4
ความลับของซาสึกิ
คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเลย
ผลคือต้อนรับวันใหม่ด้วยอาการปวดรวดร้าวไปทั้งศีรษะ ได้แต่เฝ้าภาวนา
ขออย่าให้ต้องเผชิญหน้ากับนายจอมวายร้ายนั้นอีกเลย ส่วนความคิดอันแสนประเสริฐที่วาดหวังไว้เสียดิบดี ว่าจะช่วยฟื้นความทรงจำของเค้าให้กลับคืนมาเร็วๆนั้น ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่แหละฉันจะไม่เสียเวลาคิดถึงมันให้รกสมองเป็นอันขาด
แต่โชคร้ายก็ยังไม่ยอมหยุดอยู่เพียงเท่านั้น มันเข้าตำราซวยซับซวยซ้อน
เมื่อนายซาสึกิจังตัวแสบมาเสนอหน้ารายงานตัวอยู่หน้าชั้นเรียน
สวัสดีครับ ผมชื่อซาสึกิ โมริคาว่า
โอ้...พระเจ้า ไม่ใช่แค่เค้ามาโรงเรียนเดียวกับฉันเท่านั้น เพราะโชคฉันยังร้ายกว่านั้น เพราะนายตัวแสบย้ายเข้ามาเรียนในห้องเดียวกับฉันเลยอีก
ทีนี้ก็หนีไม่พ้นเลย ทั้งที่บ้านทั้งที่โรงเรียน ใจคอจะไม่มีเวลาว่างให้ได้พักสงบสติอารมณ์กันบ้างเลยไง๊ >[ ]< คิดแล้วมันแค้นนักมันแค้น >_<
แล้วก็อย่างที่บอกแต่แรกแหละว่า พ่อเจ้าประคุณเป็นชายหนุ่มรูปงามชวนเตะตา จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาวๆจะกรี๊ดกันขนาดไหน แม้กระทั่งซาสึกิจังคนเรียบร้อยผ้าพับไว้ของเพื่อนๆ ยังอดอ้อมแอ้มออกมาไม่ได้ว่า
อืม....ดูดีนะ
พอพักกลางวัน ฉันก็แอบชำเลืองมองนายซาสึกิซึ่งกำลังโดนสาวๆรุมล้อม
เห็นแล้วก็รู้สึกหนักอึ้งในหัวอกเพราะมันคล้ายๆจะทนดูไม่ได้อยู่ลึกๆยังไงก็ไม่รู้ ก้เค้าคือรักของฉันนี่ แถมตอนนี้ยังมาทำหน้าทำตาน่าเอ็นดู เอียงหูฟังสาวๆบอกเบอร์บ้าง เลขที่บ้านบ้าง
ตำตาอยู่อย่างนี้ มันออกจะเกินไป
หึ คนอาราย....ชีกอจนน่าเกลียด
ฉันแอบตะโกนด่าอยู่ในใจ แต่เจ้ากรรม จู่ๆนายคนนั้นก็หันมาสบตาฉันเข้าอย่างจัง ทำกับว่าได้ยินเสียงด่าในใจอย่างนั้นแหละ แล้วเค้าก็ยิ้มกว้าง โบกมือให้ฉันจนฉันอึ้งรับประทานเพราะผิดคลาดนึกว่าจะมามาดแบบว่าไม่รู้จักกัน อะไรประมาณเนี่ย ฉันเลยเผลอยิ้มตอบ แถมโบกมือให้ซะดิบดี แต่พอนึกขึ้นได้ จนโซระจัง(เพื่อนฉันเอง)ที่นั่งอยู่ข้างๆผิดสังเกต กระซิบถามขึ้นว่า
ทำไมล่ะ...เมอิ เค้าทำไมหรอ? ปกติเห็นเธอเป็นปลื้มพูดถึงเค้าไม่ขาดปาก ไหนว่าเค้าเป็นรักแรกที่แสนประทับใจไง แล้วทำไมจะปล่อยให้คนอื่นคาบไปกินซะละ
ถึงเค้าจะเพี้ยนๆไปจากที่เธอเคยเล่านิดหน่อย แต่ก็ดูเป็นคนดีใช้ได้เลยนะ
หึ... ดีกับผีนะสิ เค้าเพี้ยนไปบานตะไทเลยแหละ
ช่างเถอะ...ปล่อยเค้าไป ฉันพูดหนักแน่นแต่พอเหลือบไปมอง เห็นเค้ายังอยู่ในวงล้อมของพวกสาวๆน้ำตาเจ้ากรรมมันก็ทำท่าจะเอ่อท้น
อืม...ก็ได้ ช่างก็ช่าง แล้วไม่ไปกินข้าวหรอ...ไม่รีบเข้าเดี๋ยวก็หมดเวลาพักหรอก ก็อยากจะ ช่าง ให้ได้จิงๆหรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันหยุดคิดเรื่องเค้าไม่ได้ซักที จนเดินออกมาเดินเล่นอยู่คนเดียวน่าระเบียง แล้วยังไม่วาย... ธรรมดาไม่ว่าจะมีเรื่องร้ายแรงซักแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยลืมกินข้าวกินปลา ปล่อยให้ท้องว่าอย่างนี้มาก่อนเลยนะ นี่เป็นเพราะนายซาสึกิตัวดีนั่นคนเดียวแท้ๆ ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งพาลจะไหล T^T เวลานี้มันรู้สึกอึดอั้นตันใจไปหมด
ไง...เมอิ ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันนะพอได้ยินเสียง ฉันก็หันขวับไปยังเจ้าของเสียงทันที นายซาสึกิยืนเอามือล้วงกระเป๋า ยิ้มเผล่อยู่ตรงนั้น นัยน์ตายาวรีคู่สวยพราวระยับ จนฉันร่ำๆจะใจแก่วง แต่ความที่ขวางนายทะเล้นคนนี้มันมีมากกว่า ฉันเลยเมินฉับ พูดอย่างเสียไม่ได้ว่า
ไม่!!
ท้องผูกยังไม่หายหรอ...แย่นะ ^O^ฉันแอบได้ยินเค้าหัวเราะเบาๆ
ทุเรศ...เมื่อวานฉันป่าวท้องผูกนะ...โชคดีที่ยั้งไว้ทัน ไม่ถึงกับตะโกนออกมา แต่ทันใดนั้นท้องมันก็ร้องอุทธรณ์ดัง
จ๊อกกกกก - -^ ขึ้นมาดื้อๆ เสียงมันดังฟังชัด จนแทบก้องไปทั้งระเบียงเสียก็ไม่รู้ เล่นเอาพวกนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่แถวนั้นพากันเหลียวมามองกันเป็นตาเดียว แล้วก็สายตาเหยียดหยามด้วยนะ
กำ-*-ฉันคิดในใจนี่เสียงท้องฉันมันร้องดังถึงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย โอ๊ย...ฉันอยากจาบ้าตาย แต่ไหนแต่ไรมันไม่เคยร้องซักจ๊อกเลยด้วยซ้ำ หลังนิ่งอึ้งไปซักครู่ นายซาสึกิก็หัวเราะก๊าก
นี่นาย...อย่ามาหัวเราะฉันนะทีแรกฉันโมโหแทบตายที่เค้าไม่ยอมเลิกหัวเราะซะที แต่พอเห็นเค้าเปิดปากหัวเราะซะเต็มที่อย่างนั้น ก็ชักรู้สึกแปลกๆ แล้วเจ้าความขุ่นเคืองมันก็ค่อยๆหดหายไปเรื่อยๆ กระทั่งหัวเราะจนพอใจแล้ว เค้าก็เอ่ยขึ้นว่า
เอาล่ะ หิวใช่มั้ย...ดีเลย วันนี้ฉันเลี้ยงเธอเองนะมาเถอะ เมอิขาดคำเค้าก็ไม่รอคำตอบ คว้าข้อมือฉันจูงลิ่วๆไปโรงอาหารทันที ในที่สุดเค้าก็ชนะอีกจนได้ เค้าเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่างฉัน ส่วนเค้าสั่งข้าวแกงกระหรี่ ดูเอาดิ นี้ขนาดอยู่ในโรงอาหารเค้ายังไม่วายเด่นสะดุดตา จนพวกสาวๆ(เห็นมาหลายครั้งแล้วเนี่ยพูดสาวๆตัวเองไม่เป็นสาวไง๊)เป็นดิ
(งั้นก็ไม่ต้องพูดสาวๆ)ก็จาพูดอ่ะ(แล้วแต่ก็ไม่ได้ว่าอาราย)ชิ มาเข้าเรื่องกันต่อนะคะเราไปเสียเวลากับตนเขียนผู้มีบทอันน้อยนิด จนพวกสาวๆงี้มองกันตาเป็นมัน อะไรจาสนใจกันขนาดนี้ จนฉันอายแทน >///< ต้องก้มหน้าก้มตากิน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไป แต่นายซาสึกิคงยิ้มไปกินไปละซี่ ชิ หมั่นไส้ (เป็นไงวะยิ้มไปกินไป -*- ) พอกินไปกินมา(มานก็เลยหมด)ไม่ช่าย ฉันก็คิดอะไรมาบ้างอย่างได้ ในขณะที่ปรายตาไปมองจานข้าวของเค้า
ซาสึกิ...กินแครอทได้ตั้งแต่เมื่อไหร่หรอ...เมื่อก่อนเห็นเขี่ยทิ้งทุกที่ o_o? เค้าหัวเราะข้อสังเกตของฉัน มันแปลกตรงไหน ฉันล่ะ ง๊ง งง
อะไรกัน ฉันไม่เคยเรื่องมากเลือกนี่มาตั้งแต่เกิดแล้วนะ ยังนึกภูมิใจในตัวเองอยู่เลยที่กินได้ทุกอย่าง ^_^ เอ๊ะ!! อะไรกัน ฉันว่าเค้าพูดผิดแน่ๆ แต่แล้วก็ราวกับว่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เค้าจึงรีบพูดใหม่ว่า
อ๋อ...เออ... ตั้งแต่หลายปีก่อน น่ะ ตอนนี้เลยกินได้ ^ ^ แต่ฉันยังไม่หายสงสัย เพราะฉันเคยรู้จักเค้าดี เค้าเกลียดแครอทถึงเคยประกาศว่า
เป็นตายยังไงฉันก็จะไม่กินแครอทเด็ดขาด แล้วคนเป็นคนเอามากขนาดนั้นจะมาพูดเต็มปากเต็มคำได้ยังไงว่าไม่เคยเรื่องมากเลือกโน่นเลือกนี่มาตั้งแต่เกิด จนขนาดภูมิใจตัวเอง
แบบนี้มันจะความว่ายังไง
หลังเลิกเรียนวันนั้น ฉันหันไปมองเค้าด้วยความสงสัยไม่หาย เห็นเค้ารีบร้อนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ฉันจึงหันมาเอ่ยลาโซระจังอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินตามเค้าไปทันที ความจริงน่าจะรอกลับด้วยกันนี่นา เพราะไหนๆก็ต้องกลับไปบ้านเดียวกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ติดตามเค้าไปเรื่อยๆฉันก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อพบว่า เค้ารับเดินไปในทิศตรงข้ามกับบ้านของเรา
เค้าตั้งใจจะไปไหนของเค้านะ
ฉันจึงสวมวิญญาณโคนันเจ้าหนูยอดนักสืบจำเป็น พอดีมีลูกหมาตัวเล็กๆวิ่งเข้ามาพันแข้งพันขาซาสึกิเขาทรุดลงกอดเจ้าลูกหมาตัวนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
ไง...เจ้าหนู หลงทางหรอ โอ๊ะ...อย่าสิลูกหมากระดิกหางอย่างน่ารัก พลางเลียหน้าเลียตาซาสึกิซึ่งหัวเราะหลบเลี่ยงพัลวัน เป็นภาพที่แลดูน่ารักเหมือนเด็กไร้เดียงสา
ฉันแอบยิ้มเพราะไม่เคยได้เห็น เอ๊ะ! ไม่เคยได้เห็น อ๋อ ฉันจำได้แล้ว ปกติซาสึกิไม่ชอบหมา เพราะ ตอนเด็กๆเคยประจันหน้า เอ๊ย!! เผชิญหน้า ^ ^ กับหมาแถวๆบ้านที่กำลังจะกระโจนมาเล่นงานฉัน จนตัวเค้ารับไปเต็มๆ เค้าโดนหมากัดจนได้แผล แล้วตั่งแต่นั้นมาพอขึ้นชื่อว่าหมา ต่อให้เป็นลูกหมาก็เถอะ อย่าว่าแต่จะกอดเลย แค่แตะเค้าก็ไม่แตะ แล้วนี่มันยังกันนะ o_<?
ฉันยังคงเดินตามเค้าไปด้วยความรู้สึกลังเลสับสน จนเมื่อเค้าคืนลูกหมาให้เจ้าของที่กำลังตามหาไปเรียบร้อยแล้ว เค้าก็เดินออกไปเรื่อยๆ
โอ๊ย ~ >_< การสะกดรอยตามคนขายาวๆที่ก้าวยาวๆโดยไม่ให้เจ้าตัวรู้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ ฉันเหนื่อยจนหอบแฮกๆเลยนะเนี่ย
ในที่สุดเค้าก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโรงเรียนเอส ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกนั้นที่เจอลูกหมา อ่ะนะ ให้มันด้ายอย่างนี้สิ ไม่รู้เค้ามาทำอารายแถวนี้สิ แต่จนแล้วจนรอดเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรซักอย่างได้แต่ยืนเหม่อมองประตูโรงเรียนทื่ออยู่อย่างนั้น
แสงแดดอ่อนๆยามเย็นทาบทามทับเสี่ยวหน้าจนปรากฏเป็นเงาหม่น นัยน์ตาคู่สวยสงบงันอยู่ใต้เงาเส้นผมระหน้าผากที่สั่นไหวไปตามแรงลม ชั่วขณะนั้นเองที่หัวใจฉันหวั่นไหว เพราะภาพของเค้าขณะนี้แฝงไปด้วยความงามจับใจทีเดียว
ครู่ต่อมามีเด็กสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าประตู ทำให้นัยน์ตาซาสึกิเบิกกว้าง เธอผู้นั้นรูปร่างบอบบาง ผิวขาว ผมยาวถึงกลางหลัง ท่าทางเค้าจะไม่รู้จักเค้าเลยด้วยซ้ำ เธอเดินผ่านหน้าเค้าไปอย่างปกติ ส่วนซาสึกิก็ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่มีท่าทีที่จะทักทายเธอแต่อย่างใด ได้แต่มองตามร่างนั้นไปด้วยสายตาที่เจ็บปวด จนกระทั่งร่างของเธอลับสายตาไปซาสึกิจึงเริ่มเดินทาง คราวนี้เค้าตรงกลับบ้าน โดยไม่หยุดแวะที่ไหนอีกเลย
ฉันไม่เข้าใจ ซาสึกิมีความลับบางอย่างที่ฉันไม่รู้ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัย ยิ่งไม่แน่ใจว่าซาสึกิคนนี้จะใช่ซาสึกิจังจิงๆรึป่าว ภายนอกน่ะอาจจะใช่ แต่ภายในล่ะ ถึงจะอ้างว่าความจำเสื่อม แต่ถึงกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยหรอ
เห็นทีจะอยู่เฉยไม่ได้ซะแล้วยังไงก็ต้องพิสูจน์ความจิงให้ได้
(ชื่อจิงของโซระจังคือ คานาเสะ โซระ)
หวัดดีเจ้าคร่าไม่ได้กันซะนานเลยเนอะที่จิงอ่ะเรากลับมาจากกรุงเทพมานานแล้ว อิอิ แต่ว่าเราไปอยู่บ้านยายต่ออีก 1 อาทิตย์เลยไม่ได้มาอัพ ยังไงก็ต้องขอโทดนะคร่าที่มาอัพช้า แต่เราไปอยู่นู่นนะกรุงเทพอ่ะขาวขึ้นมากๆเลยไปตัดผมใหม่ด้วยทำเป็นแบบว่าบ็อบอ่ะคล้ายนางเอกเรื่องรักวุ่นวายเจ้าชายกาแฟอ่ะแต่ของเราฟูกว่าแล้วก็เปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ด้วยอิอิ แล้วก็พอไปอยู่บ้านยายนะตัวด๊ามดามดำมากๆเลยอ่ะ โหยยยยยเสียใจมากเลยอ้อแล้วเราก็ไปสมัคร hi5 ด้วยโกงค.ศ.มัน อิอิ จิงแล้วเราอายุ แค่ 11 เองอ่ะแต่ว่ามันให้อายุ 13ขึ้นไปเราพึ่งสมัครเมื่อวานเลยนะเนี่ยยังไงถ้าทำอะไรเรียบร้อยแล้วเด๋ยวเราจาไปเอามาให้ดูนะจ๊ะ
ยังไงก็เราขออัพแค่อัพตอนเดียวนะ แล้วก็ ถ้าว่างเราจารูปโซระจังแล้วก้ผู้หญิงอีกคนมาให้ดูนะคะ ที่สำคัญอย่าเม้นเลยค่ะจดหมายลูกโซ่เราขอโทดนะคะที่ลบไปแล้ว
และอีกอย่างนึงนักอ่านเงาทั้งหลายจงเผยตัวมาเถิดนะคะสงสารคนเขียนเถอะคนสองคนก็ยังดี
พอแระเจอกันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ