คิโยชิปั่นจักรยานมาโรงเรียนตั้งแต่เช้ามืดเพราะเขาได้แต่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะได้รู้ว่า ใครคือเจ้าของสมุดไดอารี่ เขาจอดรถชิดกับรั้วหลังโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมจะได้สะดวกเวลากลับบ้านของเขาซึ่งไปทางประตูหลัง คิโยชิเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วเอากระเป๋าวางไว้บนเก้าอี้ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครมาถึง เขาตัดสินใจว่าจะไปซ้อมเปียโนซธหน่อย แต่แล้ว...
ตุ๊บ!....
ขอโทษครับ...
มะ...ไม่เป็นไรเขาเดินชนเข้ากับเพื่อนหญิงคนหนึ่งในห้อง เธอเป็นคนที่ตาโต ผิวขาว ตัวเล็กบอบบาง เขาเพิ่งสังเกตว่าเธอเป็นคนที่น่ารัก
มากๆทีเดียว แต่เขาไม่เคยสนใจมาก่อน เพราะเธอไม่ค่อยชอบคุยกับใครชอบอยู่เงียบๆ และอีกอย่างเธอดูวางตัวด้วย จึงคิดว่าเธอคงไม่สนใจเขา คิโยชิจำชื่อเธอไม่ได้จึงเหลือบมองที่ป้ายชื่อที่เสื้อเธอ
มากิโนะ ฮามาซากิ เขาประสานสายตากับเธออยู่สักครึ่งวินาทีเห็นจะได้ แล้วมากิโนะก็หลบสายตาโดยการก้มหน้าลงแล้วเธอก็ต้องตกใจ
ที่เห็นว่าในมือของคิโยชิ ถือสมุดไดอารี่เล่มสีชมพูที่เธอตามหานั้นอยู่
ส่วนคิโยชิ ก่อนที่มากิโนะจะก้มหน้าลง เขาก็เอบเห็นสร้อยคอเส้นเล็กๆเส่นหนึ่งที่เธอสวมอยู่ที่คอ มันเป็นสร้อยคอที่ดูคล้ายว่าจี้จะเป็นรูปหัวใจ แต่เขาก็เห็นไม่ชัด จึงทำให้เขาคิดเรื่องสมุดไดอารี่นั้นขึ้นมาอีก
~ซาโนกุบะ ซาโนกุบะ~
เสียงโทรศัพท์ของคิโยชิ ดังขึ้นทำให้เขาก้มหน้าหยิบโทรศัพท์
มากิโนะจึงเดินเลี่ยงออกมาที่โต๊ะของตัวเอง
คิโยชิเดินออกมาคุยโทรศัพท์ข้างนอกห้อง
ฮัลโหล ว่าไง โซกิ
(เอ่อ...สวัสดีค่ะ นี่คุณคิโยชิที่เป็นเพื่อนกันคุณ บูโซกิ ใช่ไหมคะ)
ใช่ครับ...แล้วคุณเป็นใครครับ
(ฉันนิยามิเป็นพนักงานในร้าน หมูกะทะคาโต้ค่ะ คือเพื่อนคุณเมาสลบอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลยค่ะ ถ้ายังไงรบกวนคุณช่วยมารับเพื่อนกลับด้วยนะคะ )
จริงเหรอ ครับผม...งั้นจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ
คิโยชิ เดินกลับเข้าไปเอากระเป๋าเป้ในห้องและรีบปั่นจักรยานออกมาจากโรงเรียน ตรงไปยังร้านหมูกะทะคาโต้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านเขาเท่าไหร่
ขอบคุณมากนะคะคุณโยชิ เมื่อคืนคุณโซกิดื่มไปมาก...ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็แอบหนีกลับไปแล้ว เหลือแต่คุณโซกิที่เมาสลบอยู่คนเดียวน่ะค่ะ
ไม่เป็นไรครับ...ว่าแต่เรื่องค่าอาหารจ่ายไปหรือยังครับ
อ๋อ...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เจ้าของร้านเป็นคุณลุงของคุณโซกิเอง แต่ฉันไม่กล้าจะบอกกับเขาเรื่องที่เขาเมาน่ะค่ะ เพราะกลัวว่าคุณคาโต้ จะต่อว่าคุณโซกิเขา
ครับ...ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ
คะ...โชคดี
คิโยชิปั่นจักรยานไปกะว่าจะพาเพื่อนไปส่งที่บ้านแต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าถ้าพาไปก็ต้องถูกด่าแน่ๆ เลยพาไปที่บ้านเขาแทน
โซกิ ตื่นได้แล้ว...โซกิตื่นได้แล้วโว๊ย
คิโยชิปลุกเพื่อนอยู่หลายครั้งก็ไม่ยอมตื่น เลยตัดสินใจ
พรวดดดดดดดด!
เขาสาดน้ำเต็มถังลงบนตัวเพื่อน
โอ๊ย...อะไรวะเนี่ย
ก็สาดให้แกตื่นน่ะสิวะ
แล้วฉันมาอยู่บ้านแกได้ไงเนี่ย...ฉันจำได้เมื่อคืนนี้
ตุ๊บ
คิโยชิ เอากำปั้นทุบหัวเพื่อนเบาๆ
นี่แน่ะ...แกน่ะไปเมาอยู่ที่ร้านลุงแก พนักงานที่ร้านเขาเลยโทรให้ฉันไปรับ
จริงเหรอบูโซกิทำหน้าสลด และไม่พูดอะไร
แกไปอาบน้ำไป ฉันเหม็นกลิ้นเน่าๆซะแล้ว
เออๆ
คิโยชิ นั่งอ่านหนังสือเพลินๆ เพื่อรอบูโซกิอาบน้ำ
และเมื่อบูโซกิ เสร็จเรียบร้อย เขาก็นั่งจับเข่า เพื่อปรึกษาเพื่อนเรื่องผู้หญิงคนนั้น
จริงหรอวะ...บูโซกิพูดหลังจากที่ คิโยชิเล่าเรื่องทั้งหมดจบ
ฉันแค่สงสัยเท่านั้นว่ามากิโนะจะใช่หรือเปล่า
จะใช่เหรอ...ฉันว่ามากิโนะอ่ะนะ ดูเป็นคนเงียบๆ จะชอบใครเป็นเหรอ...แต่ถ้าเธอชอบแกจริงๆก็ดีนะเว้ย นอกจากจะน่ารักมากๆแล้ว ยังโคตรเศรษฐีอีกด้วย
เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก ฉันสนใจที่คนเขียนไดอารี่เล่มนี้เป็นคนที่น่ารักมากๆต่างหาก
รู้ได้ยังไงว่าน่ารัก
ก็ฉันรู้สึกอย่างนั้น อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ทำอะไรให้ฉันประทับใจ
เออๆ ฉันเข้าใจแล้ว ก็เหมือนที่ฉันรู้สึกกับคุณ นิยามิ
ใครวะ...เดี๋ยวนี้มีคนที่รักจริงกับเขาแล้วเหรอ
เขาเป็นพนักงานในร้านหมูกะทะคาโต้ของลุงฉันอ่ะ
อ๋อ...คุณนิยามิที่โทรให้ฉันไปรับแกนั่นเอง
หา คนที่โทรไปหาแกคือคุณ นิยามิ เหรอ
อืม...เธอบอกว่าชื่อ นิยามิ
ตายห่าแล้ว..เมื่อคืนนี้ฉันเมาเละ...แสดงว่าเธอก็ต้องเห็น อย่างนี้เธอก็ไม่ประทับใจในตัวฉันแล้วสิวะ...จะทำยังไงดี
เออ...เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนฉันจะช่วยเอง ตอนนี้มาพูดเรื่องของฉันก่อน แกต้องช่วยฉันสืบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครนะเว้ย
แล้วจะทำยังไงวะ
ทั้งสองคนตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด
แล้วบูโซกิก็ผ่างออกมา
อ๋อ...ฉันรู้ละ เอาอย่างนี้สิ ก็คือ...
บูโซกิกระซิบแผนการของตัวเองให้คิโยชิฟัง
ตุ๊บ! นี่คือรอบที่สอง
คิโยชิเอาก้ำปั้นทุบลงไปที่หัวของบูโซกิอีกครั้ง
คิดได้ยังไงในสมองคิดได้แค่นี้เหรอ ทำอย่างนั้นมีหวังโดนตำรวจจับพอดีคิโยชิต่อว่า โซกิ ที่เสนอแผนการให้ชวนมากิโนะไปเที่ยวและวางยาสลบเธอ แล้วค่อยแอบดูสร้อยที่คอของเธอว่าจะใช่รูปหัวใจที่ปีกหักหรือเปล่า และนั่นเป็นความคิดที่ห่วยแตกมากๆ
งั้นจะให้ทำยังไง
เอาอย่างนี้ดีไหม ลองใช้เพื่อนผู้หญิงสักคนที่รู้จักกับมากิโนะให้ขอดูสร้อยที่คอเธอให้
ฉันไม่เห็นด้วย เพราะว่าไม่มีใครเลยที่เป็นเพื่อนกับมากิโนะ
แน่ใจเหรอ
บูโซกิ คนนี้ขอยืนยัน
คิโยชิทำท่าครุ่นคิดอีกสักพัก
อ๋อ...ฉันคิดออกแล้วแผนนี้สิเด็ดสุด
ทำยังไงของแกวะ
ก็คือ...คิโยชิเล่าแผนการทั้งหมดที่เขาคิดได้ให้บูโซกิฟัง แล้วบูโซกิก็ตอบตกลง
จะเริ่มวันนี้เลยเหรอ
แกจะบ้าเหรอ...วันนี้ฉันโดดเรียนมารับแก แล้วฉันจะกลับไปอีกได้ยังไงนี่มันก็สายมากแล้วขืนกลับไปถูกคุณครูด่าแน่...นี่ดีนะที่แม่ฉันไม่อยู่ไม่งั้นโดนแม่ด้วยอีกคนแน่ๆ
เออ...ลืมไป อย่างนั้นจะเริ่มวันไหน
วันจันทร์ หลังวันหยุดสุดสัปดาห์นี้แหละ
โอเค
ทั้งสองคนเทคแฮนกันเป็นสัญญานว่าพร้อม แล้วก็เผลอหลับไปทั้งคู่
มากิโนะเดินเหมือนคนไร้วิญญาน เพราะวันนี้เขาไม่เห็นหน้าคิโยชิอีกเลยหลังจากเมื่อเช้าที่เดินชนเข้ากับเขาและเขาก็ดูรีบร้อนยังไงไม่รู้ตอนที่กลับเข้ามาเอากระเป๋าอีกครั้ง
ฉันเป็นห่วงเธอจังเลย เธอไปอยู่ที่ไหนของเธอนะ....
มากิโนะคิดในใจก่อนที่จะเดินไปยังห้องประชุมที่เดิมที่เขาเคยรอคิโยชิเผื่อว่าจะเจอเขา
หนู...หนู...ตื่นได้แล้ว
มากิโนะได้สติ เพราะเสียงภารโรงคนหนึ่งปลุกเธอ
มานอนทำไมตรงนี้ล่ะ กลับบ้านได้แล้วมันดึกแล้วนะ
นี่กี่โมงแล้วคะเนี่ย
2 ทุ่มแล้ว...กลับบ้านได้แล้วนะ
คะ...ขอบคุณนะคะ
มากิโนะลุกเดินมาพลางนึกย้อนไปว่าทำไมเธอถึงได้หลับ
แล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอรู้สึกปวดหัวมากๆแล้วก็วูบหมดสติไป ไม่ใช่เพราะเธอเผลอหลับ คิโยชิ ใม่มาสินะ....
เธอพูดในใจ พร้อมเดินต่อด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
~มากิโนะจ๋ารับสายสิจ๊ะ มากิโนะจ๋ารับสายสิจ๊ะ~
คลิก
ฮัลโหล ว่าไงคะแม่
(มากิโนะลูกอยู่ไหนนะ...ตอนนี้ยูริจะถึงญี่ปุ่นภายในอีกครึ่งชั่วโมงแล้วนะ)
อ๋อ...จริงสิ ค่ะแม่งั้นหนูจะรีบไปรอน้องที่สนามบินเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ แค่นี้นะคะ...บายคะ
คลิก มากิโนะกดวางหูโทรศัพท์ แล้ววิ่งกลับบ้านด้วยความเร็วสุดเหวี่ยง ความจริงแล้วคุณหนูอย่างเธอไม่จำเป็นต้องมาวิ่งหรือเดินอย่างนี้ทุกวันหรอก แต่เธอสั่งคนขับรถที่บ้านว่าไม่ต้องมารับเธออีก
ซึ่งก็เป็นเพราะว่า เธอต้องไปดูคิโยชิทุกวัน แล้วก็กลับไม่เคยตรงเวลา
~ซาโนกุบะ ซาโนกุบะ~
เสียงโทรศัพท์คิโยชิ ทำให้เขาตื่นขึ้น
ฮัลโหลว่าไงครับแม่
(โยชิ ตอนนี้แม่อยู่ที่สนามบินจะขึ้นเครื่องตอน 2 ทุ่มครึ่ง
ลูกมาส่งแม่หน่อยได้ไหม)
อ้าว แม่จะไปไหนอ่ะครับ
(มีงานใหญ่ที่รวบรวมนักเปียโนของแต่ละประเทศที่อเมริกาน่ะจ้ะ)
จริงเหรอ ครับ ว้าว น่าไปด้วยจัง
(ไม่ได้หรอกคิโยชิ ต้องเฝ้าบ้าน แล้วอีกอย่างต้องไปโรงเรียนด้วย
...โอเค งั้นแม่จะรอที่สนามบินนะ บายจ๊ะ)
ครับ แล้วเจอกัน
คลิก คิโยชิกดวางหูโทรศัพท์ แล้วปลุกเพื่อนให้ตื่น
โซกิๆ ตื่นได้แล้วฉันจะออกไปข้างนอก
หง่าวววววว...ไปไหนของแกวะ
ไปส่งแม่ที่สนามบิน ต้องรีบแล้วด้วย ต้องไปให้ทัน 2 ทุ่มครึ่ง เหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที
คิโยชิและบูโซกิ รีบขับรถจักรยาน ออกจากบ้านไปสนามบิน เพราะว่าระยะทางอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
รถลีมูซีนคันสีดำ ถูกจอดลงที่หน้าสนามบิน ทำให้มีคนหันมามองดูหลายคน แล้วเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งก็วิ่งลงจากรถด้วยความดีใจที่จะได้เจอน้องสาวของตัวเองที่ไม่ได้เจอมานาน
มากิโนะเสียงเล็กเสียงหนึ่งตะโกนเรียกชื่อเธอ ซึ่งเธอก็รู้ดีว่านั่นเป็นเสียงของใคร
มายูริ
มากิโนะกระโดดกอดกับน้องสาวอายุ 14 ที่ห่างจากเธอเพียงแค่ 3 ปี
ซึ่งตอนนี้ดูเป็นสาวขึ้นมาก
เป็นยังไงบ้าง...ยูริ...คิดถึงจังเลย
คิดถึงเหมือนกัน...มากิโนะดูผอมจังนะ...กินน้อยล่ะสิ สุขภาพถึงไม่ค่ค่อยจะดีน่ะ .l
..ก็คงอย่างงั้นมั้ง...ดูยูริสิ จะสูงเท่าฉันแล้ว
แน่นอน...ฉันเจริญอาหาร ดูแลตัวเองดีด้วยจ้ะ
ถึงว่าสิสวยยังกะเป็นเด็กม.ปลายเลย
เอาเถอะ...ยูริ อยากจะกลับบ้านแล้ว เมื่อยเต็มที
ได้เลย...
ในขณะนั้นเอง มากิโนะก็เหลือบไปเห็นคิโยชิและบูโซกิที่กำลังโบกมือลาหญิงสาวมีอายุคราวแม่แล้วคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็มั่นใจว่านั่นคือแม่ของคิโยชิ จึงทำให้เธอโล่งใจที่ได้รับรู้ว่าเขายังสบายดี
ลาก่อนครับแม่
มากิโนะยืนจ้องมองคิโยชิเหมือนไม่รู้สึกตัว ในขณะเดียวกันที่เขาหันมาเห็นเธอพอดี ท้งสองคนเลยต้องมองตากันอยู่ซักพัก
ว้าว...บุพเพสันนิวาสบูโซกิที่กำลังเหล่ตามองแหม่มสาวที่เพิ่งลงจากเครื่องหันมาทางจุดเดียวกับที่คิโยชิกำลังมองในขณะนี้
ไปได้แล้วล่ะ...มากิโนะหยุดสายตา เพราะเสียงเรีกของน้องสาว ก่อนที่จะเดินจูงมือกันขึ้นรถ
คิโยชิและเพื่อนได้แต่มองตามรถคันหรูที่แล่นออกไป จนสุดสายตา
เฮ้ยย...โยชิจะไปไหนของแกวะบูโซกิได้แต่ร้องเรียกเพื่อนชายที่อยู่ดีๆ ก็ผลุนผลันออกไปจากสนามบินโดยไม่รอเขาเลย
เขาเฝ้ามองดูเธออยู่อย่างนั้นจนเธอเดินไปลับสายตา
คิโยชิเงยหน้ามองบ้านหลังใหญ่ขนาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอีกครั้งก่อนจะยิ้ม แล้วขับรถจักรยานกลับบ้านโดยที่ลืมเพื่นตัวเองไปเสียสนิท