วันที่ : 22 มิถุนายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : นายกวนแสบซ่าท้ารักยัย Tom Boy ตอนที่11

   ตอนที่11 ไฟท์ติ้ง

    “ฮูล่าฮ่าๆ  ฮูล่าเฮ่ๆ  สู้ๆ”

   แล้ววันที่ฉันไม่อยากให้มันมาถึงก็มาถึงจนได้ไง  ก็วันงานกิจกรรมไฟท์ติ้งปัญญาอ่อนไงล่ะ  แต่ก็ยังดีที่งดเรียนบางคาบ  เพื่อจะให้คนที่จะแข่งได้ซ้อม  ซึ่งอย่าหวังเลยว่าฉันจะซ้อมกับไอ้บ้าหมานั่นอ่ะ  -.,-  มีหวังได้มีแผลประทับก่อนแข่งเป็นแน่เลย

   “เธอห้ามทำฉันขายหน้าด้วย  ยัยทอม”

   “ถ้าฉันเป็นทอมนายก็เป็นแค่หมาเท่านั้นแหล่ะ”

   “ทอมยังไงก็เป็นทอม”

   ฉันว่าฉันหยุดบทสนทนานี้ก่อนดีมั้ยเนี่ย  ก่อนที่ฉันจะตะบละแตกแล้วสู้ตามชื่อกิจกรรมนี้ไปเลย  ฉันล่ะอยากรู้จริงๆเลย  ว่าไอ้บ้านี่ไปฝึกวิชาความอดทนกับกวนเบื้องล่างมาจากไหนเยอะแยะ  ถึงได้สรรหาเรื่องมากวนเบื้องล่างได้ทุกครั้งที่คุย  ถอนตัวตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย  -_-^

   “เริ่มจากกิจกรรมเลยนะคะ  กิจกรรมของเรานั้นจะให้  นักเรียนจับฉลากหัวข้อทำกิจกรรมนะคะ”

   “ฉันออกไปจับเอง”

   “มีหวังงานล่มแน่เลย

   พุทโธ  ธรรมโม  สังโฆ  ใจเย็นๆไว้ๆ  ปล่อยมันไปก่อนแล้วค่อยคิดบัญชี  หลังจากกิจกรรมเสร็จนี่ล่ะ  เอาวะ!!  ไหนๆก็ซวยมาคู่กับไอ้บ้านี่แล้วก็ต้องทนให้ถึงที่สุด!!  แล้วฉันก็เดินไปจับฉลาก  ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะได้อะไรพิเรนๆมา  แต่ถ้ามันพิเรนมาก  นอกจากฉันจะไม่เล่นแล้วฉันยังจะตรงดิ่งไปฆ่า  ไอ้คนคิดหัวข้อขึ้นมาด้วย  - -^  (เค้าเรียกพาลใช่ป่ะ)

   “แล้วหัวข้อของทุกคนคือ......  ด่านแรก  ให้ฝ่ายหญิงขี่คอฝ่ายชาย  ไปยังจุดหมายที่เรากำหนด  ด่านสอง  ให้ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงผูกเชือกที่ข้อเท้าแล้ววิ่งไปยังจุดกำหนด  ด่านสาม  ให้นำผ้าปิดตาฝ่ายชาย  ทายว่าสิ่งที่จับคืออะไร  แล้วให้ฝ่ายหญิงบอกคำใบ้จนกว่าฝ่าชาย  จะทายถูก  นี่ล่ะค่ะกิจกรรมของม.5”

   แล้วยัยพิธีกรก็หยิบนกหวีด  ที่คล้องไว้ที่คอเตรียมขึ้นมาเป่า  กติกามันจะเป็นอย่างนี้ทุกปี  ก็คือรุ่นพี่ม.6  จะคิดหัวข้อมาทั้งหมด5หัวข้อ  แล้วก็ให้ม.1-ม.5  จับฉลากว่าได้หัวข้ออะไร  แล้วทำตามกติกา  ที่เขียนอยู่ในกระดาษตับฉลากนั่นล่ะ  แล้วกิจกรรมปีนี้  ฉันก็ว่ามันก็คงความปัญญาอ่อนเหมือนเดิมน่ะแหละ  แล้วก็ปัญญาอ่อนกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ  ที่ให้ฝ่ายหญิงขี่คอฝ่ายชาย  - -;;

   “เอาล่ะนะคะ  ปรี๊ดดดดดดดดดดด”

   แล้วคู่อื่นก็กระโดดขึ้นหลังผู้ชายทันที  ยกเว้นคู่ฉันนี่ล่ะที่ไม่เริ่มอะไรเลยซักอย่าง  - -^  ถึงฉันจะชอบเรื่องโลดโผน  แต่ฉันก็ไม่ใช่ลิง  ที่จะต้องกระโดดเกาะหลังใครหรอกนะ  เฮอะส์!!

   “กระโดดขึ้นมาสิ  แฟนคลับเธอไม่ว่าหรอกน่า”

   “นายก็พูดง่ายนี่  มาทำใจอย่างฉันบ้างมั้ยล่ะ”

   “เธอก็ให้ฉันกระโดดขี่หลังเธอสิ  แล้วก็กระโดดมาได้แล้ว  เสียเวลา  -_-;;”

   หึๆ  อยากให้ฉันกระโดดขี่หลังนายมากใช่มั้ย  งั้นนายจะรู้ว่ามันยิ่งกว่าอะไรใดๆทั้งสิ้นซะอีก

   “โอ๊ยย  เธอจิกหลังฉันทำไมเนี่ย  ฉันวิ่งไม่ถนัด”

   “ไม่รู้  ไม่ชี้  ไม่สน  นายอยากให้ฉันขี่หลังนาย  ฉันก็ขี้แล้วไงก็นายไม่มีข้อห้ามเองนี่นา  ว่าห้ามทำอะไรบนหลังนายน่ะ  ^O^”

   “ยัยทอมแสบเอ๊ยยย  - -;;;”

   แล้วจู่ๆไอ้บ้านี่ก็เล่นอะไรก็ไม่รู้  จู่ๆก็วิ่งไปด้วยกระโดดไปด้วยไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก  ทำให้ฉันไม่ทันตั้งตัว  จนต้องเผลอเอามือไปกอดคอไอ้บ้านี่ซะเต็มแรงเลย  -O- 

   “รักฉันมากใช่ป่ะ”

   “ถึงแล้วววววววววววววว”

   ฉันแกล้งตะโกนใส่หูไอ้บ้าหมานี่ดังๆ  เอาสินายแสบมาฉันก็แสบไป  ให้มันทัดเทียมกันหน่อย  (ได้ข่าวว่าเธอเริ่มก่อน)  เมื่อมาถึงฐานต่อมา  ฉันก็เอาเชือกผูกกับเท้าของไอ้บ้านี่  แล้วก็เดินกะเผลกๆ  ต่อไป

   “เธอเดินให้มันดีๆหน่อยได้มั้ย”

   “นายนั่นแหล่ะ”

   “ขาติดกันอยู่  เธอนี่ก็ตลกนะทำตัวแยกอยู่ได้”

   “เออน่า!!”

   ฉันตัดความลำคาญเสร็จด้วยคำพูดตะกี้  แล้วก็มาถึงฐานที่สามจนได้  ฉันเลยได้โอกาส  แกล้งไอ้บ้านี่ซักที  ให้มันรู้กันไปสิว่า  กวนเบื้องล่างน่ะไม่ใช่นายทำได้คนเดียวนะ  - -+  หึๆ  แล้วฉันก็พูดเชือกด้วยความหวังดี  เพื่อที่จะได้ไม่เกิดการโกงขึ้น  ฮ่าๆๆ

   “โอ๊ยย  เธอจะมัดแน่น  หาไมเกรนใส่กบาลฉันหรือไง”

   ดูมันพูดกับผู้หญิง  - -^

   “จับ”

   แล้วไอ้บ้านี่ก็ยื่นมือมาข้างหน้า  แล้วมันก็ยื่นออกมาเรื่อยๆ  แล้วมันก็โดนกับหน้าอกฉัน  แม้แต่ตอนอยู่ใต้ผ้ามันยังกวนได้นะ  งั้นอย่าหวังเลยว่าจะรอด  -_-

   “จับซะ”

   แล้วฉันก็เอามือของไอ้บ้าหมา  มาจับกับลูกแอปเปิ้ล  ฉันว่าอย่างไอ้บ้านี่คงทายไม่ถูกหรอก  เพราะของแข็งๆมันก็เหมือนกันน่ะแหล่ะ

   “ของเล่นหรือไง”

   “ของกิน”

   “ผัก”

   “ผักบ้านนายแข็งเป้ง  อย่างนี้เลยหรือไง”

   “เค้าให้เธอบอกใบ้นะ  ไม่ได้ให้มายืนนิ่ง”

   “เออ!!”

   “ก็ใบ้ซะทีสิ  ยืนเซ่ออยู่ทำไม”

   “มันคือแอปเปิ้ล”

   “เธอทำผิดกติกาหรือไง”

   “นีน่าไม่รู้”

   “หือ!!”

   แล้วนายหมาก็ถอดผ้าออก  พร้อมกับมองแกผู้มาใหม่  ซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคือใคร  แต่จู่ๆก็เดินตรงเข้ามา  แล้วก็มาหาไอ้บ้าหมานี่เลย  เป็นผู้หญิงดูไฮโซน่าดูเลยด้วย  เท่าที่ดูจากการแต่งตัวนะ

   “เธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

   “ตะกี้  แล้วน่าก็ให้คนขับรถพาน่ามาส่งที่นี่เลย”

   “เอ่อ...  ^^;”

   “แล้วนี่ใครหรอมาร์ท”

   ยัยนี่ทำเสียงกระแดะ  แล้วก็เดินแรดมาชี้นิ้วบนไหล่ฉัน  ทำเหมือนกับรังเกียจ  เฮอะส์!!

   “เพื่อน”

   เฮอะส์!!  เพื่อนงั้นหรอ  เออ  มันก็เพื่อนจริงๆนี่หว่า  ฉันคิดอะไรอยู่วะเนี่ย  -_-^

   “ค่ะ!!  ก็ดี!!  ไม่ใช่คนรักของมาร์ทน่าก็พอใจละ  เพราะน่าจะเป็นคนรักของมาร์ทคนเดียวเท่านั้น!!”

   ไอ้บ้าหมานี่มันรักกับใครไปทั่วเลยหรือไงวะเนี่ย  แล้วนี่ใครอีกล่ะนี่น่าอะไรกันอีก  แล้วยัยนี่มาเป็นคนรักที่ไหนอีกล่ะเนี่ย  ได้ข่าวว่าแฟนล่าสุดของนายบ้านี่คือยัยพริตไม่ใช่หรือไง  แล้วยัยนี่น่านี่มาจากไหนลาะเนี่ย

   “เอ่อ...  นี่นีน่าเพื่อนฉันนะ”

   “อีกแล้วนะมาร์ท  ปิดสถานะน่าอีกแล้ว  บอกไปสิว่าเรารักกันน่ะน้อ

   แล้วจู่ๆยัยน้อยหน่าอะไรนั่น  ก็เขย่งเท้า  ขึ้นไปหอมแก้มไอ้บ้าหมาเฉยเลย  ผู้หญิงอะไร  ไร้ซึ่งมารยาทจริงๆเลย  แต่ทำไมรู้สึกว่ามันแปลบๆขึ้นมาในใจนะ  แต่ก็ช่างมันเหอะหมอนี่จะมีใคร  ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่เนอะ

   “เดี๋ยวก่อนยัยทอม  ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่า...”

   แล้วพอฉันหันหลังกลับไป  ก็เห็นสองคนนั้นจูบกัน  ปากต่อปากเลยทีเดียว  โอ๊ยย  ทำไมมันรู้สึกเจ็บแปลบๆในใจล่ะเนี่ย  แต่ก็ช่างมันเหอะคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

   ทำไมรู้สึกหงุดหงิดจังเลยวะเนี่ย  โอ๊ยยยย  ทำไมเห็นอะไรก็หงุดหงิดไปหมดเลย  อารมณ์อย่างนี้อยากฆ่าคนจริงๆเลยวุ้ย

   “ไง~  แม่บ้านนอก”

   จู่ๆยัยน้อยหน่าก็โผล่หน้ามา

   “ไร”

   “เฮอะส์!!  สำนวนสถุล”

   “แล้วเธอไม่สถุล!!  เลยเนอะ  ^^+”

   “กรี๊ดดด  ถึงยังไงฉันก็ไม่บ้านนอกอย่างเธอหรอก”

   “ถึงจะบ้านนอกก็ไม่ได้มีใจสถุล  อย่างคนนอกเมืองหรอกนะ”

   “กรี๊ดดดดด  จับตัวมัน”

   แล้วจู่ๆไอ้พวกอีแร้งทั้งหลาย  ก็รุมเข้ามาจับตัวฉันไว้  อะไรของยัยนี่วะเนี่ย  ฉันถามจริงเหอะ!!?  ฉันไปทำอะไรให้มันหว่า  - -^  เอ๊ะ!!  แล้วยัยนี่มาหาเรื่องอะไรฉันล่ะวะเนี่ย

   “วุ้ย!!  หน้าลำคาญ”

   “กรี๊ดดดดดด”

   อะไรของยัยพวกนี้เนี่ย  แค่สะบัดทีเดียวก็ล้มละ  แล้วถามจริงเหอะ!!  จะร้องเสียงโหยหวนเรียกผัว  เหมือนชะนีเพื่อ  -_-+  น่าลำคาญจริงเลยคนยิ่งหงุดหงิดๆอยู่  มาเกาะอยู่ได้

   “ฉันเป็นคนรักกับมาร์ท  เธอคงอิจฉาล่ะสิ”

   “อิจฉาหาพระแสงอะไรหรอ??”

   “ภาษาสถุล  หยาบคาย  ไร้มารยาท!!”

   “ตายละ!!  แล้วคุณล่ะคะ  ภาษาไม่สถุลบ้างเลยหรือไงคะ”

   มันร้ายมาฉันก็ร้ายกลับได้อยู่แล้วใครจะทำไม  น่าเบื่อยัยพวกนี้จริงๆเลย  ไปหาที่สงบๆอยู่ดีกว่า  อยู่ตรงนี้มีแต่ปวดกบาล  เพราะไอ้เสียงร้องกรี๊ดนั่นล่ะ

   “กรี๊ดดด  เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ  กลับมาก่อน  กรี๊ดดดดดดดด”

   ใครอยู่กับยัยนี่คงหน้าสงสารน่าดูเลย  ไม่รู้ยัยนี่ปัญญานิ่มอะไรนักหนา  ถึงได้มาหาเรื่องคนอื่นอย่างนี้  แถมยังกรี๊ดวี๊ดว้ายอยู่ได้  กลัวคนอยู่ใกล้ประสาทไม่หลอน  เพราะเสียงของเธอหรือไงก็ไม่รู้  ฉันว่ายัยน้อยหน่านั่นคงต้องเคยเหยียดศรีธัญญาเป็นแน่เลย  เพราะท่าทางอาการให้เลยล่ะ  โอ๊ยยยยย  หงุดหงิดจริงโว้ยย  แล้วเพื่อนฉันหายไปไหนหมดเนี่ย  ตั้งแต่มาส่งฉันเข้ากิจกรรมประเทืองปัญญา!!  แล้ว  (ประชด)  ก็ไปไหนกันหมดก็ไม่รู้  ทีเวลาอยากพึ่งพาดันหายไปม๊ด  แล้วจะไปเร่ล่อนที่ไหนต่อล่ะเนี่ย -_-^;

   - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

ดิวมาอัพแล้วนะคะ  ตามที่บอกไว้เลย  เพราะหลังจากอัพบทนี้แล้วดิวก็ต้องไปเรียนละ  T^T  แต่ก็ยังดีนะคะ  ที่วันนี้เป็นวันปิดคอสแล้ว  ปีหน้าดิวก็ไม่ต้องเรียนแล้ว  (เพราะขี้เกียจ  เหตุตรงๆ  - -*)  เพราะฉะนั้นตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป  วันอาทิตย์ดิวก็จะได้อยู่บ้านตลอดช่วงบ่ายแล้ว  คงมีเวลาแต่งนิยายได้อีกเยอะล่ะค่ะ  จะได้ไมใต้องมาแต่งตอนมืดอีก  -.,-  แล้วก็เวลาอัพครั้งหน้า  ก็คงอยู่ช่วงเดิมล่ะค่ะ  เกินบ่ายโมง  ไม่ถึงบ่าย3  ไม่รู้จะมีเหตุสุดวิสัยอะไรอีกหรือเปล่า  แต่ถ้ามีเกิดขึ้นอีก  เดี๋ยวดิวก็ค่อยมาแจ้งละกันนะคะ

ป.ล  อย่าลืมคอมเม้นกับโหวตเป็นกำลังใจให้ดิวด้วยน้อ~ ^_^

เขียนโดย nuseng : 2008-06-22 06:03:31
วันที่ : 21 มิถุนายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : นายกวนแสบซ่าท้ารักยัย Tom Boy ตอนที่10

ตอนที่10  สีสันในกลุ่ม

            ตอนนี้ฉักลับมาเรียนดังเดิมแล้วล่ะ  ยังดีนะที่ฉันไปบ้านยัยแพรแค่3วันน่ะ  - -^  ถ้าไม่งั้นฉันคงโดนไอ้บ้ามาร์ทลวนลามไม่หยุดแน่เลย  T_T  ไม่เคยมีใครทำกับฉันยังงี้มาก่อนเลยนะ  ไม่ต้องถามเลย...หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นั้นมา  ฉํนก็สู้หน้าไอ้บ้านั่นไม่ติดอีกเลย  ก็ใครจะหน้าด้านขนาดกล้าเผชิญหน้ากับไอ้บ้ากามนั่นล่ะ  ต่อให้ฉันหน้าด้านขนาดปูนทา10ชั้น  ฉํนว่าฉันยังไม่สามารถมองหน้าตรงๆได้เลย  เห้อ~  เซงเป็นบ้าเลย  -_-^

            “ทำไมเธอชอบทำหน้าเซงจัง”

            ยัยแพรถามขึ้นมา

            “ก็มันเซง  - -;;”

            “เซงอะไรอ่ะ  หรือว่าไปบ้านฉันไม่สนุก  -O-”

            “อือ  ไม่สนุก”

            “จริง!!  บ้านฉันไม่สนุกเลยหรอ  ฉันขอโทษนะ  ที่ลากเธอไป”

            ฉันล่ะอยากจะบอกจริงๆเลย  ว่าที่ฉันใจแป้วไม่สนุกก็เพราะไอ้บ้าหมานั่น  (หมา  - -;)  ฉันจะบอกว่าหมาที่ว่า  ก็คือไอ้มาร์ทน่ะแหล่ะ  มันคล้ายๆกันดีฉันก็เลยขอเรียกอย่างนี้เลยละกัน

            “โทษที  บ้านเธอสนุก  แต่มีบางอย่างที่มันขัดหูขัดตาฉันไปหน่อย  เลยทำให้ความสนุกมันน้อยลง”

            “อะไรหรอ  O_O”

            “อย่ารู้เลย  - -

            “โถ่.....  -.,-”

            ทำไมมันถึงได้เซงเฮงซวยขนาดนี้วะเนี่ย  จะมองหน้าต่างก็เจอหน้าไอ้หมา  จะมองไปที่กระดาน  ก็เจอแต่วิชาการหน้าเบื่อ  จะมองไปที่ประตูก็ไม่มีอะไรหน้าสนใจ  -*-  เมื่อไหร่จะออดวะเนี่ย  จะได้ไปพักกินข้าวเที่ยงซะที

            “ขอรบกวนครูผู้สอนทุกท่าน  ขณะนี้ได้เวลาพักเที่ยงแล้วค่ะ”

            คิดไม่ทันไรเสียงสวรรค์สำหรับฉัน  ก็ดังขึ้น

            “พลอยแพรพริตไปกินข้าวกันเหอะ”

            ฉันลืมบอกไปเลยแฮะ  ว่ายัยพริตแฟนเก่าไอ้หมา  ย้ายเข้ามาเรียนโรงเรียนฉันแล้วนะ  ฉันก็ไม่รู้ว่ายัดเงินเข้ามาเท่าไหร่  แต่ยัยนี่บอกเพียงแค่ว่า

            ‘โรงเรียนเก่าฉันก็ไม่ค่อยมีเพื่อนอยู่แล้ว  ให้พ่อแม่ย้ายมาโรงเรียนนี้จะเป็นไรไป’

            นั่นแหล่ะ  พริตบอกเพียงแค่นี้กับฉัน  แล้วหลังจากนั้นยัยนี่ก็ย้ายมาอยู่โรงเรียนฉันอย่างง่ายดาย  แถมยัยนี่ยังให้พ่อแม่เส้นเข้ามาอยู่ห้องฉันอีกด้วย  - -”  ตอนนี้ฉันเลยได้เพื่อนแต่ตระกูล 

            “ยัยทอม”

            เสียงที่ฉันตั้งชื่อให้ว่าหมา  เรียกสกัดฉันก่อนออกจากห้องซะก่อน  -_-+  มันจะเรียกหาซากหมู  หมา  กา  ไก่  อะไรตอนนี้เนี่ย  ยิ่งรีบๆหนีอยู่ด้วยแต่ว่า  เอ๊ะ!!  ฉันไม่ใช่ทอมนี่นาแล้วฉันจะต้องสนใจอะไร  จริงมั้ยล่ะ  เพราะฉะนั้นแสดงว่า  ไม่มีใครเรียกฉันล่ะมั้ง

            “ยัยทอม

            ไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจ

            “ยัยทอม!!”

            เสียงใครก็ไม่รู้  เรียกใครก็ไม่รู้

            “ยัยฮันนี่!!!”

            “เรียกให้มันดีๆนะเว้ย  เรียกอย่างนี้มาต่อยกันเลยดีกว่า”

            แล้วตะบละฉันก็แตกจนได้ไง  - -;;

            “ก็ฉันเรียกเธอ  เธอไม่หัน  - -

            “เรียกตอนไหน  เรียกว่าอะไร  แล้วฉันชื่ออะไร  พูดให้มันดีๆนะ”

            ใครจะไปทนได้  เล่นเรียกชื่อฉันซะเต็มยศเลย  ก็ร็กันอยู่ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อฮันนี่  ที่แปลว่าที่รัก  หวานแหววอย่างนั้นนี่

            “เรียกเมื่อกี้  เรียกว่ายัยทอม  เธอชื่อฮันนี่  พูดดีๆแล้วครับ”

            เอ้อ!!  ดูมันกวนเบื้องล่างได้ถึงที่สุดจริงๆ  -_-^

            “มีไร  คนหิว  จะไปกินข้าว”

            “ทำไมเธอต้องหลบหน้าฉันด้วย  หรือว่าอายความหล่อฉันหรือไง  ^_^”

            หมอนี่พูดพลางพร้อมกับทำหน้าเจ้าเล่ห์

            “ใครหลบหน้านาย  แล้วใครอายความหล่อนาย  อย่ามามั่วนะเว้ย”

            “ก็เธอไง  แล้วก็เธอไงที่อายความหล่อฉัน  แล้วฉันก็ไม่ได้มั่วด้วย”

            เอากับมันสิ  เล่นตอบทุกคำถามเลย  มองหน้ามันก็ได้วะหน้ามันก็ไม่ได้มีสิวเขรอะเบอะบานนี่เนอะ  แต่เมื่อหันไปสบตาปุ๊บ  ปุ๊บ..  ปุ๊บ..  ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  - -^  (แล้วจะพูดซ้ำเพื่อ...)  แล้วทำไมฉํนถึงไม่กล้าสบตาไอ้บ้าหมานี่นะ  ทั้งๆที่ก็ไม่มีอะไร  แต่มันก็ไม่อยากจะสบตานี่นา  -.,-

            “ฉันมองหน้านายแล้ว  มีไรป่ะ  ถ้าไม่มีไรฉันไปกินข้าวละ  ไอ้หมาเอ๊ยยย”

            แล้วฉันก็ฉุดมือยัยพริต  ยัยแพร  ยัยพลอย  ลงมาข้างล่างทันทีทั้งๆที่เวลาฉันล้อใคร  ฉันไม่เคยหนีหน้าอย่างนี้เลย  อาจจะเป็นเพราะว่าไอ้บ้านี่ไม่เหมือนกันคนอื่นๆล่ะมั้ง  ก็ไอ้บ้านี่เล่นเป็นถึงประธานชมรมศิลปะการต่อสู้เลยนี่หว่า  ตอนแรกฉันก็กะว่าจะเลือกเข้าชมรามนี้ละ  แต่พอรู้ว่าไอ้บ้านี่เป็นประธานฉันก็รู้สึกว่า  อยากอยู่ชุมนุมทำอาหารขึ้นมาตะหงิดๆเลยล่ะ  -_-^

            “พริต  ฉันถามเธอจริงๆเหอะ  คิดยังไงถึงได้เข้าโรงเรียนนี่เนี่ย”

            ยัยแพรถามทั้งๆที่ข้าวยังเต็มปากอยู่เลย  - -;;

            “หนีไอ้บ้าฟราย”

            ฟรายที่ว่าคงจะหมายถึงไอ้บ้าฟราวด์ล่ะมั้ง

            “ฉันก็เห็นเธอปกติแล้วนี่  ทำไมยังต้องหนีอีกล่ะ”

            “ฉันอยากอยู่โรงเรียนเดียวกับเธอมากกว่า  เพราะฉันถูกชะตากับเธอมากกว่า”

            ยัยพริตตอบฉัน

            “ได้ข่าวว่าโรงเรียนเก่าเธอไฮโซไม่ใช่หรือไง”

            “โรงเรียนซังกะบ๊วยอย่างนั้นช่างมันเหอะ  -_-^”

            “แล้วทำไมพลอยไม่พูดเลยล่ะน่ะ”

            ยัยพริตถามยัยพลอยขึ้นมา  รู้สึกได้เลย  เมื่อยัยสองคนนี้เข้ามาในกลุ่มฉันกับยัยพลอยแล้ว  ดูมีสีสันขึ้นเยอะเลย  จากที่ดูเงียบๆอย่างกับที่รกร้าง  กลายเป็นว่าเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น  มันเหมือนกับว่ามีอะไรเปลี่ยนไปหลายๆอย่าง  แต่ถ้าจะให้ฉันบรรยายหรือสาธยายยังไง  ฉันก็บอกไม่ถูกจริงๆเลยรู้แต่ว่ามันเปลี่ยนไปเยอะอ่ะ  =_=

            “ฮันจ๊ะแล้วเรื่องานไฟท์ติ้ง  จะฝึกซ้อมกันวันไหนหรอ”

            “ไม่รู้  - -

            “ขอโทษจ้ะ  ^^;”

            ยัยพลอยคงรู้ได้ถึงรังสีอัมหิตของฉันล่ะมั้ง  ก็งานนี้ฉันต้องคู่กับไอ้หมาน่ะสิ  ฉันล่ะเซงเป็นบ้าเลย  ตอนนั้นฉันไม่น่าหลุดปากออกไปเลย  แล้วงานบ้านี่ก็ไม่มีอะไรเลย  นอกจากจับคู่กันแล้วก็ทำกิจกรรมร่วมกัน  -_-^;;  ปีที่แล้วฉันยังจำได้อยู่เลย  ว่าไอ้คู่ของฉันอ่อนแอเป็นบ้าเลย  มันจะมีกิจกรรมปัญญาอ่อนอะไรของมันก็ไม่รู้  -*-  ให้ผู้หญิงนั่งบนรถไม้  ที่ไอ้พวกรุ่นพี่บ้าที่ไหนก็ไม่ร็ช่างคิดเหลือเกิน  ให้ผู้หญิงกินขนมกับน้ำที่จัดให้  ในขณะที่ผู้ชายก็เข็นทางเลี้ยวไปเลี้ยวมา  ตามเส้นขีดทาง  แล้วก็นั่นแหล่ะเป็นอะไรที่ทุเรศที่สุดเลย  ไอ้คู่ฉันมันบอกว่าไม่ไหว  ฉันเลยเกิดความลำคาญ  เตะมันลงบนรถไม้แล้วฉํนเป็นคนลากเอง  หลังจากงานนั้นมา  คนเกือบทั้งโรงเรียนก็ได้รับร็ถึงวีรกรรมฉันทั้งหมดเลย  - -^

            แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่า  รุ่นพี่ปีนี้จะคิดอะไรปัญญาอ่อนขึ้นมาอีกแต่ฉันก็หวังไว้ว่า  คงจะไม่ปัญญาอ่อนอย่างปีที่แล้ว

            “พริต  แล้วโรงเรียนเก่าเธอ  ทำไมเธอถึงไม่ค่อยมีเพื่อนล่ะ”

            “ไม่รู้  เพื่อนผู้หญิงเวลาเห็นฉันนะก็ทำตาหมั่นไส้  - -;  เพื่อนผู้ชายพอเห็นฉันก็ทำตาหื่นใส่  - -;;  ฉันเลยจำใจยอมไม่มีเพื่อนดีกว่า  - -;;;  แต่โรงเรียนนี้ก็ดีกว่าเยอะเลย  เพราะฉันยังมีพวกเธอเป็นเพื่อน  ^O^”

            “แล้วเธอไม่กลัวพวกฉันริษยาเธอบ้างหรือไง”

            “กลัว”

            “หือ  ( - -)( - -)( - -)  >>  (- -;)”

            “ก็กลัวแต่ว่าพวกเธอคงไม่ทำอะไรฉันหรอกเนอะ  โฮะๆ  ^O^;”

            แต่ก็สมควรอยู่หรอกนะ  เพราะโรงเรียนเก่าคงเจอมาสาหัสน่าดูเลยสิเลยยังกลัวอยู่  เป็นฉันฉันก็อาจจะกลัว  กลัวว่าถ้าคบเพื่อนแล้วมันจะใส่ร้ายไรหรือเปล่า  ส่วนอีกเรื่องที่ว่า  เพื่อนจะทำร้ายเราหรือเปล่า  อันนี้ฉํนมั่นใจว่าฉันไม่กลัวเท่าไหร่หรอกนะ

            “เอ่อ...  ไปซื้อ  อะ..  ไอศกรีม  กินกะ...กันมั้ย  เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง  ^_^;;”

            แล้วก็นั่นแหล่ะ....

            “เค  งั้นไปกินกันเหอะ”

            ไม่มีใครโกรธลงแล้วล่ะ  เล่นเอาของหวานมาล่อแล้วนี่  ฉันจะบอกว่าฉันไม่ใช่คนเห็นแก่กินนะ  แต่ฉํนเห็นแก่เพื่อน  ไหนๆเพื่อนก็มีน้ำใจแล้วก็น้อมรับเอาไว้หน่อย  (เหรอ)

            “ขณะนี้ได้เวลาเข้าเรียนแล้วค่ะ  ขอให้นักเรียนทุกคนเข้าห้องเรียนด้วยค่ะ”

            อะไรกันเนี่ย  ฉันเพิ่งตักเข้าปากไปได้สามคำเองนะ  มองคนอื่นบ้างดีกว่า  ยัยพริตคงไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่  ยัยพลอยเหมือนเพิ่งสะกิดไปได้นิดเดียว  ส่วนของยัยแพร  เกลี้ยงถ้วยแล้ว  - -;;  ง่า  ยัยนี่มันคนหรือเปล่าฟะเนี่ย  กินไวอย่างกับจะไปแข่งโอลิมปิกกินไอศกรีมอย่างนั้นแหล่ะ

            “แพรเธอกินไว้มาก  OoO”

            “ขอบคุณที่ชม  ^O^”

            ยัยแพรพูดพลางเลียปากไปด้วย  เจริญเหอะ  ถ้าผู้ชายที่ไหนมาเห็นยัยนี่เลียปากเพราะไอศกรีมเลอะ  คงได้กระเจิงกันไปหมดแน่เลย  อย่างฉันที่ว่าแน่ยังแพ้ยัยแพรเลย

            “ฉันล่ะนับถือเธอจริงๆเลย  - -

            “เธอเลิกประชดกันได้แล้ว  รีบๆกินเหอะ  เสียของ”

            ก็อย่างที่ยัยแพรบอกอ่ะแหละ  ใส่ท้องยังไม่ทันอิ่มเลย  ก็ต้องเสียดายของกันเป็นธรรมดา  ฉํนกับยัยพริต  และ  ยัยพลอย  เลยทำได้แต่รีบตักเข้าปาก  แล้วก็รีบวิ่งขึ้นห้องเรียนทันที  แต่อย่างว่าแหละ  เสียเวลากินไอศกรีมแล้วยังต้องเสียเวลาวิ่งขึ้นห้องเรียนอีก  ก็เลยเข้าห้องสาย

            “ขออนุญาตเข้าห้องค่ะ”

            “เชิญ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            แล้วนั่นแหล่ะทำให้พวกฉันเป็นจุดเด่นของห้องไปเลย  ไม่รู้คนเข้าห้องสายมันผิดตรงไหนถึงได้มองกัน  แต่เอ๊ะ!!  มันแปลกๆนะ  ทำไมมองมาแล้วก็ยิ้มๆเหมือนจะหัวเราะเลย

            “อุ๊บ  ฮ่าๆๆ”

            “หัวเราะทำไม  อยากมีปัญหาหรือไงวะ”

            “เปล่าๆ  ฮ่าๆๆๆๆ  ฉันจะบอกว่า  ก๊ากๆ  ห้องพวกเธออยู่ห้องถัดไปไม่ใช่หรอ”

            แล้วก็นั่นแหล่ะ  ไอ้พวกบ้านี่ก็หัวเราะกันทั้งห้องเลย

            “ขอโทษค่ะ

            แล้วยัยแพรก็วิ่งแจ้นหนีไปเป็นคนที่หนึ่ง

            “ขอโทษด้วยนะคะ

            ยัยพลอยเดินตามออกไปเป็นคนที่สอง

            “ขอโทษค่ะ!!”

            แล้วฉันกับยัยพริตก็พูดขึ้นพร้อมกัน  แล้วก็ตามยัยสองคนนั้นไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

            ดิวมาอัพตามที่บอกไว้แล้วนะคะ  หลังจากที่นั่งแต่งอยู่ได้ชั่วโมงกว่าๆ  หวังว่าคงจะชดเชยที่ดิวอั