วันที่ : 21 เมษายน 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 17

“ล้า ลัล ล้า พี่ก้องจะตื่นยังน้า” ฉันเดินฮัมเพลงไปยังบ้านพี่ก้อง แม่บอกว่าคุณลุงกับคุณป้าไปดูงานที่สเปน อาทิตย์นึง แม่เลยให้เอาโจ๊กมาให้พี่ก้องจะได้ทานตอนเช้า  ฉันกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูรั่วบ้านเล็ก ก็เห็นพี่ก้องเดินดุ่มๆมาโดยสวมชุดนักเรียนเรียบร้อบแล้ว

                “พี่ก้องเข้าไปทานไอ้นี่ก่อนมั้ย แม่บอกว่าป้าศรี(คนดูแลบ้านของพี่ก้อง) ลากลับบ้านที่ต่างจังหวัดเลยให้เอามาให้ ถ้าไม่ทานกฌรอบาสเป็บนะบาสจะเอาไปไว้ในครัวก่อน” ฉันยกถุงพลาสติกใส่ทัปเปอร์แวร์ที่บรรจุอาหารเช้ารสเลิศให้พี่ก้องดู

                “อะไรเหรอ” 

                “โจ๊กไก่นะ”

                “อืมพอดีเลย เอาไปให้ไอ้กาวมันนะ แล้วก็เธอเข้าไปดูแลมันด้วย รู้สึกว่ามันจะไม่ค่อยสบาย” พี่ก้องใช้สายตาชี้เข้าไปภายในบ้าน

                “ทำไมต้องให้บาสดูแลด้วย เพื่อนพี่ก้องไม่ใช่เหรอ”

                “แต่รู้สึกว่ามันเป็นความผิดบาสนะ แล้ววันนี้พี่ก็ขาดเรียนไม่ได้ด้วย”

                “ความผิดบาส นี่พี่ก้องพี่กาวไม่สบายมันเกี่ยวกับบาสตรงไหนบาสไม่ใช่ตัวเชื้อโรคนะ แล้วก็ไม่ได้เป็นคนแพร่เชื้อด้วย” ฉันยืนเท้าสะเอวทำหน้ามุ่ยไม่พอใจคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

                “แล้วเพราะไม่ใช่แกเหรอที่ปล่อยให้ไอ้กาวนั่งตากน้ำค้างอยู่นอกบ้านนะ มันก็เลยโดนไข้แดกเอานะห่ะ ไป เข้าไปเฝ้าไข้มันเลย” คราวนี้พี่ก้องทำตาเขียวใส่ฉันบ้าง แล้วใครใช้ให้ไปนั่งตากน้ำค้างล่ะ แล้วดูสิฉันก็เลยต้องซวยไปด้วยเลย

                “แต่พี่ก้องวันนี้บาสก็มีเรียนด้วยนะ” พี่ก้องไม่ฟังยัดถุงพลาสติกใส่มือฉันแล้วรีบวิ่งไปทันทีก่อนจะหันมาตะโกนดังๆ

                “ถ้าเกิดมันมีไข้สูงจนช๊อกแล้วตายไปแกต้องรับผิดชอบนะเว้ย เออ ฉันให้มันกินยาพาราไปสองเม็ดแล้วนะเมื่อตอนตี 4 ไข้มันขึ้นสูงนะ ไปละแล้วจะรีบกลับมา”  ไม่น่าเชื่อเลย ว่าพี่ชายจอมขี้เกียจของเราจะลุกมาดูแลเพื่อนตอนดี 4

                “เฮ้ย จะทิ้งกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ กลับมาก่อนดิพี่ก้อง”

                “ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวฉันไปลาอาจารย์ให้เอง” พี่ก้องโบกมือลา แล้วรีบวิ่งหน้าตั้งไป ชิโยนขี้มาให้เราชัดๆเลย ฉันจำใจเปิดประตูรั่วบานเล็กเข้าไป เมื่อเข้ามาภายในบ้านที่ไม่มีใครอยู่มันดูเงียบเหงายังไงก็ไม่รู้ ขนาดเราที่สบายดียังเป็นรู้สึกสลดใจยังไงพิกล คนป่วยที่เขาว่าอ่อนแออ่อนไหวง่ายจะเป็นยังไงบ้างเนอะ คงจะกำลังนอนร้องให้เพราะคิดว่าต้องอยู่คนเดียวในสถานการณ์แบบนี้แน่ๆ อิอิ ฉันตักโจ๊กไก่ใส่ชาม พร้อมกับรินน้ำอุ่นใส่แก้ว จัดวางลงบนถาดสี่เหลี่ยมอย่างเรียบร้อยพร้อมเสริฟ ฉันยกถาดออกมากจากครัว

“เอ้ย!! เดี๋ยวดิ ลืมช้อนอะ” เมื่อนึกได้ฉันจึงหันตัวกลับเดินเข้าไปหยิบช้อนจากลิ้นชักมาวางใส่ลงในชามโจ๊กที่ส่งกลิ่นห๊อมหอม ฉันเดินขึ้นบันใดอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนซุ่มซ่ามขนาดไหนถ้ารีบเดินมีหวังตกบันใดชามโจ๊กหล่นใส่หน้าได้ถูกหามส่งโรงพยาบาลแทนคนป่วยที่นอนอยู่บนห้องแน่  

                เมื่อเข้ามาในห้องฉันรีบจัดแจงวางถาดสี่เหลี่ยมลงบนโต๊ะทำงานของพี่ก้อง เดินเข้าไปหาคนป่วยที่ตอนนี้กำลังหลับสบายภายใต้ผ้าห่มที่ปิดมาจนถึงอกเพราะฤทธิ์ยา หน้าตอนหลับเป็นยังงี้เองเหรอพี่กาว เวลานอนเนียเหมือนเด็กๆเลย ฉันไล่มองชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างเสียมารยาท ผมน้ำตาลเข้มสไลด์ได้ทรงสวยจากที่ปกติดูเรียบเป็นทรงแต่ทว่าตอนนี้มันกลับยุ่งเหยิง   ฉันเพ่งพิจาณาใบหน้าเรียวคม คิ้วโค้งเรียวได้รูป บวกกับดวงตาสีนิลดูลึกลับคู่นั่นยามลืมตา ขนตางอน จมูกโด่งเป็นสัน ปากเรียวเป็นกระจับสีแดงระเรื่อ รับกับผิวสีขาวอมชมพู อะไรมันช่างเหมาะเจาะอย่างนี้เทพบุตรชัดๆเลย ยิ่งมีเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมทำให้ดูเซ็กส์ซี่ทีเดียว  พี่กาวจะรู้ไหมนะว่าตอนนี้พี่ทำให้หัวใจของบาสเต้นแรงขนาดไหน และในที่สุดฉันก็ต้องสะดุ้งหลุดจากจากภวังค์ของตัวเอง เมื่อผู้ถูกพิจาณาผลิกตัวขยับหันมาทางฉันพร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาสีนิลที่เคยนึกถึง

                “อ้าวบาสไม่ไปโรงเรียนเหรอ” น้ำเสียงแหบแห้งถามด้วยความสงสัย

                “ถ้าไปแล้วจะเห็นเหรอ ถามแปลกๆ” ฉันสะบัดเดินหนีแต่โดนมือใหญ่คว้าข้อมือฉันเอาไว้

                “ฉันยังไม่ได้เอาคืนเธอเรื่องเมื่อคืน” คนป่วยแค้นเสียงดุใส่ทำให้ฉันอดอมยิ้มไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองป่วยอยุ่แบบนี้ยังจะทำเก่งอีกเด็กชะมัด ฉันหันกลับมาพร้อมกับนั่งลงข้างเตียง

                “นี่พี่กาวไว้ให้หายก่อนแล้วกันนะค่อยจะเอาคืนบาสนะ แค่ลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเองยังจะไม่ไหวแล้วยังจะมาทำเป็นเก่งอีกนะ” ฉันแกะมือใหญ่ที่จับข้อมือของฉันออกวางไว้ข้างลำตัวของเจ้าของ พี่กาวเขม่นหน้าคมใส่แล้วค้อนให้ฉันอีกหนึ่งวง เออทำเสียน่ารักเลยแหะ

                “หิวยังพี่กาว กินโจ๊กก่อนนะยังร้อนๆอยู่เลย” พี่กาวพยักหน้า

                “พี่กาวลุกขึ้นนั่งไหวไหม”

                “ไหนเมื่อกี้เธอยังสวมบทเป็นคุณหมอสาววินิจฉัยว่าฉันไม่มีแรงแม้จะลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเองก็ยังไม่ได้แล้วเธอจะถามทำไม” น้ำเสียงแหบเอ่ยอย่างประชดประชันนี่ขนาดไม่สบายนะปากยังร้ายไม่เปลี่ยนเลย

                “ที่ถามนะเพราะจะได้เข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้นนั่ง” ไม่ว่าเปล่าฉันหย่อนตัวนั่งคุกเข้าข้างพี่กาวช่วยพยุงให้พี่กาวลุกขึ้นนั่งแล้วนำหมอนมาหนุนหลังให้นั่งอย่างสบาย แล้วเดินไปหยิบชามโจ๊กมาส่งให้พี่กาว

                “นี่เธอคิดจะให้คนป่วยป้อนเองเหรอ” พี่กาวส่งสายตาดุให้ นี่พี่กาวอย่าทำหน้าแบบนั้นได้ป่ะเค้ากลัว เดี๋ยวจะจับจุกให้บ่นไม่ได้เลย ฉันเลยนั่งลงตักโจ๊กเตรียมป้อนเข้าปากพี่กาว

                “ไม่เป่าหน่อยเหรอมันร้อนรึเปล่า” โห~เรื่องมากชะมัด ฉันเหลือบมองพี่กาวอย่างเคืองๆ ก่อนจะพ่นลมเป่าโจ๊กในช้อนอย่างเบาๆ เดี๋ยวปั๊ด เป่าให้น้ำลายลงไปด้วยเลย

                “เอ้า!! คงไม่ร้อนแล้วแหละ เมื่อกี้น้ำลายบาสกระเด็นลงไปนิดหน่อยมันคงช่วยให้หายร้อน” ฉันยิ้มหวานยื่นช้อนไปที่ปากของพี่กาว พี่กาวทำหน้าหยี้หันหน้าหนีอย่างขยะแขยง อิอิ สมอย่างเรื่องมากดีนักแกล้งนิดหน่อยพอเป็นพิธีแล้วกัน

                “นี่อ้าปากดิ พี่กาวบอกให้บาสป้อนให้บาสก็อุตส่าห์ป้อนให้แล้วนะทำไมทำหน้างี้อ่ะ” ฉันแกล้งทำหน้ามุ่ย แต่ที่จริงอยากจะหัวเราะเสียด้วยซ้ำ

                “ก็ใครมันจะไปกินลงละรอยน้ำลายเธอแบบนั้นแล้ว”

                “แหมบาสล้อเล่นหรอกนะ บาสเป่าเบาๆไม่มีน้ำลายกระเด็นลงไปอยู่แล้วน่า เอ้ากินสิ”

                “แน่นะ”

                “อืม” ฉันพยักหน้า พี่กาวมองที่ช้อนก่อนจะอ้าปากรับโจ๊กเข้าปาก ดูว่านอนสอนง่านดีแหะ

                “ไม่เห็นจะอร่อยเลย” 

                “อะไรกันพี่กาวอย่ามาดูถูกฝีมือแม่บาสนะ ทีเมื่อคืนโซ้ยเอาโซ้ยเอาไม่เห็นบ่นว่าไม่อร่อย พี่นะกินเข้าไปตั้งสองชามแนะ” ชั้นทำนิ้วลิพโพให้พี่กาวดู

                “มันไม่อร่อยจริงๆ ไม่เอาพี่ไม่กินแล้ว” พี่กาวยังยืนยันคำเดิม

                “อะไรกินเพิ่งกินไปแค่คำเดียวเอง เมื่อเช้าบาสก็กินนะอร่อยดีออก ไหนลองชิมดูสิเพื่อแม่จะทำอะไรตกใส่” ว่าแล้วฉันก็ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเล็กน้อย แล้วก็ยัดใส่ปากตัวเอง ฉันแอบเห็นพี่กาวอมยิ้มอ่ะ ยิ้มเรื่องไรหว่า

                “อืม อร่อยดีออก พี่กาวนะต่อมรับรสเสียแล้วแหละถึงได้บอกว่าของอร่อยมันไม่อร่อย”

                “ไม่เอาไม่กินแล้ว”

                “ไม่ได้ต้องกินให้หมดแล้วจะได้ทานยา เร็วๆดิถ้าเรื่องมากนะกินเองเลย บาสไม่ป้อนแล้ว” 

                “ก็ได้ก็ได้ เอ้าเร็วสิ” ที่งี้ทำมาเร่งนะ เดียะ เดียะ จะป้อนให้ทั้งร้อนๆเลย ฉันตักโจ๊กขึ้นมาเป่าแล้วป้อนใส่ปากพี่กาว พี่กาวยิ้มอย่างพอใจ จนในที่สุดฉันก็สามารถป้อนโจ๊กให้พี่กาวจนหมดโดยไม่ฆ่าพี่กาวตายไปเสียก่อน(คิดว่าแกจะทำได้เหรอไอ้บาส....คนเขียน)

                “นี่ทานยาซะด้วย” ฉันยื่นยาลดไข้ให้พี่กาวสองเม็ด หลังจากที่ลงเอาจานชามไปเก็บและล้างทำความสะอาดเรียบร้อย ซึ่งเป็นได้เวลาพอดีที่จะให้พี่กาวทานยาหลังอาหาร

                “กินอีกแล้วเหรอ พี่เพิ่งกินไปเอง”

                “เพิ่งกินเมื่อไรกัน พี่ก้องบอกว่าให้กินตอนตี 4 เพราะพี่กาวมีไข้สูง นี่ก็เก้าโมงกว่าแล้วด้วย กินอีกสองเม็ดนี้เดี๋ยวก็หาย”

                “ไม่กินได้ไหม” พี่กาวทำเสียงอ่อน

                “นี่พี่กาวอย่ามาทำโยเยเหมือนเด็กนะ ไม่กินแล้วมันจะหายเหรอ หรือว่าพี่กาวกลัวการกินยา คงไม่มั้ง” ฉันยิ้มเยาะให้กับท่าทางของพี่กาว

                “เออ จำไว้เลยนะว่าไอ้ ผู้ชายแมนๆ ตัวโตๆคนนี้แหละ ที่กลัวหมอ กลัวยานะ” พี่กาวค้อนใส่ก่อนจะรับยาและน้ำมาใส่ปากอย่างเลี่ยงไมได้ แล้วก็ล้มตัวลงนอนอย่างงอนๆ นอกจากจะกลัวหมอกลัวยาแล้ว ตอนนี้รู้สึกจะขี้งอนอีกอย่าง น่ารักเชียว ไม่อยากเชื่อเลย สงสัยพราะพิษไข้ หรือไม่ก็เกิดอาการ้อนใน ทำให้คนเรานิสัยเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ ฉันปล่อยให้พี่กาวนอนพักส่วนตัวเองก็นั่งเล่นเกมเพลย์สเตชั่นของพี่ก้องอย่างจดจ่อ อิจฉาพี่ก้องชะมัดเลยบ้านก็หลังใหญ่กว่า ห้องก็ใหญ่กว่าเรา อุปกรณ์ตกแต่งในห้องก็มีพร้อม มีโฮมเทียร์เตอร์ในห้องนอนเสร็จสรรพ ห้องนอนยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วย แม่นะแม่ไม่รู้จะขี้ตืดไปถึงไหนพ่อก็บอกแล้วว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงินให้เอามาใช้จ่ายตามใจตัวเองเสียบ้างแต่แม่บอกว่าให้เราอยู่อย่างพอเพียงดีที่สุด  พ่อก็ไม่กล้าขัดใจแม่ เรื่องบ้านที่อยู่ก็เหมือนกันพ่ออุตส่าห์ไปซื้อบ้านหลังโตไว้ให้แต่แม่กลับเลือกจะมาอยู่ที่นี่แทน ใครมาเห็นก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าบ้านหลังนี้มีเจ้าของบ้านเป็นถึงประธาน บริษัท NNC exporting นะ ส่วนฉันก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เพื่อนคนไหนรู้เหมือนกัน นั่งเล่นเกมได้สักพักฉันจึงลุกขึ้นไปดูคนป่วย

                “โห~เหงื่อออกเยอะเลย” ฉันมองเสื้อของพี่กาวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

                “พี่กาว พี่กาว ลุกขึ้นเช็ดตัวหน่อยดีกว่านะ” ฉันเขย่าตัวพี่กาวเบาๆ พี่กาวพยักหน้าทั้งๆที่หลับตา แล้วลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย ฉันลงไปหยิบชามแก้วใบขนาดพอดีจากครัวขึ้นมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปใส่น้ำอุ่นมาวางไว้ตรงลลิ้นชักข้างเตียงแล้วเดินไปควานหาผู้ขนหนูผืนเล็กในตู้เสื้อผ้าของพี่ก้อง จัดแจงน้ำผ้าชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดๆส่งให้พี่กาว

                “ทำให้ด้วยไม่ได้เหรอ ไหนๆก็บริการมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ทำให้จบเลย”

                “พี่กาวก็พอจะทำเองได้นีน่า”

                “ใครว่าล่ะ ดุซิขนาดจะปลดกระดุมเสื้อยังไม่มีแรงเลย” พี่กาวทำมือทำไม้อ่อนแรง

                “ก็ได้ก็ได้” ฉันทำหน้าปูเลี่ยน แล้วขึ้นไปนั่งบนเตียง ก้มหน้าปลดกระดุมเสื้อของพี่กาวออก แต่ทำไมมันแกะไม่ออกอะ โอ้ย มือมันสั่นจังเลย ฉันได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของพี่กาวจึงเงยหน้าขึ้นไปมองส่งสายตาเคืองแต่พี่กาวทำเป็นไม่รู้เรื่องเฉหน้าอมยิ้มไปทางอื่น ฉันต้องสูดหายใจเข้าช้าๆลึกๆ เพื่อเรียกสมาธิคืนกลับมา แต่ก็สติกระเจิงอีกครั้งเมื่อเสื้อของพี่กาวถูกถอดออกเผยเห็นแผงอกกว้าง และลำตัวขาวเนียนอมชมพู  คราวนี้มือยิ่งสั่นเข้าไปอีก หน้าร้อนวูบวาบไปหมดทั้งหน้า

                “เด็กจริงๆเลยเธอนะ แค่เห็นผู้ชายโป๊หน่อยนึงก็หน้าแดง มือไม้สั่นเหมือนเจ้าเข้า” พี่กาวหัวเราะชอบใจ

                “ก็ยังเด็กนะสิพี่กาว จะให้รู้สึกเฉยๆได้ยังไงมันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาสิ ก็เด็กอย่างฉันมันไม่เคยเห็นนี่นา” ฉันตอบตรง แล้วเอื้อมมือที่ยังสั่นไปหยิบผ้ามาค่อยๆเช็ดที่หน้าของพี่กาวเป็นแห่งแรก ฉันบรรจงเช็ดอย่างเบามือที่แก้มซ้ายไล่มาแก้มขวา หน้าผาก ทำให้สายตามาประสบกับดวงตาคู่ตรงหน้าอย่างไม่ตั้งใจ ฉันรีบหลบตาหงุดหนีจากสายตาคู่นั่น หันไปเอาผ้าชุบน้ำอีกรอบ คราวนี้ฉันก้มหน้าใช้ผ้าเช็ดที่อกกว้างนั่น โอ้ยไม่กล้ามอง หลับตาก็แล้วกัน ฉันหลับตาถูๆไปอย่างรีบๆ แล้วฉันก็ต้องสะดุ้งลืมตาตื่นเมื่อโดนมือใหญ่ของพี่กาวมากุมมือฉันเอาไว้ ฉันเงยหน้าจ้องตาพี่ก้อง พยามแกะมือพี่กาวออก

                “พี่กาวปล่อยมือบาส” ฉันบิดมือไปมาก

                “ไม่” 

                “พี่กาวเปล่ามือบาสเถอะ” 

                “ไม่ ถ้าเกิดพี่ปล่อยมือบาสตอนนี้บาสก็คงจะถูอยู่แค่ที่จุดนี้จุดเดียวไม่หยุด” ฉันก้มลงมองที่มือของตัวเอง

                “ดูซิแดงไปหมดแล้ว กะว่าจะถูกให้มันสึกเลยเหรอไงพี่ก็เจ็บเป็นเหมือนกันนะ”  ฉันมองที่แผ่นออกด้านขวาของพี่กาวที่ตอนนี้มันแดงเป็นปื้นจากการเสียดสีซ้ำไปซ้ำมา แป่วววว นึกว่าเรื่องอะไรฉันพยักหน้าเข้าใจ พี่กาวจึงปล่อยมือ ฉันจึงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปจนเสร็จ ไม่อยากจะบอกนะว่ากลัวเลือดกำเดาตัวเองจะพุ่งกระฉูดออกมาแล้วตายเพราะเสียเลือดเยอะ นะเนียะ

**************************************************

เม้นท์และโหวดกันเยอะนะฮับ

เขียนโดย parapanda : 2008-04-21 15:11:51
วันที่ : 18 เมษายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่คัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 16

“หาว~~” ฉันยกมือมาประสานกันยืดแขนไปข้างหน้าบิดเอียงซ้าย เอียงขวา ไม่ได้ออกกำลังกายอะไรหรอกนะ แค่บิดขี้เกียจเท่านั่นแหละ ฉันเดินลงมาข้างล่างเพื่อจะทานมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน

                “พ่อค่ะแล้วแม่ล่ะ” ฉันนั่งลงแล้วหยิบแก้วนมมาดื่มก่อนจะหยิบขนมปังมาทาแยมสับปะรดของโปรด ของฉัน

                “ไปตลาด” พ่อวางหนังสือพิมพ์ลงหยิบแก้วกาแฟมาเป่าแล้วยกดื่มอย่างช้าๆ

                “พ่อ!! ตาพอไปโดนอะไรมาทำไมมันถึงได้บวมช้ำแบบนั้นอะแล้ววันนี้จะไปทำงานยังไงค่ะ” ฉันรีบวางขนมปังแล้วเดินไปดูพ่อให้ชัดๆ

                “พ่อโทรไปสั่งงานคุณพิมพ์แล้ว ก็แม่บาสนะแหละ ไปเจอพ่อนั่งอยู่กับผู้หญิงที่ร้านเจ๊ไก่ ไม่ทันฟังพ่อพูดอะไรสักคำเดินดุ่มๆแล่วต่อยพ่อให้เปรี้ยงนึง ต่อด้วยเตะอีกป้าบ แล้วก็ สกายคิ๊กส์อีกที พ่อเจ็บไปหมดทั้งตัวเลยบาส ” ร้านเจ๊ไก่ที่ว่าไม่ใช่ร้านอาหารหรือร้านคาราโอเกะ แต่มันเป็นคลับค่ะจะต้องเป็นเมมเบอร์เท่านั้นถึงจะเข้าได้ เจ้าของร้านชื่อไก่เป็นเพื่อนของลุงจา

                “เวอร์ไปหรือเปล่าค่ะ แม่อย่างมากก็แค่ต่อยพ่อเหมือนทุกทีแหละ แล้วก็คราวนี้แน่ใจเหรอค่ะว่านั่งเฉยๆ” ฉันเดินกลับมานั่งที่เดิม

                “จริงๆ พ่อนั่งเฉยๆจริงๆ” พ่อพยักหน้าเหมือนอยากให้ฉันเชื่อ  แต่ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ ส่งสัยแม่คงไปเห็นตอนที่พ่อนั่งกระดี๊กระด๊ากับสาวๆแน่

                “เมื่อไรพ่อจะเลิกเจ้าชู้สักทีทำตัวเป็นเพลย์บอยอยู่ได้ นี่บาสก็อายุจะ 15 อยู่แล้วนะ” พ่อกับแม่ฉันอายุ 40 ปีแล้วแต่ทั้งคู่ยังดูไม่แก่เลยสักนิด ยังดูเหมือนคนอายุสามสิบต้นๆเลย    

“พ่อเปล่านะบาส”

                “มันคงจะเป็นนิสัยส่วนลึกของพ่อแล้วมั้งคะ แก้อยากสักหน่อย คงต้องทนรับหมัดแม่ไปจนกว่าจะหายแหละ”

                แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่าเมื่อก่อนตอนที่แม่เจอกับพ่อใหม่ๆแม่นะไม่ชอบขี้หน้าพ่อเอาซะเลยอาจจะถึงขั้นเกลียดเลยด้วยซ้ำไป สาวงี้ติดตรึมด้วยรูปร่างหน้าตา แล้วก็ฐานะที่จัดว่าอยู่ในฐานะดี มีชาติตระกูล  

พ่อเป็นคนหน้าตาดีมากพูดง่ายๆก็คือหล่อนั่นแหละค่ะ อันนี้เห็นด้วยเพราะฉันเคยเห็นรูปของพ่อตอนที่ยังเป็นนักศึกษาตอนนี้พ่อก็ยังหล่ออยู่เคยมีสาวมหาลัยตามพ่อมาถึงบ้านเลยนะสวยด้วยแม่งี้เทียบไม่ติดเลย โป๊ก!! แม่อ่ะเขกหัวบาสทำไม เจ็บนะ (ก็แกว่าฉันไม่สวยนิ.....แม่) โห~~ แม่ฉัน เอาละค่ะเข้าเรื่องค่ะ พ่อเป็นหนุ่มเพลย์บอยตัวฉกาจควงหญิงไม่ซ้ำหน้า และเนื่องจากพ่อป็นนักบาส (ถึงขั้นบาสขึ้นสมองค่ะ) ให้กับมหาลัยยิ่งทำให้พ่อดังขึ้นไปอีกจนได้รับให้เป็นเดือนของมหาลัย ส่วนแม่เป็นแค่ผู้หญิงที่มีหน้าตาจัดว่าค่อยข้างดีพาไปวัดได้ไม่อายใคร ฐานะก็อยู่ในขั้นปานกลางไม่รวยจนนอนบนกองเงินและไม่จนจนถึงขั้นอดยากปากแห้ง ไม่นานพ่อกับแม่(ตากับยาย) ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลงทำให้แม่ต้องอยู่เพียงลำพังใช้เงินที่เป็นมรดกไม่กี่ล้านส่งเสียตัวเองในตอนนั้นแม่ตัดผมสั้นเหมือนเด็กผู้ชายสไตล์เกาหลี(แอบเห็นในรูปเพราะแม่ซ่อนเอาไว้) กอปรกับเป็นนักกีฬาเทควันโด้หญิงของมหาลัยจึงทำให้ไม่ค่อยมีผู้ชายคนไหนกล้าเข้ามาจีบจึงเป็นสาวไร้คู่ชู้ชื่นนอนสะอื้นน้ำตานองสองแก้ม โป๊ก!! แม่เล่นแรงอ่ะเอากระทะตีหัว

บาสเลยนะ (ฉันไม่เคยนอนสะอื้นน้ำตานองสองแก้มเพราะไม่มีแฟนเหมือนที่แกเล่าย่ะ อย่ามาเว่อร์)  พ่อกับแม่เจอกันในผับแห่งหนึ่ง ตอนนั้นแม่กำลังนั่งเฮอยู่กับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงสัก ห้าคนเห็นจะได้ จู่ๆ พ่อก็เดินเข้ามาหา แล้วบอกว่า ‘ขอโทษครับ’ ในขณะที่แม่และเพื่อนเกิดอาการงงๆว่าทำไมไอ้นี่จู่ๆก็มาขอโทษ พ่อก็จัดการจับหน้าอกแม่เข้าไปหนึ่งป้าบทันที แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มแป้นแร้นว่า ‘เป็นผู้หญิงจริงๆด้วย’ ยิ่งทำให้ทุกคนอึ้งกิ่มกี่กินกันไประนาว  เมื่อแม่คืนสติกลับมา ก็เลยใช้ความถนัดส่วนตัวจัดการพ่อซะ ทำให้พ่อต้องโดนหยอดน้ำเข้าต้มไปสอง

สามวัน ส่วนแม่ตกลงคบกับพ่อเมื่อไรแต่งงานกันได้อย่างไรแม่ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยถามเท่าไรก็ไม่ยอมตอบฉันเลยต้องไปแอบถามพ่อจึงได้รู้ว่า

หลังจากนั้นพ่อก็คอยตามจีบแม่ไม่เลิกเพราะพ่อได้เกิดอาการรักแรกพบเข้าซะแล้ว(พ่อฉันเป็นมาโซคิสเปล่าหว่าเจอหมัดดันตกหลุมรักซะงั้น) ตื้อมาก็นานแล้วแต่เห็นว่าแม่ไม่สนใจพ่อสักที พ่อเลยปฏิบัติการจับแม่ไปขังไว้ที่คอนโดของพ่อหวังว่าจะรวบรัดเอาซะเลย(โห~~พ่อฉันนิสัยสุดๆเลย) แต่พ่อก็ทำไม่ได้เพราะอยากได้ทั้งตัวและหัวใจของแม่จึงปล่อยตัวไปหลังจากขังไว้อยู่อาทิตย์นึง(ความอดทนสูงดีมาก)พ่อบอกว่าหลังจากที่อยู่ด้วยกันตลอดทั้งอาทิตย์ในช่วงสองวันแรกแม่กับพ่อทะเลาะกันตลอดแต่พ่อก็จะเป็นฝ่ายขอคืนดีกับแม่เสียทุกครั้ง แต่วันหนึ่งแม่เกิดมีประจำเดือนมาและที่นั่นก็ไม่มีผ้าอนามัยแต่พ่อก็ยังอุตส่าห์ไปหาซื้อมาให้ตอนนั้นอายก็อายเขินก็เขินแต่ก็ยอมเพื่อแม่ซื้อมันมาทุกแบบทุกยี่ห้อ แต่มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเพราะแม่มีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงพ่อบอกว่าจะพาแม่ไปหาหมอแต่แม่ก็ไม่ไปเพราะกลัวเข็มบอกกับพ่อว่ากินยานอนสักพักก็หายแล้ว พ่อยอมทำตามแต่ดูท่าว่าอาการไม่ดีขึ้นเลยพ่อได้แต่นั่งกุมมือแม่เอาไว้มองดูใบหน้าที่บ่งบอกถึงความทรมานเพราะความปวดแล้วน้ำตาพ่อก็ไหลออกมา แม่หัวเราะเอื่อยๆพร้อมกับยกมือเช็ดน้ำตาให้พ่อแล้วบอกกับพ่อว่า อาการแบบนี้เป็นทุกเดือนเดี๋ยวมันก็หายได้ยินอย่างนั้นทำให้พ่อยิ้มออก หลังจากเหตุการณ์นั้นแม่ก็ทำตัวน่ารักขึ้นพูดจาดีๆกับพ่อแล้วก็ยอมเป็นแฟนพ่อ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเลิกกับผู้หญิงในสังกัดของพ่อทุกคนพร้อมกับลบเบอร์ทิ้งด้วย พ่อรับปากตกลง ฉันว่าเรื่องมันน้ำเน่าเนอะ อยากฟังม๊าว่าพ่อกับแม่แต่งงานกันได้อย่างไร มะเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ขอบอกว่าน้ำเน๊า น้ำเน่ากว่านี้อีก

                หลังจากที่พ่อกับแม่ตกลงคบกัน พอสำเร็จการศึกษาแม่ก็ตระเวนหางานทำ ส่วนพ่อก็บินไปศึกษาต่อเมืองนอกตามพ่อของพี่ก้องพี่ชายแท้ๆที่ห่างกัน 5 ปีซึ่งกำลังศึกษาปริญญาเอกอยู่ที่นั่นไปทันทีจนพ่อสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจโดยใช้ระยะเวลา 2 ปี พ่อกลับมาจึงเข้ารับช่วงต่อกิจการของทางบ้านในตำแหน่งประธานบริหาร บริษัท NNC Exporting ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ NNC Group ด้วยวัยเพียง 24 ปี ส่วนพ่อของพี่ก้องเข้ารับตำแหน่งประธานบริหารสูงสุดของNNC Group  แล้วในที่สุดพ่อก็ขอแม่แต่งงาน แต่แม่กลับปฏิเสธพ่อทันทีเพราะเหตุผลที่ว่าอยากจะทำงานก่อนสัก 5 ปี  พ่อไม่อยากรอนานขนาดนั้นจึงวางแผนเหมือนเดิม จึงทำเหมือนเดิมคือจับแม่ไปขังไว้ที่คอนโดอีกครั้งแล้วคราวนี้จัดการรวบรัดปฏิบัติการ จุด จุด จุด กับแม่(พ่อนี่สุดสุดเลย) แม่ไม่สามารถหนีไปไหนได้เพราะพ่อคอยเฝ้าแม่ไว้ไปไหนก็ไปด้วยกัน ตลอด 1เดือนเต็มที่อยู่ด้วยกัน  จนแม่ตั้งท้องนั่นก็คือฉัน คิดดูค่ะคิดดู เวลาแค่หนึ่งเดือนเนียะพ่อฉันสามารถทำให้แม่ฉันท้องได้อะ สุดยอดขนาดไหน ฉันฟังแล้วยังเขินแทนเลยนะ ได้ทีพ่อก็เลยบังคับแม่ให้แต่งงานด้วยไม่วายยังบังคับให้ไปด้วยกันที่บ้านหลังใหญ่ (เมื่อก่อนพ่อฉันนิสัยแบบนี้เองเหรอ ร้ายกาจมากกกก ) ที่มีคุณปู่คุณย่า แล้วก็พ่อกับแม่พี่ก้อง รวมพี่ก้องอีกหนึ่ง แม่จำยอมแต่งในเมื่อท้องแล้วเด็กก็ต้องมีพ่อ ทั้งๆที่แม่ก็รักพ่อมากเหมือนกัน แต่แม่ไม่ชอบวิธีการของพ่อที่สุดจึงโกรธพ่ออยู่พักหนึ่ง แล้วมาคืนดีกันอีกทีก็เมื่อฉันคลอดแล้ว  หลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็ย้ายมาซื้อบ้านหลังเล็กๆอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกเพราะว่าแม่ไม่ชอบอยู่บ้านหลังๆใหญ่แม่บอกว่ามันวังเวงเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว มาอยู่ได้ไม่นาน พ่อกับแม่และพี่ก้องก็ย้ายมาซื้อบ้านใกล้ๆกันด้วยเหตุผลที่ว่าใกล้โรงเรียนที่พี่ก้องเรียนจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางไปโรงเรียน เราสองครอบครัวจะกลับไปอยู่บ้านหลังใหญ่กันในช่วงปิดเทอม  จบการรายงาน (ส่วนรายละเอียดมีอีกเยอะค่ะ ไว้รอคนเขียนนำเรื่องของพ่อกับแม่มาทำเป็นตอนพิเศษก็แล้วกันเน้อ)

                “แม่กลับมาแล้วพ่อ” พ่อทำตาตื่นรีบเดินเข้าไปรับของจากแม่ ส่วนแม่ก็สะบัดหน้าเดินขึ้นห้องไป งอนพ่ออีกตามเคย พ่อรีบนำของมาวางแล้วรีบวิ่งขึ้นตามไปง้อแม่ เหตุการณ์แบบนี้เห็นบ่อยค่ะ ชินแล้ว ปล่อยเขาสองคนไว้ก็แล้วกัน มีคนเคยบอกว่าสามีภรรยาทะเลาะกันยิ่งทำให้รักกันค่ะ ฉันก็ว่างั้นแหละไม่งั้นจะอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปีเหรอ(คู่อื่นๆฉันไม่รู้แต่คู่นี้เห็นกับตา) ไปโรงเรียนก่อนดีกว่า

**********************************************

เขียนโดย parapanda : 2008-04-18 15:02:56
วันที่ : 16 เมษายน 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 15

หลังจากที่พวกเราทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ออกมานอนกลิ้งเกลือกอยู่บนโซฟาดูโทรทัศน์ที่ห้องนั่งเล่นเพราะตอนนี้กำลังติดซีรี่ส์เกาหลีแบบโงหัวไม่ขึ้น นั่นเป็นเพราะว่าพระเอกโคตะระหล่อได้ใจเลยแถมวันนี้ยังเป็นตอนจบอีกด้วยต้องติดตามอย่าพลาด

                “แม่มีขนมไรกันบ้างคะ” 

                “ไม่มี มีแต่แตงโมงเย็นๆเอามั้ย”

                “เอาค่ะ” แล้วแม่ก็หยิบจานแตงโมงสีแดงฉ่ำหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ น่ารับประทานมาวางไว้ที่โต๊ะ

แล้วพี่ก้องกับพี่กาวเดินตามมาสบทบที่หลัง

                “ขยับหน่อยสิบาส” แค่พี่ก้องเอ่ย ฉันก็ขยับตัวออกให้พี่ก้องเข้าไปแทรกตัวนอนด้านหลังเหมือนรู้งาน เพราะเวลาพี่ก้องมาดูหนังกับฉันที่ไรก็ชอบมานอนเบียดฉันแบบนี้ประจำตั้งแต่เด็กๆแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็นอนตะแคงเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ยาวเบาะหนาหนุ่ม ฉันนอนไล่ระดับต่ำลงมานิดหน่อยเพื่อพอให้พี่ก้องสามารถมองดูหน้าจอได้ถนัด

                “บาสไม่ยอมเช็ดผมให้แห้งอีกแล้วนะยังชื้นอยู่เลย  ระวังจะเป็นหวัดละ” พี่ก้องจับผมของฉันแล้วดึงเบาๆ

                “ก็กว่าจะแห้งมันเหนื่อยจะตาย”

                “งั้นก็ตัดให้สั้นซะสิ”

                “เรื่องไรอุตส่าห์ไว้มาได้ขนาดนี้”

                “ไอ้กาวแกดูเรื่องนี้ป่าววะ” พี่ก้องหันไปถามพี่กาวที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ถัดไป แต่ไม่ได้ยินคำตอบชอบหรือไม่ชอบจากพี่กาว

                “ไอ้กาวให้มันน้อยๆหน่อย อย่ามาทำตาขวางใส่ฉันแบบนี้ เว้นๆซะบ้างอย่าเหมาหมด” ฉันว่าไอ้พี่กาวไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่านั่งหน้านิ่วทำตาขวาอยู่ได้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เหรอกำลังเข้าสู่วัยทองฟ่ะ ฉันหันไปมองพี่กาวแล้วหันกลับมาดูทีวีต่อทำเหมือนไม่แคร์ไม่สนใจ

                “ก้องพาอาไปหาอานน์หน่อย” เสียงแม่ตะโกนอยู่หน้าบ้าน

                “ได้ฮะ” พี่ก้องรีบลุกจากโซฟาไปทันที แล้วแม่และพี่ก้องก็ออกจากบ้านไป ตอนนี้ก็เท่ากับว่าภายในบ้านมีฉันและพี่กาวเพียงสองคนเท่านั้น มีหวังโดนแกล้งอีกแน่เลยเรา เฮ้อ~~~~ แต่ทำเป็นเฉยไว้ดีกว่า ฉันเปลี่ยนจากนอนอย่างสบายมาเป็นนั่งชันเข่าเอาคางวางไว้บนเข่า มือซ้ายกอดขาเอาไว้ มือขวาถือรีโมทเอาไว้ และฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อพี่กาวเลื่อนตัวขยับมานั่งใกล้ฉัน

                “ทำไมไม่กลับบ้าน”

                “วันนี้นอนบ้านไอ้ก้อง”

                “ทำไมต้องนอน”

                “มานอนเป็นเพื่อนไอ้ก้อง”

                “ทำไมต้องนอนเป็นเพื่อน”

                “พ่อกับแม่ไอ้ก้องไม่อยู่”    การถามตอบแบบไร้อารมณ์ก็จบลงเมื่อฉันไม่รู้ว่าจะถามอะไรอีกแล้ว จึงทำให้คนที่นั่งข้างๆกลายเป็นฝ่ายถามเสียเอง

                “ทำไมแต่งชุดแบบนี้”

                “แบบไหน”

                “ก็ที่เธอใส่อยู่” ฉันก้มมองดูชุดที่ใส่ก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกพิสดารตรงไหน ก็แค่ใส่เสื้อกล้ามพอดีตัวสีฟ้าอ่อน กับกางเกงขาสั้นผ้าCotton สีขาว มีลายหมีพูที่ชายกางกางด้านขวา

                “อากาศมันร้อน ใส่อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน”  

                “คราวหน้าห้ามใส่”

                “พ่อกับแม่ไม่ห้าม”

                “แต่ฉันไม่ชอบ”

                “ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย”

                “ห้ามเด็ดขาด”

                “ทำไมต้องห้าม” ฉันหันไปมองหน้าพี่กาวจ้องไปที่แววตาคมวาววับเพราะความโกรธแต่ทว่ามันค่อยๆเลือนลงฉายความอ่อนโยนอบอุ่นแทนที่ ทำให้ฉันรู้สึกใจเต้นเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆนะ

                “นี่ฟังพี่นะบาส ที่พี่ห้ามบาสแต่งแบบนี้ก็เพราะว่าพี่เป็นห่วง มันอาจทำให้บาสไม่ปลอดภัย” พี่กาวเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง จาก ’ฉัน’ เป็น ‘พี่’  แล้วเรียกฉันว่า ‘บาส’ แทนคำว่า ‘เธอ’ ฟังแล้วดีชะมัดเลย แต่อย่าไปหลงคารมก่อนดีกว่า

                “ถ้าพี่กาวฟังบาสให้ดีๆ พี่ก็จะทราบว่าบาสบอกพี่ไปแล้ว ว่าบาสแต่งแบบนี้เฉพาะเวลาบาสอยู่บ้านเท่านั้น ไม่ได้แต่งแบบนี้ออกไปเดินเฉิดฉายที่ไหน”

                “แล้วถ้าสมมติว่ามีโจรมาขึ้นบ้านละ” พี่กาวยังไม่ลดละ

                “ปากเหรอนั้นพี่กาว” ฉันหันไปทำตาดุใส่ คนอะไรปากไม่เป็นสิริมงคลเอาซะเลย

                “ก็บอกว่าสมมติไง” พี่กาวตวาดเสียงดุ ก่อนจะเข้าโหมดเสียงนุ่มอธิบายต่อ   

                “แล้วถ้ามันเจอบาสที่แต่งแบบนี้คราวนี้แหละมันจะไม่ได้มาขโมยของอย่างเดียวมันได้ทำอย่างอื่นด้วยแน่” เฮ้อ~ ดูซิพี่แกคิดไปไกลขนาดไหนกัน ก็พอจะเข้าใจค่ะ ถึงแม้ว่าฉันอายุยังน้อยแต่ฉันก็มีรูปร่างแบบประมาณว่า...เอ้? แบบไหนดีนะ เอาเป็นว่า นมเป็นนม ตูดเป็นตูดก็แล้วกันค่ะฉันเลยได้แต่พยักหน้าหงึกๆว่าเข้าใจ  (แล้วคนประเทศไหนของแกฟ่ะไอ้บาสที่มีนมเป็นตูด ตูดเป็นนมนะบอกหน่อยดิ )

                “แล้วอีกอย่างนะถึงบาสบอกว่าบาสแต่งแบบนี้เฉพาะเวลาอยู่บ้านแต่บาสก็ไม่ได้อยู่แต่ในบ้านตลอดถูกไหมก็ต้องมีบ้างแหละที่บาสจะต้องออกไปบริเวณนอกบ้าน”

                “แล้วไงค่ะ” ฉันถามเมื่อเห็นว่าพี่กาวหยุดพูดไม่อธิบายต่อ หน้าของพี่กาวเริ่มยู่เม้มปากเรียวแน่น หันมาสบตาฉัน ฉันเอียงหน้าทำตาอยากรู้

                “ผู้ชายที่ผ่านไปมาก็ต้องมองด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้วางใจแน่ๆ พี่ไม่อยากให้...” ประโยคสุดท้ายพี่กาวลดเสียงลงจนฉันไม่ได้ยินว่าพี่กาวพูดอะไร แต่ก็ไม่ใส่ใจอยากจะรู้จึงไม่ได้ถามได้แต่จ้องหน้าพี่กาวจนพี่กาวหันหน้าหลบตาหันหน้าหนีไปเสียเอง แล้วแย่งรีโมทจากมือฉันไปกดเปลี่ยนช่องแทน ฉันสังเกตเห็นว่าหน้าของพี่กาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อย ไม่รู้ว่าจะโกรธ หรือเขินที่มานั่งทำตัวเป็นพี่อบรมน้องสาวกันแน่ แต่ที่แน่ๆ มันทำให้ฉันรู้ว่าพี่กาวที่เป็นแบบนี้มันน่ารักมากๆเลย น่ารักจริงๆนะไม่ได้โม้เลย โอ้ย!! หัวใจฉันเต้นเร็วกว่าเมื่อกี้อีกอ่ะ ฉันรีบทำตัวให้เป็นปกติโดยเร็วไม่งั้นหลุดยิ้มออกมาเพราะความน่ารักของพี่กาวแน่ จึงแย่งรีโมทกลับมาเปิดช่องเดิมที่กำลังฉายซีรี่ส์สุดโปรดของฉัน

                “พี่กาวใกล้สอบแล้วอ่านหนังสือยัง” ฉันเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ตัวเองกำลังดูทีวี

                “ทำไมกลัวว่าพี่จะไม่จบแล้วอยู่แกล้งบาสต่อใช่มั้ย” สรรพนามที่ใช้แทนตัวยังไม่เปลี่ยนแหะ วันนี้พี่กาวไปหยิบอะไรที่ตกพื้นมากินป่าวหว่า ถึงได้ออกเพี้ยนเล็กน้อย

                “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” แต่ใจก็คิดอย่างนั้นนิดหนึ่งเหมือนกัน จริงๆนะ อะไรนะไม่เชื่อเหรอ คิดนิดเดียวจริงจริ้งสาบานได้

                “ถามคนอื่นเค้าแล้วตัวเองละอ่านบ้างป่ะ”

                “อย่างบาสนะไม่ต้องอ่านหรอก เพราะบาสตั้งใจเรียนในห้องอยู่แล้ว” 

                “จริงอ่ะ พี่เห็นเวลาเรียนบาสชอบนั่งชาญไปเฝ้าพระอินทร์ไม่ใช่เหรอ นี่ไปเข้าเฝ้าจนจะได้เป็นนางสนมพระอินทร์แล้วมั้ง” 

                “ใครว่าบาสแค่พักสายตาหรอก” คราวนี้ขอค้อนให้พี่กาวหนึ่งวงพอเป็นพิธี พี่กาวหัวเราะใหญ่เลยเมื่อเห็นท่าทางของฉัน โอ้ยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเราสองคนจะคุยกันปกติโดยไม่ทะเลาะกันได้ด้วย แบบนี้มันดีจริงๆเลย

                “งั้นพี่กาวจบแล้วเรียนต่อที่ไหนเหรอ” 

                “ถามทำไม”

                “ก็บาสอยากรู้” พี่กาวทำท่าคิดหนักสงสัยยังไม่ได้คิดเลยมั้งเนียะ คนอะไรไม่มีการวางแผนอนาคตล่วงหน้าเลยรึไง

                “อืม....จบแล้วก็คงตามพ่อกับแม่ไปอยู่เมืองนอก แล้วก็คงต้องเรียนต่อที่นู้น หางานทำที่นู้น อาจจะไม่กลับมาที่นี่แล้วก็ได้มั้ง ”

                “................” น้ำตาไหลอ่ะ เศร้าจัง

                “อ้าวเฮ้ย!! บาสร้องทำไม มันยังไม่แน่สักหน่อย แล้วพี่ก็ยังไม่ได้ไปตอนนี้ด้วย” พี่กาวขยับเข้ามาประชิดตัวฉันด้วยความตกใจ  ฉันหันไปมองหน้าพี่กาวทั้งน้ำตาปล่อยโฮออกมาด้วยความเศร้าอีกครั้ง

                “พะ พี่ ไม่รู้ว่าบาสจะเสียใจ พี่ พี่ขอโทษนะ” พี่กาวหน้าซีดเหลืองลงทันทีเมื่อเห็นฉันร้องไห้

                “พี่ขอโทษบาสทำไมอะ” ฉันถามพี่กาวด้วยเสียงสะอื้น พูดเรื่องไรเหรอบาสไม่เข้าใจ

                “ก็บาสเสียใจที่พี่จะไปเมืองนอกไม่ใช่เหรอ” 

                “หา!! บาสจะไปเสียใจเรื่องนั้นทำไมกันพี่กาว” ฉันปาดน้ำตาทั้งสองแก้มทิ้ง

                “อะ อ้าวเหรอ แล้วบาสร้องไห้ทำไม” ตอนนี้หน้าของพี่กาวกลับมาแดงอีกแล้ว

                “ก็นั่นไง แล้วพี่บอกบาสเมื่อไรเหรอว่าพี่จะไปเมืองนอก” ฉันชี้นิ้วไปยังโทรทัศน์ที่อยู่ตรงหน้า คราวนี้พี่กาวหน้าเขียวคิ้วขมวดทำตาดุอีกแล้วอะ แต่พอมองแล้วก็ตลกดีเหมือนไฟจารจรเลย พี่กาวส่งสายตาอาฆาตพยาบาทมาให้อีกเปรี้ยง ก่อนจะลุกขึ้นเดินฮึดฮัดออกไปนอกบ้าน ฉันเลยลุกขึ้นเดินตามออกไป

                “พี่กาวเป็นไรไปอีกละเนียะ โกรธบาสเรื่องไรอีกอะ”

                “เปล่าฉันไม่ได้โกรธเธอ” พี่กาวกลับมาใช้สรรพนามแทนตัวแบบเดิมอีกแล้ว ไม่น่ารักเลย

                “ก็เห็นอยู่ว่าไม่พอใจ” 

                “อย่ามายุ่ง!!”

                “อะไรนะ ไหงพูดงี้อะคนเข้าพูดด้วยดีๆนะ คิดว่าฉันอยากยุ่งด้วยเหรอ ก็ได้อยู่คนเดียวไปเลยนะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วอยู่ข้างนอกเนียะก็เฝ้าบ้านให้ด้วยเลยละกัน เพื่อมีขโมยจะได้เห่าบอก แล้วก็ช่วยเห่าดังๆด้วยนะบาส กลัวจะไม่ได้ยินนะ” ฉันรัวลิ้นพูดไม่ให้คนฟังได้มีโอกาสพูดแทรกขึ้น

“เธอว่าฉันเป็นหมาเหรอ” พี่กาวกัดฟัดกรอดเสียงพูดรอดไรฟันมันยิ่งทำให้น่ากลัว พี่หันขวับมาที่ฉันตางี้ลุกเป็นไฟแถบจะเผาบ้านได้เลย พอรู้สึกตัวว่าถ้าหากยังไม่รีบย้ายตัวเองออกจากตรงนี้คงได้เกิดเหตุฆาตกรรมอำพรางคดีกันแน่ฉันจึงรีบแผ่นเน็บเข้าบ้านล๊อคประตูทันที

“เปิดประตูเดี๋ยวนะยัยบ้า เปิดประตูเดี๋ยวนี้” พี่กาวทั้งทุบประตูทั้งบิดลูกบิดประตู อารมณ์พี่กาวเป็นแบบนี้แล้วใครมันจะกล้าเปิดประตูให้กันล่ะ

“ระหว่างภูเขากับทะเลเธอชอบอะไรมากว่ากัน” มาไม้ไหนอีกละพี่กาว

“จะพาบาสไปเที่ยวเหรอ” ฉันตะโกนถาม ไม่กล้าเปิดประตูออกไปถาม

“เปล่า”

“แล้วถามทำไม”

“ฉันจะหาที่ฝังศพให้เธอต่างหากยัยบาส เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!!” พูดแบบนี้แล้วใครมันจะกล้าเปิดประตูให้กันล่ะ ฉันเลยตัดสินใจปล่อยให้พี่กาวกระฟัดกระเฟียดอยู่นอกบ้านเพียงลำพัง ตอนนี้ฉันได้แต่ภาวนาว่า ขอให้พรุ่งนี้พี่กาวลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปให้หมด ไม่งั้นได้เลือกสถานที่แน่ว่าจะเป็นภูเขา หรือทะเล

**************************************

หวัดดีคับทุกคน เอาตอนต่อไปมาอัพให้แล้วเน้อ แล้วหลังจากนี้กระผมก็ขอตัวหายไปในกรีบเมฆสักพักนะขอรับ  ขอตัวไปรับใช้หัวหน้าให้เต็มที่ จะพยายามมาอัพตอนต่อไปให้เร็วที่สุดถ้าเป็นไปได้คับ แล้วเจอกัน อย่าลืมรอติดตามนะคร๊าบบบบบบบ

เขียนโดย parapanda : 2008-04-16 02:00:37
วันที่ : 11 เมษายน 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 14

“บาสตื่น ตื่นได้แล้วถึงแล้ว ” ฉันสะดุ้งตื่นเพราะโดนเขย่าตัวไม่ได้ตื่นจากการเรียกแต่อย่างได นี่ถ้าเกิดยังปลุกฉันด้วยการเรียกละก็มีหวังเลยป้ายแน่นอน

                “พอขึ้นรถมาปุ๊ปก็หลับปั๊ปเลยนะ” 

“แหะๆ” ฉันแสยะยิ้มให้อย่างเขินๆ แล้วเราสองคนรีบลงจากรถเมล์ทันที เดินกันมาจนมาถึงซอยเข้าบ้านฉัน

“พี่ส่งบาสแค่ตรงนี้ก็พอเดี๋ยวบาสเดินเข้าไปเองได้”

“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวไปส่งให้ถึงบ้านเลย กว่าจะถึงบ้านก็อีกไกลไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ไม่ไกลหรอกบาสเดินไปเองได้พี่อเล็กส์กลับเถอะ”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันไปส่งยัยบาสเอง” ฉันและพี่อเล็กส์หันไปมองเจ้าของเสียงนั่น

“พี่ก้อง,ไอ้ก้อง” ฉันกับพี่อเล็กส์เรียกชื่อพี่ก้องพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พี่ก้องยืนกอดอกพิงอยู่กับเสาไฟฟ้า แต่ดูท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไร

“ไอ้อเล็กส์แกพาน้องฉันไปเตร็ดเตร่เถลไถลที่ไหนวะถึงได้กลับค่ำแบบนี้” พี่ก้องทำเสียงเหี้ยม

“ก็แค่พาบาสไปช่วยเลือกของนิดหน่อยนะ อุตส่าห์มารับเลยเหรอไอ้กาวไม่บอกเหรอว่าฉันจะไปส่งให้ถึงบ้าน”

“ที่หลังแกอย่าทำแบบนี้นะอเล็กส์ฉันไม่อยากมีปัญหาที่หลัง” พี่ก้องทำสีหน้าจริงจัง

“ไม่หรอกน่าแกอย่าคิดมากสิ” พี่อเล็กส์ยิ้ม

“ยังไงแกก็โทรไปเครียร์เอาเองนะรู้สึกตอนนี้จะไม่ค่อยพอใจนายสักเท่าไร”

“เออรู้แล้ว”

“ไปบาสกลับบ้าน” พี่ก้องดึงกระเป๋าและของของฉันมาจากพี่อเล็กส์ แล้วเดินไป ฉันยิ้มให้พี่อเล็กส์ก่อนจะเดินตามหลังพี่ก้องไป

“เออ เดี๋ยวบาส” ฉันหยุดเดินแล้วหันไปมองพี่อเล็กส์ จากนั้นพี่อเล็กส์ก็วิ่งเข้ามาหาฉัน

“มีไรเหรอค่ะ” ฉันจ้องมองใบหน้าคมเรียวมนรูปไข่ได้สัดส่วน ผมสีน้ำตาลอ่อนรับกับผิวหน้าสีแทน คิ้วโกงโค้งเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากเรียวดูน่าสัมผัส ที่สำคัญ ดวงตาสีฟ้าแกมเขียวหม่นนี่สิที่ทำให้ฉันแทบละลาย

“เอ้านี้พี่ให้ของตอบแทนที่วันนี้ไปเป็นเพื่อนพี่เลือกซื้อของขวัญ” ฉันยื่นมือรับของจากพี่อเล็กส์

“ขอบคุณค่ะ” กล่องของขวัญสีฟ้าติดริบบิ้นโบว์สีแดงสด อะไรกันหว่า จะไม่รับก็เกรงใจอยู่คนเขาอุตส่าห์เต็มใจให้ เฮอะๆๆ

“อเล็กส์!!” พี่ก้องตวาดเสียงเข้ม

“อะไรกันวะไอ้ก้องมันไม่มากไปหน่อยเหรอของแค่นี้เองนะเว้ยจะอะไรกันหนักกันหนานะ” พี่อเล็กส์พูดเสียงดุ คราวนี้ถึงตาพี่อเล็กส์ไม่พอใจบ้าง

“เฮ้อ~~ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ” พี่ก้องถอนใจใบหน้าเบื่อหน่ายเต็มกลืนก่อนจะหันขวับแล้วเดินนำลิ่วไป

“ไม่รู้มันจะหวงอะไรนักหนา” พี่อเล็กส์บ่นขมุบขมิบอย่างเซ็งๆ ฉันได้ยิ้มแหย่ๆให้ พี่อเล็กส์ก็ยิ้มตอบในลักษณะเดียวกัน ฉันจึงบอกลาพร้อมโบกมือ แล้วรีบวิ่งตาพี่ก้องไป

 

“นี่มันเรื่องอะไรกันอ่ะพี่ก้องบาสงงไปหมดแล้วนะ พี่ไม่พอใจพี่อเล็กส์เรื่องอะไรเหรอ” ฉันจับแขนพี่ก้องเขย่าเบาๆ

“ไม่มีอะไร” พี่ก้องสะบัดแขนออกทันที

“ก็เห็นๆอยู่” 

“ไม่รู้สักเรื่องจะตายไหมห่ะ!!” 

“พี่ก้องอะ” ฉันหยุดเดินอย่างไม่พอใจ ไม่อยากรู้ก็ได้วะ 

“มีไร” พี่ก้องหยุด มองมาที่ฉันอย่างรำคาญใจ

“ขี่หลังหน่อยดิ” 

“อะไรนะ ไม่มีทางซะล่ะ” 

“น่านะ นี่ฉันปวดขาไปหมดแล้วเดินไม่ไหว ป๊วดปวด” ฉันนั่งลงบีบขาตัวเอง ตีหน้าเศร้า เจ็บ ปวด ทรมาน เอามาให้หมดทุกแบบ

“เรื่องไร” 

“น่านะ นะนะ นะ ” ฉันทำสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์  ไม่รู้จะกลายเป็นอ้อนวอนบาทารึเปล่า ตอนนี้ชักเกรงๆอยู่เหมือนกัน

“เฮ้อ~~ ก็ได้ก็ได้” พี่ก้องก้มตัวลงนั่งยองๆ อิ อิ สำเร็จ

“เย้ พี่ก้องน่ารักที่สุดเลย” ฉันรีบลุกขึ้นวิ่งไปขี่หลังพี่ก้อง

“อะไรไหนว่าปวดขาไง ไหงวิ่งซะปรื้อเลยวะ” 

“พี่ก้องรับปากแล้วห้ามเปลี่ยนใจนะ”  แล้วพี่ก้องก็ค่อยๆยกตัวขึ้นอย่างระมัดระวัง ทำแกล้งเดินโซซัดโซเซ ทำแบบนี้กลัวตกนะเฟ้ยไอ้พี่ก้อง แต่ในที่สุดพี่ก้องก็เดินปกติทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมานิดเติมเอส

“เธอนี่มันตัวหนักชะมัดเลย” 

“นี่แหนะ ว่าบาสตัวหนักเหรอ” ฉันกอดคอพี่ก้องแน่น

“ไอ้บาสฉันหายใจไม่ออก” 

“จะว่าฉันตัวหนักอีกมั้ย” ฉันกอดคอพี่ก้องแน่นกว่าเดิม

“เออ ถ้าแกไม่อยากตกก็ปล่อยเดี๋ยวนี้” พี่ก้องพูดด้วยอาการอึดอัด ฉันเห็นทีว่าถ้ายังไม่เลิกทำแบบนี้พี่ก้องคงต้องปล่อยฉันตกแน่ๆฉันจึงคลายแขนออกกอดคอพี่ก้องหลวมๆ พี่ก้องสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะใช้มือตีหัวฉันเบาๆ

 

                “บาส ลงมาทานข้าวได้แล้วลูก !!” เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกกินข้าวของแม่ฉันจึงรีบกระโดดลุกจากเตียงทันที

                “ค๊าาา เดี๋ยวบาสลงไป” ฉันตะโกนบอกแม่แล้วเดินไปหยิบอาหารมาใส่ให้โจชัวร์สัตว์เลี้ยงตัวน้อยน่ารักของฉัน แล้วรีบวิ่งลงบันไดไปยังโต๊ะอาหารในห้องครัวอย่างชื่นมื่น

                “วันนี้มีอะไรทานบ้างค่ะ......มาอยู่นี่ได้ไง” ฉันต้องอึ้งหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นพี่กาวมานั่งทำหน้าปั้นเจ้ออยู่ที่โต๊ะหารด้วย

                “พี่กาวกลับบ้านไปเลยนะ” พี่กาวคิ้วขมวดทันที

“บาสอย่าเสียมารยาทสิ นั่นเพื่อนพี่ก้องนะ” แม่ปรามเสียงเรียบ

“บาสรู้ค่ะ ถึงได้กล้าไล่เขากลับไง” ฉันยังคงยืนเท้าสะเอวอยู่หัวโต๊ะ

“บาสนิ แม่ไม่ชอบนะทำตัวนิสัยแบบนี้ พี่เขาไปทำอะไรให้นะ พี่เขาออกจะน่ารัก” แม่โดนไอ้พี่บาสหลอกให้แล้วละ ไม่รู้เหรอว่าไอ้ผู้ชายคนนี้มันทำอะไรกับบาสไว้บ้าง

“ไม่เป็นไรครับคุณป้าผมไม่ถือครับ น้องเขาคงไม่ค่อยจะชอบผมสักเท่าไร งั้นผมไม่รบกวนดีกว่าครับ ผมไม่อยากให้น้องเขาไม่สบายใจหากผมจะร่วมโต๊ะทานข้าวด้วย” พี่กาวลุกขึ้นยืน พูดจาเจี๊ยมเจี้ยมเกินไปแล้วนะ แถมยังจะทำหน้าตาน่าสงสารอีก

“ไม่เป็นไรจ๊ะกาวนั่งลงเถอะไม่ต้องไปสนใจ ใครไม่พอใจช่างเขาปะไร ป้าพอใจซะอย่าง” แม่พูดกับพี่กาวจบก็หันมาส่งสายตาพิฆาตมารให้ฉันเปรี๊ยะๆ แล้วหันไปง่วนกับการจัดอาหารต่อ ได้ทีพี่กาวหันมายิ้มเยาะให้ฉันก่อนจะนั่งลงอย่างเดิม

“ขอบคุณมากครับคุณป้า และก็ขอโทษนะครับที่มารบกวน” พูดจาอ้อนซะนะ แต่หน้าตานี่สิเยาะเย้ยฉันสุดฤทธิ์ อยากให้แม่หันมาเห็นจริงๆ  ไอ้คนตีสองหน้า แหวะ ฉันแลบลิ้นไส่

“ต๊ายตาย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นเพื่อนก้อง หน้าตาก็หล่อ นิสัยก็ดี ผิดกับก้องเขาเลย” ถ้าพี่ก้องมาได้ยินน่าสงสารชะมัด แหมก็พี่ก้องเราหล่อน้อยกว่าไอ้พี่กาวนี่สักเท่าไรกัน นิสัยพี่ก้องนะดีกว่าไอ้พี่กาวนี้ตั้งเยอะ แม่ไม่รู้อะไร

“ว่าแต่พี่ก้องล่ะแม่”  ฉันค้นใส่พี่กาววงใหญ่ก่อนจะเดินไปหาแม่ที่ยังจัดจานอาหารไม่เสร็จ

“แม่ขอช่วยให้ไปตามคุณพ่อมาทานข้าวนะ ขานั้นนะสงสัยอยู่บ้านลุงจาหน้าปากซอยนู้น” แม่ฉันส่งจานกับข้าวมาให้ฉัน

“ไปนั่งคุยกันเรื่องแข่ง NBA อีกละสิ บ้าบาสพอกันทั้งคู่เลย” ฉันวางจานกับข้าวบนโต๊ะ แล้วหันไปแหวใส่พี่กาวที่กำลังนั่งเหม่อ ไม่รู้ใจลอยไปถึงดาวพลูโตหรือยังนะ

“นี่พี่กาวมาช่วยกันมั้งสินั่งนิ่งอยู่ได้” พี่กาวมองหน้าทำตาขวางใส่ฉัน นี่ฉันจะหาเรื่องใส่ตัวมากไปรึเปล่าวะ เดี้ยะพรุ่งนี้เดี้ยงแน่เรา

“อ๊ะ!! ไม่เป็นไรค่ะพี่กาวนั่งเฉยๆดีกว่าเดี๋ยวบาสบริการเองเนอะพี่กาวอยากได้อะไรบอกค่ะบาสจัดการให้ “  ฉันยิ้มหวานให้ทำให้พี่กาวอึ้งแกมงงเล็กน้อยสงสัยต้องคิดว่า อีนี่มาไม้ไหนกันฟ่ะ

“อานุชฮะ อานนท์บอกว่าให้ทานก่อนได้เลยฮะไม่ต้องรอ บอกว่าคืนนี้จะไปเฮกับลุงจาที่ร้านเจ๊ไก่ฮะ” เสียงของพี่ก้องที่เดินควงกุญแจรถมอเตอร์ไซด์มาอย่างร่าเริง

“บาสน้ำเย็นให้แก้วดิเร็วๆด้วย” นั่งลงปุปก็สั่งเลยนะ ฉันไปเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วส่งให้พี่ก้อง

“Thank” พี่ก้องดื่มน้ำรวดเดียวหมดแก้วแล้ววางลง เอนตัวพิงผนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ฉันรับจานจากแม่มาวางไว้บนโต๊ะแล้วก็นั่งลงข้างพี่ก้อง แล้วก็เล่าเรื่องที่พี่อเล็กส์ถูกฝรั่งมาถามทางให้พี่ก้องฟัง ทำให้ทุกคนต่างพากันหัวเราะชอบใจในความกล้าหรือบ้าของพี่อเล็กส์ก็ไม่รู้ที่ยังอุตส่าห์ตอบทั้งๆที่พูดไม่ได้ แต่มันไม่ได้ทำให้พี่กาวขำเลยกลับเอาแต่นั่งทำหน้าบึ้งตึงเหมือนคนปวดอึยังไงก็อย่างงั้นเลย

*******************************************************

เม้นท์ๆโหวตๆให้ด้วยนะฮับจะได้มีกำลังใจเขียนต่อ แม้จะต้องเจอกับงานที่กำลังจะทับตายอยู่แล้ว เฮ้ออ เศร้า ช่วยภาวนาให้กระผมได้ถูกล๊อตเตอร์รี่สัก 120 ล้านก็แล้วกัน จะได้ลาออกจากงานมาซะเลยอิอิ แต่จะได้เหรอ ก็ไม่เคยซื้อเลยนี่หว่า

เขียนโดย parapanda : 2008-04-11 23:39:46
วันที่ : 10 เมษายน 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 13

ฉันเดินตามหลังพวกพี่ทั้งสามอย่างเงียบๆโดนสั่งให้ตามไปนู้นมานี่แต่ใจอยากจะกลับบ้านเต็มทนแล้ว หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านของพี่ยูฉันก็ไม่เอ่ยปากต่อว่าอะไรพี่กาวทั้งสิ้นไม่อยากให้มีปัญหาตามมาที่หลังเพราะยังมีไอ้สัญญากับกฎบ้าๆนั่นค้ำคออยู่ เดี๋ยวพี่แกจะพาลหาเรื่องให้ทำนู้นทำนี่ให้เหนื่อยตัวฟรีเสียเปล่าๆได้แต่คิดในใจว่าทนไปอีกไม่นานไอ้พวกรุ่นพี่นั่นก็จะจบแล้ว

“นี่พาปากมาด้วยรึเปล่า ถามอะไรก็ไม่ตอบ” ฉันมองหน้าพี่กาวที่ยืนทำหน้าเซ็งๆจ้องหน้าฉันเขม่ง

“ยังมายืนบื้ออยู่อีกทำหน้าง้ำหน้างอมีอะไรว่ามา”

“เปล่า” พี่กาวลากตัวฉันออกมาคุยหน้าร้านหนังสือปล่อยให้พี่อเล็กส์และพี่อาร์มยืนดูหนังสืออยู่ภายในร้าน

“ก็เห็นอยู่ว่าทำ”

“ก็บอกว่าเปล่าไง” ฉันค้อนปฏิเสธเสียงแข็ง

“แบบนี้ยังจะบอกว่าเปล่าอีกเหรอ หรือว่าเธอไม่พอใจเรื่องที่เกิดขึ้น” ฉันมองหน้าพี่กาวคนรู้ทัน ใบหน้าของพี่กาวบึ้งตึงไปด้วยความไม่พอใจ ฉันหลุบตามองต่ำไม่กล่าวตอบโต้อะไร

“ใช่เธอคงไม่พอใจที่ฉันสั่งห้ามไม่ให้เธอไปพบไอ้เจ้าของร้านขี้หลีนั่น ทำตัวเป็นพวกล่อลวงเด็ก”

“พี่ยูไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อยอย่ามากล่าวหาเขานะ” ฉันพูดเสียงแข็ง

“รู้จักกับมันมานานแค่ไหนกันถึงได้ออกตัวปกป้องกันแบบนี้ ขอทราบหน่อยเถอะว่าเธอเป็นอะไรกับมัน” พี่กาวหรี่ตามองแววตาดุทำให้ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมาแต่ก็ต้องข่มความกลัวเอาไว้

“บาสจะเป็นอะไรกับพี่ยูมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับพี่กาวสักหน่อยแล้วที่พี่กาวห้ามไม่ให้ไปเจอพี่ยูก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะเพราะถึงยังไงบาสก็หาทางไปหาพี่ยูให้ได้อยู่ดี ”

“บาส!!” พี่กาวแผดเสียงตวาดทำให้ฉันถึงกับสะดุ้งหน้าตื่น

“อย่ามาทำเสียงดังนะพี่กาว” ฉันพูดเสียงตะกุกตะกักเพราะความตกใจผนวกกับความกลัว

“ทำไม” พี่กาวยังคงทำน้ำเสียงดุ

“บาสไม่อยากพูดกับพี่กาวแล้ว” พูดจบฉันก็เสหน้าหันไปทางอื่นไม่สนใจคนที่อยู่ตรงหน้าทำให้พี่กาวเกิดอาการไม่พอใจมากกว่าเดิม

“อะไรกันออกกันมาตั้งแต่เมื่อไร” พี่อาร์มเดินเข้ามากอดคอพี่กาวแล้วเขย่าเบาๆ ทั้งฉันและพี่กาวต่างยืนเงียบ

“แล้วแกเป็นอะไรไปวะทำไมยืนหน้าบึ้งเหมือนตูด” พี่อเล็กส์ที่เดินตามมาสมทบที่หลังสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนจึงเอ่ยถาม

“ไม่มีอะไรกลับกันเถอะ” พี่กาวเปลี่ยนสีหน้ามาอยู่ในโหมดปกติแต่ก่อนจะเดินนำไปพี่แกก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาให้ฉันเล่นเอาเสียวสันหลังเลย

“แกจะกลับแล้วใช่มั้ยงั้นฉันขอพาตัวบาสไปก่อนนะพอดีมีเรื่องอยากให้บาสช่วย” พี่อเล็กส์จับมือฉันแล้วลากตัวฉันที่ยืนเหวอไปอีกทาง

“เดี๋ยวพี่อเล็กส์”

“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันไปส่งให้ถึงบ้านเลย” ฉันหันไปมองคนที่เราทิ้งมา พี่กาวยืนมองเราไม่นานก็รีบหันขวับเดินไปทันที

 

“หิวไหมบาส” พี่อเล็กส์ถามฉันเมื่อเราเดินผ่านร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในห้าง

“ไม่ค่ะ ว่าแต่พี่จะให้บาสช่วยอะไรค่ะ” ฉันเงยหน้าถามไอ้คนร่างสูงที่เดินขนาบข้างจับมือฉันอยู่ อีกมือก็ช่วยถือของให้ฉัน ฉันถามพี่อเล็กส์ว่าทำไมต้องจับมือกันด้วย รู้ไหมคำตอบที่ได้คืออะไร พี่อเล็กส์กลัวว่าฉันจะหลงทางก็เลยต้องเดินจูงมือกันไว้จะได้ไม่หลง นี่เห็นฉันเป็นเด็กอนุบาลเหรอไงนะ  แต่พอเดินกับพี่อเล็กส์แล้วมันทำให้ฉันดูเตี้ยชะมัดเลยก็เพราะความสูงของฉันมันได้แค่อกของพี่อเล็กส์เท่านั้นเอง

“ซื้อของขวัญ”   

“ซื้อให้ใครเหรอค่ะ แฟน

“ซื้อให้น้องสาวนะ”

“น้องสาว พี่มีน้องสาวด้วยเหรอ บาสไม่เห็นรู้เลย”

“อืม อีกสองวันก็จะครบ 4 ขวบแล้ว”

“