วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ฉันรักนายผู้ชายวันพุธ 19

“นี่ฉันต้องมายืนแจกแผ่นพับคนเดียวเหรอฟ่ะ นี่ค่ะ นี่ค่ะ” ฉันยื่นฉีกยิ้มแจกแผ่นพับอยู่หน้าบริเวณจัดวันวิชาการของโรงเรียน ยิ้มจนเหงือกเนียะแห้งไปหมดแล้วนะ

“พุธๆ” เสียงปั๊ปตะโกนเรียกฉันมาแต่ไกล

“มีไรเหรอปั๊ป”

“นี่ไปช่วยที่อาคารสภานักเรียนหน่อย พี่ก๊าบอกว่าขาดคนคอยดูเรื่องการแข่งทักษะอะไรนี่แหละ เออให้รีบไปเลยนะ” 

“งั้นแกก็ช่วยแจกแผ่นพับนี่ก่อนก็แล้วกันนะ แจกให้หมดนะเฟ้ย” ฉันสั่งงานกับนายปั๊ปเสร็จเรียบร้อยก็รีบมุ่งตรงไปยังอาคารสภานักเรียนทันที ฉันวิ่งไปพร้อมกับล้วงป้ายแขวนคอขอคณะกรรมการขึ้นมาสวมไว้

จู จู จู บุดีดาจูบุดีดาดา จู จู จู บุดีดาจูบุดีดาดา เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น

“ว่าไงหน่อย”

[พุธเธอช่วยลงแข่งทักษะแทนฉันหน่อยได้ไหม]

“อ้าวทำไมเหรอ หน่อยเป็นไร”

[ท้องเสียกะทันหัน ช่วยหน่อยนะพุธ]

“อืม แล้วฉันจะหาคนแทนให้” น้ำเสียงของยัยหน่อยฟังดูอ่อนล้าคงจะไม่สบายมากพอดู  แต่ว่าเราจะหาคนแทนได้ที่ไหนฟ่ะจวนตัวแบบนี้  โอ้ยเซ็งเว้ย!

วางสายจากยัยหน่อยฉันก็รีบกดเบอร์โทรหาพี่ก๊าทันที

“หวัดดีพี่ก๊า พุธเองนะ”

[อืม ตอนนี้อยู่ไหนกำลังมาที่นี่แล้วใช่มั้ย ห้องแข่งทักษะEng ตอนนี้ไม่มีคนช่วยเลย]

“เดี๋ยวพี่ก๊า ฟังพุธหน่อยนะ คือตอนนี้พี่อยู่ห้อง Eng ใช่ป่ะ”

[อืม]

“พี่ก๊าเห็นนายพุธประธานชมรมศิลป์ที่นั่นมั้ย”

[ไม่เห็นเลย ตอนนี้ห้องพุธไม่มีใครมาลงชื่อแข่งทักษะสักคน]

“อะไรนะพี่ก๊า ไม่มีใครมาลงชื่อเหรอค่ะ งั้นพุธขอเวลาหน่อยนะพี่” แล้วนายพุธนั่นเป็นบ้าอะไรของมันอีกฟ่ะ

[งั้นพี่ให้เวลาอีก 10 นาที ถ้าเกิดยังไม่มีคนมาแทนพี่จะถือว่าสละสิทธิ์นะ]

“ค่ะ เดี่ยวพุธจัดการเองค่ะ แค่นี้นะพี่ก๊า” ฉันวางสายจากพี่ก๊าแล้วรีบรัวนิ้วกดเบอร์นายพุธทันที ส่วนเท้าก็ก้าวจ้ำอย่างเร็ว ถึงจะรีบยังไงก็วิ่งไม่ได้ค่ะเดี๋ยวหกล้มช่วงนี้เซลล์สมองกับเซลล์ร่างกายมันชอบทำงานขัดแย้งกันค่ะ หากพูดไป วิ่งไป ละก็ได้ถูกหามแน่

[มีไร] เสียงเรียบรับโทรศัพท์อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวฟังแล้วหมั่นไส้

“เออ มีดิ นายทำงี้ได้ไง”

[เรื่องแข่งทักษะเหรอ] น้ำเสียงยังคงราบและเรียบเหมือนเดิม

“ก็เออดิ ตอนนี้นายอยู่ไหนรีบมารายงานตัวเลยนะ” ฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อฟลุ๊คเจอนายพุธจะได้วิ่งเข้าไปใช้หมัดแมวเมาสักที

[ฉันไม่อยากแข่ง]

“นายจะบ้าเหรอพุธ มาพูดตอนนี้ได้ไงไม่รับผิดชอบนี่หว่า ทำงี้ฉันก็โดนจารย์ดุนะสิ”

[แล้วทียัยหน่อยละ] สงสัยยัยหน่อยโทรไปบอกนายพุธแล้ว

“ก็ฉันกำลังหาคนแทนให้ยัยหน่อยอยู่”

[งั้นก็หาแทนฉันเพิ่มอีกคนมันจะเป็นไรไป]

“โอเค ได้เว้ย!! ฉันแข่งเอง!! เซ็ง!!” ฉันพูดกระแทกเสียงกรอกลงไปแล้วกดตัดสายทันทีแล้วฉันรีบวิ่งไปยังที่แข่งขันทักษะ

“ว่าไงพุธ” พี่ก๊าเดินเข้ามาถามฉันในขณะที่ฉันกำลังหยุดยืนเอาอากาศเข้าปอดอย่างเหนื่อยหอบ

“ไม่เป็นไรพี่ก๊า เดี๋ยวพุธลงแข่งแทนเอง แต่ลงคนเดียวคงได้นะพี่”

“เออๆ ก็ได้ ไปเร็วเข้าไปนั่งที่เลย เดี๋ยวพี่จะเริ่มแล้ว” พี่ก๊าตบไหล่ฉันเบาๆผลักให้ฉันเดินเข้าไปในห้อง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่ฉันเป็นตาเดียว ฉันยิ้มพร้องพยักหน้าเชิงให้รู้ว่าขอโทษที่ทำให้คอย ฉันเดินลงไปนั่งประจำที่ของฉัน แล้วคนคุมแข่งก็เดินแจกกระดาษข้อสอบ  ฉันเห็นข้อสอบที่ใช้ในการแข่งแล้วก็อยากจะเอาหัวโขกกับโต๊ะสักร้อยที ไมมันอยากอย่างงี้ว่ะ เอาวะเป็นไงเป็นกัน

ข้อ1 นับหนึ่งถึงสิบ ลงตรงข้อไหนเอาข้อนั้น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10  D ฝนๆๆ

ข้อ2 หลับตาจิ้มก็แล้วกัน  อืม ได้ข้อ B  ฝนๆๆ

ข้อ3 วันนี้วันที่เท่าไรหว่า อืม  นับๆๆ  ได้ A ฝนๆๆ

ข้อ4 เราเลขที่ 32 นับๆๆ ได้ A ฝนๆๆ

ฉันสรรหาวิธีต่างๆมาใช้ในการ Verb to เดา ต่างๆมากมาย โดยไม่ได้อ่านแม้กระทั้งคำถามเลย แล้วฉันก็ต้องหยุดทำข้อสอบเมื่อจู่ๆมีมือผีมาตบหัวฉันเบาๆแต่แรงผลักมันทำให้หน้าฉันเกือบจูบโต๊ะ เฮ้ย!! เกือบเสียเฟิร์สคิสให้กับโต๊ะไปแล้วอ่ะ  ด้วยความโมโหฉันจึงหันไปมองไอ้คนที่กำลังเลื่อนเก้าอี้ข้างฉันพร้อมกับย่อนตัวนั่งลง หมายหมั้นจะเอาคืน แต่เมื่อฉันมองเห็นหน้าไอ้มือผีก็เกิดอาการงงๆ เอ๋อกินทันที ฉันยิ้มให้พร้อมกับลูบหัวตัวเองป๋อยๆ

ป๋อหล๋อ มีเพื่อนๆบอกว่าตอนนี้ กระผมควรกินเกลือที่มีไอโอดีนเยอะ เพราะอาการเอ๋อกำเริบอีกแล้ว ขอยอมรับว่าเอ๋อจริงๆนะช่วงนี้ นอนน้อยมากกกกก ไม่สบายบ่อยด้วย เพื่อนๆบอกว่าเวลาไม่สบายห้ามอ้อนพวกมัน งั้นกระผมขออ้อนเพื่อนๆในบอร์ดนี้แทนได้ป่ะ นะ นะ นะ ขออ้อนหน่อยนะ

ป๋อหล๋อ  เม้นท์และโหวตให้ด้วยนะตะเอง

ยังจำกันได้ไม่เนียะ เรื่องนี้หายไปนานมากกกกกกกกกก

*****************************************************

เขียนโดย parapanda : 2008-07-05 12:49:03
วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : Junior_Boy_&_Senior_Girl 3

“จะกอดเอวผมก็ได้นะผมไม่ว่า” ผมเอียงหน้าหันไปบอกกับเธอที่กำลังนั่งตัวเกร็ง

                “ไม่เป็นไร” เธอปฏิเสธอย่างไรเยื่อใยเลยครับ น้ำเสียงไม่พอใจ ผมก็อดยิ้มไม่ได้ครับเมื่อได้ยินอยากเห็นหน้าเธอตอนนี้จัง

                “ตามใจครับ ตกไม่รู้ด้วยนะครับ” ผมก็พูดไปงั้นแหละอันที่จริงผมขับรถไม่เร็ว ไม่มีลีลาหรอกครับถ้ามีผู้หญิงซ่อนท้ายด้วย

“ผมหิวข้าวเดี๋ยวแวะกินข้าวก่อนได้ป่ะ” 

“ไม่”

“ไรว้าาาา ไม่เห็นใจกันเลย เนียะหิวจนจะขับรถไม่ไหวอยู่แล้ว” ไม่รอคำตอบแล้วครับหิวจริงๆ ผมเลยเลี้ยวรถเข้าจอดหน้าร้านอาหารตามสั่งที่เปิดโต้รุ้ง ซึ่งอยู่ก่อนจะถึงหอของเธอ

“จะพูดอีกทำไมในเมื่อแกก็จอดรถแล้วนิ”  เธอทำหน้าบึ้งลงจากรถถอดหมวกกันน๊อคแล้วส่งให้ผม ผมรับมาแขวนไว้กับแฮนด์รถ เธอเดินนำลิ่วไปยังโต๊ะว่างอย่างเซ็งๆ  ผมเดินตามเธอไปนั่ง

“กินอะไรดีครับ”

“ไม่ ไม่หิว”

“กินเป็นเพื่อนหน่อยดิ กินคนเดียวไม่อร่อย”

“เรื่องของแก ถ้าเรื่องมากนักก็ไม่ต้องกินกลับ” แล้วเธอก็เตรียมจะลุกขึ้น

“เดี๋ยวๆๆ อย่าใจร้อนสิครับนะนะ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ผมจะไปส่งก็แล้วกัน”

“ชิ”

“น้องๆ ขอข้าวราดผัดพริกไก่ไข่ดาว 2 ที่นะ” ผมตะโกนโบกเด็กที่ร้าน เด็กเสิร์ฟพยักหน้ารับทราบ

“เออ กินจุแหะสงสัยผีอยู่ในตัว สั่งต้องสอง” เธอหันมาแขวะผม

“เปล่าครับ ผมก็สั่งให้พี่นั่นแหละ” ผมยิ้ม

“เฮ้ย!! บ้าป่าวฉันไม่ชอบเว้ย!!” ว่าแล้วเธอรีบลุกจากโต๊ะไปยังเด็กเสิร์ฟแล้วก็คุยอะไรก็ไม่รู้สงสัยเปลี่ยนเมนูครับ ไอ้ผมนะเหรอก็ขำสิครับ ก็เมื่อกี้เจ้แกบอกว่าไม่กินไม่กิน แต่กลับรีบลุกไปบอกของที่อยากกินแทน แล้วเธอก็เดินตุปัดตุป่องทำหน้าปลาทองกลับมาที่โต๊ะครับ

“ยิ้มไม ฉันแค่ไม่อยากให้เสียของนะ”

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” 

แล้วอาหารที่เราสั่งก็ถูกนำมาว่าที่โต๊ะครับ ผมลงมือตักเข้าปากทันทีครับ หิวครับหิว

“เออว่าแต่พี่ชื่อไรอะ”

“..........................” ไรว้า หันมามองหน้าแล้วก็กินต่อเฉยเลย คนเค้าอุตสาห์อยากรู้จัก

”เรียนถาปัตย์ด้วยเหรอ” ผมก็ถามไปงั้นแหละ ผมว่าหน้าเรียนบริหารมากกว่า

“.......................” ไม่มีคำตอบครับ

“เป็นแฟนกับพี่เจใช่ป่ะ” แล้วตูจะถามทำไมฟ่ะ

“......................” เอาแล้วไงครับ เจ้แกใบ้กินซะแล้ว ถามไรเอาแต่หันมามองนิดหนึ่งแล้วก้มลงกินต่อ ผมถามเพื่อต้องการคำตอบนะครับ

“เฮ้อออออ” ผมถอนหายใจอย่างหน่ายๆ ก็เจ้แกทำให้ผมเหมือนคนบ้าครับพูดอยู่คนเดียว ผมเลยตัดสินใจไม่พูดอะไรต่อ ก่อนที่ผมจะก้มหน้าลงจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่อ ผมแอบเห็นเจ้แกยิ้มครับ คงสะใจผมอ่ะดิ เดี๋ยวจะเอาคืน อย่าให้รู้นะว่าเรียนคณะไหน คิดไปงั้นแหละครับ ก็เจ้แกเป็นเด็กพี่เจนิ(คิดเอาเองเสร็จสับ) ใครจะกล้าทำแฟนว่าที่รุ่นพี่ผม  

แล้วผมก็ขับพาเธอมาส่งจนถึงหอพักเธอจนได้ครับ ผมก็นึกว่ามาคนเดียวเลยรู้ป่ะ ทำไมเหรอครับ เหมือนพาคนใบ้ซ่อนท้ายอ่าครับถามไร นั่งเฉยตลอด จนผมเงียบไปเอง แล้วพอเจ้แกลงจากรถก็ไม่พูดขอบคุณผมสักคำเดินสะบัดตูดไปงั้น 

************************************************

เรื่องนี้ก็เอามาอัพให้แบบสั้นๆเหมือนกันคับ กะว่าจะอัพแบบสั้นๆแต่ขยันอัพดีกว่า เพื่อนจะเห็นด้วยมั้ยคับ

เขียนโดย parapanda : 2008-07-05 12:39:39
วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 27

                “ห๊าาา!!” ฉันเงยมองหน้าพี่กาวอย่างตกใจ ฉันคงไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย พี่กาวบอกว่า.....

                “จูบฉันสิ” พี่กาวกระชากตัวฉันเข้าไปประชิดกับแผงอกกว้าง

                “บ้าเปล่าพี่กาว พูดอะไรคิดมั่งป่ะ อย่ามาล้อเล่นแบบนี้บาสไม่ชอบ” ยังจะปากดีอีกตู ไม่เจียมตัวเลยว่าภัยจะมาเยือน ฉันใช้มือเหลืออยู่ตอนนี้ดันตัวถอยออกห่างจากอกของพี่กาว

                “ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันบอกว่าให้จูบ” 

                “ไม่” 

                “ฉันบอกว่าให้จูบฉันไง” พี่กาวสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัวฉัน ไอ้ฉันก็ถอยไม่ได้แล้วอะติดผนังห้อง

                “ไม่”  ฉันยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง ใครมันจะไปทำตามฟ่ะ ไม่ต้องมาขู่ด้วยสายตาเลยไอ้พี่กาวบ้า ยังไงก็ไม่ทำตามเด็ดขาด เฟิร์สคิสบาสเชียวนะ

                “บอกว่าให้จูบก็จูบเซ่!!” พี่กาวตวาดเสียงดุ พร้อมกระชากตัวฉันเข้าไปหา พี่แกจะเข้าใจบ้างเปล่าฟ่ะ ว่าไอ้ที่แกทำอยู่เนียะ มันเจ็บนะเฟ้ย!! เดี๋ยวผลัก เดี๋ยวกระชาก คนนะไม่ใช่ตุ๊กตา สงสัยกระดูกหัก หรือไม่ก็ เครื่องในไหลมารวมกันหมดแล้วมั้ง

                “พี่กาว!!” ฉันตวาดพี่กาวกลับไปบ้าง ใช้สายตาดุเพราะความโกรธมองจ้องไปที่พี่อย่างไม่เกรงกลัว แต่ที่จริงแล้วกลัวอะ แกล้งทำเป็นใจดีสู้เสื่อเอ้ยเสือไปงั้นแหละ

                “ฉันมีทางเลือกให้เธอสองทาง” พี่กาวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆ ถ้าฟังดูดีๆนะ

                “อะ อะไรค่ะพี่กาว” ฉันพูดด้วยรอยยิ้ม ประมาณเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

                “เธอจูบฉัน หรือ จะให้ฉันจูบเธอ” ทางเลือกบ้าบออะไรฟ่ะ มีแต่เสียกับเสียนี่หว่า ไม่เอา ยังไงก็ไม่ยอม

                “ฉันว่าเธอไม่ต้องเลือกอะไรแล้ว ฉันเลือกให้เธอเองก็แล้วกัน” ฉันไม่ทันที่จะเอ่ยอะไร ก็โดนริมฝีปากของพี่กาวมาประทับอยู่บนปากของฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันได้แต่อึ้ง และ อึ้ง และก็อึ้งค่ะ หน้าร้อนวูบ เกิดอาการตัวแข็งเป็นก้อนหินทันตา ทำไรไม่ถูกอะ ไม่เคยเจอแบบนี้ เมื่อฉันเรียกสติตัวเองกลับมาได้ ก็รีบใช้มือข้างที่เหลืออีกนั่นแหละ ทั้งผลักทั้งดัน ทั้งทุบทั้งตี หลับตากระหน่ำทุบไปที่ตัวของพี่กาว แต่มันเหมือนไปกระตุ้นอารมณ์ของไอ้พี่กาวอะ พี่กาวจับมืออีกข้างของฉันเอาไว้ได้พร้อมกันดันตัวของฉันไปจนติดผนังห้อง มือทั้งสองข้างของฉันก็เช่นกัน โดยที่ปากของพี่กาวยังคงทำหน้าที่ระดมจูบปากของฉันอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงมากกว่าเดิม  ฉันพยามดึงมือให้หลุดจากการจับกุมแต่มันกลับเสียแรงเปล่ายิ่งพยามดึงมือออกเท่าไร พี่กาวยิ่งจับข้อมือฉันแน่นขึ้นเท่านั้น ในเมื่อฉันไม่มีมือที่จะคอยช่วยเหลือแล้ว ฉันพยายามเบือนหน้าหนีเม้มริมฝีปากแน่นแต่ไอ้ปากของพี่กาวนี่สิยังคงราวีไม่เลิกรา  จนในที่สุดไอ้พี่กาวก็ถอนริมฝีปากออกพร้อมกับปล่อยมือฉันทั้งสองข้าง ฉันรีบสูดอากาศหายใจเข้าปอดทันที พี่กาวก็ใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าของฉันเอาไว้ ไม่ทันที่ฉันเอ่ยปากประท้วงใดๆก็ถูกปิดปากด้วยปากของพี่กาวอีกครั้ง มือน้อยๆของฉันเริ่มทุบ ตี พี่กาวอีกครั้งเช่นกันแต่ไม่แม้จะทำให้พี่กาวสะทกสะท้านแต่อย่างใด พี่กาวค่อยไล้มือข้างหนึ่งสอดใส่เรือนผมยังบริเวณท้ายทอยประคองศรีษะให้สามารถจูบได้อย่างถนัด อีกข้างก็ค่อยๆเลื่อนต่ำลงมากอดเอวฉันเอาไว้ ไอ้บาสตอนนี้เป็นไงเหรอค่ะ หมดแรงค่ะ เรี่ยวแรงหายหมด ไม่รู้ว่าเลิกตีไอ้พี่กาวบ้าตั้งแต่เมื่อไร พี่กาวไล้ลิ้นเลียริมฝีปากฉันก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งพร้อมกับปล่อยมือออกจากตัวฉัน ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

                “พี่กาวทำกับบาสแบบนี้ทำไม พี่กาวเล่นแรงเกินไปแล้วนะ พี่กาวเห็นบาสเป็นอะไร พี่กาวคิดว่าบาสไม่มีความรู้สึกรึไง เพราะไอ้สัญญาบ้าบอนั่นใช่มั้ยพี่กาวถึงคิดจะทำยังไงกับบาสก็ได้ บาสไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของพี่นะ เงียบทำไมล่ะพี่กาวพูดออกมาซิ พูดออกมา”  ฉันเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างแค้นเคือง ขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาค่อยๆไหลออกมาอย่างอยากที่จะฝืน  พี่กาวเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตา

                “ฉันทำเพราะอยากทำ” โห~~ นี่เหรอคำตอบจากปากท่าน โคตรพอใจม๊ากมาก

                “อยากทำ พี่พูดออกมาได้ไงว่าอยากทำ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ฉันปล่อยโฮออกมาทันที ก้มหน้าซบลงกับเขาของตัวเอง เกลียดพี่กาวแล้วอะ เกลียดมากด้วย

*****************************************************************************************

เอามาอัพให้อ่านแค่นี้ก่อนนะคับ มาแบบสั้นๆนะคับ สัญญาว่าพรุ่งนี้จะนำมาอัพให้อีก อย่าลืมเม้นท์และโหวตให้ด้วยนะคับ ไม่รู้ว่ายังมีคนอยากอ่านป่าวเนี้ยะ

ป๋อหล๋อ  มีคนอยากรู้ชื่อเราอ่ะ เราชื่อ..............................อ่ะไม่บอกดีก่า เค้ากลัวตะเองเอาชื่อเค้าาไปทำขุนไสย์เสกหนังควายเข้าท้องเค้าอ่ะ กลั๊ว กลัว กระซิก กระซิก

ป๋อหล๋อ ข้อความข้างบนกรุณาอ่านด้วยน้ำเสียง และ ท่าทางกระแดะอย่างสูง เพื่อให้ได้อารมณ์(หมั่นไส้) นะคับ

เขียนโดย parapanda : 2008-07-05 12:20:45
วันที่ : 27 มิถุนายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 26

ผ่านไปนานที่ฉันเดินหาและพยามติดต่อพี่กาวจนหมดปัญญาแล้วจึงตัดสินใจโทรหาพี่ก้องเพื่อถามที่อยู่ของพี่กาว

                “ฉันบอกแกก็ได้ แต่....”

                “แต่ไรพี่ก้องอย่าเล่นตัวได้ป่ะ”

                “แกต้องให้ พวงกุญแจ set ของทีมโชนันกับฉันโอเคป่ะ” เอาแล้วไงเขาบอกแล้วว่าของฟรีไม่มีในโลก

                “เออๆ ก็ได้” ตกลงไปก่อนให้ไม่ให้ค่อยว่ากัน

                “จริงนะ งั้นบอกก็ได้ไอ้กาวมันอยู่ที่ คอนโด ที่ชื่อว่า Conner Cord ติดกับหมู่บ้านเรานี่แหละ ชั้น 12 ห้อง 09 ฉันบอกแกแล้วนะงั้นฉันเอาไปเลย”  เอ๋

                “พี่ก้องอยู่ไหนนะ”

                “ห้องแก”

                “พี่ก้องว่าไงนะ”

                ตี๊ดด~~~

                “พี่ก้อง ฮัลโหลๆ พี่ก้อง พี่ก้อง” เอาแล้วไงแล้วนี่ของฉันจะเหลือมั้ยเนียะ โอ้ย!! ตอนนี้จะมามัวคิดเรื่องนี้ไม่ได้ได้ ต้องไปหาพี่กาวเพื่อขอโทษก่อน คราวนี้เราผิดจริงๆนั่นแหละ ฉันรีบออกจากสยามเวอร์เพรสโบกแท็กซี่ไปยังคอนโดของพี่กาว  เมื่อมาถึงรีบเดินเกือบจะเป็นวิ่งมากว่าไปยังลิฟท์ ยืนรอลิฟท์ไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออกฉันรีบกระโจนเข้าไปแล้วกดหมายเลขของชั้นที่ต้องการไป หัวใจรู้สึกร้อนรนอยากจะให้ถึงที่หมายเร็วๆ

                ติ้ง! ประตูลิฟท์เปิดออกฉันรีบวิ่งฉับๆมองหาหมายเลขห้อง ในที่สุดฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้าห้องของพี่กาว หัวใจเต้นตุ้มๆต่อม รู้สึกดีใจที่มาถึง รู้สึกตื่นเต้นกับการมาที่นี้ครั้งแรก  พร้อมกับรู้สึกกลัว กลัวกับสิ่งที่จะต้องเผชิญ มันสับสนระคนไปหมด ฉันยืนกระสับกระส่ายกระวนกระอยู่หน้าประตูว่าจะกดกริ่งดีมั้ย ฉันยืนมือจะกดแต่แล้วประตูห้องพี่กาวก็เปิดขึ้น ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าก็ตกใจพอๆกับฉัน

                “พี่กาว คือว่า บาสอยากจะมาขอโทษ” สีหน้าของพี่กาวเปลี่ยนไป หน้าบึ้ง สายตาดุมากเลย น่ากลัว

                “ขอโทษเรื่องไร” พี่กาวหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องทันที แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูนะ งั้นก็หมายความว่าฉันเข้าไปได้งั้นสิ ฉันเดินตามพี่กาวไปแต่ขามันสั่นมากเลย ยกเท้าทีเหมือนกับจะทรงตัวไม่อยู่ พี่กาวเดินไปนั่งที่โซฟาเปิดทีวีดูไม่สนใจฉันเลย ฉันมองไปรอบๆห้องของพี่กาวถูกจัดตกแต่งไว้โดยโทนสีเบจ ตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาล มีการจัดแบ่งพื้นที่ได้ใช้สอยไว้อย่างดี มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น

                “ถ้าไม่มีธุระอะไรก็กลับไปซะ” พี่กาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบจนเย็นชา

                “พี่กาว เรื่องวันนี้บาส....” 

                “ฉันไม่อยากฟัง เธอกลับไปซะ” พี่กาวพูดน้ำเสียงกระแทก แต่พี่กาวก็ไม่หันมามองฉันเลย

                “พี่กาวฟังบาสก่อน” ฉันก้าวเท้าเข้าไปใกล้พี่กาวแต่เพียงไม่กี่ก้าวฉันก็ต้องหยุดชะงัก พร้อมกับสะดุ้งเฮือก เมื่อพี่กาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับเขวี้ยงรีโมทที่อยู่ในมือถึง สายตาคมมองมาที่ฉันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

                “จะให้ฉันฟังอะไรอีก เธอจะโกหกฉันเรื่องอะไรอีก”

                “คือบาสอธิบายได้นะพี่กาว” ฉันทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปใกล้พี่กาวมากกว่าเดิม

                “งั้นก็อธิบายมาสิ อธิบายมาว่าเธอไปทำอะไรที่ไหนมาถึงได้ปล่อยให้ฉันนั่งรอเธอ”

                “ก็บาสบอกพี่แล้วไงว่าบาสไปทำธุระกับแม่มา”

                “โกหก!!” พี่กาวตวาดเสียงดังฉันสะดุ้งตกใจตัวโยน

                “บะ บาสเปล่าโกหก” ฉันพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำ ก็สิ่งที่ฉันพูดไป มันคือการโกหกจริงๆ

                “เธอทำแบบนี้ทำไมบาส เธอหลอกให้พี่นั่งรอเธอ แล้วเธอก็ไปกับคนอื่น เธอทำได้ไงบาส” น้ำเสียงของพี่กาวอ่อนลง พูดอย่างตัดพ้อ แววตาเศร้า

                “บาสไม่ได้หลอกพี่นะ” ฉันก้มหน้าพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ ของตาฉันร้อนผ่าว แล้วในที่สุดน้ำตามันก็

ไหลออกมา

                “ไม่ได้หลอกพี่เหรอบาส แล้วที่บาสโทรมาโกหกพี่บอกว่าไปทำธุระกับแม่ แต่ที่จริงแล้วบาสกับไปกับ ไอ้ยู ไอ้เด็กมหาลัยนั่น” ฉันอึ้ง เงยหน้ามองพี่กาว พี่กาวเห็น

                “มันไม่ใช่อย่างที่พี่กาวคิดนะ”

                “แล้วจะให้พี่คิดยังไงบาสกับภาพที่พี่เห็น เห็นบาสนั่งหัวเราะมีความสุขกับมันที่ร้านนั่น เห็นบาสเดินจูงมือกับมันออกมาจากร้านนั่น “

“แล้วก่อนหน้านั่นล่ะพี่กาวทำไมพี่กาวไม่เห็น  ไม่เห็นว่าบาสไม่ได้นั่งกับพี่ยูแค่สองคน แล้วทำไมไม่สังเกตเห็นล่ะว่าพี่ยูจูงมือบาสเพราะอะไร  อย่ามาคิดเองคนเดียวสิ!!” ประโยคหลังฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระแทก เอามือปาดเช็ดน้ำตาของตัวเอง ดูพี่กาวจะอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม นี่ถ้าเป็นแฟนกันฉันคงคิดว่าพี่กาวหึงฉันแน่นอน

“บาสรู้ว่าบาสผิดที่บาสโทรมาโกหกพี่กาว แล้วปล่อยให้พี่กาวนั่งรอบาสเกือบสามชั่วโมง บาสผิดนัดพี่แต่บาสจำเป็นที่ต้องทำ แล้วบาสก็ไม่ได้นัดกับพี่ยูไว้บาสแค่เจอพี่เค้าโดยบังเอิญเท่านั่นเอง”  แล้วเราทำเหมือนถูกจับได้ว่านอกในแหะ เออ เอาเข้าไป

“แล้วก่อนที่จะเจอมันเธอหายไปไหนกับใคร” พี่กาวหันมาสบตาฉันแล้วนั่งเอนหลังพิงโซฟา

“บาสบอกไม่ได้” ก็สัญญากับพี่โอ๋ไว้อะว่าห้ามบอกใคร

“ทำไมถึงบอกไม่ได้!!” พี่กาวตวัดเสียงโหด แววตาแข็งกร้าว 

“มันเป็นคำสั่ง” ฉันตอบเสียงเรียบ ที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นคำสั่งหรอกนะ มันเหมือนการขอร้องมากกว่า

“คำสั่งใคร” เหมือนโดนฝ่ายปกครองจับผิดเลยเฟ้ย พี่กาวก็เริ่มอารมณ์เย็นลงนิดหนึ่ง มันทำให้ฉันหายใจได้ทั่วท้องขึ้นมาหน่อย

“..............” ฉันยืนก้มหน้างุด

“พี่ถามว่าใคร!!” พี่กาวตวาดเสียงลั่น อีกแล้วอ่ะ ปรับตัวไม่ทันนะเนียะ คราวนี้มันทำให้ฉันรู้แล้วค่ะว่า ไอ้สรรพนามแทนตัวของพี่กาวมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับโหมดอารมณ์ว่าโกรธหรือไม่โกรธ เพราะตอนนี้พี่แกโกรธอยู่ก็ยังแทนตัวเองว่า พี่

                “พี่โอ๋” ฉันรีบปิดปากแทบไม่ทัน มันหลุดปากไปแล้ว ขอโทษนะคะพี่โอ๋ บาสรู้ว่าพี่คงไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าพี่นะหวงและหึงแฟนจนต้องมานั่งเสียใจร้องไห้

                “ไอ้โอ๋!! นี่เธอแอบนัดกับไอ้โอ๋เหรอ” พี่กาวฮัดฮัด พูดอะไรต่อไม่รู้ไม่ได้ยิน

                “เปล่าค่ะ บาสก็บังเอิญเจอพี่โอ๋ที่ห้างเหมือนกัน”

                “โอเค งั้นพี่จะโทรคุยกับไอ้โอ๋มันเอง แต่เธอกับพี่ต้องมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กันอีก” เออบทพี่แกจะเข้าก็เข้าใจง่ายจริงเฟ้ย แล้วตูจะมาเสียน้ำตาทำไมฟ่ะ เช็ดๆๆ

                “เรื่องอะไรพี่กาว” นี่ฉันไปทำอะไรให้พี่แกแค้นฝังหุ่นมากมายอีกฟ่ะ

                “ไอ้อเล็กส์” 

                “ทำไมค่ะ”

                “เธอคิดยังไงกับมัน”

                “ก็ไม่ได้คิดยังไง”

                “แล้วทำไมเมื่อวานถึงไปกับมัน” อ้าวเรื่องนี้ยังไม่จบอีกเหรอ นึกว่าเคลียร์กันรู้เรื่องไปแล้วนะเนียะ

                “มันสั่งให้เธอไปกับมัน” พี่กาวตอบแทนฉัน เออถามเองตอบเองก็เป็นด้วย

                “คืออันที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นคำสั่งอ่ะ พี่อเล็กส์เขามาชวนบาสมากกว่า”

“เธอก็เลยไปกับมัน”

“ก็กฎมันบอกว่าฉันจะต้องเชื่อฟังพวกพี่ๆไม่ใช่เหรอ”

“เธอก็เลยต้องทำตาม”

“อืม”

“แล้วถ้าเกิดมันสั่งให้เธอนอนกับมันล่ะเธอจะทำตามที่มันสั่งไหม” พี่กาวพูดเสียงแข็ง สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฉัน

“พี่กาว!! ทำไมพี่กาวพูดยังงี้” ฉันตกใจกับคำพูดนั่น

“ทำไมพี่จะพูดไม่ได้ ในเมื่อเธอบอกเองว่าสิ่งที่เธอทำเธอทำเพราะสัญญานั่น เห็นคำสั่งของพวกนั้นสำคัญกว่าพี่” แล้วจู่เสียงข้อความโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นเหมือนเสียงเตือนช่วย ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า บ้าเปล่าฟะตูสถานการณ์ยังงี้ยังมีอารมณ์ดูข้อความอีก แต่มันก็งงเหมือนกันค่ะก็เพราะว่าเบอร์นี้รู้สึกจะมีแต่พี่กาวเท่าที่รู้ ฉันยังไม่ทันได้เปิดอ่านก็โดนพี่กาวคว้าหมับแย่งโทรศัพท์ไปเปิดอ่านแทน พี่กาวคิ้วขมวด กัดฟันกรอด จ้องมาที่ฉัน แล้วเขวี้ยงมือถือทิ้งอย่างแรง จนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ทำไมถึงได้เป็นคนชอบทำลายข้าวของแบบนี้นะ มันเสียดาย

“ไอ้อเล็กส์รู้เบอร์นี่ได้ไง” อ้อคนส่งข้อความมาคือพี่อเล็กส์เหรอ

“ไม่รู้”

“ไม่รู้ได้ไง เบอร์ไอ้อเล็กส์มันฟ้องอยู่ทนโท่”

“นี่พี่กาวตกลงวันนี้ ยังไงพี่ก็จะไม่ยกโทษให้บาสใช่มั้ย ถึงได้หาเรื่องบาสอยู่แบบนี้นะ งั้นบาสขอตัวกลับ” โมโหเฟ้ยโมโห จะไม่ยกโทษให้ก็บอกมาดิ ไม่ต้องชักแม้น้ำทั้งโลกมาทำให้ฉันรู้สึกผิด เซ็งว่ะ คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองชะมัด พูดอะไรก็ไม่รู้จักคิด จะคิดบ้างไหมว่าคำพูดของตัวเองนะ ทำให้คนอื่นเขารู้สึกยังไง ฉันมองหน้าพี่กาวนิดนึงก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ  แต่กลับโดนมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้ได้

                “จะไปไหนเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” เสียงรอดไรฟันฟังดูน่ากลัว พี่กาวที่คว้าแขนของฉันไว้ได้กระชากเหวี่ยงตัวฉันจนติดกับฝาพนังห้อง

                “ปล่อยบาส บาสจะกลับบ้าน บาสไม่อยากคุยกับพี่แล้ว บาสเบื่อ”

                “ทำไมคุยกับพี่แล้วมันเบื่อมากเหรอจนต้องรีบกลับไปหาไอ้อเล็กส์มันนะ”

                “พี่กาวพูดเรื่องอะไร ปล่อยบาส บาสจะกลับบ้าน” ฉันพยามสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ เพราะมันเริ่มทำให้ฉันเจ็บจากการถูกบีบด้วยมือใหญ่นั่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ฉันจ้องหน้าพี่กาวด้วยความโกรธ แต่ฉันต้องรีบหลบสายตาดุดันนั่นทันทีที่เห็น

                “จูบฉันสิ!!”

เขียนโดย parapanda : 2008-06-27 02:27:41
วันที่ : 25 มิถุนายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : JuniorBoy_&_SeniorGirl 2

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไปตามคำชักชวนของรุ่นพี่ ผมเลยขอยืมมอไซด์ของน้องชายผมมาใช้ ขี่ไปมหาลัยเพราะมันค่ำแล้วกลัวว่าจะไม่มีรถกลับ  ก่อนอื่นผมต้องหาร้านขายโทรศัพท์เพื่อจัดการซื้อซิมใหม่ก่อนเพราะถ้าขืนปิดเครื่องหนีหลิวอยู่อย่างนี้ผมก็ติดต่อคนอื่นๆไม่ได้แน่ ในที่สุดผมก็เจอร้านซึ้งอยู่ทางผ่านที่จะไปมหาลัยพอดี

“สวัสดีค่ะสนใจรุ่นไหนค่ะ”

“พี่มีซิม...ขายป่าวครับ”

“มีค่ะ มีเบอร์ให้เลือกไม่กี่เบอร์แล้วนะ”

“เบอร์ไหนก็ได้พี่หยิบๆมาเลย” แล้วพี่สาวคนขายก็หยิบซิมมาให้ ผมชำระเงินเรียบร้อยก็เรียบเปลี่ยนซิมทันที

“โหพี่จะให้ซื้อโทรศัพท์ใหม่เหรอเปลืองตังค์ตายชัก ถ้าพี่ให้ฟรีค่อยว่ากัน ส่วนไอ้เนียะพี่ก็ซ่อมๆให้เหอะน่า สนิทกับมันแล้วแกะมันอีกสักทีมันคงไม่ว่าหรอก”

“จะไม่ให้สนิทกับมันได้ไงวะ นี่เอามันมาซ่อมครั้งที่สี่แล้วนะเว้ย”

“เอาน่า ไม่ได้ให้ซ่อมฟรีเสียหน่อย จ่ายตังค์พี่จ่ายตังค์” เสียงพูดคุยสนิทสนมระหว่างพนักงานซ่อมกับลูกค้าสาวทำให้ผมติดใจหันไปมอง สาวในชุดรำรองสบายๆด้วยกางเกงข้าสั้นเสื้อยืดตัวใหญ่ รองเท้าแตะหนีบธรรมดาๆ ผมมองเธออยู่นาน เธอคงรู้สึกมั้งว่ามีใครมองเธออยู่ เธอจึงหันมามองผมประจวบเหมาะที่สายตาของเธอมาประสบกับสายตาผมพอดี ดวงตาเธอดำสนิทกลมโต ขนตายาวงอน จมูกโด่ง ปากชมพูระเรื่อย ใบหน้าเรียวเล็กได้รูป ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ผ่านการทำสีแต่ดูไม่กระด้างกลับดูนุ่มน่าสัมผัสมากกว่า

“มองไร ไม่เคยเห็นคนเหรอไง” เสียงของเธอทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ผมยิ้มให้แล้วรีบเดินออกจากร้านทันที ผมก็ไม่ใช่คนแถวนี้เสียด้วยสิอย่าไปมีเรื่องดีกว่า แต่น้ำเสียงของเธอฟังดูคุ้นหูผมเหมือนกันนะ ผมหันไปมองเธอผ่านกระจกร้านอีกรอบ ทำให้ผมนึกได้ว่าเป็นคนที่ผมเดินชนเมื่อวันก่อนแน่ๆ ถึงแม้ว่าผมจะเห็นเธอแค่ด้านหลังก็เหอะ น้ำเสียง ลักษณะการพูด รวมทั้งสีผิวสีน้ำผึ้ง ผมว่าใช่แน่นอน

 ผมขี่มอไซด์เข้าไปในมหาลัย ไปที่คณะ เมื่อไปถึงก็มีพวกที่ตัดสินในว่ามาอยู่ประมาณ 20 คน มีผู้หญิงอยู่สามคน ที่เหลือผู้ชายล้วน แล้วก็รุ่นพี่อีกกลุ่มมีทั้งผู้หญิงผู้ชายรวมกัน จากนั้นพวกพี่ก็เรียกให้พวกผมให้เดินตามไปยังชั้น ดูเหมือนว่าพวกรุ่นพี่ได้มีการจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว ในห้องมีการขนโต๊ะ เก้าอี้ออกมาไว้ข้างนอก พื้นห้องมีการกวาดถูไว้อย่างสะอาด พวกพี่ๆเรียกพวกผมเข้าไปนั่งกับพื้นห้อง พวกผมทำตามคำสั่งหย่อนตัวลงนั่งกันตามสบาย

“เอาล่ะ กูถือว่าพวกมึงใจถึงที่กล้ามาในวันนี้ไม่กลัวพวกกู ก่อนอื่นกูจะให้พวกพี่ที่อยู่ที่นี่ตอนนี้แนะนำตัวให้พวกมึงรู้จักก่อน หากพวกมึงสอบติดที่นี่ได้เมื่อไรแล้วจะเรียกพี่คนอื่นๆมาแนะนำตัวกันอีกที” เอาล่ะครับพี่คนแรกมาถึงก็ใส่คำพ่อขุนรามเลย

“กู ชื่อพี่แม็ค เป็นรองประธานแผนก” พี่แม็ค เป็นผู้ชายตัวใหญ่ร่างบึกครับ ดูเถื่อนๆ ไว้หนวด ไว้เคราดูไม่ค่อยเหมือนนักศึกษาสักเท่าไร แล้วพี่คนอื่นๆก็แนะนำตัวเองไปเรื่อยๆ จนครบ สรุปว่ามี พี่แม็ค พี่ป้อม พี่ที พี่เจ พี่เลิฟ พี่เอ็กส์ แล้วก็รุ่นพี่ผู้หญิงที่ไม่ค่อยเหมือนหญิงสักเท่าไร ก็มี พี่เจิ่น พี่หน่อย พี่ดาว พี่แจน ส่วนรายละเอียดว่าพวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้างไว้ผมจะอธิบายให้ทีหลัง ผมลืมบอกไปครับว่า พวกรุ่นพี่ดังกล่าวเป็นรุ่นพี่ปีสามครับ

เมื่อแนะนำตัวกันไปเรียบร้อยแล้ว พวกพี่ก็ให้พวกผมแนะนำตัวโดยให้บอกชื่อเล่น แล้วก็มาจากจังหวัดอะไร พวกผมแนะนำตัวกันจนครบทุกคน จากที่ฟังมามีอยู่ไม่กี่คนครับที่มาจากที่อื่นสวนมากจะเป็นเด็กในพื้นที่เสียสวนใหญ่ จากนั้นพวกรุ่นพี่ก็ปล่อยให้พวกผมนั่งทำความรู้จักกันไปสักพัก เพราะเดี๋ยวจะไปของมาเลี้ยงกันก่อนติว  ทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับมันทำให้ผมได้เพื่อนใหม่ก็ไอ้คนที่นั่งข้างๆผมแหละครับ มันชื่ออาร์มเป็นเด็ก กทม.เหมือนผม เหตุผลที่มันมาสอบที่นี่ก็เพราะว่าครอบครัวมันจะย้ายมาอยู่ที่นี่ครับ ส่วนอีกคนชื่อนิว เป็นเด็กพื้นที่ครับ แล้วพวกพี่ก็ทยอยนำน้ำ กับของกินมาแจกให้ งดแอลกอฮอล์ครับผม

                แล้วจากนั้นพวกรุ่นพี่ก็ทยอยมาบอกตัวอย่างของสอบของปีก่อนๆให้ รุ่นพี่บอกว่ามันจะออกแนวๆเดียวกันเกือบทุกปีไม่มีอะไรมาก ขอสอบจะเน้นไปทางวิชาเอกประมาณ 40 เปอร์เซ็น ที่เหลือจะเป็นข้อสอบกว้างๆทั่วๆไปเพราะจะให้โอกาสเด็กสายสามัญด้วย ส่วนผมเรื่อง คณิต ฯ อังกฤษ ไม่ค่อยเท่าไรครับสบายมาก หลังจากพวกรุ่นพี่อธิบายและยกตัวอย่างข้อสอบไปเสร็จซึ่งกินเวลาไปประมาณเกือบสองชั่วโมง

                “ทั้งหมดนี่เป็นหลักๆที่พวกกูได้เจอมา   แล้วหวังว่ากูคงจะได้เจอพวกมึงทุกคนในวันเปิดภาคเรียนนะ ขอให้โชคดี ก่อนกลับกูขอเลี้ยงพวกมึงหน่อยแล้วกัน ตามพวกกูไปที่บ้านแผนก "  แล้วพวกรุ่นพี่ก็พากพวกผมเดินลงจากแผนกครับ พวกผมตกลงว่าจะไปเลี้ยงกันที่บ้านแผนก ยกเว้นพวกผู้หญิงครับ ก็ต้องเข้าใจครับว่ามันดึกแล้วกลัวพ่อแม่จะเป็นห่วง เป็นสาวเป็นนางด้วย คราวนี้ก็เหลือแต่พวกผู้ชายเพียวๆครับ

                ไอ้อาร์ม ไอ้นิว ซ้อนท้ายมอไซด์ผมครับ มันไม่ได้เอารถมาเพราะที่พักมันอยู่ใกล้มหาลัย ส่วนคนอื่นๆที่ไม่มีรถก็ไปกับพวกที่มีรถครับ พวกเราขับรถตามรุ่นพี่ไป

            พวกเรานั่งล้อมวงกันที่พื้นครับบางคนก็นั่งบนโซฟาบ้าง เดินไปเดินมาบ้าง  ที่บ้านแผนกจะมีพวกที่แม็ค พี่เจ พี่เอ็กส์ พี่ป้อม พักอยู่ครับ นั่งคุยเรื่องไร้สาระไปไม่นาน พวกรุ่นพี่ก็มาสมทบอีกสามคนครับ มีพี่เซียน พี่ปั๊ม พี่โดม ขนมาเลยครับเบียร์ห้าลัง เหล้าอีกเจ็ดกลม น้ำแข็งอีกกระติก พร้อมกับกับแกล้ม พี่ทีรับอาสาจัดการเรื่องกับแกล้มให้เอาไปใส่จานให้ พี่คร๊าบบบ กะว่าไม่เมาไม่เลิกเหรอคร๊าบบบถึงได้เอามาซะขนาดนี้

                คราวนี้ก็เริ่มกันเลยครับกินไปดื่มไปคุยไป ไอ้พวกรุ่นพี่ครับสงสัยคิดจะมอมเหล้าพวกผม เห็นชงส่งให้จัง เดี๋ยวชง  เดี๋ยวชง ไอ้ผมนะมันคอทองแดงส่งมาผมก็รับสิครับของชองผมนิ เออไม่คิดใช่มั้ยครับว่าผมจะเป็นเช่นนี้

                “แมร่ง ไอ้คีย์คอแข็งนี่หว่ามึง กูเห็นแด็กเข้าไปตั้งหลายแก้วแล้วยังนั่งยิ้มสบายอยู่เลย ” สิทธิ์ผมเพิ่งรู้จักมันในวงเหล้า  มันว่าผมคราวนี้มันส่งขวดเบียร์มาให้ผมครับ ไอ้ผมก็ปฎิเสธใครไม่เป็นครับรับมารินใส่แก้วยกดื่มทันที นั่งก๊งกันไป เฮกันไป มีร้องเพลงเคาะขวดกันดังลั่นเลยครับไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่องเลย ตอนนี้พวกผมก็เอาแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายกันไปจนเหลือ เบียร์ 6 ขวด เหล้าอีกกลม ส่วนผู้ที่จะมาทำให้มันสลายไปก็เหลือ ผม สิทธ์ เอ รักษ์ หนุ่ม พี่ป้อม พี่แม็ค  พี่ที แล้วก็พี่เอ็กส์ครับ ส่วนที่เหลือเหรอครับตายคาขวดกันไปหมดแล้ว

                “ไรว่ะ ไอ้เจ ตื่นเลยนะแก” ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังใช้เท้าถีบพี่เจที่กำลังเมาหลับไม่รู้สึกตัว

                “แกเรียกไปก็เท่านั่นแหละ มันหลับตายคาที่ไปแล้ว” พี่แม็คหันไปบอกพร้อกกับกระดกเบียร์เข้าปากแบบยกขวด

                “อ้าวแล้วงี้กูจะกลับไงฟ่ะเสือกเมาหลับซะงั้น” เธอเริ่มอารมณ์เสียครับ ใช้เท้าถีบพี่เจอีกสองสามทีแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา ผมแปลกใจมาครับว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไร ก็ก่อนหน้านี้ผมไม่ยักกะเห็นเธอเลย เธอคือสาวปากร้ายที่ร้านโทรศัพท์

                “เออ เดี๋ยวกูไปส่งแกเองก็ไอ้” พี่เอ็กส์ลุกยืนขึ้นอย่างโงนเงน

                “ไอ้เชี่ยยเอ็กส์ แกนิเขากำลังรณรงค์เมาไม่ขับอยู่ยังจะเสือกอาสาไปเองอีกนะมึง กูยังไม่อยากตายกะแก สาดดด”  เธอสวนกลับทันควันครับ

                “เอางี้เดี๋ยวกูยืมรถไอ้ป้อมไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้เดี๋ยวกูเอามาคืนให้”

                “ม่ายยยยยยด้ายยยยยม่ายยยยด้ายยยยเดี๋ยวกระผมไปส่งให้เอง ให้ผู้หญิงกลับคนเดียวได้ไง” พี่ป้อมเสนอตัว

                “พอเลยมึงเลวร้ายกว่าไอ้เอ็กส์อีก ไปกะแกมีหวังกูได้พบยมบาลแน่” เธอคนนั้นพูดอย่างหัวเสีย

                “เอ่อ เองงี้ไหมเดี๋ยวผมไปส่งเองก็ได้ ผมกำลังจะกลับพอดี ตอนนี้ผมไหว แต่ถ้ารอให้ผมดื่มอีกแก้วผมเมาแน่” เธอคนนั้นหันมามองผมก่อนอย่างแปลกใจ 

                “เออไปก็ไปว่ะ แล้วก็พวกแกฟากบอกไอ้คุณเจด้วย ว่าพรุ่งนี้คือวันตายของมัน” เธอกล่าวคาดโทษไว้ก่อนจะเดินนำลิ่วออกจากบ้าน สงสัยเจ้คงเป็นแฟนพี่เจครับ เมื่อเห็นผมยังนั่งคุยกะไอ้นิว ไอ้พงษ์ ไม่ลุกตามเจ้ไปสักที เจ้แกเลยส่งสายตาพิฆาตมาให้ไอ้ผมก็รีบลุกตามแทบไม่ทัน นี่เจ้ก็เข้าใจป่ะครับว่าผมเป็นคนไปส่งมาแร่งเหมือนคนจะไปส่งเองซะงั้น

********************************************************************

อ่านเรื่องนี้ไปพลางก่อนเน้อ ส่วนเรื่องรุ่นพี่ตัวร้าย จะนำมาอัพไม่เกินวันเสาร์อีกเช่นเคยคับ

มีอะไรอยากจะสารภาพอ่ะ ขอสารภาพเลยแล้วกันนะ คือ ตอนนี้เรากำลังติดนิยายบอร์ดอื่นอ่ะ แบบ ชช นะ เพื่อนมันเลยถามว่า ตกลงมึงเอาให้แน่ว่ามึงนะเพศไหน

ปล. เรื่องนี้อาจมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม เด็กต่ำกว่าสามขวบควรมีผู้ใหญ่คอยแนะนำ (กรำเด็กสามขวบมันจะอ่านออกมั้ยฟระห่ะไอ้คนเขียน)

เขียนโดย parapanda : 2008-06-25 03:07:49

/19