วันที่ : 13 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : วันของการพิสูจน์

 

คิโยชิปั่นจักรยานมาโรงเรียนตั้งแต่เช้ามืดเพราะเขาได้แต่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะได้รู้ว่า ใครคือเจ้าของสมุดไดอารี่ เขาจอดรถชิดกับรั้วหลังโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมจะได้สะดวกเวลากลับบ้านของเขาซึ่งไปทางประตูหลัง คิโยชิเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วเอากระเป๋าวางไว้บนเก้าอี้ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครมาถึง เขาตัดสินใจว่าจะไปซ้อมเปียโนซธหน่อย แต่แล้ว...

 

 

ตุ๊บ!....

 

“ขอโทษครับ...”

“มะ...ไม่เป็นไร”เขาเดินชนเข้ากับเพื่อนหญิงคนหนึ่งในห้อง เธอเป็นคนที่ตาโต ผิวขาว ตัวเล็กบอบบาง เขาเพิ่งสังเกตว่าเธอเป็นคนที่น่ารัก

มากๆทีเดียว แต่เขาไม่เคยสนใจมาก่อน เพราะเธอไม่ค่อยชอบคุยกับใครชอบอยู่เงียบๆ และอีกอย่างเธอดูวางตัวด้วย จึงคิดว่าเธอคงไม่สนใจเขา คิโยชิจำชื่อเธอไม่ได้จึงเหลือบมองที่ป้ายชื่อที่เสื้อเธอ

‘มากิโนะ ฮามาซากิ’ เขาประสานสายตากับเธออยู่สักครึ่งวินาทีเห็นจะได้ แล้วมากิโนะก็หลบสายตาโดยการก้มหน้าลงแล้วเธอก็ต้องตกใจ

ที่เห็นว่าในมือของคิโยชิ ถือสมุดไดอารี่เล่มสีชมพูที่เธอตามหานั้นอยู่

ส่วนคิโยชิ ก่อนที่มากิโนะจะก้มหน้าลง เขาก็เอบเห็นสร้อยคอเส้นเล็กๆเส่นหนึ่งที่เธอสวมอยู่ที่คอ มันเป็นสร้อยคอที่ดูคล้ายว่าจี้จะเป็นรูปหัวใจ แต่เขาก็เห็นไม่ชัด จึงทำให้เขาคิดเรื่องสมุดไดอารี่นั้นขึ้นมาอีก

~ซาโนกุบะ ซาโนกุบะ~

เสียงโทรศัพท์ของคิโยชิ ดังขึ้นทำให้เขาก้มหน้าหยิบโทรศัพท์

มากิโนะจึงเดินเลี่ยงออกมาที่โต๊ะของตัวเอง

คิโยชิเดินออกมาคุยโทรศัพท์ข้างนอกห้อง

“ฮัลโหล ว่าไง โซกิ”

(เอ่อ...สวัสดีค่ะ นี่คุณคิโยชิที่เป็นเพื่อนกันคุณ บูโซกิ ใช่ไหมคะ)

“ใช่ครับ...แล้วคุณเป็นใครครับ”

(ฉันนิยามิเป็นพนักงานในร้าน หมูกะทะคาโต้ค่ะ คือเพื่อนคุณเมาสลบอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ยังไม่ตื่นเลยค่ะ ถ้ายังไงรบกวนคุณช่วยมารับเพื่อนกลับด้วยนะคะ )

“จริงเหรอ ครับผม...งั้นจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ”

 

คิโยชิ เดินกลับเข้าไปเอากระเป๋าเป้ในห้องและรีบปั่นจักรยานออกมาจากโรงเรียน ตรงไปยังร้านหมูกะทะคาโต้ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านเขาเท่าไหร่

“ขอบคุณมากนะคะคุณโยชิ เมื่อคืนคุณโซกิดื่มไปมาก...ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็แอบหนีกลับไปแล้ว เหลือแต่คุณโซกิที่เมาสลบอยู่คนเดียวน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ...ว่าแต่เรื่องค่าอาหารจ่ายไปหรือยังครับ”

“อ๋อ...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เจ้าของร้านเป็นคุณลุงของคุณโซกิเอง แต่ฉันไม่กล้าจะบอกกับเขาเรื่องที่เขาเมาน่ะค่ะ เพราะกลัวว่าคุณคาโต้ จะต่อว่าคุณโซกิเขา”

“ครับ...ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“คะ...โชคดี”

 

คิโยชิปั่นจักรยานไปกะว่าจะพาเพื่อนไปส่งที่บ้านแต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าถ้าพาไปก็ต้องถูกด่าแน่ๆ เลยพาไปที่บ้านเขาแทน

 

 

“โซกิ ตื่นได้แล้ว...โซกิตื่นได้แล้วโว๊ย”

คิโยชิปลุกเพื่อนอยู่หลายครั้งก็ไม่ยอมตื่น เลยตัดสินใจ

พรวดดดดดดดด!

เขาสาดน้ำเต็มถังลงบนตัวเพื่อน

“โอ๊ย...อะไรวะเนี่ย”

“ก็สาดให้แกตื่นน่ะสิวะ”

“…แล้วฉันมาอยู่บ้านแกได้ไงเนี่ย...ฉันจำได้เมื่อคืนนี้”

ตุ๊บ

คิโยชิ เอากำปั้นทุบหัวเพื่อนเบาๆ

“นี่แน่ะ...แกน่ะไปเมาอยู่ที่ร้านลุงแก พนักงานที่ร้านเขาเลยโทรให้ฉันไปรับ”

“จริงเหรอ”บูโซกิทำหน้าสลด และไม่พูดอะไร

“แกไปอาบน้ำไป ฉันเหม็นกลิ้นเน่าๆซะแล้ว”

“เออๆ”

 

คิโยชิ นั่งอ่านหนังสือเพลินๆ เพื่อรอบูโซกิอาบน้ำ

และเมื่อบูโซกิ เสร็จเรียบร้อย เขาก็นั่งจับเข่า เพื่อปรึกษาเพื่อนเรื่องผู้หญิงคนนั้น

“จริงหรอวะ...”บูโซกิพูดหลังจากที่ คิโยชิเล่าเรื่องทั้งหมดจบ

“ฉันแค่สงสัยเท่านั้นว่ามากิโนะจะใช่หรือเปล่า”

“จะใช่เหรอ...ฉันว่ามากิโนะอ่ะนะ ดูเป็นคนเงียบๆ จะชอบใครเป็นเหรอ...แต่ถ้าเธอชอบแกจริงๆก็ดีนะเว้ย นอกจากจะน่ารักมากๆแล้ว ยังโคตรเศรษฐีอีกด้วย”

“เรื่องนั้นฉันไม่สนใจหรอก ฉันสนใจที่คนเขียนไดอารี่เล่มนี้เป็นคนที่น่ารักมากๆต่างหาก”

“รู้ได้ยังไงว่าน่ารัก”

“ก็ฉันรู้สึกอย่างนั้น อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ทำอะไรให้ฉันประทับใจ”

“เออๆ ฉันเข้าใจแล้ว ก็เหมือนที่ฉันรู้สึกกับคุณ นิยามิ”

“ใครวะ...เดี๋ยวนี้มีคนที่รักจริงกับเขาแล้วเหรอ”

“เขาเป็นพนักงานในร้านหมูกะทะคาโต้ของลุงฉันอ่ะ”

“อ๋อ...คุณนิยามิที่โทรให้ฉันไปรับแกนั่นเอง”

“หา…คนที่โทรไปหาแกคือคุณ นิยามิ เหรอ”

“อืม...เธอบอกว่าชื่อ นิยามิ”

“ตายห่าแล้ว..เมื่อคืนนี้ฉันเมาเละ...แสดงว่าเธอก็ต้องเห็น อย่างนี้เธอก็ไม่ประทับใจในตัวฉันแล้วสิวะ...จะทำยังไงดี”

“เออ...เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนฉันจะช่วยเอง ตอนนี้มาพูดเรื่องของฉันก่อน แกต้องช่วยฉันสืบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครนะเว้ย”

“แล้วจะทำยังไงวะ”

ทั้งสองคนตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด

แล้วบูโซกิก็ผ่างออกมา

“อ๋อ...ฉันรู้ละ เอาอย่างนี้สิ ก็คือ...”

บูโซกิกระซิบแผนการของตัวเองให้คิโยชิฟัง

ตุ๊บ! “นี่คือรอบที่สอง”

คิโยชิเอาก้ำปั้นทุบลงไปที่หัวของบูโซกิอีกครั้ง

“คิดได้ยังไงในสมองคิดได้แค่นี้เหรอ ทำอย่างนั้นมีหวังโดนตำรวจจับพอดี”คิโยชิต่อว่า โซกิ ที่เสนอแผนการให้ชวนมากิโนะไปเที่ยวและวางยาสลบเธอ แล้วค่อยแอบดูสร้อยที่คอของเธอว่าจะใช่รูปหัวใจที่ปีกหักหรือเปล่า และนั่นเป็นความคิดที่ห่วยแตกมากๆ

“งั้นจะให้ทำยังไง”

“เอาอย่างนี้ดีไหม ลองใช้เพื่อนผู้หญิงสักคนที่รู้จักกับมากิโนะให้ขอดูสร้อยที่คอเธอให้”

“ฉันไม่เห็นด้วย เพราะว่าไม่มีใครเลยที่เป็นเพื่อนกับมากิโนะ”

“แน่ใจเหรอ”

“บูโซกิ คนนี้ขอยืนยัน”

คิโยชิทำท่าครุ่นคิดอีกสักพัก

“อ๋อ...ฉันคิดออกแล้วแผนนี้สิเด็ดสุด”

“ทำยังไงของแกวะ”

“ก็คือ...”คิโยชิเล่าแผนการทั้งหมดที่เขาคิดได้ให้บูโซกิฟัง แล้วบูโซกิก็ตอบตกลง

“จะเริ่มวันนี้เลยเหรอ”

“แกจะบ้าเหรอ...วันนี้ฉันโดดเรียนมารับแก แล้วฉันจะกลับไปอีกได้ยังไงนี่มันก็สายมากแล้วขืนกลับไปถูกคุณครูด่าแน่...นี่ดีนะที่แม่ฉันไม่อยู่ไม่งั้นโดนแม่ด้วยอีกคนแน่ๆ”

“เออ...ลืมไป อย่างนั้นจะเริ่มวันไหน”

“วันจันทร์ หลังวันหยุดสุดสัปดาห์นี้แหละ”

“โอเค”

 

ทั้งสองคนเทคแฮนกันเป็นสัญญานว่าพร้อม แล้วก็เผลอหลับไปทั้งคู่

 

มากิโนะเดินเหมือนคนไร้วิญญาน เพราะวันนี้เขาไม่เห็นหน้าคิโยชิอีกเลยหลังจากเมื่อเช้าที่เดินชนเข้ากับเขาและเขาก็ดูรีบร้อนยังไงไม่รู้ตอนที่กลับเข้ามาเอากระเป๋าอีกครั้ง

ฉันเป็นห่วงเธอจังเลย เธอไปอยู่ที่ไหนของเธอนะ....

มากิโนะคิดในใจก่อนที่จะเดินไปยังห้องประชุมที่เดิมที่เขาเคยรอคิโยชิเผื่อว่าจะเจอเขา

“หนู...หนู...ตื่นได้แล้ว”

มากิโนะได้สติ เพราะเสียงภารโรงคนหนึ่งปลุกเธอ

“มานอนทำไมตรงนี้ล่ะ กลับบ้านได้แล้วมันดึกแล้วนะ”

“นี่กี่โมงแล้วคะเนี่ย”

“2 ทุ่มแล้ว...กลับบ้านได้แล้วนะ”

“คะ...ขอบคุณนะคะ”

 

มากิโนะลุกเดินมาพลางนึกย้อนไปว่าทำไมเธอถึงได้หลับ

แล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอรู้สึกปวดหัวมากๆแล้วก็วูบหมดสติไป ไม่ใช่เพราะเธอเผลอหลับ คิโยชิ ใม่มาสินะ....

เธอพูดในใจ พร้อมเดินต่อด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

 

~มากิโนะจ๋ารับสายสิจ๊ะ มากิโนะจ๋ารับสายสิจ๊ะ~

คลิก

“ฮัลโหล ว่าไงคะแม่”

(มากิโนะลูกอยู่ไหนนะ...ตอนนี้ยูริจะถึงญี่ปุ่นภายในอีกครึ่งชั่วโมงแล้วนะ)

“อ๋อ...จริงสิ ค่ะแม่งั้นหนูจะรีบไปรอน้องที่สนามบินเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ…แค่นี้นะคะ...บายคะ”

คลิก มากิโนะกดวางหูโทรศัพท์ แล้ววิ่งกลับบ้านด้วยความเร็วสุดเหวี่ยง ความจริงแล้วคุณหนูอย่างเธอไม่จำเป็นต้องมาวิ่งหรือเดินอย่างนี้ทุกวันหรอก แต่เธอสั่งคนขับรถที่บ้านว่าไม่ต้องมารับเธออีก

ซึ่งก็เป็นเพราะว่า เธอต้องไปดูคิโยชิทุกวัน แล้วก็กลับไม่เคยตรงเวลา

 

~ซาโนกุบะ ซาโนกุบะ~

เสียงโทรศัพท์คิโยชิ ทำให้เขาตื่นขึ้น

“ฮัลโหลว่าไงครับแม่”

(โยชิ ตอนนี้แม่อยู่ที่สนามบินจะขึ้นเครื่องตอน 2  ทุ่มครึ่ง

ลูกมาส่งแม่หน่อยได้ไหม)

“อ้าว แม่จะไปไหนอ่ะครับ”

(มีงานใหญ่ที่รวบรวมนักเปียโนของแต่ละประเทศที่อเมริกาน่ะจ้ะ)

“จริงเหรอ ครับ ว้าว น่าไปด้วยจัง”

(ไม่ได้หรอกคิโยชิ ต้องเฝ้าบ้าน แล้วอีกอย่างต้องไปโรงเรียนด้วย

...โอเค งั้นแม่จะรอที่สนามบินนะ บายจ๊ะ)

“ครับ แล้วเจอกัน”

คลิก คิโยชิกดวางหูโทรศัพท์ แล้วปลุกเพื่อนให้ตื่น

“โซกิๆ ตื่นได้แล้วฉันจะออกไปข้างนอก”

“หง่าวววววว...ไปไหนของแกวะ”

“ไปส่งแม่ที่สนามบิน ต้องรีบแล้วด้วย ต้องไปให้ทัน 2 ทุ่มครึ่ง เหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที”

คิโยชิและบูโซกิ รีบขับรถจักรยาน ออกจากบ้านไปสนามบิน เพราะว่าระยะทางอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่

 

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

รถลีมูซีนคันสีดำ ถูกจอดลงที่หน้าสนามบิน ทำให้มีคนหันมามองดูหลายคน แล้วเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งก็วิ่งลงจากรถด้วยความดีใจที่จะได้เจอน้องสาวของตัวเองที่ไม่ได้เจอมานาน

“มากิโนะ”เสียงเล็กเสียงหนึ่งตะโกนเรียกชื่อเธอ ซึ่งเธอก็รู้ดีว่านั่นเป็นเสียงของใคร

“มายูริ”

มากิโนะกระโดดกอดกับน้องสาวอายุ 14 ที่ห่างจากเธอเพียงแค่ 3 ปี

ซึ่งตอนนี้ดูเป็นสาวขึ้นมาก

“เป็นยังไงบ้าง...ยูริ...คิดถึงจังเลย”

“คิดถึงเหมือนกัน...มากิโนะดูผอมจังนะ...กินน้อยล่ะสิ สุขภาพถึงไม่ค่ค่อยจะดีน่ะ….l”

“…..ก็คงอย่างงั้นมั้ง...ดูยูริสิ จะสูงเท่าฉันแล้ว”

“แน่นอน...ฉันเจริญอาหาร ดูแลตัวเองดีด้วยจ้ะ”

“ถึงว่าสิสวยยังกะเป็นเด็กม.ปลายเลย”

“เอาเถอะ...ยูริ อยากจะกลับบ้านแล้ว เมื่อยเต็มที”

“ได้เลย...”

 

ในขณะนั้นเอง มากิโนะก็เหลือบไปเห็นคิโยชิและบูโซกิที่กำลังโบกมือลาหญิงสาวมีอายุคราวแม่แล้วคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็มั่นใจว่านั่นคือแม่ของคิโยชิ จึงทำให้เธอโล่งใจที่ได้รับรู้ว่าเขายังสบายดี

 “ลาก่อนครับแม่”

มากิโนะยืนจ้องมองคิโยชิเหมือนไม่รู้สึกตัว ในขณะเดียวกันที่เขาหันมาเห็นเธอพอดี ท้งสองคนเลยต้องมองตากันอยู่ซักพัก

 

“ว้าว...บุพเพสันนิวาส”บูโซกิที่กำลังเหล่ตามองแหม่มสาวที่เพิ่งลงจากเครื่องหันมาทางจุดเดียวกับที่คิโยชิกำลังมองในขณะนี้

 

“ไปได้แล้วล่ะ...”มากิโนะหยุดสายตา เพราะเสียงเรีกของน้องสาว ก่อนที่จะเดินจูงมือกันขึ้นรถ

คิโยชิและเพื่อนได้แต่มองตามรถคันหรูที่แล่นออกไป จนสุดสายตา

“เฮ้ยย...โยชิจะไปไหนของแกวะ”บูโซกิได้แต่ร้องเรียกเพื่อนชายที่อยู่ดีๆ ก็ผลุนผลันออกไปจากสนามบินโดยไม่รอเขาเลย

 

 

สายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องไปที่เด็กสาวผมยาวร่างเล็กๆ ที่กำลังก้าวลงจากรถสู่บ้านหลังใหญ่

เขาเฝ้ามองดูเธออยู่อย่างนั้นจนเธอเดินไปลับสายตา

คิโยชิเงยหน้ามองบ้านหลังใหญ่ขนาดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอีกครั้งก่อนจะยิ้ม แล้วขับรถจักรยานกลับบ้านโดยที่ลืมเพื่นตัวเองไปเสียสนิท

 

 

 

 

เขียนโดย I_Am_EmiLY : 2008-05-13 21:56:53
ความคิดเห็นที่ 1
หนุกค่ะ อย่าลืมไปอ่านของเรานะ สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
นี่ของเรานะ http://story.yenta4.com/lovesweetheart

หัวหน้าพ่อครัว
wenwen : 2008-05-14 18:58:52