้านยังใจเย็นซะได้ โอ๊ย ตายซะเถอะ
เขาสบถขึ้นมาอีกหลายคำ ส่วนฉันได้แต่มองเขาเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ไปมา ตั้งแต่เขาเข้ามาที่นี่ฉันยังไม่ได้เห็นเขายิ้มเลยสักที -O- ว่าแต่เมื่อไหร่เขาจะหยุดทำหน้าโกรธสักทีนะ เขาใกล้เหมือนบูลด๊อกหน้าหล่อเข้าไปทุกทีแล้ว อ่า ผสมร๊อตไวเลอร์นิดๆ ก็ได้
เรื่องมอเตอร์ไซค์ของนาย พรุ่งนี้เราไปแจ้งของหายด้วยกัน จะได้ไปซื้อเสื้อผ้าให้นายด้วย ส่วนตอนนี้นายไปล้างหน้าล้างตาเถอะนะ เดี๋ยวฉันจะทำอาหารเย็นไว้ให้ ^-^
แล้วค่าใช้จ่ายของพวกนี้ล่ะ เธอเอาเงินจากไหนมาซื้อของเหล่านี้ โดนขโมยทุกวันมันไม่หมดไปก่อนหรือไง
พ่อกับแม่ฉันมีที่ดินหลายพื้น แต่ละที่ก็ปล่อยให้คนเช่ามานานนับหลายปีแล้ว ทุกๆ เดือนเงินจากการเช่าที่ซึ่งมีสูงไม่น้อยก็จะถูกโอนเข้ามาในบัญชีฉัน อ่า แล้วบางทีฉันก็ไปช่วยครอบครัวลุงแจ่มเด็ดผักเด็ดอะไรด้วย เอาเถอะ ตอนนี้ฉันจะไปทำอาหารเย็นแล้ว เมนูวันนี้ฉันจะทำให้เลิศหรูเป็นการฉลองต้อนรับนายเลยก็แล้วกันนะ ^O^
ฉันพูดก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นแล้วรวบผมเตรียมเข้าครัว แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้ชื่อของเขา ฉันก็ถามออกไปทันที จะเรียกนายหน้าดุหรือบูลด๊อกพันธุ์ทางก็กระไรอยู่น่ะสิ ฮี่ๆ อ่า ไม่เอาล่ะ ล้อชื่อคนเป็นอะไรที่แย่มาก แต่สนุก -..-
ว่าแต่นายชื่ออะไร
ซีซั่น -_-
ซีซั่น นายเลิกทำหน้าบูดได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้นายอาจจะได้มอเตอร์ไซค์กลับคืนมาแล้วก็ได้ แล้วพอได้คืนมาอารมณ์นายก็จะแจ่มใสเบิกบานสราญใจเหมือนเด็กน้อยที่ได้กินไอศกรีมอย่างหนำใจในฤดูร้อน!
ฉันพูดขึ้นแล้วเดินไปตบไหล่ซีซั่น เขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะเขกกะโหลกฉันทีหนึ่ง
ฉันสังหรณ์ใจว่ามันจะไม่ได้คืนมาน่ะสิยัยเพี้ยน -_-;; แล้วอีกอย่างมันมีเรื่องมากกว่านั้นที่ฉันจะต้องคิด เธอจะไปทำอะไรก็ไปไป๊
เขาไล่ฉันก่อนจะนอนลงไปบนโซฟาแล้วยกมือก่ายขึ้นบนหน้าผาก เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงหันหลังเดินออกมา มุ่งหน้าเข้าครัวปล่อยให้เขาพักไป
ตามสบายนะซีซั่น จะหยิบจับอะไรก็เชิญ ^-^
ยังกับว่าบ้านเธอมีอะไรเหลือให้หยิบจับงั้นแหละ -_-
+
+
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากกินอะไรกันเล็กน้อยแล้ว ฉันก็พาซีซั่นออกไปนอกบ้าน เดินไปตามท้องไร่ท้องนา มุ่งหน้าเข้าหาตัวชุมชนควายสุขสันต์ทันที รู้สึกแปลกอยู่นิดหน่อยที่ว่าอยู่ดีๆ ก็มีสมาชิกอีกคนเข้ามาอยู่ในบ้าน ปกติฉันเดินคนเดียว ทำอะไรคนเดียว กินคนเดียว เก็บคนเดียว นอนคนเดียว พูดคนเดียว เย้ย! เอาเป็นว่านั่นแหละ -_-;; แต่วันนี้กลับมีหนุ่มหล่อหน้าใสมาเดินด้วยซะนี่ เป็นความรู้สึกที่แปลกดีจัง =O=
ดิน โคลน เลอะเทอะเปรอะเปื้อน น่ารำคาญ!
เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นมาตลอดทางที่เราเดิน ซีซั่นในชุดเสื้อตัวเดิมอารมณ์ (เดิม) ที่เสียแต่เช้า และมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราเดินมาได้สักพัก... นอกจากจะขี้โมโหแล้วยังขี้บ่นอีกนะเนี่ย
หลังฝนตกก็เป็นแบบนี้แหละ และก็ดูเหมือนว่าวันนี้จะตกอีก เก็บคำพูดไว้บ่นวันหลังบ้างก็ได้ หมดซะก่อนเดี๋ยวไม่มีอะไรบ่น
ฉันพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะโดนเขาผลักหัวทำให้ฉันเซไปข้างหน้า อ่อ นอกจากขี้โมโห ขี้บ่น อารมณ์ดุร้าย แถมยังชอบใช้กำลังด้วยแหนะ ครบสูตรคนเถื่อน! แบบนี้ไปสมัครเป็นร๊อตไวเลอร์ได้สบาย เอ๊ย! ไม่ช่าย~
อีกหน่อยนายก็ต้องชิน เชื่อฉัน ปกติฉันเรียนอยู่ในตัวเมืองเหมือนกัน แต่เพราะว่าต้องมาเฝ้าบ้านหลังนี้ฉันจึงได้สัมผัสอะไรแบบที่คนในเมืองไม่ค่อยได้สัมผัสกัน นายเคยขี่เจ้าทุยมั้ย ถ้าไม่รับรองว่าสนุกแน่ ส่วนเรื่องกุ้งหอยปูปลาหมูเห็ดเป็ดไก่กับข้าวเหล้าปี่พวกเนี้ยะ ไม่ต้องห่วงว่าจะอดเลย คนที่นี่เขาก็ดี๊ดี ชอบเอามาแบ่งปันให้กินอยู่เป็นประจำ ที่สำคัญเป็นผักปลาจากไร่เขาด้วย ทุกอย่างจึงสดใหม่ไร้ที่ติ +_+~
น่าแปลก ชาวบ้านขี้ขโมยไม่น่าจะรู้จักคำว่าแบ่งปัน =_=
ฮ่าๆ ก็แน่ -_-;; พอฉันรับกับข้าวเขามา เขาก็จะขอเข้ามาเข้าห้องน้ำในบ้า และจากนั้นของก็จะหายไปสองสามอย่าง แต่ช่างปะไร ฉันไม่คิดมาก โมกุใจกว้างอยู่แล้ว ฮู่ๆ =O=~
จะว่าไปเธอก็พูดมากเหมือนกันนะเนี่ย =_= พล่ามเยอะจริง
เสียงซีซั่นแว่วมาอีกรอบ ฉันหยุดเดินแล้วหันหลังกลับไปเพื่อจะรอเขา ตอนนี้ทั้งสองขาของซีซั่นเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนทรายทั้งหลาย เวลาย้ำเท้าทีทำเอาลำบากไม่ใช่น้อย มันทำให้ฉันอดขำไม่ได้ หมอนั่นเดินทุลักทุเลจริงๆ เลย
ดูนายสิ เดินตลกดีจัง ถ้านายล้มลงมาทีคงกลายเป็นหมูคลุกดินล่ะ ฮ่าๆๆ
ฮึ่มๆ ปากมากจังนะยัยโมกุ =_=!!
ซีซั่นคำราม เขารีบสาวเท้าย่ำโคลนเข้ามาหาฉันที่กำลังหัวเราะร่วน เมื่อรู้ว่าอันตรายกำลังย่างเข้ามาใกล้ ฉันเลยรีบหันหลังหนีเขาและวิ่งออกไป
เฮ้ย! อย่าหนีนะ อย่าวิ่งสิ!!
ไม่เอา เดี่ยวนายจับฉันจุ่มโคลน >O<!!
ฉันร้องและพยายามหนีให้เร็ว แต่หารู้ไม่ว่าขาของซีซั่นยาวกว่าฉันมาก สักพักเสียงย่ำโคลนก็เข้ามาใกล้ อ่าว ซะงั้นเลยสิคะ ทำไมตอนเดินแรกๆ ฉันยังเดินเร็วกว่าเขาเลยล่ะ ไม่ยุติธรรม ผิดที่ฉันเองที่มีขาสั้นเกินไป~ TOT
อย่านะ วันนี้ฉันใส่เอี๊ยมกางเกงสีขาว มันจะต้องเปื้อนอย่างมหันต์แน่เลย... เหวอ~ ม่ายยยยย
ฉันร้องลั่นเมื่อซีซั่นมาถึงตัวฉันแล้วอุ้มฉันขึ้น มีข้างหนึ่งสอดอยู่ใต้เข่า อีกข้างรองไหล่ฉันไว้ เขาทำท่าจะโยนฉันลงไปในนา! เฮ้ยยย โนวววววววว
อย่านะซีซั่น ถ้านายโยนฉันลงไปนายจะไม่ได้เสื้อผ้าใหม่และมอเตอร์ไซค์คืนเร็วๆ นี้แน่! ฉันขอสาบาน สายันต์ และสัญญา!
ฉันขู่เขาพลางดิ้นหนี ทำไมเขาแข็งแรงแบบนี้ อุ้มฉันได้ทั้งตัวเชียว TOT โมกุไม่หนักหรอกเหรอ เรื่องนั้นแอบดีใจแต่ได้โปรดปล่อยฉันลงงงงง T~T!!
ถ้าเธอดิ้นฉันจะโยนเธอทันทีเลย ยัยเพี้ยนโมกุปากมาก -_-!!
แปลว่ายังไงนายก็จะโยนฉันใช่มั้ย หลานอาจารย์ติ๊งต๊อง จะว่าไปคนเราก็มีปากเดียวเท่ากันนั่นแหละ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้มันให้คุ้มหรือไม่
เออ ว่าแต่ทำไมปากฉันถึงพล่อยไปยั่วโมโหเขานะ TwT
เธอทำให้ฉันโมโหแล้ว
สิ้นคำพูด ซีซั่นก็ย่างกรายเข้าไปใกล้ทุ่งหน้ามากยิ่งขึ้น โยกฉันไปมาเพื่อสร้างแรงเหวี่ยง เมื่อเห็นดังนั้นฉันก็ร้องลั่นออกมา (อีก) ทันที!
ม่ายยยยยย ไม่เอา แง๊ ปล่อยฉันนะ ร๊อตไวเลอร์ไม่ควรทำแบ กรี๊ดดดดดดด
ยังไม่ทันจะสิ้นคำพูด ซีซั่นก็ปล่อยมือโยนฉันออกไป เป้าหมายคือทุ่งนาแสนเฉอะแฉะ! ฉันกรี๊ดลั่นแล้วใช้แขนพันรอบคอเขาไว้ เมื่อเขาปล่อยมือและแรงดึงดูดของโลกกำลังดูดฉันเข้าไป ซีซั่นก็เสียการทรงตัวแล้วล้มลงมากับฉันในที่สุด!
อะไรเนี่ยยยยย ยัยโมกุเน่า เธอลากฉันลงมาทำไม ยี้ สกปรก!! =[]=!!
ซีซั่นร้องแล้วพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ตอนนี้เราสองคนมีทั้งดินโคลนเปรอะเปื้อนอยู่ครึ่งตัว อย่างที่เขาว่าแหละ เราสองคนสกปรกมอมแมมมากมาย อ๊ะ! ตายแล้ว T^T เอี๊ยมสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องของฉัน เปื้อนแบบนี้มันซักยากด้วย แง๊ TOT เปลืองแรงโมกุคูณสอง ฮือ เอี๊ยมตัวโปรด ดำอย่างโฉด ฮือๆๆ TTOTT
นายไม่มีสิทธิ์จะโวยวายนะซีซั่น นายโยนฉันลงมา ต้องโทษความสะเพร่าติ๊งต๊องของนายเอง แล้วดูสิ ฉันเอี๊ยมสีขาวนะ แง่งๆ
ฉันพูดแล้วเงยหน้าจ้องเขาอย่างไม่ยี่หระสายตาดุร้ายที่เขาตั้งใจจะทิ่มแทงมา แต่ก็ช่างเถอะ อย่างน้อยนายนั่นก็ได้ลงมาคลุกโคลนเป็นเพื่อนฉัน ฉันยิ้มสะใจก่อนจะพยายามลุกขึ้นเช่นกัน แต่เผอิ๊ญ เผอิญโคลนที่เราตกลงมาทับมันเป็นบ่อโคลนดูดน่ะสิ
โอ๊ะโอ =O=
หึหึ แรงน้อยนิดอย่างเธอลุกขึ้นมาไม่ได้หรอก
ซีซั่นว่าก่อนจะยันตัวเองขึ้นอย่างง่ายดาย อะชะเฮ้ย =O=!! ไม่ยุติธรรมอีกแล้วค่ะสวรรค์ ทำไมบุรุษถึงต้องมีแรงเยอะกว่าสตรี ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วฉันจะลุกขึ้นได้ยังไง!
นายช่วยฉันทีสิ ^-^
ฉันยิ้มแหะๆ ใส่ซีซั่นที่กำลังสำรวจสารรูปของตัวเอง ช่วยเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ น่าสงสารคนนี้ทีสิ เจ้าบางแก้วน้อย =O=
ทำไมและเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องช่วยเธอ -_-^
เขาถามควันออกหูเล็กน้อย ฉันอมยิ้มก่อนจะหยิบหญ้าแถวนั้นปาใส่เขา แต่มันก็โดยลมพัดโปรยกลับมาสู่พื้น
เพราะว่านายจะไม่ได้มอเตอร์ไซค์คืนถ้าไม่มีฉันน่ะสิ เร็วเข้า ฉันเอื้อมมือออกไปให้เขา ซีซั่นชักสีหน้าแบบว่า ยัยนี่น่ารำคาญมากกกก ขึ้นมาก่อนจะยื่นมือมาจับข้อมือฉันแล้วกระชากขึ้นมา เหวยๆๆๆ ลื่นนน >_<!!
อะชะเฮ้ >[]<!
อะไรเนี่ย =[]=!
ซีซั่นร้องขึ้นเมื่อฉันที่เพิ่งผุดขึ้นมาจากบ่อโคลนดูดเซถลาใส่อ้อมอกเขา อะชะฮ้วะ! มันเป็นความบังเอิญ ได้โปรดอย่าคิดโรแมนติค ความจริงแล้วมันน่าสยดสยองยิ่งนัก!! TOT! ฉันยันตัวออกมาจากตัวซีซั่นทันทีแต่เพราะความลื่นของโคลน (อีกครั้ง) ทำให้ฉันเซจนเกือบล้ม แต่คราวนี้ซีซั่นเอื้อมมือมาคว้าเอวฉันไว้ได้ทัน ฉันจึงไม่ต้องล้มลงไปนั่งจิ้มโคลนอีกครั้ง
แท่ดๆๆๆๆๆ
เสียงเครื่องยนต์แว่วมาใกล้ ซีซั่นจับฉันโยนขึ้นไปวางบนถนนเปื้อนโคลน (พื้นถนนกับพื้นนามันอยู่คนละระดับกัน) ฉันรีบลุกขึ้นยืนและไม่นานนักซีซั่นก็ปีนตามขึ้นมา เสียงแท่ดๆ นั่นมันคุ้นหูจัง...
ป้าเบิกบาน!
ฉันร้องเมื่อเห็นร่างคุ้นตาที่สวมหมวดงอบนั่งอยู่บนรถอีแต๋นที่ค่อยๆ ขับลุยโคลนเข้ามาทางนี้
อ้าว! โมกุ ฮ่าๆๆๆ
เมื่อป้าเบิกเห็นฉัน ท่านก็หัวเราะออกมาอย่าเบิกบานสมชื่อ ป้าเบิกเป็นภรรยาของลุงแจ่ม (ใส) มีลูกสองคนชื่อ น้ำใส และ ใจจริง ชื่อเจ๋งไปเลยใช่มั้ยครอบครัวนี้ >_<~
เป็นไงมาไงละเนี่ย โอย ดูสารรูปลูกสิโมกุ ดูไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ โอย เสื้อยิ่งขาวๆ อยู่ด้วย ตกลงไปในนาล่ะสิท่า
ฉันพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่รถอีแต๋นของป้าเบิกจะมาหยุดอยู่ตรงหน้า รถคันนี้ก็ไม่เบา ล้อเปรอะเปื้อนดินไปหมดแล้ว
อ่าว แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ใครกัน นักท่องเที่ยวเหรอลูก
ป้าเบิกเอ่ยปากถามแล้วหันไปมองซีซั่นที่ขมวดคิ้วพันกันยุ่งเหยิง ฉันยิ้มกว้างก่อนจะตอบ
ไม่เชิงค่ะ เขาชื่อซีซั่น เป็นหลานของอาจารย์หนูเอง ก็เนี่ย เขาจะมาอยู่เป็นเพื่อนหนู ป้าเบิกจะไปไหนเหรอคะ แล้วน้ำใสกับใจจริงไม่มาด้วยเหรอ O.O
ป้าจะเข้าไปในชุมชนสักหน่อย ไปซื้อของสักเล็กน้อย ลูกป้าสองตัวนั้นไปทำงานในไร่กะพ่อมัน อ๊ะ ว่าแต่ แหม่... เพื่อนหนูนี่หล่อเหลาเหลือเกินนะเนี่ย พอมองใกล้ๆ แล้ว -..- เข้าใจคบนะโมกุ หน้าตาดีสมาร์ทแมนแฮมซั่มเหลือเกินพ่อหนุ่ม ฮี่ๆ แต่ถ้ายิ้มหน่อยก็น่าจะหล่อกว่านี้นะ ฮ่าๆๆ
ว่าแล้วป่าเบิกก็หัวเราะออกมาอย่างคนอารมณ์ดี ฉันหัวเราะตามป้าเบิกก่อนที่จะสนทนากันสักพักอย่างเมามันส์ จะเหลือก็นายหน้าดุที่คอยนิ่วหน้าขมวดคิ้วยืนเป็นหุ่นไล่กาอยู่ตรงเนี้ยะ
ตกลงหนูจะไปไหน ไปแจ้งของหายเหรอลูก
ค่ะ ไปแจ้งของหาย ของหนูเกาอี้หายไปตัว ส่วนของเพื่อนหนูเขาโดนแย่งมอเตอรไซค์ไป
ฮะ?! ว่าไงนะ แมงกะไซค์เชียวหรือ! อึหือออ ไม่ไหวๆ เดี๋ยวนี้ไอ้พวกนั้นชักตัณหากลับ แย่เหลือเกิน เฮ้อ... ตั้งแต่ไอ้อ้วนนั่นเข้ามาดูแลนี่ไม่มีดีขึ้นเลยให้ตายสิ เอ้า! ขึ้นมาเลยลูก ทางเดียวกัน ^^
ป้าเบิกโชว์น้ำใจได้อย่างงดงามด้วยการชักชวนฉันและซีซั่นที่กำลังเดือดปุดๆ ขึ้นรถมาด้วย ฉันรีบไหว้ขอบคุณป้าทันทีก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งตรงหน้ารถตามมาด้วยซีซั่น ปกติเวลาของหายฉันมักจะเข้าไปแจ้งคนเดียวประจำ วันนี้มีคนไปด้วยรู้สึกเหมือนมีเพื่อนร่วมชะตาเลย ฮิๆ
บึ่งโล้ด! โอเย! ^-^
บึ่งละน๊า ฮะฮ่า! ^O^
=_=
+
+
เอาตอนที่ 2.5 มาลงให้แล้วจ่ะ ^-^ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและทุกกำลังใจ ขอบคุณมากที่ยังติดตามนิยายของเอลฟ์ค่ะ
ตอนนี้เอลฟ์ขอลงแค่ครึ่งหนึ่งของบทที่ 2 ในไมโครซอฟ (งงมั้ยเนี่ย) คืนต้นฉบับเอลฟ์เขียนในไมโครซอฟเวิร์ด แต่ว่ามันยาวตั้งสิบกว่าหน้า กลัวจะตาแฉะและเบื่อไปกันเสียก่อน ฮ่าๆ >_< ส่วนอีกครึ่งหนึ่งถ้าเป็นไปได้จะเอามาลงให้วันจันทร์นะคะ (โรงเรียนเปิดพอดี) โรงเรียนเอลฟ์ปิดแค่สองอาทิตย์เอง T^T;;
ว่าจะบ่นไม่มาก ขอบ่นอีกสักหน่อยล่ะกัน =w= กำลังนอยด์และน้อยใจ ฮือๆ T^T ไม่ใช่ในนี้แต่เป็นในชีวิตจริง ซีเรียส + เครียดมากมาย =3=;; แล้วยิ่งต้องมาแต่งนิยายตอนที่พระกะนางเค้าทะเลาะกัน (แอบสปอย 55+) มันยิ่งแซดดดดดด เข้าไปใหญ่ ได้แต่ปลอบตัวเองว่ามันคงเลวร้ายไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ชีวิตนี้เกิดมายังมีคอมไว้ใช้. . . มีทีวีไว้ดู มีทั้งพ่อ ทั้งแม่ พี่น้อง ญาติทั้งหลาย...ยังมีบ้านอยู่ มีอาหารกิน แค่นี้ก็คงพอแล้วเนอะกับชีวิตของคนๆ หนึ่งที่เคยเกิดมาแก้ผ้าและ ไม่มีอะไร
ที่เห็นและเป็นอยู่ ยังดีกว่าที่เคยเป็นมา ถอยหลังไปอีกสักนิดคบงไม่เป็นอะไรหรอกเนอะ
เฮ้อ... ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขสันต์วันฮัลโลวีนค่ะ ^^
+
+
อ่อ... โหวต + คอมเม้น ตามอัธยาศัยจ่ะ
สมัครสมาชิก