วันที่ : 28 ธันวาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Sweet Season บทที่ ๖/๑ : เป็นห่วง

+

+

+

+

เป็นห่วง

                ป๋อมแป๋ม ป๋อมแป๋ม~

            เสียงฉันตะกุยน้ำกลับเข้าฝั่ง ขณะนี้ฉันได้เจ้าลูกบอลสีแดงมาแล้ว! มันเล่นลอยละลิ่วไปไกลเหมือนกัน =_=;; ลมเย็นๆ พัดมาทำให้ร่างกายฉันสั่นสะท้านด้วยความหนาว ไม่นานนักฉันก็ถึงฝั่งและพาตัวเองกลับขึ้นมาจนได้ บรึ๋ย~ ตัวเปียกไปหมดเลย ตอนแรกคิดว่ามันจะตื้นซะอีก

            “ฮัดชิ่ว!!”

            นั่นไง หวัดกินแล้ว TOT ฉันสูดน้ำมูกหนึ่งทีก่อนจะกอดตัวเองและลูกบอลแน่น ฟ้าเริ่มมืดแล้ว แถวนี้ไม่มีแสงไฟซะด้วย เอาล่ะ แล้วทีนี้จะกลับยังไงละเนี่ย =O=;; ฉันปาดหยดน้ำให้ออกไปจากใบหน้า เดินเข้าไปหาทุ่งหญ้ารกและสูง ต้องฝ่าดงนี้อีกแล้วสินะ โชคดีที่วันนี้ฉันใส่เอี๊ยมกางเกงขาสามส่วนสีเขียว หญ้าจึงไม่ค่อยบาดขามากนัก แต่เรื่องเสื้อนี่สิ แฮ่ๆ แขนกุดสีเหลือง =w=;; โดนบาดซะแสบจี๊ดแถมยังหนาวอีกด้วยแหนะ

            “Zzzz…ZZzzzz”

            สะ…เสียงนี้อีกแล้ว! หลอนมากค่ะท่าน!! ฉันเบิ่งตาโตพลันหันซ้ายแลขวา เสียงงูขู่ฝ่อชัดๆ TOT!! ฉันถอยหลังห่างออกจากดงหญ้าอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นเสียงขู่ฝ่อก็ยังไม่หายไป อยู่ดีๆ ลมแรงๆ ก็พัดมาทำเอาฉันที่หนาวอยู่แล้วตัวสั่นมากขึ้นเข้าไปอีก เสียงขู่ฝ่อนั่นเข้าใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับฟ้าที่เกือบจะมืดสุดๆ แล้ว ฮือๆ ใครก็ได้ ช่วยฉันที TTOTT

            “กรี๊ด!!”

            ฉันกรีดร้องเมื่อเดินไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างล้มลง ลูกบอลกลิ้งหลุดจากอ้อมแขนเข้าไปใกล้ดงหญ้า ฉันที่รีบลุกขึ้นปัดเนื้อปัดตัวพบว่าหัวเข่ากับข้อศอกทะลอกจนมีเลือดซึมนิดๆ เฮอะ ในเมื่อร่างกายสะบักสะบอมแบบนี้ฉันไม่หวั่นแล้วโว้ย TOT ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อนมืด!

            ว่าแล้วก็วิ่งไปเก็บลูกบอลมากอดไว้อย่างแน่นหนาอีกครั้ง ยังไม่ทันจะยื่นมือไปแหวกดงหญ้า ฉันก็รู้สึกเหมือนกับมีตัวอะไรมาสะกิดขา และเมื่อก้มลงไปดู…

            “อะชะเฮ้ย! O_O!! กรี๊ดดดด!!”

            “Zzzz…ZZzzz”

            งูตัวยาวกำลังเลื้อยคลอเคลียกับเท้าของฉัน ด้วยความตกใจฉันจึงสะบัดมันออกไปอย่างเต็มแรง ผลที่ได้ก็คือโดนกัด!

            “โอ๊ย!!”

            ความรู้สึกเจ็บแล่นเข้ามาทั่วร่างกายโดนเฉพาะบริเวณขา ฉันทรุดลงไปนั่งทันที น้ำตาเริ่มไหลรินด้วยความปวดและความหวาดกลัว…ทำยังไงดี ฉันจะต้องหยุดพิษ จะต้องหาทางออก จะต้องเรียกคนมาช่วย น่ากลัวเหลือเกิน…ฉันยังไม่อยากตายอยู่ตรงนี้นะ!

            “ฮือๆ…ช่วยฉันด้วย ซีซั่น…ซีซั่น! TTOTT”

            ทำไมฉันถึงพูดชื่อคนๆ นี้ออกมา ตอนนี้เขาคงนอนตีพุงสบายอยู่ที่บ้าน เขาจะสงสัยมั้ยนะว่าฉันหายไปไหน T^T ฮือๆๆ ฟ้าเริ่มจะมืดสนิท ฉันมองไม่เห็นทางข้างหลังแล้ว ความกลัวของฉันมันพุ่งถึงขีดสุดแล้วสติสัมปชัญญะก็แตกกระจาย ฉันเริ่มร้องไห้อย่างลนลาน

            “ฮือๆๆๆๆ”

            “โมกุ! เธออยู่ไหน โมกุ!!”

            เสียงใครสักคนแผดเสียงดังลั่น มันก้องไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงนี้มัน…คุ้นเหลือเกิน!

            “ซีซั่น!! ฉันอยู่นี่

            ฉันพยายามตะโกนให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉับพลันร่างกายก็รู้สึกอ่อนแรง หน้ามืด…

            เสียงแหวกหญ้าดังลั่นไปทั่ว และในขณะที่สติกำลังจะดับ ร่างสูงคุ้นตาก็โผล่พรวดออกมาจากดงหญ้า เขาพุ่งมาหาฉันที่กำลังนอนซมอยู่ นอกจากความรู้สึกอบอุ่นที่เขาส่งผ่านให้ทางอ้อมแขน…ฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

+

+

          ใช้เวลาไม่นานนักซีซั่นก็อุ้มโมกุออกมาจากดงหญ้าได้อย่างรวดเร็ว ขาของหญิงสาวมีผ้าที่ถูกฉีกออกมาจากเสื้อซีซั่นพันเอาไว้จนเกือบแน่น ชายหนุ่มรีบนำโมกุโมกุไปยังเพิงเล็กๆ ของครอบครัวลุงแจ่มใสที่ตั้งอยู่ไม่ห่างทันที ในขณะเดียวกันลุงแจ่มและป้าเบิกก็วิ่งมาหาเขาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อได้ทราบข่าวจากใจจริง ลูกชายของพวกเขา ซีซั่นวางโมกุไว้บนแคร่ที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความหนาวเพราะแรงลมและตัวที่เปียกชื้น ไม่มีแม้แต่กำลังที่จะลืมตาขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

            “ยังโชคดี ดูจากแผลแล้วงูที่กัดไม่ใช่งูพิษ ยังไงตอนนี้รีบล้างแผลให้ก่อนดีกว่า”

            ลุงแจ่มใสบอกเมื่อพิจารณาดูแผลที่ถูกงูกัดอย่างทีถ้วน ป้าเบิกบานวิ่งไปเอาสบู่กับน้ำหนึ่งขันพร้อมอุปกรณ์ล้างแผลมาปฐมพยาบาลโมกุอย่างรวดเร็ว ซีซั่นหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดดวงหน้างามซึ่งชื้นไปด้วยหยดน้ำ ปากซีดสั่นระริกอย่างน่าสงสาร มีใจจริงที่นั่งร้องไห้เพราะตนเป็นต้นเหตุอยู่ข้างหลัง น้ำใสผู้เป็นพี่ก็นั่งปลอบใจเขาอยู่เงียบๆ

            ใช้เวลาไม่นานนักแผลงูกัดก็ถูกทายาสมุนไพรและถูกพันไว้อย่างเรียบร้อย ซีซั่นคลายความกังวลลงไปบ้างแต่ในดวงตาคมคู่นั่นก็ฉายรอยเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด ป้าเบิกบานเห็นดังนั่นก็สั่งให้ทุกคนออกไปรอข้างนอกห้องเพราะตนจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้โมกุ ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะต้องนอนซมเพราะพิษไข้เสียแล้ว

            “พี่ซีซั่น ผมขอโทษ ผมมันไม่ดี ไม่น่าขอร้องพี่โมกุเลย ไม่น่าเตะลูกบอลไปไกลเลย”

            ใจจริงพร่ำคำขอโทษ ตากลมโตมีน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมา ซีซั่นส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะดึงเจ้าเด็กน้อยข้างหน้ามากอดปลอบ น้ำใสเห็นดังนั้นก็เดินเข้ามาใกล้และกอดปลอบน้องชายด้วยคน

            “พี่โมกุเปรียบเหมือนพี่สาวแท้ๆ ของพวกเราค่ะ เวลาเกิดเรื่องอะไรพี่โมกุเขาก็จะคอยดูแลและช่วยเหลือพวกเราเสมอ พี่โมกุเป็นคนดีและน่ารักมากๆ เลย พี่เขาทำเพื่อพวกเราเสมอมาแต่พวกเรากลับตอบแทนด้วยปัญหาไม่หยุดหย่อน…”

            ว่าแล้วน้ำใสก็สะอื้นออกมาเบาๆ น้ำเสียงที่พูดออกมาบ่งบอกถึงความเป็นห่วง เสียใจ และนับถือโมกุได้อย่างชัดเจน สองพี่คนคู่นี้คงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อโมกุไม่ใช่น้อย…

            “ไม่เป็นไร อย่าโทษตัวเองเลย ไม่ใช่ความผิดของพวกเธอหรอก ยัยเซ่อโมกุนั่นแหละ ทำอะไรไม่รู้จักคิด อย่าร้องไห้นะ …ถ้าโมกุออกมาเห็นเขาคงไม่สบายใจหรอก”

            ซีซั่นปลอบพลางลูบหัวสองพี่น้องน้ำใสใจจริงเบาๆ ทั้งคู่ปาดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ

            “พี่โมกุเขาปลอดภัยแล้ว ไว้วันหลังมีปัญหาอะไรก็มาหาพี่ก็ได้ โอเคมั้ย”

            รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อคมคาย สองพี่น้องผงกหัวขึ้นลงก่อนที่ความเศร้าหมองจะค่อยๆ ละลายหายออกไปจากใจ

            “ตอนแรกน้ำใสคิดว่าพี่ซีซั่นยิ้มไม่เป็นซะอีก”

            คำพูดของเด็กน้อยทำเอาคนยิ้มไม่เป็นหัวเราะหึๆ …ไม่ใช่ว่ายิ้มไม่เป็นแต่ไม่ค่อยยิ้มต่างหาก ยัยโมกุหาปัญหามาให้สะสางไม่เว้นแต่ละวันแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปยิ้มล่ะเนี่ย ซีซั่นคิด ฉับพลันมุมปากก็กระดกขึ้นเป็นรอย ‘ยิ้ม’ โดยไม่รู้ตัว

            “ผมอยากเข้มแข็งเหมือนพี่ซีซั่นจัง อยากหล่อเหมือนพี่ด้วย เมื่อกี้ตอนที่พี่อุ้มพี่โมกุเข้ามามันเท่มากเลยฮะ”

            ใจจริงบอกพลางยิ้มจนเห็นฟันหลอสองซี่ ซีซั่นหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิแล้วในเด็กๆ มานั่งคุยกันข้างหน้า ฆ่าเวลาที่ป้าเบิกเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อให้สาวน้อยข้างในห้อง

            “พี่ซีซั่นเป็นห่วงพี่โมกุมากเลยใช่มั้ยคะ”

            เสียงใสๆ ของน้ำใสถามขึ้น ซีซั่นขมวดคิ้วกับคำถามนั้นแล้วเอนตัวไปข้างหลัง ใช้แขนทั้งสองข้างยันเอาไว้พลางเหม่อมองออกไปในทุ่งหญ้ากว้าง

            “พี่น้ำใสถามอะไรแบบนั้น! ก็ต้องห่วงอยู่แล้วสิ คนเขาชอบกันนี่นา”

            เสียงท้วงของใจจริงทำให้แขนซีซั่นแทบล้มทั้งนั่ง สองพี่น้องเงยหน้ามองซีซั่นตาปริบๆ เอ๊ะ...หรือว่าไม่จริง ทำไมพี่ซีซั่นต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้นด้วยล่ะ...

            “พี่ซีซั่นทำหน้าแบบนั้นทำไมเหรอคะ... หรือว่าพี่ซีซั่นไม่ได้ชอบพี่โมกุ OoO”

            ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ไอ้สองพี่น้องนี่ช่างถามจริง แล้วทีนี้เขาจะตอบกลับไปว่าไงดีล่ะเนี่ย ถ้าบอกว่าชอบมันก็ไม่ใช่ ถ้าบอกไม่ใช่สองคนนี้ก็จะไม่ชอบอีก =_=…

            “ก็ไม่เชิงชอบแบบนั้น เป็นแค่คนรู้จักกันเฉยๆ -_-”

            ยัยโมกุมันตัวปัญหา ใครได้ยัยนี่ไปเป็นแฟนก็คงโชคร้ายน่าดู

            “แต่พี่ซีซั่นดูเป็นห่วงพี่โมกุมากเลยนะ พอบอกว่าพี่โมกุอยู่ในอันตรายพี่ก็วิ่งเร็วปรื๋อเลย พี่โมกุเคยเล่าให้ฟังด้วยว่าพี่ซีซั่นชอบช่วยพี่โมกุไว้บ่อยๆ >_<”

            “=O=”

            ซีซั่นไม่รู้ตัวเองเลยว่าเขาทำแบบนั้น เขารู้แค่เพียงว่ายัยเซ่อเพี้ยนงี่เง่าปากมาก (และอื่นๆ) ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย ไปไหนก็ไม่ทันคนเขาเลยจริงๆ เดินอยู่บนคันนาอยู่ดีๆ ยังเคยร่วงลงไปในนาหน้าตาเฉย -_- นับภาษาอะไรกับพวกสิบแปดมงกุฎที่จ้องจะคอยเล่นงาน ปู่ของเขาก็พูดฝากฝังไว้อย่างดี จะไม่ให้ห่วงยังไงไหว...ซีซั่นคิดไปคิดมาปากก็โพล่งออกไปเฉย...

            “ยัยเพี้ยนโมกุนั่นน่ะนะ ทั้งดื้อ ทั้งซน งอแง ง้องแง้ง เงอะงะ ปากมาก ไม่เชื่อฟัง =_= สารพัด! เถียงคำไม่ตกฟากอีกแหนะ สมองไม่เหมือนคนอายุสิบแปดเลยสักนิด เขาอาจจะดูเป็นผู้ใหญ่สายตาเธอสองคนแต่ที่จริงแล้วยัยนี่อ่อนแออย่างกับอะไรดี”

            ถึงแม้คำพูดที่พูดออกมาจะฟังแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยคำตำหนิติเตียนมากมาย แต่ซีซั่นก็ยังอดที่จะแอบยิ้มขำกับตัวเองไม่ได้เมื่อนึกถึงโมกุ ถึงจะเพี้ยน ปากมาก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ยัยนั่นก็เป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคนอื่นแม้สังขารตัวเองจะไม่อำนวยก็ตามทีเถอะ และก็เพราะอย่างนั้นไงล่ะ โมกุถึงต้องตกที่นั่งลำบากเป็นประจำ

            ไว้ยัยเพี้ยนนั่นตื่นขึ้นมา เห็นทีจะต้องสั่งสอนกันยกใหญ่ซะแล้ว

+

+

+

                เป็นเวลาสองทุ่มกว่าเมื่อซีซั่นค่อยๆ อุ้มร่างบางอ้อนแอ้นที่กำลังหลับเป็นตายไว้ในอ้อมแขน โมกุกำลังหลับสนิทในชุดเสื้อคอกระเช้ากับผ้าถุง ใบหน้าหวานที่เริ่มมีสีเลือดกำลังหลับลึก แต่ยังไงซีซั่นก็ต้องระมัดระวังอย่างมากที่จะไม่ให้เจ้าตัวตื่นขึ้นมา จะว่าไปแล้วการได้เห็นโมกุใส่ชุดอื่นนอกจากเอี๊ยมกางเกงก็ดูแปลกตาอยู่ไม่ใช่น้อย

            ระยะทางจากบ้านลุงแจ่มใสกับบ้านนากลางทุ่งไม่ค่อยไกลมากนัก แต่ถึงแม้ไม่ไกลก็ยังยากอยู่ดีเพราะคันนาที่เดินอยู่มีสภาพขรุขระ กอปรกับเส้นทางอันมืดมิดทำให้การเดินทางเป็นไปได้อย่างยากลำบาก นี่ถ้าไม่มีแสงจันทร์คอยช่วยสาดส่อง ซีซั่นอาจจะตกนาไปตั้งแต่ห้าก้าวแรกแล้วก็ได้

            เสียงแมลงกลางคืนร่ำร้องอยู่รอบบริเวณ ลมกลางคืนพัดมาปะทะชวนให้คนตัวสูงขนลุกนิดๆ แต่เมื่อมองไปยังร่างบางในอ้อมแขน เขาก็ต้องกระชับเธอให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกเพราะกลัวว่าพิษไข้จะยิ่งได้ใจ และเหมือนร่างบางในอ้อมแขนของเขาจะรู้หน้าที่ โมกุกระชับเสื้อของซีซั่นแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวพลางเบียดตัวเข้ามาใกล้เหมือนเด็กที่ต้องการความอบอุ่น ฉับพลันหัวใจของซีซั่นก็เต้นรัวขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ... เขาเงยหน้าขึ้นมาจากใบหน้าของหญิงสาวพลางขมวดคิ้ว

            สงสัยเพราะอากาศหนาว ชายหนุ่มคิดพลางสะบัดศีรษะไล่ความคิดบ้าๆ ว่ามันคงมีมากกว่านั้นออกไป บ้านนากลางทุ่งเริ่มโผล่มาให้เห็นอยู่รำไร ซีซั่นรีบเดินให้เร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็พยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนออกไป...

            ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขน?

          อ๊ากกกกก นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ =[]=!

+

+

+

            ขอบคุณทุกคอมเม้นมากๆ เลย TwT แล้วเอลฟ์จะเอาไปแก้ไขนะคะ เม้นแบบนี้มีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาก -..-

            ตอนนี้เปลี่ยนธีมใหม่ อย่าเพิ่งสงสัยว่า Accidentally in Love ไม่อยากรักหรอก แต่ใจมันหลอกให้รัก! คืออะไร เรื่องใหม่รึเปล่า =w=; คำตอบคือ มันก็คือชื่อเรื่องที่มาแทน sweet season เพราะเอลฟ์ว่าชื่อของ sweet season มันพื้นๆ ไป =w=;; เลยเปลี่ยนเป็น Accidentally in Love ไม่อยากรักหรอก แต่ใจมันหลอกให้รัก! แทน ขอบคุณเฮดสวยๆ จากน้องแววด้วยนะคะ ^__^

            เอาล่ะ ไม่มีอะไรให้แพล่มแระ ยังไงก็ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอมา ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ J

            แล้วพบกันหลังปีใหม่ [วันที่สอง] =w=;;;;;; Happy New Year ล่วงหน้านะคะทุกคน!!

            รักคนอ่านมากมาย จุ๊บๆ จึ๋ยๆ -.,-!!

วาดรูปมาฝาก ตั้งแต่คริสมาสต์แล้วลืมลง 55+

มาตอนนี้ก็ยังไม่สาย เนอะๆ เลยมา3วันเอง (ตั้ง3วัน!!)

Merry Christmas + Happy New Year 2009 จ้า

Photobucket

 

 

 

 

 

tags : ....  
เขียนโดย SeEiw : 2008-12-28 16:15:53

/3