วันที่ : 28 พฤษภาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 19

“กลับมาแล้วค๊า” ฉันเดินเข้าไปในครัวเปิดตู้เย็นหยิบน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหาย

                “เดี๋ยวนี้กลับบ้านช้าจังเลยนะไปถเลถไลที่ไหนมาอีกละ” แม่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารค่ำพูดเชิงดุ

                “ไม่เอานะจ๊ะนุชอย่าทำหน้าดุสิจ๊ะ” พ่อทำเสียงอ่อนเสียงหวานคลอเคลียแม่อย่างออดอ้อนโบกมือพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาไล่ฉันไห้ออกไป ชิอยากอยู่สวีทกันสองคนล่ะสิ เออก็ได้ฟระไม่อยู่เป็นก้างขวางคอก็ได้ทำตัวเป็นข้าวใหม่ปลามันกันอยู่ได้ เป็นแบบนี้ที่ไรไม่เคยเห็นหัวฉันสักที เซ็งค่าเซ็ง ฉันวางแก้วน้ำแล้วเดินออกจากครัวไปปล่อยให้พ่อกับแม่ให้อยู่ในครัวกันเพียงลำพัง ฉันเดินขึ้นมาบนห้องเมื่อเปิดประตูห้องสิ่งที่เห็นมันทำให้ฉันต้องตกใจ

                “จ๊ะพิกานต์” ใช่ค่ะยัยพวกนี้มานั่งทำหน้าปั่นเจ๋ออยู่บนห้องฉันส่งสายตาส่อแววอยากรู้อยากเห็นมาเต็มพิกัด

                “ว่าไงจ้ะยัย กีรติ ทำไมเพิ่งเลิกเรียนเหรอไงย่ะหล่อน” ยัยพิทำหน้าเย้ยแต่ก็ไม่วายจะปนความกระแดะแอ็บแบ่วของมันเข้าไปด้วย

                “นี่แกจะไปไหนทำไมไม่บอกกันบ้างวะดีนะที่พวกเราไม่หลุดบอกพ่อกับแม่แกว่าแกไม่ได้ย่างกรายไปโรงเรียนวันนี้นะ”

                “โทษทีจ๊ะพอดีฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะหยุดเรียนอ่ะนะก็เลยลืมโทรบอกพวกแก” ฉันเดินเข้าไปวางกระเป๋าบนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง

                “บาสจ้า” ยัยพิทำเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับเอามาลูบตัวฉัน

                “อะไร” ฉันปัดมือยัยพิออก

                “พ่อแกนี่หล๊อหล่อไม่เปลี่ยนเลย เห็นกี่ครั้งก็ยังคงทรมารใจกระเทยอย่างฉันอย่างแรงขอบอก ช่วยถามพ่อแกหน่อยดิว่าไม่สนใจลองของแปลกบ้างเหรอ” เอ๊ะ อี่นี่ก็เล่นของสูง พ่อตูมันก็ไม่เว้น

                “ฟังนะยัยพิถึงพ่อฉันจะเจ้าชู้ขนาดไหนแต่พ่อฉันก็คงไม่คิดสั้นขนาดเอาของแปลกอย่างแกมาทำเมียน้อยหรอกยะ ” 

                “ชิ” ยัยพิสะบัดหน้าใส่ เพี้ยง!! ขอให้หัวมันหลุดออกจากตัว

                “นี่มาคุยเรื่องนี้กันก่อนดิ นี่บาสแกรู้ไหมว่าพวกฉันตกใจนะที่จู่ๆพี่ก้องไปหาเราที่ห้องด้วยใบหน้าตื่นบอกว่า แกเดินสะดุดกอหญ้าล้มลงทำให้ไวรัสไข้หวัดไส้เดือนแทรกซึมเข้าสู่บาดแผลและแล่นเข้าสู่สมองทำปฏิกิริยากับขี้เลื่อยที่มีอยู่ไหลเข้าไปอุดตันเซลล์สมองซีกขวาส่งผลกระทบต่อการทรงตัวทำให้เดินไม่ได้เพราะข้อเท้าแพลง แล้วให้บอกอาจารย์ว่าแกไม่สบาย” รู้สึกว่าไอ้กานต์จะจำได้ทุกประโยคเลยนะ แล้วไอ้ขี้เลื่อยของพี่แกมันเกี่ยวอะไรกับการทำให้ข้อเท้าแพลงฟ่ะ บ้าแล้วพี่ตู

                “แล้วตกลงแกหายไปไหนกันแน่ย่ะ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย และที่ฉันสงสัยไม่หายก็คือว่า พี่กาวสุดหล่อไม่มาเรียนด้วยวันนี้ หรือว่าแกหายไปกะเค้า”

                “พี่ก้องให้ฉันไปเฝ้าไข้พี่กาว” ฉันตอบคำถามไอ้พวกที่อยากรู้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนสะปริงตัวลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจก

                “แล้วพี่กาวป่วยเป็นไร” ยัยพิกระดื๊บเดินเข้ามาใกล้ ยัยนี่มันฟังบ้างป่าวฟ่ะก็บอกอยู่เหม็บๆว่าเฝ้าไข้ก็ต้องเป็นไข้สิ ยังเจือกมาถามอีกว่าป่วยเป็นอะไร

                “โรคบ้า” ฉันพูดเสียงในลำคออย่างหมั้นไส้เมื่อนึกถึงหน้าไอ้พี่กาว

                “แกว่าอะไรน่ะ”

                “อะ อ้อ ก็บอกว่าเป็นไข้หวัดนะ” ฉันยิ้มให้ยัยพิ แล้วจัดการรวบผมของตัวเองโดยการม้วนเป็นมวยแล้วติดที่หนีบผม แลซ้ายแลขวา

                “ว้ายยยยตายแล้ว” ฉันต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆยัยพิก็ร้องโวยวายขึ้นมา

                “เป็นอะไรพิ” ทุกคนต่างตกใจรีบลุกเดินปรี่เข้ามาหายัยพิ

                “ยัยบาสนี่มันรอยอะไรกันย่ะ” ยัยพิใช้นิ้วจิ้มที่ต้นคอของฉัน ก้มหน้าลงมองอย่างพินิจพิจารณา

                “รอยอะไร” ฉันยกมือขึ้นจับที่คอ

                “กรี๊ดดดดตรงนี้ก็มีด้วย” ยัยพิเหลือบสายตามาเห็นที่ข้อมือ ฉันเหลือบมองตามสายตาของยัยพิและสายตาของพวกที่เหลือ รอยแดงเป็นจ้ำนั่นมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างแรงฉันรู้สึกวาบขึ้นมาเมื่อนึกถึงต้นเหตุของรอยนั้น

                “อ้อ สงสัยคงโดนแมลงกัดมั้ง” โอ้ยใจเย็นอย่าพูดตะกุกตะกักสิฟ่ะไอ้บาส รู้สึกหน้ามันวูบวาบยังไงพิกลพวกนั้นจะเชื่อมั้ยนะ

                “อย่ามาทำเนียนสตรอเบอร์เร่อเห่อ(ใหญ่กว่าสตอรเบอร์รี่ค่ะ)กับฉันนะย่ะฉันไม่เชื่อแกหรอก” จ๊ะกับกานต์พยักหน้าเห็นด้วยกะยัยพิ ตูว่าแล้วมีเหรอพวกนี้มันจะเชื่อฉัน

                “จริงๆ เนียะยังคันอยู่เลย” ฉันแกล้งเกาเบาๆตรงรอยที่ขอมือและต้นคอ

                “ถ้าแค่ที่ข้อมือฉันยังคงพอจะเชื่ออยู่หรอก แต่ไอ้ที่ต้นคอเนียะมันตัวอะไรไม่ทราบถึงได้กัดจนมันแดงจนช้ำเลือดแบบนี้หะ “ ฉันรีบวิ่งไปหยิบกระจกพับมาส่งดูที่กระจกบานใหญ่  กรี๊ดดดดด ไอ้พี่กาวมันทำรอยไว้ขัดแจ้งแดงแจ๋เลย

                “พี่กาวเป็นคนทำใช่มั้ย” ยัยพาวเวอร์พัฟเกิร์ลสามตัวนั้นพูดขึ้นพร้อมกัน

                “อย่าเสียงดังสิห้องฉันไม่ใช่ห้องเก็บเสียงนะ” ฉันยกนิ้วจุ๊ปากให้พวกนั้นลดวอลูมเสียงลง”

“ใช่มั้ย ใช่มั้ย” พวกนั้นลดเสียงลงตามคำขอ

“อืม” ฉันพยักหน้าค่อยๆอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขืนไม่ให้คำตอบยัยพวกนี้สิมีหวังพวกมันไม่ยอมกลับบ้านกันแน่น่อน

“กรี๊ดดดดดดดดดดตาย..อุ๊บ” เอาอีกแล้ว ฉันรีบเอามือปิดปากทันทีที่เสียงแหลมของยัยพิดังขึ้น

“บอกว่าให้เบาๆไง” ยัยพิพยักหน้ารับทราบฉันจึงคลายมือออก

“บาสเป็นอะไรไปรึเปล่า พ่อได้ยินเสียงร้อง” พ่อตะโกนถามพร้อมทั้งทุบประตูหลายครั้ง เพราะเสียงของยัยพิแท้ๆเลย ฉันรีบเดินไปเปิดประตู

“ไม่มีใรคะพ่อ พอดีแมลงสาบมันวิ่งออกมาแล้วยัยพิเค้าก็ตกใจเลยร้องเสียงดังไปหน่อย” จะตกนรกไหมเรา พ่อพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด

“พ่อก็ตกใจนึกว่าใครเป็นอะไร”

“เป็นสิค่ะคุณพ่อขา....” ยัยพิรีบวิ่งเข้ามากระแทกตัวฉันให้ออกจากประตูเบาๆ แล้วรีบคว้าแขนพ่อเอาหน้าเอาตัวไปกระแซะไม่เพียงเท่านั้นยังพยายามเอาหน้าเข้าไปใกล้หน้าพ่อฉันอีกแถมส่งสายตาหวานเยิ้ม นึกภาพนะค่ะว่ามันจะน่าเกลียดและทุเรศขนาดไหน ก็ยัยพินะสูงตั้ง 174  ส่วนพ่อฉันสูงกว่ายัยพิสัก 10 เซ็นได้มั้ง ส่วนพ่อไม่รู้หรอกว่ายัยพิมันหวังผลอะไรได้แต่ยืนให้มันแทะโลมอยู่ สงสัยกว่าพ่อฉันจะรู้ตัวคงตัวแหว่งไปแล้วครึ่งตัวแน่ๆ

“พิกลั๊วกลัวค่ะคุณพ่อขาตัวมันย๋ายใหญ่มากเลยค่ะคุณพอขา” ยัยพิทำเสียงอ่อนเสียงหวานลากเสียงยานชวนขนลุก น่าสยดสยองกับเสียงที่ได้ยินจิบเป๋ง

“เหรอไหนมันอยู่ไหนเดี๋ยวพ่อจัดการให้” พ่อฉันพยายามแกะตัวยัยพิออก แต่ยัยพิไม่ยอมปล่อยฉันจึงใช้มาตรการมืออสูรพิฆาตมาร คือ การใช้มือจับไปที่ต้นคอของยัยพิอย่างนุ่มนวลและแผ่วบ่อย ยัยพิสะดุ้งหลุบคอทันทีแล้วจากนั้นฉันค่อยๆขยับนิ้วเพิ่มความสยิวคราวนี้ยัยพิถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกับดิ้นพราดๆเพราะความจักกะจี้ นี่แหละค่ะจุดอ่อนขอยัยนี่ จากนั้นฉันก็มาปั้นน้ำต่อ

“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ มันโดนยัยพิกระทืบจนไส้ทะลัก สมองไหล ขี้กระเจิง เละคาตีนไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วล่ะคะ” ฉันแสยะยิ้มให้กับพ่อที่ทำหน้างงเล็กน้อย

“เหรอ” 

“ค่ะ” ฉันพยักหน้า

“ง้านนน พ่อกับแม่ออกไปทานข้าวข้างนอกนะ” คุณพ่อยิ้มหวาน

“อ้าว ก็เมื่อกี้แม่ทำกับข้าวอยู่นี่ค่ะแล้วทำไมจะออกไปกินข้างนอกอีกอ่ะ” คุณพ่อไม่ตอบอะไรคราวนี้ยิ้มหวานมากกว่าเดิม ฉันก็พอจะเดาออกว่าทำไม

“บาสไม่ต้องรอเปิดประตูนะเพราะพ่อกับแม่อาจจะกลับดึกบาสทานข้าวเสร็จก็เข้านอนได้เลย” พ่อเดินผิวปากอย่างอารมณ์สุนทรีย์ลงบันใดไป ให้ตายสิทุกทีเลยชอบทำเหมือนเราไม่มีตัวตนชอบหนีไปสวีทกันสองคนอยู่เรื่อย

“รับทราบค่ะ” ฉันตะโกนไล่หลังคุณพ่อไป จากนั้นฉันก็โดนยัยพวกนั้นฉุดกระชากตัวมาซักไซร้ไล่เรียงเอาคำตอบต่อ

เขียนโดย parapanda : 2008-05-28 13:04:42

/1