เริ่มตอนที่ 2 แล้วนะ
หลังจาก ที่ยืนรอให้นายตำรวจคนอื่นเข้าไปเคลียร์พื้นที่ภายในร้าน ผู้กองสาวก็ออกมายืนพิงรถตำรวจที่
จอดอยู่ไม่ห่างนัก หญิงสาวครุ่นคิดถึงงานที่เพิ่งจบลงไปด้วยดี เรื่องงานเอกสารนี่สิน่าหนักใจ ไม่ว่าจะหนักหนา
สาหัสแค่ไหน ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งโต๊ะเขียนหนังสือแล้ว หญิงสาวมักจะเต็มที่กับมันเสมอ แต่เมื่อนึกว่าวันรุ่งขึ้น
ต้องเข้าไปที่สถานีตำรวจเพื่อเขียนสรุปปิดคดีแล้ว จิตใจของผู้กองก็ห่อเหี่ยว ' เดี๋ยวต้องหาทางหลอกใช้ไอ้หมวด
เชอร์รี่ให้มันเขียนแทน ' หญิงสาวเริ่มวางแผนในใจ
" ผู้กองครับ ผู้กอง ผมนึกว่ากลับไปแล้วซะอีก " เสียงหมวดเชอร์รี่เรียกมาแต่ไกล
" ก็กำลังจะกลับนี่แหละ รอส่งตัวผู้ต้องหาขึ้นรถให้หมดก่อนแล้วก็จะไป มีอะไรเหรอ " ผู้กองตอบ
" สารวัตร ว. ( ว.ท่านผู้อ่านอาจจะไม่เข้าใจ มันเป็นตัวย่อของวิทยุของตำรวจ ) มาตามเมื่อครู่นี่เองครับ
บอกว่ามีเรื่องด่วนอยากให้ผู้กองเข้าไปที่สถานีตอนนี้เลย " หมวดเชอร์รี่บอก
" ตอนนี้เนี่ยนะ... ห้าทุ่มครึ่ง... สารวัตรไม่รู้จักหลับจักนอนหรือไง จะเที่ยงคืนอยู่แล้วหรือว่าเมียไม่ให้
เข้าบ้าน " ยศยารินบ่นกระปอดกระแปด
" อันนี้ผู้กองต้องไปถามเอาเองนะครับ รีบไปเถอะครับ ท่านบอกว่ามีคนกำลังรอพบผู้กองอยู่ " หมวด
เชอร์รี่รายงานต่อ
" เฮ้อ... ให้มันได้อย่างนี้สิ นี่ตั้งแต่เย็นยังไม่ได้กินอะไรเลย ต้องกลับเข้าไปที่สถานีอีกแล้ว... " ผู้กองสาว
หยุดพูดไปเฉยๆ เมื่อเห็นคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา
" ไอ้รี่...ฉันขอยืมรถแกหน่อยสิ " ยศยารินรีบแบมือขอกุญแจรถจากลูกน้อง เพราะตัวเองไม่ได้ขับรถมา
" ผู้กองจะไปชุดนี้เนี่ยนะ " หมวดเชอร์รี่มองผู้กองสาวหัวจรดเท้า
" แถมจะควบน้องชายสุดที่รักของผมไปอีก ไม่ดีมั้ง... ผู้กอง " หมวดเชอร์รี่ส่ายหน้า
น้องชอยสุดที่รักของหมวดเชอร์รี่ คือ มอเตอร์ไซด์ฮาร์เลย์ - เดวิดสัน คันงามที่เจ้าของหวงนักหวงหนา
นึกภาพสาวสวยกระโปรงแคบสั้นขึ้นคร่อมรถแล้วล่ะก็คง ' วี้ดวิ้ว... ช่วงล่างลมคงโกรกดีนักแล ' หมวดเชอร์รี่คิด
" ก็สารวัตรสั่งให้เข้าไปเดี๋ยวนี้เลยไม่ใช่เหรอ ไม่มีเวลาแล้ว... เอากุญแจรถมาเร็วๆ ไอ้รี่ " ผู้กองสาวสั่ง
" กล้าขัดคำสั่งหัวหน้าทีมเหรอ เดี๋ยวก็ตัดออกจากทีมซะเลยดีมั๊ยเนี่ย " ผู้กองสาวเริ่มขู่
ขณะเดียวกัน มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาพลางมองซ้ายมองขวา คาดว่าคงยังไม่เห็นผู้กองสาวที่
ใช้ตัวลูกน้องเป็นเครื่องกำบัง
" ถนอมน้องชายผมหน่อยละกันนะผู้กอง " หมวดเชอร์รี่ยื่นกุญแจส่งให้อย่างไม่เต็มใจนัก
" เออ... จะเลี้ยงให้เหมือนลูกเลย จอดรถไว้ที่ไหน " ยศยารินถาม
" ตรงร้านข้างๆ นี่เอง ผู้กองเดินไปก็เห็น " หมวดเชอร์รี่ตอบ
" งั้นเจอกันที่สถานี อย่าโอ้เอ้นะไอ้รี่ " ยศยารินสำทับ
" ได้เลย don't worry ซ.บ.ม.ย.ห. ซำบายมากอย่าห่วง " หมวดเชอร์รี่ทะเล้นส่งท้าย
" ระวังยุงลามกมันกัดก้นนะผู้กอง " หมวดเชอร์รี่ตะโกนตาม
ผู้กองสาวหันมาชูมะเหงกให้ทีนึงก่อนจะรีบสตาร์ตรถขับไป...
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ตอนที่ 2 ยังไม่จบนะ ก็เหมือนตอนที่ 1 น่ะแหละ
จะมีตอนต่อไปเรื่อยๆ แล้วอย่าลืมติดตามอ่านต่อไปนะ
^u^
มาอัพต่อให้แล้วนะคะ ท่านผู้อ่านที่ร้ากกกกกกกกกกก
" พวกมึงถอยออกไปให้หมด ไม่งั้นอีนี่ตาย " เสี่ยหื่นใช้ปืนจี้ที่หัวของผู้กองสาวด้วยท่าทางเหมือนคนติดยา
ทำให้นายตำรวจที่เหลือต้องชะงัก
" อย่าตุกติกนะมึง ไม่งั้นหัวนังนี่มีรูแน่ๆ " เสี่ยพูดซ้ำเมื่อเห็นว่าตำรวจบางคนเริ่มขยับตัว
" แกหนีไปไหนไม่รอดหรอก ปล่อยผู้หญิงซะเถอะ " หมวดรงค์เริ่มเจรจา สายตาก็มองผู้กองสาวเพื่อหา
จังหวะเข้าไปช่วย แต่สายตาดุๆ ของผู้กองยศยารินที่ส่งกลับมาราวกลับจะบอกว่า ' ไม่ต้องเข้ามายุ่ง จัดการเองได้ '
และตอนนี้ผู้กองสาวเริ่มเล่นละครร้องไห้โฮออกมา
" แกต้องการอะไร จะเอารถหรือเอาอะไร " หมวดเชอร์รี่หาทางใหม่ เขาเริ่มเจรจาหว่านล้อม
" เออสิ กูต้องเอารถอยู่แล้ว จะให้กูบินไปหรือไง อั๊วไม่ใช่กระหังนะโว้ย จะได้บินออกไปได้ " เสี่ยตวาด
" ใจเย็นๆ... ค่อยๆพูด ค่อยๆ จา กันก็ได้ จะหนีใช่มั๊ย ไปทางไหนดีล่ะ จะออกพม่าหรือกัมพูชา "
หมวดเชอร์รี่ช่วยจุดประกายไอเดียต่อ
" ไม่ไปพม่านะเสี่ย กัมพูชาก็ไม่ไป ถ้าหนีไปไกลๆ อย่างอเมริกาหรือสวิสเลยดีกว่า " หญิงสาวที่ร้องไห้สะอึก
สะอื้นเข้ามาร่วมวง
" มึงเป็นตัวประกัน ไม่ต้องมาเสนอหน้าช่วยกูคิด " เสี่ยด่ากราดทั้งตัวประกัน ทั้งตำรวจ เหมือนคนใกล้จะเป็น
บ้าเต็มที
" ก็หนูไม่เคยนั่งเครื่องบินนี่เสี่ย " ผู้กองสาวยังไม่ยอมเลิกกวนโทสะ
" อีนี่ พูดมากนัก อยากตายตั้งแต่ยังสาวหรือไง " เสี่ยตวาด
" ไม่นะเสี่ย หนูยังไม่อยากตาย หนูยังไม่มีผัวเลย...โฮๆๆ " ผู้กองสาวพูดจบก็ร้องไห้เสียงดังหนักกว่าเดิม
ราวกับตั้งใจกรอกเสียงเข้าไปในหูเสี่ยที่กำลังถือปืน
" โอ๊ย... หูจะแตก นังบ้า... " เสี่ยพูดได้แค่นั้น เพราะทันทีที่เขายกมือขึ้นปิดหู ผู้กองสาวก็ใช้มือฟาดลงไป
บนแขนของเสี่ยอย่างแรงจนปืนกระเด็นหลุด ก่อนที่จะใช้วิชายูโดทุ่มเสี่ยตัวโตลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น
" แล้วตกลงเลือกได้หรือยังล่ะ ว่าจะไปบางขวางหรือคลองเปรม... ไอ้เสี่ยบ้ากาม " ผู้กองสาวตวาดเสียงเหี้ยม
ไม่เหลือมาดสาวโคโยตี้สุดยั่วยวนเมื่อครู่สักนิด
" แก... แกเป็นตำรวจ " เสี่ยชี้หน้าหญิงสาว สีหน้าตกใจสุดขีด
" เออ... ก็ตำรวจน่ะสิ เพิ่งฉลาดหรือไง คิดว่าผู้หญิงธรรมดาที่ไหนเขาจะมาสนใจคนหน้าตาอย่างแกล่ะ
อ้วนก็อ้วน หัวก็เถิก " ผู้กองสาวว่าอย่างเจ็บเเสบ เอาคืนที่โดนลวนลามไปหลายครั้ง
" แก๊... " เสี่ยที่นอนอยู่บนพื้นยังไม่หมดฤทธิ์ง่ายๆ ทำท่าจะลุกขึ้นมาบีบคอหญิงสาว แต่เป็นอันต้องหลับ
กลางอากาศ เพราะผู้กองสาวบรรจงยกรองเท้าบู๊ตส้นตึกสูงเกือบสี่นิ้วที่ใส่อยู่ยันเข้าไปที่หน้าผากเถิกๆ ของผู้ต้องหา
" อุ๊ย... ก้าวพลาด หมวดเชอร์รี่ช่วยเป็นพยานด้วยนะ " หญิงสาวหันไปหาลูกน้อง
" อ้าว ไอ้นี่สำออย สลบไปเลยนะเอ็ง " หมวดเชอร์รี่นั่งยองๆ ลงไปเขี่ยเสี่ยที่นอนไร้สติอยู่ที่พื้น ' ผู้กองเขาตีน
หนักใช่เล่น ' หมวดเชอร์รี่คิด
" ฝันดีนะจ๊ะเสี่ย " ผู้กองยศยารินตบแก้มผู้ต้องหาเบาๆ ก่อนจะก้าวข้ามคนที่นอนอยู่บนพื้นออกไป......
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
เอาล่ะ จบตอนที่ 1 แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาเริ่มตอนนี้ 2 ให้นะจ๊ะ
^3^
ตอนนี้นายตำรวจอีกสามคนทยอยเข้ามาสมทบ หลังจากที่หมวดเชอร์รี่ส่งสัญญาณว่า ' เสือมาเข้ากรงแล้ว '
ตำรวจนอกเครื่องแบบก็กระจายกันยืนเฝ้าอยู่แถวหน้าประตูห้องอย่างไม่ให้ผิดสังเกต
" น้ารงค์ ผู้กองส่งสัญญาณมาแล้ว ลงมือได้เลย " เสียงหมวดเชอร์รี่ดังขึ้นอย่างตื่นเต้น เครื่องส่งสัญญาณ
ของยศยารินที่ดูเผินๆ จะเหมือนจี้สร้อยคอธรรมดา ตอนนี้หญิงสาวกำลังชงเหล้าอยู่ที่บาร์ เมื่อเห็นว่าการเจรจา
ธุรกิจผิดกฎหมายกำลังจะสำเร็จลุล่วง โดยผู้ต้องหาทั้งสองฝ่ายต่างแลกสินค้ากัน ผู้กองสาวก็กดสัญญาณให้ลูกน้อง
เริ่มปฏิบัติตามแผน
เมื่อตำรวจห้านายบุกเข้ามาในห้องแคบๆ ความโกลาหลก็เกิดขึ้น ชนิดที่ดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร พวกผู้ร้าย
ต่างต่อสู้ขัดขืนการจับกุมอย่างสุดกำลัง แต่ในเมื่อฝ่ายผู้ต้องหาไม่มีอาวุธตำรวจจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ผู้กองสาว
ชะล่าใจเกินไป เสี่ยใหญ่ที่เธอไม่เคยเห็นพกอาวุธ เอาเข้าจริงแล้วกลับพกปืนกระบอกเล็กซ่อนอยู่ในขากางเกง เสี่ย
เล็งแล้วว่าคนที่อ่อนแอที่สุดและน่าจะจับเป็นตัวประกันคือ นักเต้นสาวในร้านที่กำลังยืนตะลึงดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ
บาร์เหล้า ไม่ได้เอะใจเลยว่าตั้งแต่ตำรวจบุกเข้ามา เขายังไม่ได้ยินเสียงร้องของหญิงสาวสักแอะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอโทษนะคะท่านผู้อ่าน วันนี้อัพสั้นไปหน่อย แต่วันพรุ่งนี้จะอัพให้จบตอนที่ 1 เล้ย !!!!!!!!!!!!!!!!
^-^
มาอัพต่อให้แล้วนะ
" ทีนี้จะเอายังไงต่อล่ะน้ารงค์ " หมวดเชอร์รี่ถามหมวดรงค์ แต่ตายังจ้องไปที่สาวชุดลายเสือตาไม่กะพริบ
" รออีกสักพักให้แน่ใจว่าผู้กองเข้าไปประจำที่เรียบร้อยแล้วเราค่อยลงมือ " หมวดรงค์พูดพลางกระดกเหล้า
เข้าปากก่อนตอบ
" ตอนนี้ก็ดูสาวบนเวทีไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน " หมวดรงค์พูดต่อ
หญิงสาวบนเวทีก็สวยดี ดูอายุน่าจะไม่ถึงยี่สิบดี เดี๋ยวจบคดีนี้ท่าจะต้องมาคุยกับยายเจ๊แอ๋วสักหน่อย ตอนนี้
ไม่ค่อยทีกะจิตกะใจจะดูขาอ่อนสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่เป็นห่วงหัวหน้าสาวที่เข้าไปปฏิบัติงานอยู่ข้างในตามลำพัง
หลังจากนั่งรออยู่ครู่ใหญ่ นายตำรวจทั้งสองคนก็เดินตามเข้าไปด้านในด้วยท่าทีที่สบายๆ แล้วก็ใช้ความ
ชำนาญที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจัดการลงมืออย่างรวดเร็ว บอดี้การ์ดสองคนลงไปนอนแผ่หลาหมดสติก่อนที่นายตำรวจ
นอกเครื่องแบบทั้งคู่จะลากเข้าไปเก็บไว้ในกรง เอ๊ย... ห้องข้างๆ จากนั้นก็มายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูแทน
ไม่นานเป้าหมายอีกรายก็มาถึง ชายวัยกลางคนหิ้วกระเป๋าหนังใบเขื่องเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสองคน
" ไอ้ใหญ่กับไอ้เบิ้มไปไหน ทำไมไม่มาเฝ้าเสี่ย " คนที่เดินมาใหม่เห็นผิดสังเกตจึงถามอย่างระแวง
" มันป่วย... ท้องเสีย " หมวดเชอร์รี่ตอบอย่างเป็นธรรมชาติ คิดในใจ ' ไอ้หมีสองตัวนั่นชื่อสมกับตัวดีแท้ '
" ป่วยพร้อมกันทั้งสองคนเลยเหรอ " คนที่มาใหม่ยังไม่หายสงสัย
" อื้อ... ก็มันไปกินด้วยกัน " คราวนี้หมวดรงค์ตอบ
" กินอะไร " คราวนี้ลูกน้องของคนที่มาใหม่ถาม
" ตำหอยดอง " หมวดเชอร์รี่ตอบแบบไม่ต้องคิด เพราะ ' ตำหอยดอง ' เป็นหนึ่งในรายการอาหารโปรดของ
เขาเอง
" ให้มันได้อย่างงี้สิ " คนมาใหม่บ่นกระปอดกระแปด " แล้วเสี่ยอยู่ข้างในใช่มั๊ย "
" ใช่ อยู่กับผู้หญิง " หมวดรงค์ตอบ
" ดี... จะได้รีบคุยรีบกลับ "
" เชิญครับ " ตำรวจทั้งสองผายมือให้คนที่มาใหม่ แต่ก็เปลี่ยนใจยกแขนขึ้นมาขวางไว้อีกครั้ง
" ห้ามพกอาวุธเข้าไปในห้องครับ " หมวดรงค์พูด ' ยิ่งปลดอาวุธผู้ร้ายได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ' หมวดรงค์คิด
" จะอะไรกันนักกันหนา ปกติเสี่ยไม่เห็นห้ามนี่นา " คนมาใหม่ลองเชิง
" ไม่ได้ครับ เสี่ยสั่งคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น " หมวดเชอร์รี่ตอบ ' คิดจะมาจับพิรุธพวกเขาสองคนเหรอ ไม่ได้
แอ้มหรอก ผู้กองยศยารินให้ข้อมูลมาอย่างละเอียดแล้วว่าเสี่ยไม่เคยยอมให้ใครพกอาวุธเข้าไปเจรจาธุรกิจด้วย ไอ้
หมอนี่มันสงสัยเลยลองแหย่ดู ' หมวดเชอร์รี่คิด
" ก็ได้ " คราวนี้ยอมส่งอาวุธให้แต่โดยดี รวมทั้งลูกน้องทั้งสองคนนั้นด้วย ก่อนจะเดินเข้าประตูไป
" เฝ้าไว้ให้ดีล่ะ อย่าให้ใครเข้ามา " ลูกน้องคนสุดท้ายสั่งก่อนจะเดินเข้าไป
" ได้เลยครับ " ตำรวจทั้งสองนายพูดขึ้นพร้อมกัน ' ถ้าไม่มีสัญญาณก็ไม่เข้าไปหรอก ' ตำรวจทั้งสองคิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนที่ 1 ยังไม่จบนะ ยังมีอีกยาววววววววววววววววววว
^o^
กลับมาแล้วค่ะ ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านเรื่องสาวร้าย_สายลับ หลังจากที่หายไปตั้ง 2 วัน มาต่อให้
แล้วนะคะ เชิญอ่านค่ะ
" เดี๋ยวจะให้อีกถ้าคืนนี้หนูทำตัวถูกใจเสี่ย " เสี่ยจอมเจ้าชู้ยื่นหน้ามากระซิบข้างหูผู้กองสาว
" ได้เลยค่ะ " หญิงสาวพูดอย่างลิงโลด พลางโปรยยิ้มหวานให้เสี่ยที่เดินเข้าไปด้านในร้าน แต่ในใจนึกด่า
' ไอ้อ้วนเอ๊ย... คิดจะเอาเงินมาล่อคนอย่างฉันเรอะ... แกไม่ได้ตายดีแน่ บังอาจมาหอมแก้มฉัน '
เมื่อเห็นเป้าหมายเดินหายเข้าไปด้านในร้านพร้อมบอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสอง ผู้กองยศยารินทำทีเดินเข้าไป
ใกล้ๆ โต๊ะที่ลูกน้องของเธอนั่งอยู่
" พี่ๆ มานานหรือยังคะ แล้วสั่งอะไรกันหรือยัง เดี๋ยวหนูนั่งเป็นเพื่อนนะคะ " ผู้กองสาวร่ายยาวอย่างมืออาชีพ
" คนอื่นๆ อยู่ที่ไหน " หัวหน้าทีมสาวเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังทันทีที่นั่งลง
" กระจายอยู่ทั้งข้างหน้าร้านแล้วก็ตรอกตรงประตูหลังครับ " หมวดเชอร์รี่รายงาน
" ผู้กองจะพกอาวุธมั๊ยครับ " หมวดรงค์ถาม
" ไม่ล่ะ พยายามใช้ความรุนแรงน้อยที่สุด อุตส่าห์ปลอมตัววางแผนเข้ามาตั้งนาน " ผู้กองสาวตอบ
" เอ่อ... ผู้กองครับ ผมสงสัยว่า ไอ้ท่าเต้นยึกๆ บนเวทีนี่ผู้กองฝึกนานมั๊ยครับ " หมวดเชอร์รี่ขอถาม
เพราะดูท่าทางการรูดเสาของผู้กองชำนาญเหมือนมืออาชีพ ถ้าผู้กองบอกว่ายึดอาชีพนี้หารายได้พิเศษ เขาก็คงจะเชื่อ
ได้ไม่ยาก
" ไม่นานหรอก ถ้าแกอยากเต้นเป็นวันหลังฉันจะสอนให้... เอามั๊ย " ผู้กองสาวกล่าวเสียงเครียดพลางเหล่มอง
ลูกน้องราวกับจะถามว่า ' มีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า '
" เดี๋ยวรอสัญญาณจากฉันดีๆ ล่ะ อย่าบุ่มบ่ามเข้าไป รู้สึกว่าไอ้หมีสองตัวนั่นมันจะพกอาวุธ " หัวหน้าทีมเตือน
" ไอ้หลินฮุ่ยกับช่วงช่วงมันตามเจ้าของกรงเข้าไปแล้วเหรอครับ " หมวดรงค์ถาม
หลินฮุ่ย กับ ช่วงช่วง คือรหัสที่ผู้กองสาวใช้เรียกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนของเสี่ยบ้ากาม ( ซึ่งชื่อจริงที่ตั้งไว้
คือ ลิ้นห้อยกับชั่วชั่ว ) ส่วนตัวเสี่ยเธอเรียกว่าเจ้าของกรง
" สองคนนั้นมันคงไปยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง จัดการให้เงียบที่สุดนะ อย่าให้คนในห้องรู้ตัวเป็นอันขาด " ผู้กอง
สาวในคราบสาวโคโยตี้เอ่ยเสียงลอดไรฟัน แต่ใบหน้ายิ้มอย่างเชื้อเชิญ
" ครับผู้กอง " ลูกน้องสองคนรับคำ
" มาแอบคุยอยู่กับลูกค้าตรงนี้เองเหรอยายพิ้งค์ " เสียงเจ้าของร้านที่ชื่อแอ๋วเรียกหา
" เสี่ยรออยู่นานแล้วนะ เข้าไปหาเขาเสียที แล้วดูแลกันดีๆล่ะ ลูกค้าวีไอพีเชียวนะยะ " เจ้าของร้านบอก
ผู้กองสาว
" ค่ะเจ๊ " ผู้กองสาวรับคำ ก่อนจะหันมายักคิ้วให้ลูกน้องทั้งสองคน
" แล้วหนูจะมาคุยด้วยใหม่นะคะพี่ " ผู้กองสาวพูดจบก็เดินหายเข้าไปด้านในร้าน
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
ชอบหรือเปล่าคะท่านผู้อ่าน ถ้าชอบก็ช่วยโหวตช่วยเม้นกันด้วยนะเคอะ
(^,^)


