วันที่ : 25 กันยายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Chapter 10th:Blood & Tear

ด่านตรวจคนเข้าเมือง อาณาจักรโรอาร์...

          "นี่ทำไมล่ะ!!"มารอทเริ่มขึ้นเสียง

          "ขอโทษนะแต่มันคือกฏ คนที่ไม่ใช่ปีศาจหรือพวกที่มาจากโลกมืดน่ะห้ามเข้า"ทหารยามอธิบาย

          "โลกมืด?"ฟาลิชทวนคำ

          "อ้อ โทษทีคนนอกอาจจะไม่ค่อยรู้หรอกคือที่นี้น่ะสามารถเชื่อมต่อกับโลกมืดได้บ้างน่ะ"ทหารยามอีกคนอธิบาย

          "แต่พ่อผมเป็นคนจากโลกมืดนะครับ"ฟอล์กเนอร์แย้ง

          "แต่เธอหน้าตาไม่ค่อยเหมือนคนจากฝั่งนั้นเลยนะ เธอชื่อะไรล่ะเผื่อเจอในบัญชีจะได้เข้าได้"ทหารยามคนแรกบอก

          "ฟอล์กเนอร์ อีวีเลียส อวาลัส"ฟอล์กเนอร์แนะนำตัว

          "อืม...ไม่มีแฮะ"ทหารยามคนเดิมบอก

          "เดี๋ยว!! เมื่อกี้เธอว่าเธอชื่ออะไรนะ"ทหารยามคนที่สองถาม

ปราสาทอาณาจักรโรอาร์...

          "นายท่านครับเราเจอเค้าครับ!!"หัวหน้าทหารยามวิ่งเข้ามาทูลราชาของอาณาจักร

          "เชิญพวกเค้าเข้ามาสิ"ราชาตรัสเสียงเรียบ

          "นำตัวนายน้อยเข้ามาได้!!"หัวหน้าทหารยามตะโกน

          สิ้นเสียงของหัวหน้าทหารยามทั้งหกถูกหิ้วปีกเข้ามาปล่อยไว้บนพรมสีดำสนิท เบื้องหน้าของพวกเขาคือชายวัย30ผิวซีดที่นั่งอยู่บนบัลลังสีแดงทึบ

          "มาแล้วเหรอ"ราชาแห่งโรอาร์ตรัสเสียงเรียบ

          "พวกแกเป็นใคร!!"มารอทตะโกนถามเสียงแข็งทำให้ทหารองครักษ์ลุกฮือขึ้น

          "ไม่เป็นไรๆ"ราชาตรัสกับเหล่าองครักษ์"ชื่อของชั้นคือ โครวัส เซอร์แพนส์ เป็นราชาของอาณาจักรนี้และเป็นพ่อทูลหัวของเค้า"ราชาตรัสขณะชี้ไปยังฟอล์กเนอร์

          "งั้นหรือครับ"มารอทลดท่าทีลง

          "ไม่ต้องนอบน้อมอย่างนั้นก็ได้ แล้วนี่เธอคิดจะทำอะไร"โครวัสต่อพลางชี้ไปยังฟอล์กเนอร์

          "ปล่าวซะหน่อย"ฟอล์กเนอร์ปฎิเสธ

          "ชั้นพูดกับเธอที่ไหนล่ะ ชั้นพูดกับด็อพเพลเกนเกอร์ที่อยู่ในเงาเธอต่างหาก"โครวัสต่อ

          "โซล ออกมาเถอะ"ฟอล์กเนอร์พูดเสียงเรียบ

          "ชื่อโซลหรอเธอน่ะ"โครวัสถาม

          "ขอรับ"โซลตอบเสียงแข็ง

          "โซล!! ขอโทษเค้าเดี๋ยวนี้!!"ฟอล์กเนอร์เริ่มฉุน

          "เอาเถอะๆชั้นไม่ถืออยู่แล้ว พวกเธอคงเหนื่อยกันแล้วสินะ ทหาร!!นำสัมภาระของพวกเค้าไปเก็บที่ห้อง!! แล้วพวกเธอก็ตามชั้นมาเดี๋ยวจะพาไปทานข้าว"โครวัสพูดเร็วปรื๋อ

ห้องอาหารปราสาทโรอาร์...

          "งั้นเหรออายุ20ก็ติดด็อพเพลเกนเกอร์แล้วเหรอ"โครวัสเอ่ย

          "แล้วมันไม่ดียังไงหรอครับ"มารอทถาม

          "มันจะกินพลังชีวิตของผู้เป็นร่างต้นน่ะสิ"ฟอล์กเนอร์ตอบ

          "แต่ของนายท่านน่ะมีพลังชีวิตไม่จำกัดอยู่แล้ว  นายท่านก็เลยยอมติดผมไว้น่ะสิขอรับ"โซลที่แปลงร่างเป็นหมาป่าที่กำลังแทะกระดูกเล่นอยู่ที่มุมห้องพูดต่อ

          "พลังชีวิตที่ไม่จำกัด?"แคโรลไลน์ทวนคำ

         "เพราะสายเลือดของมาสเตอร์อีกล่ะสินะขอรับ"อินูอิต่อ

         "เอาน่าๆว่าแต่ใครชื่ออะไรกันมั่งเนี่ย"โครวัสถาม

         หลังการแนะนำตัวของแต่ละคนการรัปประทานอาหารวันนั้นก็เป็นไปอย่างเอื่อยๆและดูเหมือนว่าโครวัสและโซลจะเข้ากันได้ดีราวกับทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน

หลังอาหาร...

          "นี่พวกเธอ กำลังจะไปไหนกันต่อล่ะ"โครวัสถาม

          "อาณาจักรเฮเรนเดลครับ"ฟอล์กเนอร์ตอบ

          "งั้นหรอ ชั้นของแนะนำให้พวกเธอไปที่เหมืองทางตะวันออกของโรอาร์ที่นั่นมี..."โครวัสพูดไม่ทันจบก็โดนฟอล์กเนอร์ต่อทันที

          "ผลึกที่มีคุณสมบัติของ"ดิน"ใช่มั้ยล่ะครับ"ฟอล์กเนอร์ถามพลางเปิดบันทึกอย่างเร่งรีบ

          "ใช่ ชั้นจะบอกให้พวกเธอไปเอาหินนั่นมาซะ เพราะยังไงซะมันก็เป็นหนึ่งในอาคมของ อีวีเลียส หมายถึงพ่อเธอน่ะ"โครวัสตอบ

          "หมายความว่ายังมีอย่างอื่นอยู่ด้วยหรอครับ"ฟาลิชถาม

          "มีสิ ที่ชั้นรักษาไว้ก็คือผลึกที่มีคุณสมบัติของ"ความมืด"เอาไว้พวกเธอกลับมาเมื่อไหร่ชั้นจะเอาให้"โครวัสอธิบาย"พวกเธอไปนอนซะเถอะนี่ก็เริ่มมืดแล้ว"

วันต่อมา...

เหมืองทางตะวันออกของอาณาจักรโรอาร์...

          "นี่ พวกเธอจะตามเข้ามามั้ย"ฟอล์กเนอร์ถาม

          "แน่นอนค่ะมาสเตอร์ เดี๋ยชั้นกับอินูอิไปด้วย"รอเรนเซ่ตอบอย่างตื่นเต้น

          "แล้วพวกเธอล่ะ"ฟอล์กเนอร์หันไปถามแคโรลไลน์

          "ไปด้วยสิครับ!! ยังไงผมก็ไม่ปล่อยให้ไปกันแค่ห้าคนหรอก"ฟาลิชตอบอย่างร้อนรน

          "งั้นก็ได้"มารอทสรุป

ในเหมือง...

          "ที่นี่มันเงียบแปลกๆนะครับ"ฟาลิชเอ่ยขึ้นลอยๆ

          "ระวังแก๊สแล้วกัน ในถ้ำในเหมืองแบบนี้แก๊สยิ่งมีเยอะๆอยู่ด้วย"มารอทเตือน

          "ดับไฟซะ รอเรนซ์ เดี๋ยวชั้นร่ายเวทให้ มีขวดเปล่ารึเปล่า"ฟอล์กเนอร์สั่ง

          "เอ๋...ขวดเปล่า...มีค่ะมี นี่ค่ะมาสเตอร์"รอเรนเซ่ตอบพลางยื่นโหลแก้วขนาดกลางส่งให้

          "Mystic Firefly..."ลูกบอลแสงสีขาวลอยเอื่อยๆลงไปในขวดโหล

          "ใช้เจ้านี่แทนแล้วกัน อ้อ!! แล้วอุปกรณ์กันแก๊สล่ะ"มารอทถาม

          "ของแบบนั้นไม่มีหรอก ใช้ไอ้นี่แทนแล้วกัน Air Ball..."มวลอากาศจากด้านนอกของเหมืองลอยเข้ามาอัดเป็นก้อนอยู่บริเวณจมูกของทุกคนในกลุ่ม ทันทีที่คาถาถูกร่ายฟอล์เนอร์ก็ล้มลงอย่างอ่อนแรงก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

          "ไหวมั้ย"มารอทวิ่งเข้ามาหิ้วปีกของฟอล์กเนอร์อย่างรวดเร็ว

          "ฮู้มม...!!"เสียงลมดังสะท้อนออกมาจากด้านหน้าของพวกเขา เบื้องหน้าทั้งเจ็ดคือโกเล็มที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอัญมณีหลากสีที่มีแค่ที่มีแค่ท่อนบนกำลังง้างมือเตรียมทุบพวกเขาดักรออยู่

          "มาสเตอร์!! Gauntlet Bunger!!"อินูอิออกหน้าเข้ามารับหมัดของโกเล็มไว้ได้

          "ดูสิครับพี่!! ที่ตัวของโกเล็มน่ะผลึกสีเหลืองครับ!!"ฟาลิชชี้ไปยังแกนกลางของโกเล็มนั้น

          "ไม่นะ!! แขนของโกเล็มนั่นมัน...!!"รอเรนเซ่กรีดร้องเมื่อเห็นว่าแขนของโกเล็มที่สะท้อนออกจากสนับมือของอินูอินั้นพุ่งขึ้นชนกับเพดานเหมือง

          "อั่ก!!"อินูอิร่วงลงพื้นก่อนที่จะได้พูดอะไรโซลก็พุ่งเข้ามารับตัวเขาไว้ได้

          ช้าไปเสียแล้วเหมืองเริ่มถล่มลงมาทับทุกอย่างไล่ออกมาหินจำนวนมากถล่มลงมาทับโกเล็มจนแหลกเป็นผุยผงได้ แต่หินจำนวนมากก็ยังถล่มลงมาที่ๆพวกเขายืนอยู่เช่นกัน

          "โซลกลับเข้ามาในเงาชั้น!!"ฟอล์กเนอร์สั่ง

          "ขอรับ!!"โซลตอบรับก่อนจะพุ่งเข้ามาในเงาของฟอล์กเนอร์

          "ฟอล์ก!!"มารอทตะโกนสุดเสียง

          "Giga Blow!!"ฟอล์กเนอร์ร่ายคาถาเพื่อสร้างแรงดันลมปริมาณมหาศาลผลักเอาเพื่อนร่วมทีมทั้งห้ากระเด็นออกไปจากถ้ำก่อนที่ถ้ำจะถล่มปิดทางออกไว้จนหมด

หน้าเหมืองโรอาร์ที่ถล่นจนไม่เหลือซาก...

          "พี่คะ!! ๆ...โกหกน่าไหนบอกว่าพี่จะไม่เป็นอะไรไง"แคโรลไลน์คร่ำครวนกับกองหินที่อดีตเคยเป็นถ้ำมาก่อนจนถึงเมื่อ10นาทีที่ผ่านมา

          "ตึง!!"สว่านสีดำสนิทพุ่งทะลวงออกมาจากพื้น ก่อนที่จะกลายเป็นแสงสีเหลืองเรืองรองสว่างจ้า

          "กลับออกมาจนได้สินะ"มารอทพูดพลางเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า

          "มาสเตอร์!!"อินูอิและรอเรนเซ่ตะโกนขึ้นพร้อมกัน

          "เอามาได้แล้วล่ะ"ฟอล์กเนอร์พูดพลางชูผลึกสีเหลืองก้อนเล็กๆที่เคยเป็นแกนกลางของโกเล็มมาก่อนขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์

คืนนั้น...

          "คุณเซอร์แพนส์ครับผมมีเรื่องจะขอร้อง"มารอทเดินเข้าไปหาโครวัส

          "มารอทเองเหรอ มีอะไรล่ะ"โครวัสถาม

          "ผมอยากได้พลัง พลังที่จะทำให้ผมสามารถปกป้องทุกคนที่ผมรัก วันนี้ ในเหมืองน่ะ ถ้าผมช่วยฟอล์กได้เขาก็คงไม่ต้องเสี่ยงขนาดนั้น แล้วถ้าเขาเกิดตายได้อย่างคนปรกติล่ะก็เขาคงตายไปแล้ว..."มารอทอธิบาย

          "ชั้นมีทางเลือกให้..."โครวัสเดินำไปยังฝั่งหนึ่งของปราสาท"ตามมาสิ"

          "ที่นี่มัน..."มารอทพึมพัม

          "มันคือสถานที่ ที่พวกเราเก็บรักษาผลึกแห่งความมืดไว้"โครวัสอธิบาย

          เมื่อประตูถูกเปิดออกเบื้องหน้าของพวกเขาคือดาบสีเลือดที่ถูกสร้างอย่างประนีตวางไว้อย่างสูงค่าสมกับอำนาจของมัน

          "ดาบ?"มารอพึมพัม

          "ใช่ ดาบ คืองี้นะผลึกแห่ง"ความมืด"และ"แสงสว่าง"น่ะไม่ได้อยู่ในรูปผลึก แต่มันถูกทำให้เปลี่ยนรูปเป็นอย่างอื่นเพราะมันซ่อนได้ง่ายกว่า"โครวัสอธิบาย

          "นี่เหรอ ที่บอกว่าจะให้ผมน่ะ?"มารอทถาม พลางยื่นมือจะจับดาบ

          "เดี๋ยว!! ดาบนี่จะทำให้เธอกลายเป็นแวมไพร์ แบบชั้น..."โครวัสขัด"เธอจะไม่กินเลือดก็ได้แต่เธอจะไม่ได้รับชีวิตที่เป็นอมตะอย่างที่ควรจะได้แทนนะบอกไว้ก่อน อ๋อ!! จริงสิโดนแดดไม่ได้ด้วย แล้วก็นะแต่ถ้าเธอกินเลือดเธอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างปรกติ ดื่ม กิน นอนได้เหมือนคนปรกติ"

           "ถ้าต้องยอมแลกชีวิตแบบนั้นกับพลังที่ทำให้ผมสามารถปกป้องทุกคนที่ผมรักได้ ผมก็ยอม..."มารอทยื่นมือไปจับดาบ พริบตาต่อมาเลือดของเขาก็ไหลออกมาจากฝ่ามือลงไปถึงปลายดาบ เป็นสัญลักษณ์ว่าสัญลักษณ์ว่าดาบยอมให้เขาเป็นเจ้าของแล้ว

          "ค...ความรู้สึกนี้...มันอะไรกัน..."มารอทพะอืดพะอมกับความรู้สึกใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา

          "กระหายเลือดไงล่ะ ร่างกายของเธอกลายเป็นแวมไพร์โดยสมบูรณ์แล้ว"โครวัสพูดอย่างชื่นชม

          "จะว่าไปผมเริ่มชินหน่อยๆแล้วนะเนี่ย... ผมกลับล่ะ"มารอทตัดบท

          "เดี๋ยว"โครวัสตะโกนเรียก"ไม่เช็ดมือก่อนหรอ"

สามสิบนาทีต่อมา...

          "ไปไหนมา ชั้นตามหานายซะทั่วเลย โซลเค้าก็ไปหาโครวัส มีชั้นอยู่คนเดียวเนี่ย"ฟอล์กเนอร์ถามเสียงเรียบจากหน้าห้องพักของเขาและมารอท

          "ขอโทษที ๆพอดีโครวัสเค้าชวนไปดูอะไรหน่อยน่ะ ได้ผลึกแห่ง"ความมืด"มาแล้วนะ"มารอทพูดพลางชูดาบนั้นขึ้น

          "นายเก็บไว้เถอะ ดาบน่ะมันเหมาะกับนายมากกว่าชั้น เออจริงสิ!! ไปเดินเล่นกัน"ฟอล์กเนอร์ชวน

          "เอาสิ..."มารอทตกลง

สวนของปราสาท...

          "นั่งสิ..."ฟอล์กเนอร์พูดพลางชี้ไปยังม้านั่งหินอ่อนสีดำ

          "คืนนี้มืดแปลกๆนะ..."มารอทตั้งข้อสังเกตุ

          "นี่"ฟอล์กเนอร์พูดพลางยื่นแขนให้มารอท

          "อะไร?"มารอทถามต่อ

          "อย่ามาปิดบังกันน่า ชั้นรู้หรอกว่านายกลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วน่ะ"ฟอล์กเนอร์ย้อน

          "งั้นเหรอ แล้วนายยื่นแขนมาทำไมเนี่ย"มารอทถามต่อ

          "ก็ตั้งแต่นี้ไปชั้นจะเป็นแหล่งอาหารให้นายเอง เข้าใจใช่มั้ย"ฟอล์กเนอร์ตอบ

          "นายจะบ้าเหรอ!! เดี๋ยวถ้าเกิดนายกลายเป็นแบบชั้นขึ้นมาจะทำยังไง!!"มารอทต่อ

          "ไว้ถ้าเป็นแบบนั้นชั้นค่อยใช้นายเป็นแหล่งอาหารไง"ฟอล์กเนอร์พูดหน้าตาเฉย

          "บ้านนายสิ!! ชั้นไม่ยอมให้นายเป็นแบบนั้นหรอก"มารอทต่อ

          "ไม่รู้สินะ ถ้าชั้นเป็นนายล่ะก็ ลงถ้าต้องกินเลือดใครซักคนก็คงต้องเลือกคนที่รักที่สุดใช่มั้ยล่ะ"ฟอล์กเนอร์พูดต่อลอยๆ

          "นี่ โซลเค้าบอกนายแล้วงั้นเหรอ"มารอทถาม

          "ไม่ต้องมีใครบอกหรอก ชั้นอ่านใจได้บ้างหรอกน่า..."ฟอล์กเนอร์ตอบ

          "รู้แล้วหรอกเหรอ"มารอทต่อ

          "เอาเถอะกินซะสิ ถึงชั้นจะเป็นแบบนาย นายก็ยังเป็นแหล่งอาหารของชั้นได้นี่นา..."ฟอล์กเนอร์พูด

          "ขอบใจ..."มารอทพึมพัมก่อนจะกัดฟอล์กเนอร์เข้าที่มือขวาทั้งน้ำตา

ที่ยอดของปราสาทอันเป็นห้องนอนของโครวัส...

          "นายท่านครับ..."โซลพูดด้วยเสียงของเขาเอง

          "ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละ...ดีแล้ว..."โครวัสเอ่ยขึ้นพลางมองไปยังเด็กหนุ่มทั้งสองในสวนของปราสาท

_________________________________________________________________________

Chapter 10th:Blood & Tear

End

_________________________________________________________________________

จบอีกบทแล้วนะขอรับ บทนี้ยาวสุดๆเลยใช่มั้ยล่ะ

ยังไงก็ช่วยชี้แนะด้วยนะขอรับ

บาย...

tags : TLJ  
เขียนโดย Falk : 2008-09-25 16:57:11
ความคิดเห็นที่ 1
แต่งต่อสิคะท่านFalk. รออยู่นะ

นักชิมเย็นตาโฟว์
Eamane : 2008-10-07 00:15:17