วันที่ : 0 543
ชื่อตอน (chapter) : Sweet House บทที่ 25 : ตลก - ขบขัน

25

                วันเวลาผ่านไปเอย่างเร็วราวโกหก สองอาทิตย์ต่อมา คร๊อกเก้และพ่อของฉันก็ต้องบินกลับอเมริกา T^T คร๊ฮกเก้ต้องกลับไปเรียนต่อส่วนพ่อก็ต้องกลับไปดูแลธุรกิจต่อ แงๆ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน ที่จริงน่าจะอยู่แบบถาวรไปเลยนะ ไหนๆ ความทรงจำฉันก็กลับมาแล้ว โฮๆ

                “ยังไม่เลิกซึมอีกแหนะ -_-”

                เสียงซีรีส์ดังขึ้นทำให้ฉันต้องเบือนหน้าจากวิวนอกหน้าต่างหันมาหาเขา

                “นี่เรากำลังจะไปไหนเหรอ”

                ฉันว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้พวกเราสองคนกำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่งแหนะ O_o ซีรีส์บอกจะพาฉันไปเที่ยวฉลองวันหยุด ใจจริงเราอยากจะชวนพวกเชลลี่ น้ำฝน และคนอื่นๆ ไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าแต่ละคนจะไม่ว่างกันเลย T_T;; โดยเฉพาะเซคชั่น! เขายังไม่กลับมาบ้านเลย นี่มันหลายอาทิตย์แล้วนะ แงๆ คนที่บ้านก็ไม่เห็นบ่นกัน ฉันถามก็ไม่มีใครตอบ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา T^T ฉันเป็นห่วงจะตายอยู่แล้ว

                “ไม่บอก”

                ซีรีส์ตอบกลับ ฉันชักสีหน้าบู้บี้ ตอบอย่างนี้ทุกทีหงะ ตอนนี้เราก็เดินทางออกมาจากกรุเทพค่อนข้างไกล ฉันแอบเดาๆ ไว้บ้างแหละ -..- มันจะต้องเป็นทะเลไม่ก็น้ำตกแน่เลย หุหุ

                “ถ้าง่วงก็นอนไปเลยนะ”

                ซีรีส์ว่าแล้วดันหัวฉันให้ชิดกับเบาะรถ ฉันหัวเราะร่วนแล้วดันแขนเขาออกไป ดันมาซะแรงเลยนะนั่น -O-;;

                “นี่ยังไม่เที่ยงเลยนะ อีกอย่าง ถ้านายลักพาตัวฉันไป ฉันก็จำทางกลับบ้านไม่เจอน่ะสิ -O-!!”

                “เชื่อฉันสิ ถึงเธอดูทางเธอก็จำทางกลับบ้านไม่ได้หรอก”

                “ดูถูกเรอะ -_-^”

                “จริงมั้ยล่ะ -_-”

                “จริง T^T”

                “งั้นเงียบซะ”

                “แงๆๆๆ”

                ฉันร้องแล้วพลิกตัวเข้าหาหน้าต่าง เชอะ =3= เออสิ ฉันโง่ ฉันซื่อ -_- นอนก็ได้ เชอะ ง่วงแล้ว

                “ถึงแล้วฉันจะปลุกนะ”

                เสียงซีรีส์ดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสเบาๆ ที่ศีรษะ พร้อมกับปรับเบาะให้เอนลง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งตัวฉัน ซีรีส์น่ารักเสมอแหละ =^= นายนี่ดูเผินๆ ถ้าใครไม่รู้จักก็คงคิดว่าเขาเย็นชา แต่ถ้ารู้จักจริงๆ ซีรีส์น่ะ น่าคบอย่างสุดๆ -O-!!

                ฉันหลับตาลงได้สักพักก็ต้องลืมตาขึ้นอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเสียงอะไรสักอย่างดังมาจากนอกรถ ฉันผงกหัวขึ้นก็พบว่าข้างหน้าอีกประมาณสิบเมตร หญิงชายสองคนกำลังตะโกนลั่นและโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน ทำนองว่าจะติดรถไปด้วยงั้นล่ะ *O*

                “ซีรีส์ๆ” ฉันเรียกซีรีส์แล้วยันตัวเองขึ้นจากเบาะที่ถูกปรับให้เอนลง “พวกเขาทำอะไรน่ะ”

                “โรคจิตล่ะมั้ง มิจฉาชีพ -_-^ อย่าสนเลย นอนๆๆๆ”

                ซีรีส์ว่าแล้วทำท่าจะดันหัวฉันอีกรอบ ฉันผลักมือเขาออกไปเบาๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่หญิงชายคู่นั้น

                “เขาเหมือนอยากจะติดรถเราไปเลย” ฉันพูดเมื่อรถเริ่มขับเข้าไปใกล้

                “ไม่ใช่หรอกน่า นอนๆ -_-” ซีรีส์บอกแล้วพยายามดันหัวฉันอีกรอบ

                “ใช่สิ! เขาทำสัญญาณมือนะ” ฉันเถียง

                “บอกว่าไม่ใช่ -O-! ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ชะตาใครชะตามัน นอนๆๆๆ”

                “จอดๆๆๆๆ >Oฉันร้องเมื่อซีรีส์ทำท่าจะขับรถผ่านพวกเขา

                “โธ่เอ๊ย! -_-!!”

                ซีรีส์ร้องออกมาอย่างหัวเสียแต่ก็ยอมจอดแต่โดยดี ฉันเอนเบาะกลับเข้าที่เดิมแล้วเลื่อนกระจกรถลง หญิงชายคู่หนึ่งแต่งตัวมอมแมมเหมือนเพิ่งไปเดินลุยขี้โคลนมา พวกเขาดูเหนื่อยเอามากๆ เลย ดูเหมือนต้องการความช่วยเหลืออย่างแรง ดูจากรูปร่างแล้วอายุไม่น่าต่ำกว่าสิบห้าและไม่เกินยี่สิบ

                “สวัสดีค่ะ มีปัญหาอะไรเหรอคะ”

ฉันยิงคำถามไป หญิงชายคู่นั้นยิ้มระรื่นแล้วทำท่าจะปีนกระจกรถเข้ามา เย้ย! O_O ซีรีส์รีบเลื่อนกระจกขึ้นทันที ส่วนฉันมีอาการตกใจนิดหน่อย หญิงชายคู่นั้นชักสีหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้

                “ปล่อยพวกเขาไปเถอะซูกัส”

                ซีรีส์บอกแล้วทำท่าจะขยับเกียร์ให้รถออก แต่ฉันรีบจับมือเขาไว้

                “ลองอีกที พวกเขาดูน่าสงสารออก”

                ฉันส่งสายตาอ้อนซีรีส์ สักพักเขาก็ถอนหายใจพรืดออกมา ฉันหันไปเลื่อนกระจกอีกทีแต่คราวนี้เปิดแค่ไม่ถึงครึ่งเท่านั้น

                “เอิ่ม…ให้ช่วยอะไรมั้ยคะ”

                “ขอติดรถไปด้วยหน่อยสิคะ พอดีเราเกิดอุบัติสิเหตุกลางทาง ไปด้วยนะคะ นะๆๆ”

                หญิงสาวหน้าตามอมแมมพูดพลางประสานมือแล้วเขย่าไปมา หน้าตาเธออ้อนวอนสุดฤทธิ์ มีผู้ชายมอมแมมพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ ฉันหันไปขอความเห็นจากซีรีส์ซึ่งเขาทำหน้าเหมือนโดนตะหลิวฟาดเข้าที่ท้อง เอาไงดีล่ะ -O-;; และในระหว่างที่ฉันทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น ซีรีส์ถอนหายใจพรวดแล้วพูดว่า

                “ถามเขาสิว่าจะไปไหน ถ้าไกลเกินหนึ่งกิโลฉันไม่ไปส่งให้นะ -_-”

                ฉันยิ้มกว้างขึ้นมาทันที ถึงปากจะพูดแบบนี้แต่เอาเข้าจริงนายนี่ต้องพาไปส่งถึงที่แน่ๆ ว่าแล้วฉันก็หันกลับไปเจรจากับหญิงชายมอมแมม

                “จะไปไหนคะ”

                “เขาใหญ่”

                ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนน!!

                ฉันสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงแตรรถมันดังสะบึ้มเหมือนเพลงที่เปิดในเทค ฉันหันไปดูซีรีส์ก็พบว่าเมื่อกี้เขาเพิ่งเอาหัวฟาดเข้ากับพวงมาลัยรถ!

                “ซีรีส์ฉันร้องแล้วรีบหันหน้าเขาเข้ามาหาฉันทันที “นายเป็นอะไรน่ะ เป็นลมเหรอ ไม่สบายเหรอ เอาหัวไปกระแทกพวงมาลัยรถทำไม

                ฉันถามเสียงหลงแล้วจับหน้าจับตาเขาไปมา ตัวก็ไม่ร้อน หน้าก็ไม่ซีด แค่ดูบูดและบึ้งเท่านั้นเอง แล้วเมื่อกี้เอาหน้าไปกระแทกกับพวงมาลัยรถทำไมอ่ะ ใจหายหมด TOT!!

                “ฉันไม่เป็นไร -_-” เขาบอกแล้วจับมือฉันเอาไว้ “เธอแน่ใจเหรอว่าจะเอาพวกเขาไปอ่ะ”

                ฉันหันไปหาหญิงชายมอมแมมอีกที พวกเขามีแววตาเศร้าสร้อยและกำลังรอคำตอบจากฉันอยู่ ในเวลานี้พวกเขาคงกำลังลำบากมากสินะ คนเดือนร้อนก็ต้องช่วยกันถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงไม่ใช่เหรอ...

                “เขาใหญ่ไกลมั้ยซีรีส์”

 

 

                [My turn to Talk : Series]

                “เขาใหญ่ไกลมั้ยซีรีส์”

                ยัยเบื๊อกน้อยหันมาถาม ผมแทบจะเอาหน้ากลับไปฟาดกับแตรรถอีกเลยทีเดียว -_- พนันกันว่ายังไง ไกลไม่ไกล ยัยนี่ก็ต้องเอาสองคนนี้ขึ้นรถไปอยู่ดี!!

                ...และผมก็ต้องใจอ่อนยอมเธอทุกครั้ง =O=

                “จะขึ้นก็ขึ้นมา ชักช้าฉันจะเปลี่ยนใจ”

                ในที่สุดผมก็พูดมันออกมา ยัยเบื๊อกยิ้มกว้างแล้วหันไปโบกไม้โบกมือกับสองคนที่อยู่นอกรถ พวกนั้นยิ้มจนเห็นฟันเหลืองแล้วเปิดประตูรถผมขึ้นมาพร้อมกระเป๋าคนล่ะใบ อย่าทำบีเอ็มเอ็กซ์สามฉันเลอะนะเว้ย เลอะนี่มีเคือง อุตส่าห์เช็ดถูอย่างดีเพื่อทริปนี้เชียว -_-!!

                “เฮ้!!!!!”

                “เย้!!!!!”

                “อย่าเสียงดัง ไม่งั้นก็ลงไป

                ผมตวาดลั่นแล้วมองผ่านสองคนนั้นทางกระจกรถ พวกนั้นดิ้นแด่วๆ เหมือนไส้เดือนปวดไส้ติ่ง ซูกัสเอานิ้วชี้แตะปากตัวเองแบบว่า จุ๊ๆๆ เป็นเชิงให้สองคนนั้นเงียบ เมื่อผมเห็นว่าสองคนนั้นสงบแล้ว (แม้ใบหน้ายังมีแววตื่นๆ และร่าเริงอย่างปิดไม่อยู่) ผมก็เริ่มออกรถ

                “ชื่ออะไรกันเหรอ”

                ซูกัสหันไปถามสองคนนั้น

                “ฉันชื่อตลก”

                ยัยคนผู้หญิงบอก

                “ฉันชื่อ ขบขัน”

                ผู้ชายพูดบ้าง

                “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

                นี่เสียงผม 55+

                “ชื่อเพราะจังเลย ^-^”

                ฮ่าๆๆๆๆๆ โกหกไปได้นะยัยเบื๊อก ฮ่าๆๆๆ ตลกขบขัน เข้ากันจริงจริ๊งงง -_- ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนใจนิดหน่อยที่อยู่ดีๆ ก็รับสองคนนั้นขึ้นมา จะว่าก็ว่าเหอะ แต่พวกเขาเหมือนคนสติไม่เต็มเต็งเลย

                “ว่าแต่ ซีรีส์ เขาใหญ่ไกลมั้ยอ่ะ นายไปถูกรึเปล่า”

                ซูกัสหันมาถามด้วยสีหน้ากังวล ผมพยักหน้าส่งๆ แบบว่าไม่อยากพูดอะไรมาก ชิ กะจะทำเซอร์ไพร์สซักหน่อย ก็เขาใหญ่น่ะมันที่ๆ เรากำลังจะไปพอดี บังเอิญมากที่ตลกกับขบขันไปทางเดียวกัน หวังว่าพวกเขาจะไม่ได้ไปที่เดียวกับผมด้วยหรอกนะ!

                “ว่าแต่เธอกับนายคนขับรถชื่ออะไรเหรอ”

                ตลก (ไม่อยากเรียกชื่อยัยนี่เลย มันแปลกๆ ไงไม่รู้ -O-;;) ถามแล้วเด้งตัวขึ้นมาเกาะเบาะที่ซูกัสนั่งอยู่ ดูไปดูมายัยตลกนี่คล้ายคนบ้า ผมชักระแวงซะแล้วสิ -_- รีบเหยียบให้ถึงเขาใหญ่ไวๆ ดีกว่า

                “ฉันชื่อซูกัส ส่วนคนนี้ชื่อซีรีส์ ^-^”

                ยัยเบื๊อกบอก และในทันทีทันใด....

                “ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ”

                “ฮ๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ”

                เสียงหัวเราะของไอ้ตลกขบขันก็ดังขึ้นระงมรถจนผมตกใจเกือบเหยียบจนมิด ยัยซูกัสก็มีท่าทางตกใจไม่น้อย แล้วไอ้พวกนั้นหัวเราะอะไรวะ! ชื่อผมน่ะเหรอ ไม่มีทาง!

                “บอกให้เงียบไงวะ ให้ขึ้นรถก็ดีตายแล้วนะ หัวเราะอะไรอีก ไม่อยากเจอถีบก็หุบปากซะ!!”

                ซีรีส์ ณ บทโหดครับ -_-

                “ชะ...ชื่อนายเหรอ ก๊ากๆๆๆ ซีรีส์ ก๊ากๆๆๆ”

                “ซีรีส์!! ว๊ากๆๆๆๆๆ ตลกดีเนอะตลก!! ฮ่าๆๆ”

                “ใช่เลยขบขัน ก๊ากๆๆๆๆๆๆ”

                นะ...หนอย หัวเราะชื่อผมเรอะ (ได้ข่าวนายก็หัวเราะชื่อเค้านี่ -_-??) ยัยเบื๊อกหน้าหดเหลือสองนิ้วและมองผมอย่างหวาดระแวง ใช่สิ!! หน้าผมตอนนี้มันโคตรโหดเลย คิดผิดจริงๆ ที่เอาไอ้สองตัวนี้ขึ้นรถมา!

                เอี๊ยดดดดดดดด...

                ผมเหยียบเบรคสุด teen เมื่อเห็นว่ายัยเบื๊อกมีเข็มขัดรัดไว้แล้ว บนถนนสายนี้ไม่ค่อยมีรถเท่าไหร่จึงไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่กับการทำแบบนี้ -_-

tags :  
เขียนโดย : 0000-00-00 00:00:00

/31