วันที่ : 12 พฤษภาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่2 พระเอกขี่ม้าขาวของช้าน

2

วันนี้คือวันเปิดเทอมวันแรกของการขึ้นมัธยมปลายของฉัน  โฮะๆ  ไม่มีอะไรจะสุขใจไปมากกว่าการกินอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียนแล้วล่ะ

“อรุณสวัสดิ์ไอ้น้องชาย”  ฉันเอ่ยประโยคที่พูดทุกเช้ากับไอ้หมอนข้าง  น้องชายวัยประถมตัวแสบของฉันก่อนจะเดินลิ่วๆเข้าไปในห้องครัวแล้วก็ต้องตกใจเมื่อ.....

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงเจ๊”  ไอ้หมอนข้างเอ่ยพลางมองหน้าฉันแบบเซ็งๆ

“แกทำกับข้าวเองแน่เหรอวันเนี๊ย  ทำไมมันดู  เอ่อ...ดำๆ  ไหม้ๆอ่ะ”  ฉันบอกพลางเขี่ยข้าวผัดไข่สีดำปี๋ในจานดูอย่างพูดไม่ออก

“ฉันไม่ทำไหม้เกรียมแบบนี้หรอกน่า  นู่น  คนทำยืนอยู่นู่น”

พ่อฉันกำลังยืนกอดอกมองข้าวผัดฝีมือตัวเองอย่างยิ้มกริ่มและภูมิใจมากกับฝีมือการทำข้าวไหม้ของตัวเอง  เหอๆ  นึกแล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่ฝีมือไอ้หมอนข้างแน่ๆ(-- --)

“ว๊ายยย  สายแล้วๆ  พ่อ  วันนี้หนูคงกินข้าวไม่ได้แล้วล่ะ  สายแล้ว  ขอตัวนะคะ”

ฉันรีบชิ่งไปคว้ากระเป๋าก่อนจะวิ่งเปิดประตูออกไปนอกบ้านอย่างเร่งรีบ  โฮะๆๆ(^^)  แผนฉันร้ายมั๊ยล่ะ  ไอ้หมอนอิงมองฉันอย่างงงๆก่อนจะจับไต๋ฉันได้ว่าฉันต้องการจะหนีการกินอาหารเช้าแล้วมันก็ตะโกนไล่หลังฉันมาแบบนี้..........

“เจ๊!  กลับมากินของเจ๊ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ

แต่ก็สายไปแล้ว  เพราะฉันวิ่งมาครึ่งทางเข้าซอยบ้านฉันแล้ว  คราวนี้พ่อคงบังคับให้ไอ้หมอนข้างกินส่วนของฉันแหงๆ  เชื่อดิ(^^)

หลังจากที่เบียดเสียดกับคนบนรถเมล์มาพอสมควรฉันก็มาถึงโรงเรียน  วันนี้ผู้คนมากมายจริงๆ  มากหน้าหลายตา  อืมม  ตอนนี้ฉันว่าฉันไปหาอะไรยัดลงท้องที่โรงอาหารก่อนจะดีกว่านะ(ท้องร้องแล้ว)

“หวัดดียัยตาโบะ

(--  --)มีอยู่คนเดียวแหละที่เรียกฉันแบบนี้น่ะ

“มานั่งกินนมอยู่นี่แสดงว่าไม่ได้กินข้าวจากบ้านมาแหงๆ”

“แกนี่รู้ไปซะทุกเรื่องนะไอ้ลิง  ชิ(><)”

“555+ว่าแล้วเชียว”

“(--  --“)”  แหมไอ้นี่  หัวเราะซะ...

ผลักกก!  ตุบบบ!

ระหว่างที่ฉันกับไอ้ลิงค์กำลังนั่งเมาท์กันอย่างสนุกสนานท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหาร  จู่ๆก็มีร่างหนึ่งล้มมาทางฉัน  และด้วยน้ำหนักที่น่าจะเกือบร้อยกิโลฉันจึงต้องทั้งผลักทั้งดันผู้หญิงที่นั่งตักฉันออกไปเพื่อหาอากาศหายใจ.....เฮ้อออ  ค่อยยังชั่ว

เมื่อดันร่างผู้หญิงคนนี้ออกไปเธอก็หันมาขอโทษฉันเป็นพัลวัล  ฉันก็ส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะมองไปยังจุดเกิดเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ล้มมานั่งตักฉัน  อ้อ  มีไทยมุงค่ะงานนี้  ว่าแต่มุงอะไรกันล่ะ?

“มุงอะไรกันวะ?”  ฉันสบถอย่างหัวเสียเมื่อชะเง้อคอเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นซะที

“เค้ามุงเด็กห้องคิงกันน่ะ”  เสียงผู้ชายคนนึงดังขึ้นจากข้างหลังฉัน  ซึ่งฉันจำได้ว่าหมอนี่ก็เรียนห้องเดียวกับฉันนี่นา(เคยเจอกันตอนปฐมนิเทศน์น่ะ)

“อืมม”  ฉันพยักหน้ารับรู้  “นี่  แล้วเค้ามุงกันทำไมเหรอ?”

“เธอจำผู้ชายตัวแทนห้องคิงที่ขึ้นไปพูดวันปฐมนิเทศได้ป่ะ”  ฉันพยักหน้าเขาจึงบอกต่อ  “เก้า  ธนัส  ห้องคิง  อัจฉรียะประจำโรงเรียนเรา  ทั้งหล่อทั้งรวยใครๆก็อยากให้ช่วยติวให้ทั้งนั้นแหละ”

อืมม  อย่างงี๊นี่เอง  ถึงว่าทำไมมีแต่สาวๆมุง(--*--)

 

ตอนคาบเช้ายังไม่ได้เรียนเพราะอาจาร์ยให้ห้องฉันแนะนำตัวทีละคนจากนั้นก็เลือกหัวหน้าห้อง  มติเป็นเอกฉันท์ว่านายธันว่าตัวแสบเหมาะสมที่จะเป็นเบ๊  เอ๊ย!  หัวหน้าห้องมากที่สุด  หุหุ

“หมอนอิง  จำเราได้มั๊ย?”

ขณะที่ฉันกำลังนั่งจ้ออยู่กับพวกผู้หญิงในช่วงบ่ายหลังห้องเรียนอยู่นั้น  ก็มีผู้ชายหนึ่งในสมาชิกห้องฉันโผล่หัวมากลางวงสนทนาก่อนจะถามคำถามนี้กับฉัน

“อืมม  จำได้  นายชื่อภาค”

“ง่ะ  เราชื่อภูมิ”

“อูย  โทษที  แต่ฉันจำได้นะว่าตอนม.ต้นนายอยู่ห้อง...หนึ่ง”

“เอ่อ...เราอยู่ห้องเดียวกับเธอ”

กรรม  ห้องเดียวกันเหรอ  ทำไมไม่เคยเห็นเลยฟะ  จำไม่ได้ยังเถียงข้างๆคูนะยัยหมอนอิง(*--*)

“ว่าแต่  มีอะไรกับฉันงั้นเหรอ?”

“คือว่า  คิ๊กๆ”

“.........................”  หมอนี่อาการดีมั๊ยเนี่ย

“เราดีใจนะที่ได้อยู่ห้องเดียวกับเธออีกอ่ะ  ไปนะ  คิ๊กๆ”

ฉันพยักหน้าให้เนือยๆก่อนจะคว้าแขนเพื่อนเก่าแก่ตั้งแต่ม.ต้นอย่างรีบเร่ง  “เจเจ  ไปกินข้าวกัน”

เจเจคือหญิงสาวที่มีนิสัยสมกุลสตรีมากมาย  ทุกอย่างดีพร้อมเว้นการเรียนที่แสนจะย่ำและแย่เหมือนกับฉัน(ไม่โง่จะได้มาเรียนห้องบ๊วยเหรอ)  เราสองคนเดินเข้ามาในโรงอาหารด้วยอาการหิวสุดๆทั้งสองคนจึงรีบตรงดิ่งไปนั่งที่โต๊ะอย่างไม่ดูสถานการณ์

“นี่น้อง  นี่มันที่กลุ่มพวกพี่นะ”  รุ่นพี่ม.5ผู้ชายกลุ่มนึงเดินมาหยุดอยู่ที่ฉันและเจเจ

“อ้าว  เหรอคะ  งั้นขอโทษด้วยค่ะ  เราจะลุกเดี๋ยวนี้แหละ”  เจเจพูดตะกุกตะกักพร้อมกับเดินอ้อมมาดึงแขนฉันให้ลุกออกไปจากโต๊ะ  “หมอนอิง  ไปนั่งที่อื่นกันเถอะ  ฉันกลัว”  เธอกระซิบฉัน

“พ่อพวกพี่ทำงานที่นี่รึเปล่าคะ?”  ฉันถามออกไปด้วยสีหน้าเย็นชาสุดๆ

“เปล่า”  หนึ่งในนั้นตอบ

“งั้นพ่อพวกพี่ซื้อโต๊ะตัวนี้เหรอคะ?”

“เอ๊ะ!นี่น้อง!  มันจะกวนประสาทกันมากไปแล้วนะ  อยู่แค่ม.4แท้ๆ”

“หมอนอิง...........”  เจเจชักสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาเห็นๆพร้อมกับกระตุกแขนเสื้อฉันให้เดินหนีจนฉันต้องจำใจเดินตามแต่ว่า..........

พรึบบ!

“อย่าเพิ่งไปสิน้อง  คิดว่ามานั่งตรงนี้แล้วจะลุกไปได้ง่ายๆงั้นเหรอ”  เสียงหนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่พูดขึ้นพร้อมกับคว้าแขนฉันไว้ด้วยแรงมหาศาล

“ปล่อย..........”  ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงโมโหสุดๆ

“หึหึ  หน้าซีดแบบนี้  แสดงว่าเริ่มกลัวแล้วสิ”

“ไม่ได้กลัว

“555  สนุกจริงๆเลยเว้ยยยย  มาให้หอมแก้มสั่งสอนหน่อยเด๊ะคนสวย”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด(><)  ม่ายน๊า~

พรึบบ!  ปึกก!

เอ๊ะ  ไม่ยักกะมีอะไรสัมผัสใบหน้าเลยแฮะ

“อย่าดีกว่า  คงไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูฝ่ายปกครองหรอกใช่มั๊ย” 

เสียงห้วนๆโพล่งขึ้น  พร้อมใบหน้าที่เรียวขาวแทบจะสะท้อนแสง  เขาก็คือ...นายเก้า  อัจฉรียะของโรงเรียนนั่นเอง  ว่าแต่  นี่เค้ามาช่วยฉันงั้นเหรอ?

“เฮ้ยไปห้องชมรม  ฝากไว้ก่อนเถอะยัยพริกขี้หนู”

หลังจากนั้นพวกรุ่นพี่พวกนั้นก็เดินจากไป  เหลือก็แต่  เจเจ  ฉัน  และพระเอกขี่ม้าขาว  หุหุ

“เอ่อ  ขอบใจมากนะ”  ฉันเอ่ยออกไปอย่างเขินๆ 

เมื่อหันไปอีกที  พระเอกของฉันก็หายไปแล้ว  คนอาร้ายยยย  หล่อแล้วยังนิสัยดีอีก  กรี๊ดดดดด(><)

เขียนโดย sakuramisa : 2008-05-12 14:12:20
วันที่ : 12 พฤษภาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่1 วันปฐมนิเทศน์ที่แสนจะน่าเบื่อ

1

“คนอาร้าย  หล่อ รวย  เรียนเก่ง  เพอร์เฟคไปซะหมดทุกอย่างเลยวุ๊ย!”

“ช่ายย....ทั้งหล่อทั้งรวย  การเรียนก็เข้าขั้นเทพ  แม่เจ้าโว้ย  ตอนเด็กๆแม่ให้กินอะไรนะลูกถึงโตมาหล่อกระชากใจสาวแล้วยังเรียนเก่งแบบนี้น่ะ”

“นี่!ยัยสองคนนั้นน่ะ  จะคุยกันอีกนานมั๊ย  เดี๋ยวก็จับไปยืนตากแดดกลางสนามซะเลย”

เสียงคุยประหนึ่งไม่ได้เจอกันมาสามชาติดังอยู่ทางซ้ายมือของฉัน  ยัยสองเพื่อนซี๊ปาท่องโก๋ชื่อน่าหม่ำประจำโรงเรียนซึ่งมีนามว่า  โอเลี้ยงและขนมจีน  เธอสองคนกำลังพูดถึงอัจฉรียะของโรงเรียนที่กำลังขึ้นไปพูดอยู่บนเวทีอย่างออกรส(เฮ้อ  ฉันล่ะเอือม) 

วันนี้คือวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ของระดับชั้นม.ปลาย  นักเรียนเก่าอย่างฉันที่เคยมานั่งฟังท่านผู้อำนวยการกล่าวบนเวทีตั้งแต่ตอนสมัยมัธยมต้นก็รู้สึกเบื่อหน่ายมาก  ซึ่งก็คงจะมีนักเรียนเก่าจำนวณไม่น้อยที่คิดแบบฉันอ่ะนะ

“อิงอัปสร..........”  จู่ๆก็มีเสียงทุ้มๆโพล่งขึ้นขณะที่ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่

“มีอะไรคะอาจาร์ย?”  ฉันถามกลับ

“ห้องเธอส่งใครออกมาพูดหน้าเวที”

“ไม่ทราบค่ะ”

“เอ๊ะ!  ไม่ทราบได้ยังไง  นี่จะถึงคิวห้องเธอแล้วนะ”

“(--  --“)”  แล้วจะให้หนูทำยังไงล่ะคะอาจาร์ย 

“เอาอย่างงี๊  เธอเป็นตัวแทนห้องก็แล้วกัน”

“ง่ะ(-- --*)อาจาร์ยคะ  หนูไม่รู้จะพูดอะไร”

“ครูเชื่อนะ  ว่าในบรรดานักเรียนให้ห้องเธอ  เธอนี่แหละที่มีความฉลาดมากที่สุด  เธอต้องทำได้!”

หลังจากฉันเกาะติดเก้าอี้อย่างเหนียวหนึบอยู่นาน  อาจาร์ยก็ลากฉันไปยืนรอขึ้นพูดอยู่หน้าเวที  เอ้อ  ลืมบอกไป   ฉันอยู่ห้องม.4/10  ทั้งหมดมีสิบห้อง  เหอๆ   แน่ล่ะฉันอยู่ห้องบ๊วย(-- --)

“อาจาร์ยคะ  หนูไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆนะ  เปลี่ยนคนเถอะนะคะอาจาร์ย”
ฉันยืนพร่ำให้อาจาร์ยฟังเป็นสิบๆครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล  ตัวแทนห้องเก้าเดินลงมาพร้อมเสียงปรบมือ  และแล้วก็ถึงตาฉัน  ฉันถูกผลักออกมายืนหน้าไมค์โดยอาจาร์ยที่ไปลากฉันมานี่แหละ

“เอ่อ........................................”  แง~ขอร้องล่ะ  อย่าจ้องกันขนาดนั้นเลยนะเพื่อนๆ  “.........ในตัวแทนห้องสิบ  ข้าพเจ้า  เอ่อ...............”

ทุกคนในหอประชุมจ้องมาที่ฉันเป็นตาเดียวกัน  ก่อนจะซุบซิบกันประมาณว่า  แกจะเอ่อไปถึงไหนแล้วทำสีหน้าอยากจะฟังคำพูดจากปากฉันสุดขีด

“ยัยตาโบะ!”

เสียงหนึ่งโพล่งขึ้นกลางหอประชุม  ต้นเสียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  ไอ้ลิงค์(ปกติฉันเรียกไอ้ลิง)เพื่อนซี๊ตั้งแต่สมัยเด็กของฉัน  มันกำลังนั่งตะโกนมาจากแถวห้องห้าซึ่งอยู่กลางหอประชุม  ด้วยความหน้าด้านบวกกับความที่ชอบแกล้งเรียกชื่อฉันว่าตาโบะ(ตาโบะคือตัวการ์ตูนญี่ปุ่นรูปเด็กผู้ชายที่ผมสั้นๆน่ะ)  ตอนเด็กๆฉันตัดผมสั้นเหมือนตาโบะมาตลอดจนมาไว้ผมยาวตอนมัธยมต้นเนี่ยแหละ  แต่มันก็ยังไม่เลิกเรียกชื่อนี้กับฉันสักที(><)

ไอ้ลิงค์ยังคงส่งเสียงเรียกชื่อนี่สร้างความอับอายให้ฉันอยู่เป็นระยะๆจนฉันเริ่มจะรำคาญจึงโพล่งออกไปอย่างลืมตัวว่ายืนอยู่หน้าไมค์

“ไอ้ลิง!  อยากตายรึไงวะ!”

เมื่อรู้สึกตัวอีกที  ทุกคนในหอประชุมก็มองฉันด้วยสายตาแบบนี้  (OO)  และเพื่อเป็นการกำจัดความอับอายในชั่ววินาทีฉันก็รีบพูดชิ่ง

“เอ่อ..........ดีใจค่ะที่ได้เรียนที่นี่อีกครั้ง  ขอบคุณค่ะ!”

ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงรีบร้อนสุดๆก่อนจะเดิน(วิ่ง)ลงเวทีแทบไม่ทันแล้วกลับไปนั่งที่ซึ่งอยู่หลังสุดของหอประชุมอีกครั้ง  หนอย  ไอ้ลิง  แกตายแน่!ฮึ่ม!

 (ถ้ามีคำคิหรือชมอะไรก็เม้นบอกด้วยนะค้า~จะได้ปรับปรุง....ขอบคุงค่า by sakuramisa ผู้แต่ง)

เขียนโดย sakuramisa : 2008-05-12 12:55:29

/2