2
วันนี้คือวันเปิดเทอมวันแรกของการขึ้นมัธยมปลายของฉัน โฮะๆ ไม่มีอะไรจะสุขใจไปมากกว่าการกินอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียนแล้วล่ะ
อรุณสวัสดิ์ไอ้น้องชาย ฉันเอ่ยประโยคที่พูดทุกเช้ากับไอ้หมอนข้าง น้องชายวัยประถมตัวแสบของฉันก่อนจะเดินลิ่วๆเข้าไปในห้องครัวแล้วก็ต้องตกใจเมื่อ.....
ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงเจ๊ ไอ้หมอนข้างเอ่ยพลางมองหน้าฉันแบบเซ็งๆ
แกทำกับข้าวเองแน่เหรอวันเนี๊ย ทำไมมันดู เอ่อ...ดำๆ ไหม้ๆอ่ะ ฉันบอกพลางเขี่ยข้าวผัดไข่สีดำปี๋ในจานดูอย่างพูดไม่ออก
ฉันไม่ทำไหม้เกรียมแบบนี้หรอกน่า นู่น คนทำยืนอยู่นู่น
พ่อฉันกำลังยืนกอดอกมองข้าวผัดฝีมือตัวเองอย่างยิ้มกริ่มและภูมิใจมากกับฝีมือการทำข้าวไหม้ของตัวเอง เหอๆ นึกแล้วเชียวว่าต้องไม่ใช่ฝีมือไอ้หมอนข้างแน่ๆ(-- --)
ว๊ายยย สายแล้วๆ พ่อ วันนี้หนูคงกินข้าวไม่ได้แล้วล่ะ สายแล้ว ขอตัวนะคะ
ฉันรีบชิ่งไปคว้ากระเป๋าก่อนจะวิ่งเปิดประตูออกไปนอกบ้านอย่างเร่งรีบ โฮะๆๆ(^^) แผนฉันร้ายมั๊ยล่ะ ไอ้หมอนอิงมองฉันอย่างงงๆก่อนจะจับไต๋ฉันได้ว่าฉันต้องการจะหนีการกินอาหารเช้าแล้วมันก็ตะโกนไล่หลังฉันมาแบบนี้..........
เจ๊! กลับมากินของเจ๊ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!
แต่ก็สายไปแล้ว เพราะฉันวิ่งมาครึ่งทางเข้าซอยบ้านฉันแล้ว คราวนี้พ่อคงบังคับให้ไอ้หมอนข้างกินส่วนของฉันแหงๆ เชื่อดิ(^^)
หลังจากที่เบียดเสียดกับคนบนรถเมล์มาพอสมควรฉันก็มาถึงโรงเรียน วันนี้ผู้คนมากมายจริงๆ มากหน้าหลายตา อืมม ตอนนี้ฉันว่าฉันไปหาอะไรยัดลงท้องที่โรงอาหารก่อนจะดีกว่านะ(ท้องร้องแล้ว)
หวัดดียัยตาโบะ!
(-- --)มีอยู่คนเดียวแหละที่เรียกฉันแบบนี้น่ะ
มานั่งกินนมอยู่นี่แสดงว่าไม่ได้กินข้าวจากบ้านมาแหงๆ
แกนี่รู้ไปซะทุกเรื่องนะไอ้ลิง ชิ(><)
555+ว่าแล้วเชียว
(-- --) แหมไอ้นี่ หัวเราะซะ...
ผลักกก! ตุบบบ!
ระหว่างที่ฉันกับไอ้ลิงค์กำลังนั่งเมาท์กันอย่างสนุกสนานท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหาร จู่ๆก็มีร่างหนึ่งล้มมาทางฉัน และด้วยน้ำหนักที่น่าจะเกือบร้อยกิโลฉันจึงต้องทั้งผลักทั้งดันผู้หญิงที่นั่งตักฉันออกไปเพื่อหาอากาศหายใจ.....เฮ้อออ ค่อยยังชั่ว
เมื่อดันร่างผู้หญิงคนนี้ออกไปเธอก็หันมาขอโทษฉันเป็นพัลวัล ฉันก็ส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะมองไปยังจุดเกิดเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ล้มมานั่งตักฉัน อ้อ มีไทยมุงค่ะงานนี้ ว่าแต่มุงอะไรกันล่ะ?
มุงอะไรกันวะ? ฉันสบถอย่างหัวเสียเมื่อชะเง้อคอเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นซะที
เค้ามุงเด็กห้องคิงกันน่ะ เสียงผู้ชายคนนึงดังขึ้นจากข้างหลังฉัน ซึ่งฉันจำได้ว่าหมอนี่ก็เรียนห้องเดียวกับฉันนี่นา(เคยเจอกันตอนปฐมนิเทศน์น่ะ)
อืมม ฉันพยักหน้ารับรู้ นี่ แล้วเค้ามุงกันทำไมเหรอ?
เธอจำผู้ชายตัวแทนห้องคิงที่ขึ้นไปพูดวันปฐมนิเทศได้ป่ะ ฉันพยักหน้าเขาจึงบอกต่อ เก้า ธนัส ห้องคิง อัจฉรียะประจำโรงเรียนเรา ทั้งหล่อทั้งรวยใครๆก็อยากให้ช่วยติวให้ทั้งนั้นแหละ
อืมม อย่างงี๊นี่เอง ถึงว่าทำไมมีแต่สาวๆมุง(--*--)
ตอนคาบเช้ายังไม่ได้เรียนเพราะอาจาร์ยให้ห้องฉันแนะนำตัวทีละคนจากนั้นก็เลือกหัวหน้าห้อง มติเป็นเอกฉันท์ว่านายธันว่าตัวแสบเหมาะสมที่จะเป็นเบ๊ เอ๊ย! หัวหน้าห้องมากที่สุด หุหุ
หมอนอิง จำเราได้มั๊ย?
ขณะที่ฉันกำลังนั่งจ้ออยู่กับพวกผู้หญิงในช่วงบ่ายหลังห้องเรียนอยู่นั้น ก็มีผู้ชายหนึ่งในสมาชิกห้องฉันโผล่หัวมากลางวงสนทนาก่อนจะถามคำถามนี้กับฉัน
อืมม จำได้ นายชื่อภาค
ง่ะ เราชื่อภูมิ
อูย โทษที แต่ฉันจำได้นะว่าตอนม.ต้นนายอยู่ห้อง...หนึ่ง
เอ่อ...เราอยู่ห้องเดียวกับเธอ
กรรม ห้องเดียวกันเหรอ ทำไมไม่เคยเห็นเลยฟะ จำไม่ได้ยังเถียงข้างๆคูนะยัยหมอนอิง(*--*)
ว่าแต่ มีอะไรกับฉันงั้นเหรอ?
คือว่า คิ๊กๆ
......................... หมอนี่อาการดีมั๊ยเนี่ย
เราดีใจนะที่ได้อยู่ห้องเดียวกับเธออีกอ่ะ ไปนะ คิ๊กๆ
ฉันพยักหน้าให้เนือยๆก่อนจะคว้าแขนเพื่อนเก่าแก่ตั้งแต่ม.ต้นอย่างรีบเร่ง เจเจ ไปกินข้าวกัน
เจเจคือหญิงสาวที่มีนิสัยสมกุลสตรีมากมาย ทุกอย่างดีพร้อมเว้นการเรียนที่แสนจะย่ำและแย่เหมือนกับฉัน(ไม่โง่จะได้มาเรียนห้องบ๊วยเหรอ) เราสองคนเดินเข้ามาในโรงอาหารด้วยอาการหิวสุดๆทั้งสองคนจึงรีบตรงดิ่งไปนั่งที่โต๊ะอย่างไม่ดูสถานการณ์
นี่น้อง นี่มันที่กลุ่มพวกพี่นะ รุ่นพี่ม.5ผู้ชายกลุ่มนึงเดินมาหยุดอยู่ที่ฉันและเจเจ
อ้าว เหรอคะ งั้นขอโทษด้วยค่ะ เราจะลุกเดี๋ยวนี้แหละ เจเจพูดตะกุกตะกักพร้อมกับเดินอ้อมมาดึงแขนฉันให้ลุกออกไปจากโต๊ะ หมอนอิง ไปนั่งที่อื่นกันเถอะ ฉันกลัว เธอกระซิบฉัน
พ่อพวกพี่ทำงานที่นี่รึเปล่าคะ? ฉันถามออกไปด้วยสีหน้าเย็นชาสุดๆ
เปล่า หนึ่งในนั้นตอบ
งั้นพ่อพวกพี่ซื้อโต๊ะตัวนี้เหรอคะ?
เอ๊ะ!นี่น้อง! มันจะกวนประสาทกันมากไปแล้วนะ อยู่แค่ม.4แท้ๆ
หมอนอิง........... เจเจชักสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาเห็นๆพร้อมกับกระตุกแขนเสื้อฉันให้เดินหนีจนฉันต้องจำใจเดินตามแต่ว่า..........
พรึบบ!
อย่าเพิ่งไปสิน้อง คิดว่ามานั่งตรงนี้แล้วจะลุกไปได้ง่ายๆงั้นเหรอ เสียงหนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่พูดขึ้นพร้อมกับคว้าแขนฉันไว้ด้วยแรงมหาศาล
ปล่อย.......... ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงโมโหสุดๆ
หึหึ หน้าซีดแบบนี้ แสดงว่าเริ่มกลัวแล้วสิ
ไม่ได้กลัว!
555 สนุกจริงๆเลยเว้ยยยย มาให้หอมแก้มสั่งสอนหน่อยเด๊ะคนสวย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด(><) ม่ายน๊า~
พรึบบ! ปึกก!
เอ๊ะ ไม่ยักกะมีอะไรสัมผัสใบหน้าเลยแฮะ
อย่าดีกว่า คงไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูฝ่ายปกครองหรอกใช่มั๊ย
เสียงห้วนๆโพล่งขึ้น พร้อมใบหน้าที่เรียวขาวแทบจะสะท้อนแสง เขาก็คือ...นายเก้า อัจฉรียะของโรงเรียนนั่นเอง ว่าแต่ นี่เค้ามาช่วยฉันงั้นเหรอ?
เฮ้ยไปห้องชมรม ฝากไว้ก่อนเถอะยัยพริกขี้หนู
หลังจากนั้นพวกรุ่นพี่พวกนั้นก็เดินจากไป เหลือก็แต่ เจเจ ฉัน และพระเอกขี่ม้าขาว หุหุ
เอ่อ ขอบใจมากนะ ฉันเอ่ยออกไปอย่างเขินๆ
เมื่อหันไปอีกที พระเอกของฉันก็หายไปแล้ว คนอาร้ายยยย หล่อแล้วยังนิสัยดีอีก กรี๊ดดดดด(><)
1
คนอาร้าย หล่อ รวย เรียนเก่ง เพอร์เฟคไปซะหมดทุกอย่างเลยวุ๊ย!
ช่ายย....ทั้งหล่อทั้งรวย การเรียนก็เข้าขั้นเทพ แม่เจ้าโว้ย ตอนเด็กๆแม่ให้กินอะไรนะลูกถึงโตมาหล่อกระชากใจสาวแล้วยังเรียนเก่งแบบนี้น่ะ
นี่!ยัยสองคนนั้นน่ะ จะคุยกันอีกนานมั๊ย เดี๋ยวก็จับไปยืนตากแดดกลางสนามซะเลย
เสียงคุยประหนึ่งไม่ได้เจอกันมาสามชาติดังอยู่ทางซ้ายมือของฉัน ยัยสองเพื่อนซี๊ปาท่องโก๋ชื่อน่าหม่ำประจำโรงเรียนซึ่งมีนามว่า โอเลี้ยงและขนมจีน เธอสองคนกำลังพูดถึงอัจฉรียะของโรงเรียนที่กำลังขึ้นไปพูดอยู่บนเวทีอย่างออกรส(เฮ้อ ฉันล่ะเอือม)
วันนี้คือวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ของระดับชั้นม.ปลาย นักเรียนเก่าอย่างฉันที่เคยมานั่งฟังท่านผู้อำนวยการกล่าวบนเวทีตั้งแต่ตอนสมัยมัธยมต้นก็รู้สึกเบื่อหน่ายมาก ซึ่งก็คงจะมีนักเรียนเก่าจำนวณไม่น้อยที่คิดแบบฉันอ่ะนะ
อิงอัปสร.......... จู่ๆก็มีเสียงทุ้มๆโพล่งขึ้นขณะที่ฉันกำลังใช้ความคิดอยู่
มีอะไรคะอาจาร์ย? ฉันถามกลับ
ห้องเธอส่งใครออกมาพูดหน้าเวที
ไม่ทราบค่ะ
เอ๊ะ! ไม่ทราบได้ยังไง นี่จะถึงคิวห้องเธอแล้วนะ
(-- --) แล้วจะให้หนูทำยังไงล่ะคะอาจาร์ย
เอาอย่างงี๊ เธอเป็นตัวแทนห้องก็แล้วกัน
ง่ะ(-- --*)อาจาร์ยคะ หนูไม่รู้จะพูดอะไร
ครูเชื่อนะ ว่าในบรรดานักเรียนให้ห้องเธอ เธอนี่แหละที่มีความฉลาดมากที่สุด เธอต้องทำได้!
หลังจากฉันเกาะติดเก้าอี้อย่างเหนียวหนึบอยู่นาน อาจาร์ยก็ลากฉันไปยืนรอขึ้นพูดอยู่หน้าเวที เอ้อ ลืมบอกไป ฉันอยู่ห้องม.4/10 ทั้งหมดมีสิบห้อง เหอๆ แน่ล่ะฉันอยู่ห้องบ๊วย(-- --)
อาจาร์ยคะ หนูไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆนะ เปลี่ยนคนเถอะนะคะอาจาร์ย
ฉันยืนพร่ำให้อาจาร์ยฟังเป็นสิบๆครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล ตัวแทนห้องเก้าเดินลงมาพร้อมเสียงปรบมือ และแล้วก็ถึงตาฉัน ฉันถูกผลักออกมายืนหน้าไมค์โดยอาจาร์ยที่ไปลากฉันมานี่แหละ
เอ่อ........................................ แง~ขอร้องล่ะ อย่าจ้องกันขนาดนั้นเลยนะเพื่อนๆ .........ในตัวแทนห้องสิบ ข้าพเจ้า เอ่อ...............
ทุกคนในหอประชุมจ้องมาที่ฉันเป็นตาเดียวกัน ก่อนจะซุบซิบกันประมาณว่า แกจะเอ่อไปถึงไหนแล้วทำสีหน้าอยากจะฟังคำพูดจากปากฉันสุดขีด
ยัยตาโบะ!
เสียงหนึ่งโพล่งขึ้นกลางหอประชุม ต้นเสียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ลิงค์(ปกติฉันเรียกไอ้ลิง)เพื่อนซี๊ตั้งแต่สมัยเด็กของฉัน มันกำลังนั่งตะโกนมาจากแถวห้องห้าซึ่งอยู่กลางหอประชุม ด้วยความหน้าด้านบวกกับความที่ชอบแกล้งเรียกชื่อฉันว่าตาโบะ(ตาโบะคือตัวการ์ตูนญี่ปุ่นรูปเด็กผู้ชายที่ผมสั้นๆน่ะ) ตอนเด็กๆฉันตัดผมสั้นเหมือนตาโบะมาตลอดจนมาไว้ผมยาวตอนมัธยมต้นเนี่ยแหละ แต่มันก็ยังไม่เลิกเรียกชื่อนี้กับฉันสักที(><)
ไอ้ลิงค์ยังคงส่งเสียงเรียกชื่อนี่สร้างความอับอายให้ฉันอยู่เป็นระยะๆจนฉันเริ่มจะรำคาญจึงโพล่งออกไปอย่างลืมตัวว่ายืนอยู่หน้าไมค์
ไอ้ลิง! อยากตายรึไงวะ!
เมื่อรู้สึกตัวอีกที ทุกคนในหอประชุมก็มองฉันด้วยสายตาแบบนี้ (OO) และเพื่อเป็นการกำจัดความอับอายในชั่ววินาทีฉันก็รีบพูดชิ่ง
เอ่อ..........ดีใจค่ะที่ได้เรียนที่นี่อีกครั้ง ขอบคุณค่ะ!
ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงรีบร้อนสุดๆก่อนจะเดิน(วิ่ง)ลงเวทีแทบไม่ทันแล้วกลับไปนั่งที่ซึ่งอยู่หลังสุดของหอประชุมอีกครั้ง หนอย ไอ้ลิง แกตายแน่!ฮึ่ม!
(ถ้ามีคำคิหรือชมอะไรก็เม้นบอกด้วยนะค้า~จะได้ปรับปรุง....ขอบคุงค่า by sakuramisa ผู้แต่ง)


