วันที่ : 14 มีนาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ปฏิบัติการทอดสะพานรัก::ลันซ์ใต้ไฟนีออน

[MUST BE] CASNVII
           ปฏิบัติการทอดสะพานรัก...



 
  
 


บทที่สาม...

3

ลันซ์ อันเดอร์ ฟลูออเรสเซนส์

            “โอยยยย ไม่ได้ช้อปกระจายแบบนี้มาตั้งเดือนกว่าแล้วนะเนี่ย”

แม่บอกและวางเสื้อกันหนาวเฟอร์สีชมพูประดับเลื่อมวิ้งๆตัวละพันห้าลงบนแคชเชียร์พร้อมควักเงินสดวางไว้ข้างๆ ขณะที่ฉันกำลังคิดคำนวณรายจ่ายจนหัวหมุนติ้วๆ

                “แม่ค๊าบบบ ตอมขอตัวนี้นะค๊าบบบ” อะตอมชูเสื้อกันหนาวสีดำตัวละพันสอง

                “ต๊อมมมมมมมมมมมมมมมมม” ฉันร้องเสียงหลง “จะบ้ารึไง...ดูราคาก่อนสิ”

                “น่า โม...ช่างมันเถอะ นานๆจะได้ที เนอะตอมเนอะ” แม่คว้าเสื้อจากมืออะตอมไปวางบนแคชเชียร์พร้อมวางเงินลงไปอีก

                “แม่ค๊า...ใช้เงินมากไปแล้วนะคะ”

                “แม่เป็นนักวิทย์ ไม่ใช่แม่ค้า...”

โอยยย ครอบครัวมุกแป้กหรรษา~~~

                “ไม่ใช่ค่า...”

                “พูดเหมือนครอบครัวเราอนาถางั้นแหละลูก ยายโมจอมงก”

                “หง่ะ!!!แม่!!!”

ถึงครอบครัวฉันจะจัดว่าไม่อนาถา เอิ่มม...จะเรียกว่าค่อนข้างรวยก็ไม่ผิด เพราะแม่ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ค่าตัวสูงเหมือนนางแบบ แต่ว่า...ประหยัดไว้ก็ดีนี่นา...!!

                “โมแหละ ทำพูดไป เอาสักตัวไหมลูก ถือเป็นของขวัญปีใหม่จากแม่ก็แล้วกัน”

                “ไม่เอาอ่ะค่ะ ไม่อยากได้ ตัวเก่ายังไม่ขาดเลยค่ะ”

                “ไอ้ตัวใกล้เปื่อยอันนั้นน่ะหรอลูก?”

                “แม่น่ะ!!มันยังไม่เปื่อยซะหน่อยนึงงงงง”

ฉันทำหน้าเป็นเป็ดไม่พอใจ(จินตนาการเอานะจ๊ะ) แม่หัวเราะแล้วหันไปหาผู้ชายอายุน้อยกว่าที่อยู่ด้านหลัง

                “ซายน์น่ะเอาสักตัวสิ...ของที่นี่ถูกกว่าที่อเมริกาเยอะเลยนะ”

                “....” หมอนั่นยิ้ม แล้วส่ายหน้าด๊อกแด็ก ยกมือไหว้แม่ “ขอบคุณครับ”

                “ต๊ายยย น่ารักจังเลย”

เชอะ...ทีอยู่กับแม่นะ น่ารัก นิสัยดี สุภาพบุรุษ พอกับฉัน เย็นชา ปากหมา ใจร้าย...ทำตัวเหมือนพระเอกหนังเกาหลีเลย (เลวแต่หล่อ โอ๊ววว สโลแกน)

                “ฉันรู้นะว่าเธออยากได้อะไร”

จู่ๆหมอนั่นก็พูดขึ้นเบาๆข้างหูฉัน โอยยย ตกใจหมดเลย ไอ้บ้า

                “นายพูดเป็นด้วยหรอ?” ปกติเห็นอมน้ำลายไว้ให้เน่าคาปาก ถ้าจะพูดก็พูดด่าฉันอย่างเดียวนี่แหละ

                “เป็นสิ ยายซื่อบื้อ”

น่านไง อ้าปุ๊บ...ด่าปั๊บ!!

                “รู้แล้วจะทำไม?” รู้ได้ไงว่ะ?

                “ฉันพาเธอไปเลือกดีกว่า มานี่ๆ”

เฮ้ยๆๆๆ!!!นายจะลากฉันไปไหนฮะ!!! ~ ~ เอ๋...นี่มันมุมเทคโนโลยีนี่นา กรี๊ด!! นี่นายรู้ด้วยหรอว่าฉันอยากได้มือถือ กรี๊ดๆๆๆ~~~นายจะรู้ได้ไงฉันไม่สนหรอกนะ รู้แค่ว่านายจะให้ฉันก็ดีใจแล้วล่ะ อ๊ายยย~~ไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนดีกว่าว่ามีคนหน้าตาประมาณเรนซื้อมือถือให้ กรี๊ดๆๆๆ

                “นี่ไง!!เอาแบบไหนเลือกตามใจชอบเลยนะ!!!”

อิๆ นายนี่ใจดีที่สุดเลย..........เอาล่ะฉันจะเลือกละน้า.................

                “.....”

                “..................”

                “...........”

                “.........”

                “............................”

                “....”

                “............................” 

                “..................”

                “...........”

                “ทำไมล่ะ ดีใจจนเลือกไม่ถูกเลยหรอ...” หมอนั่นยิ้มน้อยๆ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก~~~อีตาบ้า~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!

                หมอนั่นพาฉันมาที่แผนกพัดลมอ่ะดิ๊!!!!!

                “หนะ...นายรู้เรื่องนี้ได้ไงมิทราบ!!!”

                “...” อีตานั่นเลิกไหล่ “ก็แค่เห็นซากพัดลมในห้องของน้องชายเธอ”

                “เอ๋??? ห้องอะตอมเนี่ยนะ?” จะบ้าหรอ พัดลมฉันจะไปอยู่ห้องอะตอมได้ไง

                “อือ...แล้วก็เมื่อคืนเธอนอนเปิดแอร์ด้วย คนงกอย่างเธอไม่น่าจะเปิดแอร์หรอก มันผิดปกติ นอกจากพัดลมจะเสีย”

                “นี่นาย...” ทำไมทุกคนต้องว่าฉันงกนะ เขาเรียกว่ามัธยัสถ์ต่างหากเล่า

ว่าแต่...ทำไมซากพัดลมฉันจึงไปอยู่ห้องของอะตอมได้นะ....หรือว่า...

                อะตอม...ช่วยฉันงั้นหรอ...

                “เอ้า!!เลือกสิ เดี๋ยวฉันให้น้าพัชซื้อให้”

อ๊ายยย อีตาโรคจิต คนกำลังซึ้งๆน้ำใจน้องชาย เล่นซะเสียหมดเลย!!!

                “อีตาบ้าเอ๊ยยยย!!!”

                พอฉันแหวจบ หมอนั่นกลั้นหัวเราะคิกคักเหมือนกำลังดูมิสเตอร์บีนยังไงยังงั้น ให้ตายเหอะ~ถ้าไม่ติดว่านายรูปหล่อพ่อรวยล่ะก็นะ...ฉันไม่ปล่อยให้นายทำอะไรตามใจชอบแบบนี้หรอก ตาทะลวงกึ๋น!!!

 

โรงเรียนสหศึกษานานาชาติวิทยการัตน์

วันจันทร์ที่17ธันวาคม 255x

12.30น.

                ปึง!!!~~~~

                ฉันเงยหน้าจากโต๊ะมองกองตั้งกระดาที่เพิ่งกระแทกลงพื้นโต๊ะเมื่อสักครู่ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของปึกกระดาษนั้น เธอถอนหายใจยาวเหยียด และสะบัดผมสั้นระคอสีดำ จ้องตาฉัน

                “โม!!!”

                “อะไร แองจี้?” ฉันเลิกคิ้วถาม

                “เธอแน่ใจนะว่าเป็นแค่ญาติกับตะละพ่อนักเรียนมาใหม่หล่อลากดวงหฤทัยคนนั้นน่ะ!!!”

พ่อนักเรียนมาใหม่หล่อลากไส้ก็คือ....อีตาซายน์ทะลวงกึ๋นนั่นแหละ หมอนั่นเข้ามาเรียนโรงเรียนเดียวกับฉัน แถมห้องเดียวกันอีกต่างหาก (เส้นใหญ่ๆ แม่ฉันเส้นเองแหละ) ทำเอาทุกคนในโรงเรียนมองฉันด้วยสายตาริษยาสุดๆ...

                ‘ห้ามให้ใครรู้นะว่าโมรู้จักกับซายน์ ให้บอกว่าเพื่อนเท่านั้น เข้าใจมั๊ย’

                ‘ทำไมล่ะคะแม่?’

                ‘มันดูไม่ดีเท่าไร...ลองคิดสิ’

แล้วให้เป็นเพื่อนกับอีตานี่อ่ะนะ...ดีตรงไหนเนี่ยคะแม่...

                ‘อ่า...ค่า...’

                ‘บอกเขาว่าบ้านเรียงเคียงกันนะ ห้ามบอกว่าอยู่บ้านเดียวกัน มันไม่งาม...’

                ‘ค่า...’

                ‘ซายน์ก็ด้วยนะ คงเข้าใจที่น้าบอก’

                ‘ครับ...’

                “แน่ใจนะว่ามิรู้จักมักจี่จริงๆ” ยายแองจี้ถามย้ำ

                “เออ!!!เพื่อนก็เพื่อนสิโว้ย!!!ถามอยู่ได้ ไปทำงานได้แล้วจะได้ไปกินข้าวกัน!!!”

                ฉันโบกมือไล่แองจี้ไปที่โต๊ะของเธอที่อยู่ตรงข้ามฉัน~ฉันเป็นสมาชิกชมรมหนังสือพิมพ์ค่ะ หน้าที่คือถ่ายรูปและตามสัมภาษณ์นักเรียนดังๆประมาณว่า นักกีฬาโรงเรียน นักเรียนรางวัลพระราชทาน อะไรประมาณนี้แหละ

                “ทำไมหน้าต่างกันราวฟ้ากับใต้หล้าสุธาบาต”

ยายแองจี้ยังเซ้าซี้ไม่เลิก~น่านๆ นังเอกภาษาไทย!!!(ยายนี่อยู่แผนกพิสูจน์อักษร) เล่นฉันซะหน้าเสียเลยนะ!!!

                “เพื่อนนะโว้ย จะเหมือนกันได้ไงล่ะ~~~”

                “โอเค...เชื่อแล้ว โลหิตสีคงมิผิดแผก แต่เทพเทวาย่อมสง่ากว่ากาดำ”

ยะ...ยายปากกรรไกรเอกภาษาไทยใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต!!!!แงๆๆๆ จะฟ้องแม่ด้วยยยยย~~~

 

                ข้อดีของการเป็นสมาชิกชมรมนี้คือ มีห้องที่เขาเรียกกันว่า “สำนักพิมพ์” เหมือนห้องพวกสารวัตรนักเรียนเลย มีโต๊ะส่วนตัวด้วย แอบโดดเรียนมานอนก็ยังได้ (ไม่ควรทำนะจ๊ะเด็กดี) ที่สำคัญมีสายคาดที่แขนเสื้อสีแดงๆเท่อย่าบอกใคร (เหมือนพวกสารวัตรนักเรียนที่คาดสายสีส้มๆที่แขนเสื้อนั่นแหละ)

                เอ้อ....ดูท่าว่างานฉันคงเข้า เพราะมีคนเรียกร้องให้ไปสัมภาษณ์พ่อนักเรียนคนใหม่หล่อกระชากไส้...คิดแล้วมันน่าน้อยใจ ทำไมฉันได้เหรียญทองโอลิมปิควิชาการมาแล้วไม่เห็นมีใครอยากให้สัมภาษณ์เลยล่ะ  แงๆ

                “โม...เดี๋ยววันนี้ไปทำข่าวเรื่องประธานนักเรียนด้วยนะ” บอกอใหญ่ (ประธานชมรมเขาชื่อใหญ่) เดินมาเคาะโต๊ะฉัน “ถ่ายรูปผู้สมัครมาลงด้วย”

                “รับแซบบบบ” ฉันยกมือแตะหางคิ้ว “ว่าที่ประธานนักเรียนปีนี้หน้าตาน่ารักทุกคนเลย”

                “แหวะ...ไอ้โม ทำเป็นคาสโนวี่ไป หาแฟนได้รึยังเหอะ”

                เพล้ง!!!!!!!!

อ๊ายยย อีตาใหญ่บ้า!!!~บังอาจมาพูดแทงใจดำฉันหรอย่ะ...

                “น้องชายเธอล่ะกิ๊กยาวเป็นหางว่าว แล้วดูพี่สาว...โอ๊ยยย จะเข้ามหาลัยแล้วยังหาไม่ได้เล้ยยยย”

                “นี่ๆ ไอ้ใหญ่ อยากตายใช่ไหมยะ”

                “โอเคๆ ไปก็ได้ อย่าลืมงาน~~~”

พูดเหมือนตัวเองมีสาวควงงั้นแหละ ชิชะ!!!~~~~

                เอาเหอะ!!ยังไงฉันก็ยายคานร้อยชาติอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าภพที่แล้วไปเป็นชู้ที่ไหนมา ภพนี้หนาจึงเกิดมาอาภัพสับหมู ไร้คู่ชู่ชื่นมื่นไถลลื่นปื๊ดๆเหมือนกับใครเขา(แฟนหรือเป็ดโปรเนี่ย?)

                คิดแล้วเศร้า...

                ไม่ได้หยิ่งจริงๆมันยังไม่เจอะกับเขา ไม่มีใครเอามันเลยต้องเหงา เข้าใจ...หน้าต่างประตูมาดูยังเปิดเอาไว้ ให้คนที่อยากเข้าม๊าาาาาา~~¯¯เย้ เย~~~~¯¯

                กริ๊ก!!!ปึง!!!!~~~

                โอย....ขัดจังหวะอารมณ์โศกแบบบาว-ปานจังเล้ยยย อีตาบอกอใหญ่เนี่ย วันหลังปิดประตูเบาๆหน่อยซิยะ!!!!

                “อ๊ายยยย กรี๊ดดดด”

เสียงแปร๋นๆของยายแองจี้ดังขึ้น พร้อมกับเสียงชะนีค่าบ่างนางอายของสาวๆในชมรมก็ดังขึ้นพร้อมกับกรูกันไปที่ประตู~โอย...อะไรกันนักหนาว่ะเนี่ย อีตาใหญ่แกคงเอาหมากฝรั่งแมลงสาบมาเล่นอีกล่ะมั๊งเนี่ย!!

                “ไอ้ใหญ่ช่วยเงีย...............................”

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!กุดจี่ขี่ชอปเปอร์ไปชนปลาปักเป้า!!!!

                “ที่นี่ใช่ไอ้สำนักพิมพ์อะไรนั่นใช่มะ?.....”

                ใช่...ใช่เลยล่ะนายยยยยย........

                “นายมาทำอะไรเนี่ย?” เออ เดาเก่งนะเนี่ย สงสัยอ่านนิยายพวกนี้บ่อยล่ะสิท่า~ก็อีตาโรคจิตทะลวงกึ๋นนี่แหละ...ถึงว่า เพื่อนๆฉันชะนีแตกหมด แม้กระทั่งไอ้วิงฝ่ายคอมที่แอ๊บแมนมานานแสนนาน ก็พลันตบะแตกในบันดล...

                โฮะๆๆๆ ภูมิใจ มีคนหล่อข้างๆ...

                อ๊ากกก...นี่ไม่ใช่เวลาจะภาคภูมิใจนะ!!!

                “มา.....”ซายน์ยกนิ้วขึ้นแล้ววนๆ ก่อนจะมาชี้หน้าฉัน “มาหาเธอ...”

ต๊ายยย ทำท่าอย่างกับเท่งโหน่งมาหาเฮีย~ตกก๊ะใจหมดเลย!!!

                “มาหาฉันทำเป็ดไล่ทุ่งอะไรยะ?”

                “กินข้าว....เร็ว....หิว....”

                “ห๊า!!!”

                “ห๊าหาน้าพัชรึไง ก็ไปกินข้าวกันไง”

                ตอนนี้ฉันรับรู้ถึงกระแสอาฆาตและพยาบาทจากสายตาเพื่อนร่วมชุมนุมนับสิบคู่ดังเปรี๊ยะๆใส่ ร้อนรุดั่งซาฮาร่า เมื่อตาทะลวงกึ๋นบอกว่าจาพาฉันไปกินข้าวเท่านั้นแหละ...ไม่มีอะไรสักหน่อยเนอะ บ้ารึเปล่ายายพวกนี้ ฉันยังไม่ทันคิดอะไรเลย...

                คริๆ!!!ซะเมื่อไรล่ะ!!!!~~ฉันไม่ใช่นางเอกละครจอมขวางโลกนะ!!!

                อ๊ายยยยยยยยยยย~~ดีใจเว้ยยยย มีคนหล่อลากชวนทานข้าว กรี๊ดเหอะ!!! ผู้หญิงที่ไหนมันจะไม่ดีใจบ้างล่ะ? โดยเฉพาะเป็นหนุ่มฮอตหมาดๆเมื่อเช้านี้เอง ฮะๆๆๆๆ ของงี้มันต้องใช้ฝีมือเว้ย!!!!

                อย่าจ๊ะ...อย่านะจ๊ะคนดี อย่าอิจฉาโมเลย...สวยเลือกได้อ่ะค่ะ โฮะๆๆๆ

                “คิดไงอยากกินข้าวกับฉันเนี่ย...รู้ทางไปโรงอาหารไม่ใช่รึไง?” ฉันถามแก้เก้อแบบนางเอกในละคร หุๆ คอยดูนะ อีตานี่ก็ต้องตอบกลับมาประมาณว่า...ถ้าไม่เห็นหน้าเธอฉันก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ อิๆๆๆ~เขินนะเนี่ย!!

                “ฉันลืมเอากระเป๋าตังค์มา...ยืมก่อน เดี๋ยวกลับบ้านเอามาคืนให้.......”

เพล้ง!!!(เสียงของใบหน้าฉันเอง)

                “พรืดดดดดดดดด~~~ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

คนรอบข้างต่างพากันระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง ขำกันน้ำตาแทบร่วง ในขณะที่ฉันได้ยินเสียงหน้าอันงดงามแตกดังเพล้งสนั่นหวั่นไหว อ๊ายยย~~ไอ้ทะลวงกึ๋น!!!นายนี่มันเป็นผู้ชายปากร้ายใจดำที่สุดเลยนะ แงๆ ชวนฉันกินข้าวเพราะจะใช้ตังค์ฉันเนี่ยนะ โฮๆๆๆ เคาะกะลาให้โมดีใจ...

 

                กรี๊ดดดดดดดดดด~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!

                หัวฉันหมุนติ้วๆ คำนวณรายรับรายจ่ายอย่างเร่งด่วน ตายๆๆ ก็อีตาทะลวงกึ๋นเนี่ยสิไม่รู้ไปอดอยากปากแห้งที่ไหนมา กินเป็นพายุขนาดนี้ แล้วของแต่ละอย่างนะ...เฟรนฟรายซ์งี้ ออมเล็ดงี้(คล้ายไข่เจียวแต่ม้วนเป็นโรล นุ่มๆ มีพริกหยวก แฮม มะเขือเทศเป็นไส้ใน) สปาเกตตี้งี้ ต๊ายยย~~ฉันอยู่นานาชาติมาเนี่ยไม่เคยสั่งกินเลยสักกะรอบ ยอมอดยอมทนกินกะเพราะไก่ไข่ดาว กับก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ชาล่ะยี่สิบนี่แหละ

                หมดกัน!!!ระบบเศรษฐกิจพอเพียงสุดๆของฉัน...

                “อร่อยนี่นา เธอลองมั๊ย?”

แสล๋นเป็ด!!!มันต้องอร่อยสิ เงินฉันนี่ ไม่ใช่เงินนาย!!!

                “ฉันหิวน้ำ...ขอตังค์หน่อย” ว่าจบ พ่อคุณก็เล่นแบมือหราๆของเงินฉัสีหน้าเรียบแยเป็นกระดาษดับเบิ้ลเอเหมือนเคย นี่!!~กระเป๋าจะฉีกแล้วนะ คิดหรอว่าจะให้น่ะ...

                “อ่ะ...เอาไป....”

                อ๊ายยย แต่ก่อนแต่ไรมิเคยใจอ่อน~เดี๋ยวนี้ใจอ่อนไปได้อย่างไร.... ¯(รู้เลยคนแต่งแม่งนั่งฟังเพลงแบบไหน) โอ๊ยยย หล่อปานเรนขนาดนี้ใครจะอดใจไหวล่ะ...เอาเถอะ หมดก็หมดอ่ะตังค์ แต่อย่าหมดใจจากเค้านะ อ๊าย กรี๊ดๆๆๆ เขินที่สุด!!!(นางเอกเรื่องนี้เพ้อเจ้อดีแท้)

                “เออ...ฉันกินด้วยนะ” ฉันบอก

                “งั้นก็ไปเลือกด้วยกัน”

                “ไม่อ่ะ กินได้หมด ขี้เกียจลุก”

                “กำลังขึ้นอืดล่ะสิ...ไม่กวนก็ได้...”

แต่นายกำลังกวนส้นติงฉันอย่าแรง ไอ้ทะลวงกึ๋น!!!~

                แหม..แต่ช่างเถอะ นานๆจะมีหนุ่มหล่อๆมากินข้าวด้วยทั้งที สังเกตได้จากสภาพโรงอาหารที่ถูกสายตาทุกคู่จับตามองราวกับอั้ม พัชราภา อิๆ อย่าอิจฉาค่ะ อย่าอิจฉา

บังเอิญสวยเลือกได้ค่ะ ภูมิใจๆ อิอิ

                “เฮ้ย!!!~นายนี่มันไอ้ซายน์เด็กเส้นป่ะว่ะ”

                เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากหน้าร้านขายน้ำ ฉันทำหูผึ่งก่อนจะดีดตัวผึงลงจากที่นั่ง ยืนขึ้นชะเง้อมองหา...เหมือนฉันจะได้ยินอะไร ซายๆ ควายๆนะ...ไม่ใช่ว่ามีเรื่องกับขาใหญ่ประจำโรงเรียนแบบในนิยายวัยรุ่นเข้าล่ะ!!

                “กูไม่ได้เส้นว่ะ โทษที คงทักผิดคน”

อ๊ากกก~~~!!!!!!!!!! นั่นมันตาทะลวงกึ๋นนี่นา กำลังถูกผู้ชายคนนึงดึงคอเสื้อด้วยอ่ะ อ๊ายยยย คู่วาย เอ้ย!!! ไม่ใช่ จะบ้าหรอ ฉันไม่ได้วิปริตนะ(แล้วเมื่อกี้อะไร) เขาเรียกว่าอารมณ์ชั่ววูบ...ดูท่าไอ้คนที่หาเรื่องจะเก๋าซะด้วยแฮ ~~ตายล่ะเวย  ตายละวา...ตาเบอะเอ๊ยยยย เข้าวันแรกก็หาเหาใส่กบาลฉันแล้ว แง...

                ทำไมชีวิตฉันมันเหมือนนิยายแบบนี้ว้า~~~~~

เขียนโดย micha : 2008-03-14 16:21:59

/1