ด่านตรวจคนเข้าเมือง อาณาจักรโรอาร์...
"นี่ทำไมล่ะ!!"มารอทเริ่มขึ้นเสียง
"ขอโทษนะแต่มันคือกฏ คนที่ไม่ใช่ปีศาจหรือพวกที่มาจากโลกมืดน่ะห้ามเข้า"ทหารยามอธิบาย
"โลกมืด?"ฟาลิชทวนคำ
"อ้อ โทษทีคนนอกอาจจะไม่ค่อยรู้หรอกคือที่นี้น่ะสามารถเชื่อมต่อกับโลกมืดได้บ้างน่ะ"ทหารยามอีกคนอธิบาย
"แต่พ่อผมเป็นคนจากโลกมืดนะครับ"ฟอล์กเนอร์แย้ง
"แต่เธอหน้าตาไม่ค่อยเหมือนคนจากฝั่งนั้นเลยนะ เธอชื่อะไรล่ะเผื่อเจอในบัญชีจะได้เข้าได้"ทหารยามคนแรกบอก
"ฟอล์กเนอร์ อีวีเลียส อวาลัส"ฟอล์กเนอร์แนะนำตัว
"อืม...ไม่มีแฮะ"ทหารยามคนเดิมบอก
"เดี๋ยว!! เมื่อกี้เธอว่าเธอชื่ออะไรนะ"ทหารยามคนที่สองถาม
ปราสาทอาณาจักรโรอาร์...
"นายท่านครับเราเจอเค้าครับ!!"หัวหน้าทหารยามวิ่งเข้ามาทูลราชาของอาณาจักร
"เชิญพวกเค้าเข้ามาสิ"ราชาตรัสเสียงเรียบ
"นำตัวนายน้อยเข้ามาได้!!"หัวหน้าทหารยามตะโกน
สิ้นเสียงของหัวหน้าทหารยามทั้งหกถูกหิ้วปีกเข้ามาปล่อยไว้บนพรมสีดำสนิท เบื้องหน้าของพวกเขาคือชายวัย30ผิวซีดที่นั่งอยู่บนบัลลังสีแดงทึบ
"มาแล้วเหรอ"ราชาแห่งโรอาร์ตรัสเสียงเรียบ
"พวกแกเป็นใคร!!"มารอทตะโกนถามเสียงแข็งทำให้ทหารองครักษ์ลุกฮือขึ้น
"ไม่เป็นไรๆ"ราชาตรัสกับเหล่าองครักษ์"ชื่อของชั้นคือ โครวัส เซอร์แพนส์ เป็นราชาของอาณาจักรนี้และเป็นพ่อทูลหัวของเค้า"ราชาตรัสขณะชี้ไปยังฟอล์กเนอร์
"งั้นหรือครับ"มารอทลดท่าทีลง
"ไม่ต้องนอบน้อมอย่างนั้นก็ได้ แล้วนี่เธอคิดจะทำอะไร"โครวัสต่อพลางชี้ไปยังฟอล์กเนอร์
"ปล่าวซะหน่อย"ฟอล์กเนอร์ปฎิเสธ
"ชั้นพูดกับเธอที่ไหนล่ะ ชั้นพูดกับด็อพเพลเกนเกอร์ที่อยู่ในเงาเธอต่างหาก"โครวัสต่อ
"โซล ออกมาเถอะ"ฟอล์กเนอร์พูดเสียงเรียบ
"ชื่อโซลหรอเธอน่ะ"โครวัสถาม
"ขอรับ"โซลตอบเสียงแข็ง
"โซล!! ขอโทษเค้าเดี๋ยวนี้!!"ฟอล์กเนอร์เริ่มฉุน
"เอาเถอะๆชั้นไม่ถืออยู่แล้ว พวกเธอคงเหนื่อยกันแล้วสินะ ทหาร!!นำสัมภาระของพวกเค้าไปเก็บที่ห้อง!! แล้วพวกเธอก็ตามชั้นมาเดี๋ยวจะพาไปทานข้าว"โครวัสพูดเร็วปรื๋อ
ห้องอาหารปราสาทโรอาร์...
"งั้นเหรออายุ20ก็ติดด็อพเพลเกนเกอร์แล้วเหรอ"โครวัสเอ่ย
"แล้วมันไม่ดียังไงหรอครับ"มารอทถาม
"มันจะกินพลังชีวิตของผู้เป็นร่างต้นน่ะสิ"ฟอล์กเนอร์ตอบ
"แต่ของนายท่านน่ะมีพลังชีวิตไม่จำกัดอยู่แล้ว นายท่านก็เลยยอมติดผมไว้น่ะสิขอรับ"โซลที่แปลงร่างเป็นหมาป่าที่กำลังแทะกระดูกเล่นอยู่ที่มุมห้องพูดต่อ
"พลังชีวิตที่ไม่จำกัด?"แคโรลไลน์ทวนคำ
"เพราะสายเลือดของมาสเตอร์อีกล่ะสินะขอรับ"อินูอิต่อ
"เอาน่าๆว่าแต่ใครชื่ออะไรกันมั่งเนี่ย"โครวัสถาม
หลังการแนะนำตัวของแต่ละคนการรัปประทานอาหารวันนั้นก็เป็นไปอย่างเอื่อยๆและดูเหมือนว่าโครวัสและโซลจะเข้ากันได้ดีราวกับทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน
หลังอาหาร...
"นี่พวกเธอ กำลังจะไปไหนกันต่อล่ะ"โครวัสถาม
"อาณาจักรเฮเรนเดลครับ"ฟอล์กเนอร์ตอบ
"งั้นหรอ ชั้นของแนะนำให้พวกเธอไปที่เหมืองทางตะวันออกของโรอาร์ที่นั่นมี..."โครวัสพูดไม่ทันจบก็โดนฟอล์กเนอร์ต่อทันที
"ผลึกที่มีคุณสมบัติของ"ดิน"ใช่มั้ยล่ะครับ"ฟอล์กเนอร์ถามพลางเปิดบันทึกอย่างเร่งรีบ
"ใช่ ชั้นจะบอกให้พวกเธอไปเอาหินนั่นมาซะ เพราะยังไงซะมันก็เป็นหนึ่งในอาคมของ อีวีเลียส หมายถึงพ่อเธอน่ะ"โครวัสตอบ
"หมายความว่ายังมีอย่างอื่นอยู่ด้วยหรอครับ"ฟาลิชถาม
"มีสิ ที่ชั้นรักษาไว้ก็คือผลึกที่มีคุณสมบัติของ"ความมืด"เอาไว้พวกเธอกลับมาเมื่อไหร่ชั้นจะเอาให้"โครวัสอธิบาย"พวกเธอไปนอนซะเถอะนี่ก็เริ่มมืดแล้ว"
วันต่อมา...
เหมืองทางตะวันออกของอาณาจักรโรอาร์...
"นี่ พวกเธอจะตามเข้ามามั้ย"ฟอล์กเนอร์ถาม
"แน่นอนค่ะมาสเตอร์ เดี๋ยชั้นกับอินูอิไปด้วย"รอเรนเซ่ตอบอย่างตื่นเต้น
"แล้วพวกเธอล่ะ"ฟอล์กเนอร์หันไปถามแคโรลไลน์
"ไปด้วยสิครับ!! ยังไงผมก็ไม่ปล่อยให้ไปกันแค่ห้าคนหรอก"ฟาลิชตอบอย่างร้อนรน
"งั้นก็ได้"มารอทสรุป
ในเหมือง...
"ที่นี่มันเงียบแปลกๆนะครับ"ฟาลิชเอ่ยขึ้นลอยๆ
"ระวังแก๊สแล้วกัน ในถ้ำในเหมืองแบบนี้แก๊สยิ่งมีเยอะๆอยู่ด้วย"มารอทเตือน
"ดับไฟซะ รอเรนซ์ เดี๋ยวชั้นร่ายเวทให้ มีขวดเปล่ารึเปล่า"ฟอล์กเนอร์สั่ง
"เอ๋...ขวดเปล่า...มีค่ะมี นี่ค่ะมาสเตอร์"รอเรนเซ่ตอบพลางยื่นโหลแก้วขนาดกลางส่งให้
"Mystic Firefly..."ลูกบอลแสงสีขาวลอยเอื่อยๆลงไปในขวดโหล
"ใช้เจ้านี่แทนแล้วกัน อ้อ!! แล้วอุปกรณ์กันแก๊สล่ะ"มารอทถาม
"ของแบบนั้นไม่มีหรอก ใช้ไอ้นี่แทนแล้วกัน Air Ball..."มวลอากาศจากด้านนอกของเหมืองลอยเข้ามาอัดเป็นก้อนอยู่บริเวณจมูกของทุกคนในกลุ่ม ทันทีที่คาถาถูกร่ายฟอล์เนอร์ก็ล้มลงอย่างอ่อนแรงก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ไหวมั้ย"มารอทวิ่งเข้ามาหิ้วปีกของฟอล์กเนอร์อย่างรวดเร็ว
"ฮู้มม...!!"เสียงลมดังสะท้อนออกมาจากด้านหน้าของพวกเขา เบื้องหน้าทั้งเจ็ดคือโกเล็มที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอัญมณีหลากสีที่มีแค่ที่มีแค่ท่อนบนกำลังง้างมือเตรียมทุบพวกเขาดักรออยู่
"มาสเตอร์!! Gauntlet Bunger!!"อินูอิออกหน้าเข้ามารับหมัดของโกเล็มไว้ได้
"ดูสิครับพี่!! ที่ตัวของโกเล็มน่ะผลึกสีเหลืองครับ!!"ฟาลิชชี้ไปยังแกนกลางของโกเล็มนั้น
"ไม่นะ!! แขนของโกเล็มนั่นมัน...!!"รอเรนเซ่กรีดร้องเมื่อเห็นว่าแขนของโกเล็มที่สะท้อนออกจากสนับมือของอินูอินั้นพุ่งขึ้นชนกับเพดานเหมือง
"อั่ก!!"อินูอิร่วงลงพื้นก่อนที่จะได้พูดอะไรโซลก็พุ่งเข้ามารับตัวเขาไว้ได้
ช้าไปเสียแล้วเหมืองเริ่มถล่มลงมาทับทุกอย่างไล่ออกมาหินจำนวนมากถล่มลงมาทับโกเล็มจนแหลกเป็นผุยผงได้ แต่หินจำนวนมากก็ยังถล่มลงมาที่ๆพวกเขายืนอยู่เช่นกัน
"โซลกลับเข้ามาในเงาชั้น!!"ฟอล์กเนอร์สั่ง
"ขอรับ!!"โซลตอบรับก่อนจะพุ่งเข้ามาในเงาของฟอล์กเนอร์
"ฟอล์ก!!"มารอทตะโกนสุดเสียง
"Giga Blow!!"ฟอล์กเนอร์ร่ายคาถาเพื่อสร้างแรงดันลมปริมาณมหาศาลผลักเอาเพื่อนร่วมทีมทั้งห้ากระเด็นออกไปจากถ้ำก่อนที่ถ้ำจะถล่มปิดทางออกไว้จนหมด
หน้าเหมืองโรอาร์ที่ถล่นจนไม่เหลือซาก...
"พี่คะ!! ๆ...โกหกน่าไหนบอกว่าพี่จะไม่เป็นอะไรไง"แคโรลไลน์คร่ำครวนกับกองหินที่อดีตเคยเป็นถ้ำมาก่อนจนถึงเมื่อ10นาทีที่ผ่านมา
"ตึง!!"สว่านสีดำสนิทพุ่งทะลวงออกมาจากพื้น ก่อนที่จะกลายเป็นแสงสีเหลืองเรืองรองสว่างจ้า
"กลับออกมาจนได้สินะ"มารอทพูดพลางเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า
"มาสเตอร์!!"อินูอิและรอเรนเซ่ตะโกนขึ้นพร้อมกัน
"เอามาได้แล้วล่ะ"ฟอล์กเนอร์พูดพลางชูผลึกสีเหลืองก้อนเล็กๆที่เคยเป็นแกนกลางของโกเล็มมาก่อนขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์
คืนนั้น...
"คุณเซอร์แพนส์ครับผมมีเรื่องจะขอร้อง"มารอทเดินเข้าไปหาโครวัส
"มารอทเองเหรอ มีอะไรล่ะ"โครวัสถาม
"ผมอยากได้พลัง พลังที่จะทำให้ผมสามารถปกป้องทุกคนที่ผมรัก วันนี้ ในเหมืองน่ะ ถ้าผมช่วยฟอล์กได้เขาก็คงไม่ต้องเสี่ยงขนาดนั้น แล้วถ้าเขาเกิดตายได้อย่างคนปรกติล่ะก็เขาคงตายไปแล้ว..."มารอทอธิบาย
"ชั้นมีทางเลือกให้..."โครวัสเดินำไปยังฝั่งหนึ่งของปราสาท"ตามมาสิ"
"ที่นี่มัน..."มารอทพึมพัม
"มันคือสถานที่ ที่พวกเราเก็บรักษาผลึกแห่งความมืดไว้"โครวัสอธิบาย
เมื่อประตูถูกเปิดออกเบื้องหน้าของพวกเขาคือดาบสีเลือดที่ถูกสร้างอย่างประนีตวางไว้อย่างสูงค่าสมกับอำนาจของมัน
"ดาบ?"มารอพึมพัม
"ใช่ ดาบ คืองี้นะผลึกแห่ง"ความมืด"และ"แสงสว่าง"น่ะไม่ได้อยู่ในรูปผลึก แต่มันถูกทำให้เปลี่ยนรูปเป็นอย่างอื่นเพราะมันซ่อนได้ง่ายกว่า"โครวัสอธิบาย
"นี่เหรอ ที่บอกว่าจะให้ผมน่ะ?"มารอทถาม พลางยื่นมือจะจับดาบ
"เดี๋ยว!! ดาบนี่จะทำให้เธอกลายเป็นแวมไพร์ แบบชั้น..."โครวัสขัด"เธอจะไม่กินเลือดก็ได้แต่เธอจะไม่ได้รับชีวิตที่เป็นอมตะอย่างที่ควรจะได้แทนนะบอกไว้ก่อน อ๋อ!! จริงสิโดนแดดไม่ได้ด้วย แล้วก็นะแต่ถ้าเธอกินเลือดเธอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างปรกติ ดื่ม กิน นอนได้เหมือนคนปรกติ"
"ถ้าต้องยอมแลกชีวิตแบบนั้นกับพลังที่ทำให้ผมสามารถปกป้องทุกคนที่ผมรักได้ ผมก็ยอม..."มารอทยื่นมือไปจับดาบ พริบตาต่อมาเลือดของเขาก็ไหลออกมาจากฝ่ามือลงไปถึงปลายดาบ เป็นสัญลักษณ์ว่าสัญลักษณ์ว่าดาบยอมให้เขาเป็นเจ้าของแล้ว
"ค...ความรู้สึกนี้...มันอะไรกัน..."มารอทพะอืดพะอมกับความรู้สึกใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา
"กระหายเลือดไงล่ะ ร่างกายของเธอกลายเป็นแวมไพร์โดยสมบูรณ์แล้ว"โครวัสพูดอย่างชื่นชม
"จะว่าไปผมเริ่มชินหน่อยๆแล้วนะเนี่ย... ผมกลับล่ะ"มารอทตัดบท
"เดี๋ยว"โครวัสตะโกนเรียก"ไม่เช็ดมือก่อนหรอ"
สามสิบนาทีต่อมา...
"ไปไหนมา ชั้นตามหานายซะทั่วเลย โซลเค้าก็ไปหาโครวัส มีชั้นอยู่คนเดียวเนี่ย"ฟอล์กเนอร์ถามเสียงเรียบจากหน้าห้องพักของเขาและมารอท
"ขอโทษที ๆพอดีโครวัสเค้าชวนไปดูอะไรหน่อยน่ะ ได้ผลึกแห่ง"ความมืด"มาแล้วนะ"มารอทพูดพลางชูดาบนั้นขึ้น
"นายเก็บไว้เถอะ ดาบน่ะมันเหมาะกับนายมากกว่าชั้น เออจริงสิ!! ไปเดินเล่นกัน"ฟอล์กเนอร์ชวน
"เอาสิ..."มารอทตกลง
สวนของปราสาท...
"นั่งสิ..."ฟอล์กเนอร์พูดพลางชี้ไปยังม้านั่งหินอ่อนสีดำ
"คืนนี้มืดแปลกๆนะ..."มารอทตั้งข้อสังเกตุ
"นี่"ฟอล์กเนอร์พูดพลางยื่นแขนให้มารอท
"อะไร?"มารอทถามต่อ
"อย่ามาปิดบังกันน่า ชั้นรู้หรอกว่านายกลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วน่ะ"ฟอล์กเนอร์ย้อน
"งั้นเหรอ แล้วนายยื่นแขนมาทำไมเนี่ย"มารอทถามต่อ
"ก็ตั้งแต่นี้ไปชั้นจะเป็นแหล่งอาหารให้นายเอง เข้าใจใช่มั้ย"ฟอล์กเนอร์ตอบ
"นายจะบ้าเหรอ!! เดี๋ยวถ้าเกิดนายกลายเป็นแบบชั้นขึ้นมาจะทำยังไง!!"มารอทต่อ
"ไว้ถ้าเป็นแบบนั้นชั้นค่อยใช้นายเป็นแหล่งอาหารไง"ฟอล์กเนอร์พูดหน้าตาเฉย
"บ้านนายสิ!! ชั้นไม่ยอมให้นายเป็นแบบนั้นหรอก"มารอทต่อ
"ไม่รู้สินะ ถ้าชั้นเป็นนายล่ะก็ ลงถ้าต้องกินเลือดใครซักคนก็คงต้องเลือกคนที่รักที่สุดใช่มั้ยล่ะ"ฟอล์กเนอร์พูดต่อลอยๆ
"นี่ โซลเค้าบอกนายแล้วงั้นเหรอ"มารอทถาม
"ไม่ต้องมีใครบอกหรอก ชั้นอ่านใจได้บ้างหรอกน่า..."ฟอล์กเนอร์ตอบ
"รู้แล้วหรอกเหรอ"มารอทต่อ
"เอาเถอะกินซะสิ ถึงชั้นจะเป็นแบบนาย นายก็ยังเป็นแหล่งอาหารของชั้นได้นี่นา..."ฟอล์กเนอร์พูด
"ขอบใจ..."มารอทพึมพัมก่อนจะกัดฟอล์กเนอร์เข้าที่มือขวาทั้งน้ำตา
ที่ยอดของปราสาทอันเป็นห้องนอนของโครวัส...
"นายท่านครับ..."โซลพูดด้วยเสียงของเขาเอง
"ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละ...ดีแล้ว..."โครวัสเอ่ยขึ้นพลางมองไปยังเด็กหนุ่มทั้งสองในสวนของปราสาท
_________________________________________________________________________
Chapter 10th:Blood & Tear
End
_________________________________________________________________________
จบอีกบทแล้วนะขอรับ บทนี้ยาวสุดๆเลยใช่มั้ยล่ะ
ยังไงก็ช่วยชี้แนะด้วยนะขอรับ
บาย...