วันที่ : 28 กันยายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : นายกวนแสบซ่าท้ารักยัยTom Boy ตอนที่29

ตอนที่29 Kiss~ ไม่ได้ตั้งใจ

ผมรู้สึกว่าหัวผมสั่นไปสั่นมา เพราะขาของแพรจู่ๆก็กระดกขึ้น กระดกลง ก่อนที่จะได้ยินเสียงๆหนึ่ง

            พลั่ก!!

            “ไปไกลๆซะ”

            “ฮือๆๆ”

            “ฮ่าๆๆๆ”

            ผมได้ยินคนในรถทั้งคันหัวเราะออกมา

            “หัวเราะไรกัน เงียบนะ เงียบ!!”

            แต่คราวนี้เพชรสั่งกลับไม่มีใครเชื่อเลยซักคน

            “คนนั้นใครอ่ะ ฉันนับถือโคตรๆเลยอ่ะ เตะยัยนั่นล้มทั้งๆที่นั่งอยู่อ่ะ วู้ววว”

            ตะกี้ที่สั่นไปสั่นมาก็เพราะนี่นี่เอง แล้วด้วยความที่ผมเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ก็เลยขำออกมา

            “นี่นายยังไม่นอนหรอเนี่ย ไอ้บ้า!!”

            แพรดูท่าจะโมโหเล็กน้อย เลยดันหัวผมออกจากตัก แทบหน้าคว่ำแน่ะ -*- อ่า... เอาไงดีล่ะเนี่ย ไอ้เลมอน

            “เค้าขอโต้ด”

            ผมยังคงเอามุขเดิมของเธอมาเล่นต่อ หวังว่าจะทำให้เธอยิ้ม แต่คราวนี้เธอกลับทำหน้าบึ้ง T_T แล้วผมจะทำยังไงต่อล่ะเนี่ย

            แต่แล้วก่อนที่ผมจะคิดอะไร ก็มีแขกมาเยือนอีกรอบ

            “เลมอนๆ ตะกี้นังนี่มันเตะเพชรล้มอ่ะ T^T”

            เจ้าของเสียงพูดจบก็มานั่งแทรกกลางระหว่าง ผมกับแพร เหวออ ยัยปลิงนี่มาเกาะผมอีกแล้ว

            ผมเห็นแพรทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนที่จะผลักเพชรลงกับพื้น โดยที่ยัยปลิงนั่นไม่ทันตั้งตัว ทำให้หน้าคว่ำลงกลับพื้นบนรถ เล่นเอาทั้งห้องฮาแตกอีกรอบหนึ่ง ส่วนยัยตุ๊กแกเกาะหนึบนั่นตอนนี้น้ำตาคลอแล้ว ก่อนที่ยัยนั่นจะเดินลงไปยังข้างล่างของรถบัส ซึ่งเป็นเหมือนกับที่ประจำของเธอ เวลามากับโรงเรียน พอเธอลงไปปุ๊ป เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทันทีอย่างกลับว่า มีใครได้เหรียญทองโอลิมปิก - -*

            แต่แพรก็ยังคงทำหน้าบึ้งใส่ผมอยู่ T.T~

            “หายโกรธเถอะนะๆๆๆๆ”

            ผมพูดพร้อมกับยื่นนิ้วก้อย ไปตรงหน้าเธอ แต่เธอก็ยังคงเหมือนเดิม พร้อมกับหันไปทางริมกระจก เพื่อหนีนิ้วก้อยผม อ่า... ผมไม่รู้นะเนี่ยว่าแพรเป็นคนขี้งอนขนาดนี้ แล้วผมจะทำไงให้เธอหายโกรธล่ะเนี่ย

            “ต้องทำยังไงอ่ะ เธอถึงจะหายโกรธ *_*”

            ผมทำตาปริบๆถามเธอไป เพราะหวังจะให้เธอยิ้มบ้าง แต่วิ่งที่เธอตอบมา...

            “คลานสี่ขาไปหน้ารถ แล้วร้องโฮ่งๆ พร้อมกับกลับมาเลียขาฉัน -_-++”

            “ง่ะ –O- (พะงาบๆ)”

            “ไม่ทำก็อย่ามาง้อ”

            เธอพูดพร้อมกับเริ่มหลับตาลง

            แล้วจะเอายังไงเนี่ยไอ้เลมอน แกต้องคลานสี่ขาแล้วร้องโฮ่งๆ ต่อหน้าเพื่อนทั้งโขยงเลยนะ อ๊ากกกก ไม่มีอะไรจะง่ายไปกว่านี้แล้วหรือไงเนี่ย

            ผมปลงกับชีวิต พร้อมกับเริ่มลงไปนั่งกับพื้น แล้วก็เริ่มคลานไป ซึ่งตอนนั้นแพรก็เริ่มหันมา แต่สีหน้าของเธอยังคงเหมือนเดิม อา... ผมคลานแล้วนะ จะให้ผมทำอะไรอีกเนี่ย!!

            “โฮ่งๆๆ”

            ผมร้องออกมา ตอนนี้เพื่อนในรถทั้งหมดเริ่มหันมามองผมเป็นตาเดียวกันแล้ว ผมกำลังจะเป็นหมาใช่มั้ย TYT เกิดมาเป็นคนทั้งที ทำไมชาตินี้ต้องมาคลานเป็นหมาด้วยฟะ!!

            แล้วผมก็หันกลับไปมองแพรอีกรอบ คราวนี้ใบหน้าของเธอเริ่มมีรอยยิ้ม แต่ก็แค่ยิ้มนิดเดียว (นิดเดียวจริงๆ) ก่อนที่จะหุบยิ้ม (ที่มีอยู่น้อยนิด) ตอนที่สังเกตว่าผมกำลังหันมามองเธอ แต่นั่นก็ทำให้ผมรู้ว่า... เธอกำลังแกล้งผมแน่ๆ!!

            ตอนนี้ผมคลานมาได้ครึ่งรถแล้ว ผมเลยยืนขึ้นมาแล้วมุ่งไปหาแพรทันที

            แต่แล้วจังหวะที่ผมยืนหน้าแพร รถเกิดเบรกกระทันหัน ทำให้ผมล้มไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ริมฝีปากของผม ไปประทับกับริมฝีปากของแพรทันที ทำให้ยัยนี่ตาลุกวาว ซึ่งไม่ต่างกับผม แล้วจู่ๆ แพรก็เกิดเส้นกระตุกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ถีบผมจนลงไปกองกับพื้น

            แล้วผมก็เห็นยัยนั่นจับปากของตัวเอง พร้อมกับหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย อ่า...

            ตึกตัก ตึกตัก

            เย้ยย ผมกำลังใจเต้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฮัน ไม่ได้ๆ ผมจะคิดอย่างนั้นไม่ได้

            แล้วผมก็ส่ายหัวอย่างบ้าคลั่งทันที

            “ระวังเห็บนายหน่อยมันกระเด็นมาใส่ฉันหลายตัวแล้วนะ”

            “ขะ....ขอโทษ”

            แล้วผมกับเธอก็กับมาเป็นปกติ -_-^

            Honey say

            ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ข้างนายมาร์ทมาชั่วโมงเต็มๆ นึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทนกับไอ้กวนประสาท มาได้ยังไง

            “เมื่อไหร่นายจะกลับไปนั่งที่เดิมเนี่ย!!”

            “เมื่อไหนก็เมื่อนั้นล่ะ”

            -*- แล้วเมื่อไหนมันคือเมื่อไหร่ล่ะวุ้ย

            “พริตตานี่จะลุกละ กลับมานั่งที่เถอะ”

            ฉันกะให้ยัยพริตมายืนรอ เพื่อที่จะเป็นการไล่ให้ไอ้บ้ามาร์ทกลับไปนั่งที่ แต่ก็ผอดคลาด แม้ว่ายัยพริตจะมายืนรอแล้วแต่ตานี่ก็ยังคงนั่งเหมือนเดิม ทำยังทำหน้าไม่รู้หนาวไม่รู้ร้อนอีกต่างหาก ฉันเลยเริ่มดันตัวไอ้กวนประสาทออกจากที่ แต่นายนี่ก็ขืนตัวเต็มที่ ทำให้ดันได้แค่นิดเดียว

            ฉันมองหน้ายัยพริต ซึ่งตอนนี้หน้าของยัยนี่บ่งบอกว่า ‘เมื่อไหร่ฉันจะได้นั่ง’ อันที่จริงฉันก็อยากให้ พริตมานั่งข้างฉันไวๆล่ะนะ แต่ต้องหาวิธีไล่นายนี่ให้ไปไกลๆจากตรงนี้ก่อน

            ในเมื่อใช้มือไม่ได้ ก็ต้องใช้...

            ฉันถอดรองเท้าผ้าใบออก สองข้าง พร้อมกับใช้เท้า (ที่สวมถุงเท้า) ขึ้นมาถีบอีตามาร์ทโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้นายนี่ล้มลงไปข้างล่าง ฮ่าๆ เห้นแล้วสะใจพิลึกเลย (ยัยซาดิส)

            “มานั่งสิพริต ยืนเอ๋ออยู่ทำไม”

            ยัยพริตเดินมานั่งพร้อมกับสีหน้างงๆ ส่วนนายมาร์ทที่ลงไปกองกับพื้นนั้น จ้องมาทางฉันอย่างน่ากลัว แต่ฉันไม่กลัว - -+ ก็ใครใช้ให้มานั่งล่ะ ไล่ดีๆไม่ชอบ ชอบให้เล่นของสูง (หรอ)

            “ฝากไว้ก่อนเหอะ!!”

            นายมาร์ทพูดอย่างอารมณ์เสีย แล้วก็เดินกระแทกก้นไปนั่งข้างพลอยเหมือนเดิม

            “อย่าลืมมาเอาคืนน้า

            ฉันตอบออกไป ฮ่าๆ เวลาเห็นนายนี่อารมณ์เสียแล้วขำดีแท้เลย

            “นี่เธอใส่สร้อยด้วยหรอ”

            ยัยพริตพูดพร้อมกับเอามือมาจับสร้อย

            “โอ้วว นี่มาร์ทให้ หรือเลมอนนิ มี forever love ด้วย”

            ยัยพริตพูดพร้อมกับมองหน้าฉัน ทำให้ฉันต้องกลบเกลื่อนควายอายด้วยการจับสร้อยของพริตเช่นกัน

            “อ๊ะ!! ทำไมรูปแบบมันคล้ายๆกัน”

            ฉันพูดพร้อมกับดูจี้ซึ่งเป็นรูปหัวใจเหมือนกัน แล้วก็มีปล้ายเล็กๆห้อยเหมือนกับสร้อยของฉัน แต่นี่เป็นตัวหนังสือว่า ‘รักตลอดไป’ ซึ่งเป็นควายหมายเดียวกับตัวอักษรฉัน แต่จู่ๆ ยัยพริตก็ถอดสร้อยเส้นนั้นออก พร้อมกับรีบเก็บอย่างลุกลี้ลุกลน

            “มาร์ทเคยให้เธอ”

            “อืม... แต่ว่ามันนานแล้วนะ ตั้งแต่...”

            “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ”

            แต่สิ่งที่ฉันเห็นทำให้ฉันคิดว่า... หมอนี่ตั้งใจทำให้เหมือนกับของพริต เพราะยังลืมยัยพริตไม่ได้หรือเปล่า หรือว่าเพราะความบังเอิญ...

            เอี๊ยดดดดด

            เสียงเบรกยาวของรถฉันดังขึ้น บ่งบอกว่าถึงค่ายแล้ว...

           

            ตอนนี้ฉันลงมายืนอยู่หน้ารถแล้ว พร้อมกับกระเป๋าสะพายใบใหญ่ แต่ระหว่างที่ยืนอยู่นั้นก็มีคนดึงกระเป๋าจากแขนฉันไป

            “เอ๊ะ!!”

            “ฉันถือให้”

            นายมาร์ทนั่นเอง

            “ไม่!! ฉันถือเองได้”

            “เหอะน่า”

            “ห่วงฉันเหรอ กลัวฉันถือหนักใช่ป่ะ

            ฉันถามออกไปแบบเล่นๆ แต่นายนี่กลับตอบมาอย่างหน้าตาเฉยว่า...

            “เออ!!”

            “O_O~”

            แล้วนายนี่ก็เอากระเป๋าฉันไปสะพาย พร้อมกับเดินนำหน้าฉันไปในขณะที่ฉันยืนอึ้งอยู่...

            “น่ารักซะจริงจริ๊ง”

            ยัยพริตพูดพร้อมกับเดินตามไปอีกคน

            “เห้ย!! รอฉันด้วยดิ”

            เสียงนั้นไม่ใช่เสียงใคร แต่เป็นเสียงยัยแพรที่ไปอยู่กับเลมอน เออ!! ใช่สิลืมยัยนี่ไปเลย

            “ลืมกันได้เนอะ”

            “เหอะน่าๆ”

            แต่คราวนี้ฉันเห็นความผิดปกติของเลมอนแฮะ ปกตินายนี่จะปัญญาอ่อนทุกครั้งที่เห็นหน้า แต่ครั้งนี้กลับเงียบ แล้วก็ดูหน้าเป็นสีแดงอ่อนๆด้วย สงสัยอากาศคงร้อนล่ะมั้ง

            “ไปๆ ไปตะลุยป่ากัน”

            ยัยแพรพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ พร้อมกับเดินนำไป ฉันว่ายัยแพรกับเลมอนต้องมีอะไรแปลกๆแหงเลย แต่ก็เอาเหอะ ต่อไปนี้ฉันจะต้องไปดูที่พักละ จะเป็นยังไงวะเนี่ย!!

            ********************************************

            ***ค่ายจะเป็นยังไงกันน้า~ ติดตามตอนต่อไปค่ะ***

            อ่า... สวัสดีค่ะ ดิวขอโทษเน้อ ที่ไม่ได้อัพเมื่อวันจันทร์ อ่า... พอดียังไม่ได้แตะคอม แต่แน่นอนละค่ะ ว่าครั้งหน้าจะมาอัพ วันพุธ ส่วนช่วงเวลานั้น... ไม่แน่ไม่นอน แต่ดิวกำหนดวันได้แล้วว่าจะมาอัพวันพุธ แล้วจะมาบอกเวลาอัพครั้งต่อไปเรื่อยๆนะคะ

            **ปล. อย่าลืมคอมเม้นกับโหวตเป็นกำลังใจให้ด้วยเน้อ~ ^_^** 

เขียนโดย nuseng : 2008-09-28 13:22:25
วันที่ : 21 กันยายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : นายกวนแสบซ่าท้ารักยัยTom Boy ตอนที่28

ตอนที่28 คนละคัน

            ตอนนี้ฉันอยู่บนรถที่ไปเข้าค่ายแล้ว...

            “ฮัน แกรู้มั้ยว่ายัยแพรหายหัวไปไหน -*-”

            “ฉันรู้สึกว่าแกอยู่กับฉันมาตั้งแต่ฉันถึงโรงเรียน แล้วฉันจะไปตรัสรู้มันหรอว่ามันอยู่ไหน”

            “-_-^”

            เออ!! จะว่าไปยัยแพรหายไปไหนหว่า... ตั้งแต่เช้าแล้ว หรือว่ายัยนี่จะไม่ได้มาค่าย

            “ฮัลโหล!! นี่แกอยู่ไหนเนี่ย? บนรถไหน? ฉันไม่เห็นแกเลย แกอย่ามาตลกนะเว้ยฉันก็อยู่บนรถ อะไรนะ!!”

            จู่ๆยัยพริตก็ค่อยๆหันหน้าไปทางรถฝั่งขวา ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันเห็นยัยแพรไปนั่งสะหลอน อยู่ในรถคันนั้น เห้ย!! แล้วมันไปนั่งอยู่ในนั้นได้ไงเนี่ย ว่าแต่...คนที่นั่งอยู่ข้างมันนี่เลมอนนี่หว่า... แล้วทำมันยังนั่งข้างหลังกันแค่สองคนด้วย ไปแอบคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย

            “Get ละเพื่อน ขอให้โชคดี”

            ฉันยังได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากโทรศัพท์ ของยัยพริต แต่ยัยพริตก็ตัดสายไปเลย โดยที่ไม่ฟังยัยแพรต่อไปอีก

            “มันไปนั่งในนั้นได้ไง”

            “ก็ไอ้เลมอนลากยัยแพรไปนั่งด้วยน่ะแหละ เพราะเห็นบอกว่าไม่มีเพื่อน แล้วในกลุ่มเรามันสนิทกับแพรที่สุด แล้วก็... เห็นมันบอกว่าจะมาชวนแกแล้ว แต่เกรงใจแก”

            แล้วคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉัน ก็หันมามองฉันทันที ที่ยัยพริตพูดถึงเลมอนให้ฟัง แต่พอฉันหันไปมอง นายนั่นก็หลบตาไป ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นใคร เพราะบุคคลคนนี้มีอยู่คนเดียวก็คือ... ไอ้บ้ามาร์ทนะแหละ -_-++

            “นี่ๆ”

            “ไร”

            ผู้ชายในห้องฉันคนนึง ถามขึ้นมา แต่ไม่ได้ถามฉัน แต่ถามยัยพริต -.,-

            “ไปนั่งข้างหลังกับฉันมั้ย ที่..”

            “ขอบคุณสำหรับที่ แต่ฉันนั่งกับเพื่อนแล้ว กลับไปนั่งที่ไป”

            แล้วยัยพริตก็ไล่ไปอย่างไร้เยื่อใย... น่าสงสารคนที่มาขอให้ยัยพริตไปนั่งด้วยแฮะ แต่ก็น่าสมเพช ที่ไม่มีผู้หญิงนั่งกับมันซักคน แล้วก็สมน้ำหน้ามันด้วย ที่โดนปฏิเสธจากยัยพริต

            “นี่เธอ”

            ฉันหันหน้าไปมองคนที่เรียกพริต แล้วก็เจอหน้านายมาร์ท - -++

            “พลอยมีอะไรจะคุยด้วย”

            แล้วนายมาร์ทก็จับแขนยัยพริต ให้ลุกขึ้นก่อนที่จะสอดตัวเข้ามายังเบาะนั่งข้างๆฉัน โดยที่ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “พลอยมีอะไรจะคุยกับพริตอ่ะ”

            “ไม่มี”

            “เจ้าเล่ห์”

            “กินมั้ย

            นายมาร์ทไม่พูดอะไรนอกจากเปลี่ยนเรื่องคุย เออ!! ให้มันได้อย่างนี้สิ ตอนนี้ผู้หญิงเหล่า แรด ชะนี ทั้งหลายก็หันมามองกันเกือบทั้งคันแล้ว รู้สึกว่า... นายนี่จะมีผู้หญิงชวนไปนั่งด้วยหลายคน (มั้ง) แต่ก็ปฏิเสธกลับไปทุกครั้ง ฉันว่าฉันพอรับรู้ถึง สายตาจิกๆที่ส่งมาทางฉันแล้วล่ะ

            แต่ก็ช่างมัน... ฉันไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว

            “เห้ย!! สวย”

            จู่ๆนายมาร์ทก็พูดขึ้นมา ทำให้ฉันหันไปทางกระจก แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร จนกระทั่งรู้สึกมีอะไรมาแตะที่แก้ม พอรู้ตัวอีกที... อ๊าก ฉันโดนมันหอมแก้ม

            “ช้าไปมั้ย ^_^”

            นายนั่นพูดพร้อมกับจับหมัดที่ฉันเสยเข้าไป T_T มันจะกวนฉันไปถึงหนายยย

           

            Pare say

            “เธอต้องช่วยฉันนะในเข้าค่ายนี้อ่ะ”

            “อือๆ”

            เลมอนพูดแต่ประโยคนี้ ซ้ำไปซ้ำมา จนฉันเริ่มเบื่อ ช่วยอะไรน่ะเหรอ... ก็ช่วยให้มันได้อยู่กับฮันไง -_-^ ทำไมมันไม่ย้ายบ้านมาอยู่บ้านฮันไปเลยล่ะ มาให้ฉันช่วยอยู่ได้ ยิ่งฟังแล้วยิ่งหงุดหงิดจริงเว้ย

            “เธอต้อง...”

            “ฉันนะในเข้าค่ายนี้อ่ะ... ฉันฟังจนมันหลอนแล้วนะ!!”

            ฉันตะโกนออกไปอย่างเหลืออด อาจจะเป็นเพราะรำคาญ กับความรู้สึกแปลกๆที่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง รู้แต่ว่ายิ่งฟังนายนี่พูดถึงยัยฮันแล้วรู้สึกหงุดหงิด

            “อ่า... ฉันขอโทษ”

            “เอ่อ... ไม่เป็นไร –O-”

            ฉันได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ตะลึงงัน ที่จู่ๆเลมอนก็ทำท่าทาง เจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาขณะหนึ่ง ก็ดูหน้ามันสิ ทำหน้าเหมือนเด็กข้างถนน ไม่มีเงินกินข้าวอย่างนั้นแหละ ตอนนี้ฉันเลยเริ่มสงบลงหน่อย

            “ฉันทำให้เธอรำคาญหรือเปล่า...”

            “ปะ... เปล่า เปล่าเลย ไม่เคยเล้ยย”

            ฉันตอบออกไปอย่าลนลานเหมือนกับกลัวความผิด แต่อันที่จริงแล้วคนที่ควรลนลานน่าจะเป็นคนที่ถามฉันมากกว่านะ -.,+

            “ฉันขอโทษ”

            “ถ้านายยังไม่เลิกเป็นอย่างนี้นะ ฉันจะไม่ช่วยอะไรนายแล้ว”

            ฉันพูดออกไป เพราะกลัวว่านายเลอน จะนั่งหงอยตลอดทางไป เพราะตอนนี้ฉันไม่มีเพื่อนเลยซักคน นอกจากนายนี่แล้ว บนรถคันนี้ฉันก็ไม่รู้จักใครอีกเลย ก็มันไม่ใช่ห้องฉันนี่!! เล่นลากฉันมาอย่างนี้คนเดียว คนที่ลากก็ต้องรับผิดชอบฉันสิ เพราะมันไม่คิดจะลากเพื่อนคนอื่นของฉันมาซักคน!! =O= คิดแล้วsad

            ฉันเห็นนายเลมอนยังคงเงียบอยู่... ก็เลยพูดออกมาว่า

            “เห้ย!! นั่นมันรถของฮันนิ นั่งตรงกันด้วยล่ะ!!”

            “ไหนๆ ไหนฮัน”

            “~หลอกควายสบายดีจัง หลอกอีกครั้งก็ยังเป็นควาย

            “ง่ะ (พะงาบๆ) –O-”

            นายนี่ถึงกับทำหน้างงทันที ก่อนที่จะทำหน้าบูด เหมือนกับหมึกอึไม่ออก มา10ปิอย่างนั้นละ

            “โอ๋ๆ อย่าโกรธเค้าน้า”

            “ชิส์”

            แน่ะ!! มันยังเล่นด้วยอีก

            “เค้าขอโทษนะตัว”

            “เค้าโกรธตัวแล่ว!!”

            ไปๆมาๆชักเหมือนปัญญาอ่อนเข้าไปทุกทีนะเนี่ย - -*

            “หะ...เห้ยๆ”

            “อะไร ตอนนี้เค้าโกรธอยู่”

            จู่ๆนายเลมอนก็เอาหัวมาหนุนกับตักฉันเฉยเลย ตอนนี้ฉันเลยได้แต่ปล่อยให้นายนี่นอนที่ตักต่อไป โดยที่ไม่ผลักหัวของนายนี่ออกไปเลย ยิ่งนายทำตัวอย่างนี้ มันเหมือนยิ่งน้ำเตือนให้ฉันเห็นมุมมองน่ารักของนายทุกวันๆ

            ฉันเอามือไปจับปลายผมของนายเลมอน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆ นายนี่ก็เอามือมาจับข้อมือฉันไว้ แล้วก็พูดขึ้นมาว่า...

            “ฮัน...”

            ฉันถึงกับชักมือกลับทันที เมื่อได้ยินนายนี่ละเมอชื่อฮัน นายนี่คงรักฮันมากล่ะมั้ง... คงรักมาก... ยิ่งเห็นนายรักฮัน ทำไมฉันยิ่งรู้สึกเจ็บนะ...

            Lemon say

            ตอนนี้ผมกำลังหนุนตักของแพรอยู่ ผมรู้สึกอบอุ่นจังเลย เหมือนได้นอนตักแม่ยังไงยังงั้น นี่ผมเผลอใจเต้นกับแพรไปแล้วนะเนี่ย แต่ยังไงผมก็มั่นใจว่าผมรักฮันแน่นอน เพราะแพรคงไม่คิดอะไรกับผมหรอก ขนาดผมแกล้งละเมอจับมือ เธอยังชักมือกลับเลย ว่าแต่ที่เธอทำ... เธอรังเกียจผมเปล่าเนี่ย TOT

            ผมแอบเหลือบตาขึ้นไปข้างบนนิดนึง ก็เห็นแพรมองออกไปอย่างเหม่อๆ ไปทางนอกหน้าต่าง แต่ผมก็ต้องรีบหลับตาทันที เมื่อจู่ๆ แพรก็ค่อยๆมองลงมาที่หน้าผม ผมรู้สึกว่าเธอพึมพำอะไรซักอย่าง แต่ผมก็ได้ยินไม่ชัดนัก เพราะเหมือนกับเธอแค่กระซิบเบาๆซะมากกว่า

            “นี่เธอเป็นใครน่ะ”

            จู่ๆก็มีคนๆหนึ่งพูดขึ้นมา ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิดคงจะเป็นเพชร ผู้หญิงที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม!!

            “คน”

            “ฉันถามเธอดีๆนะ!! แล้วเลมอนเค้าไปนอนตักเธอได้ยังไงกัน”

            “ถามได้... ก็เค้าเอาหัวมาวางไว้บนตักฉันน่ะสิ”

            ผมเกือบหลุดขำออกมา ตอนที่เธอกวนประสาท เพชร ผู้หญิงที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม แต่ผมก็ต้องแกล้งทำเป็นนิ่งหลับไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “กรี๊ดดดด”

            “ฉันว่าที่นี่ก็ไม่ใช่สวนสัตว์ทำไมมีชะนีร้องด้วยนี่”

            ก๊ากกก ผมอยากได้แพรเป็นเพื่อนคอยกำจัด เพชร จังเลยแฮะ ในห้องนี้ยังไม่เคยมีใครกล้าว่าแพชรซักคน

            “แกตายแน่!!”

            ******************************************

            ***แพรจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามชมตอนต่อไปนะคะ***

            ไชโย!! ดิวปิดเทอมแล้วเน้อ~ โอยย 3วันอันหฤโหด ของการสอบแทบจะทำดิวไม่ได้หลับเลย ตอนนี้อะไรยังไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่ แต่... ที่ดิวจะมาแจ้งก็คือ... ดิวจะเว้นช่วงเวลาอัพนิดหน่อย ก็คือ ดิวจะอัพ2วันครั้ง ก็คือ ถ้าดิวอัพวันอาทิตย์ ดิวจะมาอัพอีกทีวันจันทร์เน้อ~ จะเพิ่มวันอัพให้ แล้วถ้าดิวจัดการกับของต่างๆที่กระจัดกระจายทั่วบ้านเรียบร้อย ดิวอาจจะว่าง แล้วก็... ถ้าว่างจริงๆจะมาแจ้งวันอัพเพิ่มเน้อ~ เพราะตอนนี้หนังสือดิวเต็มบ้านเลย เอิ๊กๆ (เรียนจัด 55+) แล้วก็ฝากคอมเม้นด้วยนะคะ (ไม่งั้นไม่อัพเพิ่มเน้อ)

            **ปล. อย่าลืมคอมเม้นกับโหวตเป็นกำลังใจน้อ~ ^_^**

 

เขียนโดย nuseng : 2008-09-21 10:20:15
วันที่ : 14 กันยายน 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : นายกวนแสบซ่าท้ารักยัยTom Boy ตอนที่27

ตอนที่27 ง้อกับตุ๊กตา

เมื่อฉันเบียดตัวเข้าไปกลางวง ก็เห็นเพียงแค่โต๊ะๆหนึ่ง ที่ตั้งอยู่กลางวง โดยมีผ้าคลุมสีเหลืองคลุมทับ ส่วนตรงกลางโต๊ะก็มีรูเจาะเป็นวงกว้างพอกับ ที่หัวคนจะออกมาได้เลย มองๆไปก็ไม่มีอะไรนี่หน่า แล้วทำไมคนถึงยืนมองกันจังเนี่ย -*-

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีมือๆหนึ่งออกมาจากรูตรงกลาง โดยที่นิ้วมือแต่ละนิ้วใส่ตุ๊กตานิ้วเป็นหน้าคนอยู่ เอ... จะเล่นหาเงินหรือไงกันนะ -_-^ ฉันควรรีบออกก่อนจะเสียเงินดีมั้ยเนี่ย

เมื่อฉันกำลังจะหันหลังนั้น...

“สวัสดีครับทุกท่าน ป๋มมองไม่เห็นหรอกว่าใครดูผมอยู่บ้าง บางทีอาจจะเยอะหรืออาจจะไม่มีเลย แต่ป๋มขอซักคนนะครับ ช่วยเห็นใจป๋มหน่อย...”

เสียงที่ถูกดัดให้เหมือนเด็ก เงียบไปซักครู่ก่อนจะมีตุ๊กตาถุงมือ เป็นรูปเด็กผู้ชายร้องไห้...

“ป๋มถูกแฟนงอนน่ะครับ ป๋มจะทำยังไงดีให้แฟนหายงอนป๋ม สงสัยป๋มคงฉวยโอกาสกับเธอเยอะไปหน่อย ป๋มเลยโดนงอนเข้าจริงๆ”

ฉันสังเกตุผู้คนรอบๆข้าง บางคนก็ทำหน้าเห็นใจ แต่บางคนก็แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ฉันชักอยากจะเห็นหน้าคนทำซะแล้วสิว่าใคร กล้าทำเรื่องหน้าอายต่อหน้าคนอื่น เพื่อแฟนอย่างนี้ดูๆไปก็น่ารักดีแฮะ

เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ในขณะที่คนอื่นก็ยืนมองอย่างสนใจ ว่าจะพูดอะไรขึ้นมาอีก แต่แล้ว... มือๆนั้นก็โผล่ออกมาอีกรอบ พร้อมกับดอกกุหลาบสีแดงสด โผล่ออกมาดอกนึง

“ของแค่นี้เค้าจะหายโกรธป๋มมั้ยนะ เอาใจช่วยป๋มหน่อยนะครับ”

จากเสียงตะกี้ที่เงียบ เริ่มเป็นเสียงโห่ร้องดังขึ้นไปเป็นระดับ ตอนแรกก็เป็นเพียงแค่ไม่กี่คน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นอีกเป็นระดับ แต่เสียงเหล่านั้นก็ไม่อาจทำให้ฉันละความสนใจไปจากโต๊ะนั้นได้ มือนั้นหายลงไปข้างล่างอีกครั้ง พร้อมกับโผล่ตุ๊กตาผู้หญิง ซึ่งขมวดคิ้วอย่างน่ารัก เหมือนกับโกรธอะไรอยู่จะทำอะไรต่อ...

“เธอยังไม่หายโกรธป๋มเลย ดูหน้าของเธอสิ”

แล้วอีกมือหนึ่งก็โผล่มาพร้อมกับ ตุ๊กตาผู้ชายร้องไห้อีกตัว ตุ๊กตาผู้ชายเข้าไปใกล้ตุ๊กตาผู้หญิงเรื่อยๆจากแรงของมือคนทำ แต่เมื่อตุ๊กตาผู้ชายมาถึง ตุ๊กตาผู้หญิงกลับห่างออกไปอีก

“ป๋มจะทำยังไงดีนะ เอ๊ะ!! ป๋มว่าป๋มเอาดอกไม้มาง้อเธอดีกว่า”

ว่าแล้วตุ๊กตาผู้ชายก็หายไป พร้อมกับโผล่มาใหม่ทั้งดอกไม้และตุ๊กตาผู้ชาย...

“เธอจะรับมั้ยครับ ช่วยให้กำลังใจผมด้วยนะ”

คราวนี้เป็นเสียงที่ไม่ได้ดัดแล้ว แต่เอ๊ะ!! เสียงนี้มันคุ้นๆนะ แต่ก็ช่างมันเหอะเสียงคนเรามันก็คล้ายๆกันคงไม่ใช่คนรู้จักหรอกมั้ง

“สู้เค้านะ”

มีเสียงผู้หญิงคนนึงดังขึ้นมา ก่อนที่เสียงเชียร์จะเริ่มกระจายทั่วบริเวณนั้น

แต่จู่ๆเสียงก็เริ่มเงียบลง มือที่โผล่ออกมาตะกี้ ก็หายไปตอนนี้ทั้งบริเวณนั้นก็ถึงกับงงอีกครั้ง ว่าคนที่ทำนั้นกำลังจะทำอะไรต่อ แต่จู่ๆผ้าสีเหลืองก็เปิดออกมา เผยให้เห็นผู้ชายร่างสูง หุ่นนักกีฬา โผล่ออกมา เอ...คุ้นๆนะ - -;;

แล้วเมื่อฉันได้เห็นใบหน้าชัดๆแล้ว... นี่มัน...

“จะเลิกงอนป๋มได้ยังง่ะ ป๋มขอโต้ดก๊าบ”

นี่มันนายมาร์ทนี่หว่า... –O- แล้วทำไมมาพูดจาปัญญาอ่อนกับฉันต่อหน้าคนอื่นเนี่ย T_T แล้วจู่ๆนายนั่นก็คุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะหยิบช่อดอกกุหลาบสีแดงสดเหมือนดอกตะกี้ออกมา พร้อมกับตุ๊กตาผู้หญิงที่ทำหน้าโกรธ ยื่นออกมาต่อหน้าฉัน

“เลิกงอนป๋มยัง”

“อ้าวเธอ!! สุดหล่อแฟนเธอมาง้อทั้งที รับหน่อยสิ”

ยัยผู้หญิงคนข้างๆฉันพูดขึ้นมา ทำให้ตอนนี้คนรอบข้างก็เริ่มออกเสียงเชียร์กันยกใหญ่แล้ว

“เลิกงอนป๋มได้ยังครับ *-*”

นายนั่นทำตาปริบๆอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น เค้าทำทุกอย่างเพื่อฉันงั้นหรอ... เค้ายอมขายหน้าเพื่อฉันงั้นหรอ... เค้ายอมทำตัวปัญญาอ่อนต่อหน้าคนอื่นก็เพื่อฉันงั้นหรอ... น่ารักอย่างบอกไม่ถูกเลยแฮะ -///-

“อะ...อื้ม -///-”

ฉันตอบออกไป ก่อนจะยื่นมือออกไปรับของตรงหน้ามา ฉันยื่นมือไปรับทั้งช่อดอกไม้แลกตุ๊กตา แต่เมื่อสังเกตุที่ช่อดอกไม้ ก็มีการ์ดเขียนไว้กับ

‘To my love’

ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นไปอีกระดับแล้วสิ แต่ขนาดที่ฉันคิดว่าอายและเขินสุดๆแล้ว สายตาก็ยังคงไปสะดุดกับตุ๊กตาผู้หญิง ซึ่งมีสร้อยคอซี่งเป็นจี้รูปหัวใจ แล้วก็มีป้ายเล็กๆห้อยอีกอัน โดยมีตัวหนังสือเล็กๆอ่านได้ว่า...

‘forever love’

ตัวหนังสือคำนี้ยิ่งทำให้ฉันเขินจัดเข้าไปใหญ่ นายนี่แอบไปซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ แล้วนายนี่หัดทำตัวน่ารักอย่างตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ว่าแต่... ขนาดฉันยังทั้งอายทั้งเขินเลย แล้วนายนี่ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรอ

ฉันเงยหน้าขึ้นมา จากที่เขินอยู่นาน แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่เห็นนายมาร์ทเลย -*- อะไรจะไวขนาดนี้

“นี่ๆ”

“อ่ะ...อื้ม มี..อะไรหรอ”

“แฟนเธอเค้าเขินจนหลบไปอยู่ใต้โต๊ะตั้งนานแล้ว”

ที่แท้ก็เขินจนแอบไปอยู่ใต้โต๊ะนี่เอง ฉันขอกลับคำจากน่ารักเป็นทุเรศแทนดีมั้ยเนี่ย -_-^ ทุเรศชะมัดเลย ง้อหญิงเสร็จก็แอบไปอยู่ใต้โต๊ะ ฉันควรหายโกรธมั้ย?? แล้วดูคนรอบข้างสิ หัวเราะกันอย่างกับกำลังดูคณะตลกแสดงอยู่อย่างนั้นแหละ

โครม!!

“เธอเตะทำไมเนี่ย ( . .)//”

ขนาดตอนพูดมันยังไม่เงยหน้าขึ้นมาเลย -*-

ใช่แล้ว!! ตะกี้ฉันเตะโต๊ะนั่นจนล้มเองแหละ - -* ก็ใครจะไปรับได้ล่ะเล่นมีคนมาง้อ แต่คนง้อกลับอายมุดใต้โต๊ะ ซึ่งผลการกระทำของฉันในตอนนี้ก็คือ...

(O_O) สายตาคนที่อยู่รอบข้าง ตะลึงและเงียบ

( . .)// มาร์ทมองแต่กับพื้น (สงสัยจะพิศวาส) แล้วก็หน้าแดงนิดๆ

(-_-^)// ฉันทำหน้าเซงแล้วก็อายเล็กน้อย

“เธอ...หะ.หายโกรธ..ฉันแล้วนะ”

“กำลังคิดอยู่ -*-”

“ไม่ต้องคิดแล้ว หายโกรธเลย -_-”

ตอนนี้มาร์ทคงปรับสีหน้าได้แล้วล่ะ แล้วยังมาบังคับให้ฉันหายโกรธอีก - -*

“ผู้ชายเวลาเค้าง้อหญิงพูดกันอย่างนี้หรอ!?”

“ก็ผู้หญิงแบบเธอพูดอย่างนี้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”

“ให้แก้ตัวรอบสุดท้าย”

“ขอประทานโทษครับ กระผมขอโทษในวาจาสามหาวที่ผมพูดออกไปตะกี้ ไม่ทราบว่า คุณจะกรุณาหายโกรธาผมได้หรือยังครับ”

“พูดดีก็ได้นี่”

ฉันพูดออกไปเชิงประชด ก็มันเล่นประชดพูดอย่างนี้มาก่อนนิ -_-+

“แล้วคุณจะหายโกรธผมได้หรือยังครับ”

“อืม...”

ฉันตอบออกไปโดยลากเสียงยาว อันที่จริงฉันหายโกรธหมอนี่ตั้งแต่เรื่องตุ๊กตาที่อยู่บนมือฉันแล้ว

“แล้วจะกลับไปหาเพื่อนเธอได้ยัง”

“อื้มๆ”

“แปะ”

เสียงปรบมือจากใครซักคนในที่นี้ แล้วก็ตามมาด้วยหลายเสียงปรบมือ เหมือนยินดีที่เราสองคนดีกัน แล้วนายมาร์ทก็มาจูงมือฉันเดินออกไปจากวง ซึ่งก็ตรงไปยังโรงพยาบาลน่ะแหละ

“แพร เลมอนอ่ะ”

“ไปตายแล้วมั้ง -_-”

“-O-”

“คงอยู่แถวข้างล่างนี้แหละ”

“เออ!! อยู่โรงบาลน่าเบื่อว่ะ คนไข้ออกไปข้างนอกไม่ได้เลยหรอ”

“ถ้าออกได้แล้วฉันจะนอนหง่าวอยู่ตรงนี้มั้ยล่ะ?? -*-”