วันที่ : 13 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : สมุดไดอารี่สื่อรัก

“ฮีลโหล คุณคิโยชิครับ...มีผู้หญิงคนนหนึ่งต้องการจะติดต่อกับคุณน่ะ...ตอนนี้คุณถึงญี่ปุ่นหรือยังครับ”

“ฉันถึงญี่ปุ่นแล้ว...ติดต่อให้เขาคุยกับฉันสิ”

“เอ่อคือ...เธออกไปข้างนอกน่ะครับ บอกว่าจะเข้ามาอีกครั้ง

ถ้าเกิดเธอกลับเข้ามาเมื่อไหร่ ผมจะติดต่อมาอีกครั้งนะครับ”

“ตกลง...”

เขากดวางหูโทรศัพท์ แล้วทอดสายตาไปรอบๆที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนหอประชุม ของที่ไหนสักแห่ง และปล่อยให้จิตใจล่องลอยไป

 

“โยชิ วันนี้พวกฉันจะไปกินหมูกะทะ ไปด้วยกันมั้ย”

“ไม่ล่ะ เมื่อวานนี้ก็เข็ดแล้วที่ชวนพวกนายไป..อีกอย่างวันนี้

  จะไปซ็อมเปียโนที่ห้องประชุมใหญ่ด้วย”

“อือ..ไม่ไปก็ไม่ไปคร๊าบ พ่อนักดนตรีรุ่นใหญ่ งั้น บาย

  แล้วเจอกัน”

คิโยชิโบกมือลา เพื่อนร่วมชั้นสามคน ก่อนจะเดินหันหลังมายังห้อง

ประชุมใหญ๋ ซึ่งมีเปียโนตัวโปรดที่เขาใช้ซ็อมมาหลายปี หลังจาก

ถูกยกย่องให้เป็น นักดนตรีอันดับต้นๆของ โรงเรียน อามูโซยะ แห่งนี้

 

โด..เขาคิดตัวโน๊ตตัวแรกในใจ ก่อนที่จะหลับตาลง และเล่นโน๊ตตัวต่อๆไป คิโยชิค่อยบรรเลงเพลงไปโดยไม่เร็วและไม่ช้าเกิน หลายครั้งมาแล้ว ที่คิโยชิเล่นเพลงโดยใช้สมองและหัวใจคิดตัวโน๊ตขึ้นมาด้วยตัวเอง หากแต่ไม่เคยมีสักเพลงที่ไม่เพราะสะดุดหูสะดุดใจผู้ที่ได้ฟังและทุกครจะหลงรักในเสียงดนตรีมหัศจรรย์ของเขา

 

 

‘กึก..กึก’เสียงใครสักคนสะดุดขาตัวเองล้มลงในขณะที่เธอกำลังจ้องมองดูเด็กหนุ่มที่กำลังบรรเลงเปียโนอยู่บนเวที อยู่ในมุมเล็กๆที่เขามองไม่เห็น

“โอ๊ย...”เธอเผลอร้องออกมาแล้วเอามือปิดปากตัวเอง แต่นั้นก็ทำให้

  คิโยชิ ได้ยินอยู่ดี

“นั่นใครน่ะ”เขาค่อยๆละมือและสายตาอกจากเปียโน แล้วค่อยๆเดิน     

  ตามต้นเสียง

อย่านะ อย่านะ...นายจะเห็นหน้าฉันไม่ได้เด็ดขาด

เธอหลับตาปี๊แล้วภาวณาในใจ ไม่ให้คิโยชิมาพบเธอเข้า

“คิโยชิ ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ”

เสียงคุณครูคนหนึ่งตะโกนถามคิโยชิ ทำให้เขาหยุดฝีเท้า แล้วหันหน้าไปอีกทาง และในขณะนั้นเอง

“ยังครับ คือผมจะ...”

เด็กสาวตัดสินใจ ใช้กระเป๋านักเรียนปิดหน้าตัวเอง แล้ววิ่งหนีจากมุมนั้น ออกไปทางประตูที่อยู่ใกล้ที่สุด

“นี่ เดี๋ยวสิ...เธอเป็นใครน่ะ” คิโยชิตะโกนไล่หลัง แล้วพยายามวิ่งตามไป แต่ก็เห็นแค่เพียงด้านหลังของเธอ ที่วิ่งไปไกลลิบแล้ว จะตามไปก็คงไม่ทัน

 

“แฮ่กๆ..”เธอพิงหลังเข้ากับรั้วประตูโรงเรียน พร้อมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยเฮือกใหญ่

“เกือบไปแล้วมั้ยเรา”

มากิโนะพึมพำ และยิ้มอย่างโล่งอก พลางเอามือล้วงลงไปในกระเป๋า

เพื่อค้นหาสิ่งของบางอย่าง

“อ๊ะ..ตายแล้วหายไปไหนเนี่ย”

สีหน้าที่มีรอยยิ้มเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีเมื่อหาของชิ้นนั้นไม่พบ

 

“มีอะไรเหรอคิโยชิ”คุณครู ซาเกชิ เอ่ยถาม

“ผมก็ไม่รู้ครับคือผมเล่นเปียโนอยู่ดีๆ..ก็ได้ยินเสียงคนล้มแล้วก็ร้องโอ๊ย ผมเลยเดินมาดูแล้วเธอก็วิ่งหนีไปอย่างที่เห็นน่ะครับ”

“ครูว่า...คงเป็นพวกนักเรียนหญิงที่ชอบเธอล่ะมั้ง…อย่าคิดมากเลย

 ถ้าอย่างนั้นครูขอตัวกลับบ้านก่อนนะ...แล้วอย่ากลับบ้านดึกนักล่ะ”

“ครับผม สวัสดีครับ”

คิโยชิหันกลับมาคิดเรื่องผู้หญิงคนเมื่อครู่ว่าคงเป็นอย่างที่คุณครูว่า

และกำลังจะเดินกลับบ้านไปซ็อมเปียโนต่อ แต่เท้าของเข้าก็สะดุดเข้ากับสิ่งของบางอย่าง มันคือสมุดไดอารี่เล่มเล็กสีชมพูอ่อนที่มีความหนามากทีเดียว คิโยชิค่อยๆเปิดมันออก

 

 

2 พฤษภาคม...

เร  ซอล มี ลา ลา ลา..

เมื่อเข้าอ่านบันทึกนั่นก็ทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาทันควัน

“กล้าดียังงัย...คิดจะมาขโมยโน๊ตเพลงของฉัน”

ในสมุดเล่มนั้นมีโน๊ตเพลงที่เขาคิดขึนมาเองและเล่นที่ห้องเปียโนนีตั้งแต่เปิดเทอมเดือนแรก เขาอ่านโน๊ตของวันที่ 12 พฤษาเดือนก่อน

ที่เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่พอใจที่มีคนคัดลอกโน๊ตของตัวเอง  คิโยชิตัดสินใจหยุดซ้อมเพียงเท่านั้นเพราะมองออกไปเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มครึ้ม คล้ายฝนใกล้จะตกมากแล้ว จึงสะพายเป้พาดหลังแล้ว

เดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องประชุม ทั้งในมือยัง ถือสมุดเล่มนั้นอยู่

ทันที่ที้เขาปั่นจักรยานออกไป ฝนก็ลงเม็ดลงมาแล้วเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงยัดสมุดลงไปในกระเป๋าเป้ แม้มันจะปียกบ้างแล้วเล็กน้อย แล้วเขาก็รีบปั่นจักรยานฝ่าสายฝนต่อไป

“กลับมาแล้วครับ”คิโยชิก้าวเหยียบพื้นบ้าน ทั้งน้ำฝนหยดลงจากตัวที่เปียกปอน แล้วก็เห็นว่าแม่มีแขกอยู่ จึงรีบเดินขึ้นห้อง

เข้าจัดการวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานที่มีผ้ารองรับ และกระโดดเข้าห้องน้ำ

 

“ทำยังไงดี...ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย”มากิโนะเดนวนไปวนมาในห้องนอนของตัวเอง และพึมพำสารพัดถึงเรื่องที่เธอทำของสำคัญยิ่งหายไป “ต้องหล่นอยู่ที่ห้องประชุมแน่เลย”

เธอค่อยๆสงบสติอารมณ์ และนั่งลงบนโต๊ทำงานของตัวเองที่ตั้งอยู่ชิด

ขอบหน้าต่าง ทำให้มองออกไปเห็นท้องฟ้าที่มีฝนตกลงมาไม่ขาดสาย

และแสงสีบนท้องถนนอย่างไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็ให้ความรู้สึกสวยงาม เธอมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างสีกพัก แล้วก็รู้สึกตัวเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือ ที่น้องสาวแท้ๆของเธออัดไว้เป็นเสียงเรียกเข้า

~มากิโนะจ๋ารับสายหน่อยจ๊ะ มากิโนะจ๋ารับสายหน่อยจ๊ะ~

คลิก..

(ฮัลโหล...ลูกมากิโนะ)

“สวัสดีค่ะ..ม่าม๊า”

(จ๊ะ...ลูกถึงอยู่ที่ไหนเนี่ยทำไมมีเสียงดังๆ)

“อ๋อ...หนูอยู่บ้าน..พอดีฝนตกน่ะค่ะ”

(จ๊ะ...นี่มากิโนะคืนนี้แม่จะพาน้องไปส่งที่สนามบินแล้วน่ะกว่าจะถึงก้คืนพรุ่งนี้ล่ะ)

“จริงเหรอคะ...มายูริจะมาแล้วเหรอ...เย่ๆๆๆหนูดีใจจังเลย แล้วตอนนี้น้องอยู่ไหมคะ...ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

(ไม่อยู่จ๊ะ...ยูริออกไปซื้อของฝากให้ลูกแล้วก็ซื้อเสื้อผ้าด้วยน่ะจ๊ะ)

“เย็นๆอย่างนี้เนี่ยนะคะ”

(เปล่าจ๊ะ เวลาที่อเมริกาไม่ตรงกับที่ญี่ปุ่นตอนนี้ที่นี่ก็เพิ่งจะบ่าย 2 จ๊ะ)

“อ๋อ...จริงสิ หนูลืมไป ว่าแต่แม่เป็นยังไงบ้างคะที่อเมริกาหนามากมั้ย”

(บางที่ก็ลูกเห็บตกเลยล่ะจ๊ะ...แต่ย่านที่แม่อยู่ก็แค่หนาวๆ)

“แต่ยังงัยก็ต้องดูแลสุขภาพดีๆด้วยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”

(จ๊ะ มากิโนะก็เหมือนกันนะดูแลตัวเองดีๆอย่าถเลถไลด้วย แม่คิดถึงนะ)

“หนูก็คิดถึงแม่ค่ะ”

(จ๊ะ งั้นแค่นี้นะ แม่จะไปเช็คงานของบริษัทนิดหน่อย แล้ววันหลังจะโทรไปใหม่ รักลูกนะ บายจ๊ะ)

“หนูก็รักแม่ สวัสดีค่ะ”

คลิก... มากิโนะกดวางหูโทรศัพท์ แล้วเธอก็นึกถึงเรื่องสมุดไดอารี่ขึ้นมาอีก

“แย่แล้ว ป่านนี้คิโยชิต้องรู้แล้วแน่ๆเลย”

เธอคิดไปกลุ้มไป เพราะกลัวว่าคิโยชิจะรู้เรื่องราวทั้งหมดรวมทั้งความรู้สึกของเธอ เธอนึกย้อนกลับไปวันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในโรงเรียน อามูโซยะ หลังจากที่ย้ายไปอยู่ประเทศอเมริกากับครอบครัว

แล้วก็ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งเพราะอยากจะเรียนเปียโน ที่โรงเรียนอามูโซยะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องดนตรี และอีกอย่างพ่อกับแม่ก็อยากให้มีคนดูแลคฤคาสหลังโต ที่ไม่มีคนอยู่ แต่ยังใหม่เสมอหลังนั้นของครอบครัวเธอเมื่อครั้งยังอยู่ที๊ญี่ปุ่นนี่ด้วย เธอจึงกลับมาที่นี่ด้วยความเต็มใจ เมื่อวันแรกที่เธอเรียนที่นี่ในชั้น มัธยมปลายปีที่ 2 ห้อง B

เธอก็ได้รับรู้ว่าเพื่อนชายในห้องคนหนึ่งเป็นผู้ที่ถูกยกย่องให้เป็นถึงกับนักดนตรีอันดับต้นๆของโรงเรียนโดยเฉพาะเรื่องเปียโน เธอจึงเริ่มสนใจในเสียงดนตรีของเขาหลังจากเผอิญได้ยินเขาเล่นเปียโนครั้งแรกที่ห้องประชุม และเธอก็ได้รู้ว่าเขาจะมาเล่นที่นี่ทุกวัน หลังจากที่เธอเริ่มสนใจในเสียงดนตรีของเขาที่หน้าทึ่ง และเธอก็เฝ้าจดตัวโน๊ตไว้ทุกวันแล้ว จน 1 อาทิตย์ผ่านไป จากความสนใจในเสียงดนตรี

เธอก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหลงรักเจ้าของเสียงดนตรีนั่นเข้าแล้ว หลังจากนั้นมาเธอก็เริ่มเขียนไดอารี่ถึงเขาใต้โน๊ตเพลงที่เปลี่ยนไปทุกวัน

เธอเขียนความรู้สึกทุกอย่างที่เธอมีต่อเขา โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า

เธอแอบดูเขาเล่นดนตรีที่ห้องนั้นอยู่ทุกวัน และเวลาอยู่ในห้องเรียนเธอก็ทำเย็นชากับเขาและทุกๆคนเสมอ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนหญิ่งแต่เพราะว่าเธอเป็นคนขี้อายมากต่างหาก เวลาที่มีผู้ชายมาจีบเธอก็ไม่เคยสนใจเพราะว่าในหัวใจเธอมีแต่เจ้าของเสียงดนตรีนั้นเพียงคนเดียว ซึ่งคือ ‘คิโยชิ’ เธอจึงกลุ้มใจว่าแล้วต่อจากนี้ถ้าเกิดว่าคิโยชิรู้ความรู้สึกของเธอ เธอจะมองหน้าเขาได้ยังไง

 

คิโยชิแต่งตัวเสร็จก็นั่งควับลงบนโต๊ะทำงาน แล้วจัดการเปิดกระเป๋าเป้

เพื่อเอาการบ้านมาทำ แล้วเขาก็สะดุดตาเข้ากับสมุดไดอารี่เล่มสีชมพูเล่มนั้นเข้า จึงหยิบมันออกมาแล้วเปิดอ่านอีกครั้ง  ข้อความในไดอารี่

เป็นตัวโน๊ตที่เขาเล่นทั้งหมดจนถึงข้อความหนึ่ง...

 

12 พฤษภาคม.....

 

โด ที ลา มี ซอล เร เร......

 

เขาอ่านตัวโน๊ตนั่นไม่จบแต่เขากลับให้ความสนใจข้อความข้างล่างตัวโน๊ต

 

คิโยชิ นายจะรู้บ้างหรือเปล่านะ ว่าฉันน่ะ

ชอบนายซะแล้ว! พอฉันเฝ้าติดตามเสียงดนตรีที่หน้าทึ่งที่ทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มไปได้ของนายนี่แล้ว ฉันก็หลงรักนาย ฉันต้องทนเก็บความรู้สึกไว้อีกนานมั้ยกว่าจะได้บอกนาย ฉันทรมานใจจัง

 

เขาอ่านข้อความนั้นจบก็พบว่าหน้าต่อๆมาก็มีข้อความด้วยเช่นกัน

จึงอ่านมาต่ออย่างไม่เบื่อหน้าแล้วหน้าเล่าซึ่งไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว

ซึ่งหมายถึงผู้หญิงคนนี้แอบตามเขาทุกวัน

 

หง่าววว ง่วงนอนจังเลย ทำไมวันนี้นายถึงซ้อมนานนักนะ ฉันง่วงจะตายอยู่แล้ว เมื่อไหร่นายจะกลับบ้านซักที อ๊ะ..ไม่เป็นไรแค่เห็นหน้านายฉันก็ลืมตาไหวแล้ว...สู้ๆ

 

เขานึกย้อนกลับไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ที่เขาซ้อมเพลินไปถึง 3 ทุ่ม 4

ทุ่ม

“เฮ้...เธอแอบดูฉันอยู่ทุกวันเลยเหรอเนี่ย”เขาคิดไปยิ้มไปด้วยความเขิน คิโยชิอ่านต่อเรื่อยๆยิ่งอ่านก็ยิ่งประทับใจในบันทึกนี้และก็รู้สึกถึงความน่ารักไร้เดียงสาของคนเขียนมันด้วย เขาอ่านมาหลายหน้าต่อหลายหน้าแต่ก็ไม่เคยเบื่อ

 

 

15 มิถุนายน

โอมเพี้ยง ขอให้นางฟ้าทั้งหลายช่วยประทานพรให้เจ้าชาย คิโยชิ

ที่เจ้าหญิงตัวน้อยๆอย่างฉันรักที่สุดในโลกเลยด้วยเถอะ วันนี้เป็นวันเกิดของคิโยชิ เฮ้ออ...ฉันต้องนั่งเป่าเค้กคนเดียวอีกแล้ว อ้ามมม

เค้กสตอเบอรี่นี่ของโปรดของคิโยชิเลย ฉันอยากให้นายนั่งกินกับฉันจัง สุขสันต์วันเกิดนะคิโยชิ ขอนายมีความสุขมากๆ แล้วฉันก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน และที่สำคัญที่สุด ฉันขอให้นายประสบความสำเร็จตามความฝันนะ น่าเสียดายจังที่ฉันไม่ได้ให้สร้อยเส้นนี้ที่ฉันเตรียมไว้เป็นของขวัญกับนาย มันสวยมากเลยล่ะเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวในมีปีก แต่ฉันทำปีกของมันหักซะแล้ว ฉันเลยไม่กล้าให้กับนาย ฉันก็เลยต้องใส่มันไว้เอง แต่ฉันก็ไม่เคยถอดมันเลยนะ เพราะมันเป็นของนายไงล่ะ  ฉัน รัก นายนะ

 

คิโยชิอ่านมาจนจบหน้าสุดท้ายซึ่งคือเมื่อวานวันเกิดเขานี่เอง เขานึกภาพที่ตัวเองไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนที่ร้านหมูกะทะ เขาก็เพิ่งจะรู้ว่ายังมีใครอีกคนได้ฉลองวันเกิดอยู่คนเดียวเพื่อเขาด้วย

คิโยชิรู้สึกซาบซึ้งมากจนบอกไม่ถูก และก็ได้รับรู้ความรู้สึกอีกอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนขึ้นในหัวใจ

“เจ้าหญิงตัวน้อย ฉันรู้สึกว่าฉันจะ...”

เขาพูดจบประโยคแค่นั้นแต่ที่เหลือเขากลับคิดในใจ และได้แต่ยิ้มเล็กยิ้มน้อยเท่านั้น คิโยชิมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งฝนเริ่มซาลงบ้างแล้ว

ตอนนี้จากความรู้สึกโกรธที่คิดว่าเธอจะมาขโมยโน๊ตเพลงของเขา แต่ทว่ามันเป็นการจดบันทึกตัวโน๊ตเพราะเธอหลงรักในเสียงดนตรีและหลงรักในตัวเขาต่างหากแล้ว ความรู้สึกโกรธมันก็เลยกลับกลายเป็นความรู้สึกที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

“คิโยชิ...กินข้าวได้แล้ว”

“คร๊าบแม่….”เสียงแม่เรียกทำให้เขาหยุดมองเหม่อ แล้วคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงรีบพลิกสมุดด้านหน้าด้านหลังเพื่อหาชื่อของเจ้าของสมุด แล้วเขาก็พบว่ามีชื่อเขียนอยู่จริง แต่.....

“แย่จริง...เปียกจนมองไม่เห็นแล้ว”เขารู้สึกเสียดายที่ชื่อบนหลังปกสมุด เปียกน้ำฝนจนอ่านไม่ออกแล้ว แต่เขาก็นึกอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้อีก และนั่นก็ทำให้เขายิ้มออกได้

“ใช่แล้ว...สร้อยคอที่จี้หัก”เขาคิดว่าจะต้องหาผู้หญิงที่ชอบเรียนกตัวเองว่าเจ้าหญิงตัวน้อยคนนั้นให้พบให้ได้ แล้วปิดสมุดลง ก่อนที่จะวิ่งลงไปด้านล่าง เพื่อกินข้าวเย็น

 

เช้าวันศุกร์....

มากิโนะมาถึงโรงเรียนแต่เช้า เพราะตอนกลางคืนเธอแทบจะไม่ได้นอน เธอเดินเข้าห้องเรียนอย่างสะลึมสะลือ และคิดว่าในห้องไม่มีใครอยู่สักคน แต่แล้ว...

 

 

 

เขียนโดย I_Am_EmiLY : 2008-05-13 21:51:07
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกมากค่ะ อย่าลืมไปอ่านของเราน้า
(เม้นติชมด้วยได้ยิ่งดี)
http://story.yenta4.com/lovesweetheart
สู้ ๆ

นักชิมเย็นตาโฟว์
wenwen : 2008-05-14 19:00:05