วันที่ : 30 พฤษภาคม 2551
ชื่อเรื่อง : ไม่มีเรื่องเรื่องสั้น :
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 20

“โอ้ยๆๆๆ หิวข้าวจังเลย อย่าเพิ่งร้องนะโอ๋ๆๆ” ฉันรีบเสเปลี่ยนเรื่องทันที เอามือลูบท้องปลอบพยาธิที่กำลังร้องขออาหารอยู่ในท้อง เตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ไม่วายโดนยัยพวกนั้นจับตัวไว้อีกจนได้

“มานี่เลย ฉันยังไม่เครียส์   แกยังเด็กอยู่นะทำไมถึงได้ทำแบบนี้กันหะ พวกฉันไม่ห้ามหรอกนะที่แกจะมีแฟนแต่ก็ใช่ว่าพี่กาวกะแกจะคบกันไปตลอดถูกมั้ยของแบบนี้มันไม่แน่นอน แกก็ไม่น่าจะยอมพี่กาวทำอะไรจนมันเกินเลยเลยนี่หว่า อนาคตของแกยังอีกไกลนะถ้าเกิดพลาดขึ้นมาจะทำไงอนาคตของแกไม่ดับวูบเหรอ แล้วถ้าเกิดพ่อแม่แกรู้ว่าลูกสาวคนเดียวของท่านทำแบบนี้ท่านจะเสียใจแค่ไหน คิดดูดีๆนะบาส ที่ฉันพูดเพราะว่าฉันเป็นห่วงแกนะเว้ย!! ” กานต์ผู้รักความถูกต้องกล่าวอย่างสีหน้าเคร่งเครียด เทศนาให้ฉันฟังไปหลายกันต์เลยทีเดียว แล้วมันพูดเรื่องอะไรวะยิ่งฟังยิ่งงง

“แกพูดเรื่องอะไร แล้วใครแฟนใคร เฮ้ย!! มันงงนะเนี่ย” ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันมองพวกนั้นอย่างไม่เข้าใจ

“ยังจะมาทำหน้าควายงงอีกยัยบาส ที่ยัยกานต์มันพูดมันก็หมายถึงแกกะพี่กาวไง” ยัยจ๊ะทำหน้าตึง

“อะไร” 

“ยังจะมาอะไรอีกก็แกกะพี่กาวกำลังกิ๊กกันอยู่ใช่ป่ะ แล้วพวกแกก็ กร๊อก กร๊อก กันแล้วใช่ป่ะ” ยัยพิเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างมาแตะกันทำตาหื่น

“จะบ้าเหรอไม่ใช่สักหน่อย แล้วให้ที่แกทำเสียงอยู่เนี่ยมันอะไรกัน” แกล้งทำมึนใส่พวกมันซะ ดูดิมันจะพูดออกมาอ่ะป่าว

“โอ้ย!!แก อยากจะบ้าตาย เอาเป็นว่าแกกะพี่กาวมีอะไรกันแล้วใช่ป่ะ” ยัยพิทำหน้ารำคาญฉันเต็มสาว

“พวกแกจะบ้าเหรอคิดอะไรกันไปไกลถึงดาวเนปจูนแล้ว ฉันกับพี่กาวไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วก็ไม่ได้มีอะไรกันทั้งนั้น”

“แล้วไอ้รอยคิสมาร์กนี่ล่ะจะอธิบายว่าไง” ยัยพวกนั้นใช้สายตาคาดคั้นความจริงกับฉันอีกรอบคราวนี้ฉันก็เลยต้องอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังเพื่อไม่ให้พวกนั้นคิดไปไกลจากดาวเนปจูนจนไปดาวพลูโต

“เรื่องก็เป็นอย่างที่เล่ามาแหละเพราะฉะนั้นห้ามคิดอะไรประหลาดๆอีกเข้าใจมั้ย” ฉันทำตาดุใส่ยัยพวกนั้นพยักหน้าหงึกๆรับรู้ บทจะเข้าใจอะไรง่ายก็ง่ายกันเหลือเกินนะ

“นี่! แล้วถ้าหากฉันทิ้งรอยกัดไว้บนตัวขาวๆขอพี่กาวบ้างละ พี่กาวจะแก้แค้นฉันคืนด้วยการทำคิสมาร์กบนตัวฉันคืนรึเปล่าน้า ถ้าเป็นงั้นล่ะก็จะกัดพี่กาวมันทั้งตัวเลยเชียว อิอิ” เอาอีกแล้วครับท่านยัยพิเข้าโหมดหื่นอีกแล้วครับ

“งั้นแกก็ลองดูสิยัยพิ ฉันว่าแกต้องโดนพี่กาวทำมากกว่าทิ้งรอยจูบแน่” ยัยจ๊ะพูดด้วยสีหน้าจริงจังแต่ไหงมันดูไม่น่าเชื่อถือเลยฟระ

“เหรอแก” ยัยพิทำตาตื่นขึ้นมาทันที

“อืม มากว่ารอยจูบแน่นอน...... เพราะว่ามันจะได้ทั้งรอยฝามือ และรอยฝาตีนอ่ะดิ ไอ้เกื้อม” ยัยจ๊ะส่งสายตามารใส่ยัยพิทำหน้าแหย ก่อนจะสะบัดหน้าใส่ยัยจ๊ะ เอาล่ะค่ะ ก่อนอื่น เรามาความขยายความของคำว่า ‘เกื้อม’กันก่อนนะค่ะ

เกื้อม เป็นคำที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ที่พวกเราใช้เรียกยัยพิ ซึ้งคำนี้จะรวบรวมเอาคำต่างๆมารวมกันคือ กระแดะ บ้า เบ๊อะ บ๋อง ต๋อง เพี้ยน เอียน เอือม หื่น  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาที่จะต้องเอาคำต่างๆเหล่านั่นมาสรรเสริญเยินยอยัยพิเพื่อนรักของเรา จบการรายงานค่ะ

“นี่ฉันลองมาคิดๆดูนะ ฉันว่าพี่กาวต้องชอบแกแน่ๆ” ยัยพิใช้นิ้วเกลี่ยริมฝีปากตัวเองก่อนจะดีดนิ้วเมื่อคิดออก

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าคิดอะไรประหลาดๆ” เซ็งไอ้พวกนี้จริงๆเลยคิดอะไรแต่ล่ะอย่าง

“มันก็ไม่แน่นะแก แกลองคิดดูดิจากเรื่องต่างๆที่แกเคยเล่าให้พวกฉันฟังเรื่องนั่นเรื่องนู้นแล้วก็เรื่องนี้อีกมันก็ชวนให้คิดอยู่น่า” ยัยพิพูดไปพรางพร้อมกับยืนตบแป้งที่หน้าอย่างเมามัน ฉันไม่น่าไปเล่าเรื่องที่ผ่านมาให้พวกนี้ฟังเลย

“มันไม่มีอะไรเลยก็อย่างที่บอกเค้าก็แค่อยากจะแกล้งฉันก็เท่านั้น”

“ถ้าไม่ใช่พี่กาวก็ต้องมีคนใดคนหนึ่ง” ยัยจ๊ะพูดเสริมขึ้นมา

“นี่ฟังกันบ้างป่าวฟ่ะก็บอกว่าไม่มีอะไรในกอหญ้าไง” ฉันส่ายหน้าแล้วหย่อนตัวลงนั่งบนที่นอน

“อืม ฉันว่าเราลองมาลิสต์ดูดีกว่านะว่าจากที่ฉันสืบแอนด์เสือกทราบมา แล้วความน่าจะเป็นมันเป็นใครกันแน่” ว่าแล้วสามสาวพาวเวอร์พัฟเกิร์ลก็ลงมือขีดๆเขียนลงบนกระดาษ ส่วนฉันได้แต่นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายแล้วปล่อยให้พวกนั่นบ้ากันไป แล้วผลที่ได้ปรากฏดังนี้

พี่จ๋อย นายเจษฎา  ได้ข่าวว่ามีคู่หมั่นหมายที่พ่อจัดหาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว  (ตัดไปหนึ่ง)

พี่หนึ่ง นายเนรมิต จากที่สืบทราบมาชอบผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักผมสั้น (ไอ้บาสไม่เข้าตาชัวร์)

พี่กั๊ม  นายณัฐวุฒิ เกย์(คิง)แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ วันก่อนเดินจี้จ๋ากับแฟนหนุ่มสุดน่ารัก (ตัดไป)

พี่ดัมพ์ นายกิตติกร มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว คือ พี่แป้ง ชมรมดนตรีไทย (ตัดออกไป)

พี่ปอ  นายปรเมศ หน้าสวยกว่าไอ้บาสเสียอีก  (ไม่แน่อาจเป็นเกย์ก็ได้) มีความเป็นไปได้

พี่โอ๋  นายจีรภัทร มีแฟนที่กำลังเรียนมหาลัย เป็นเพื่อนสมัยเด็ก บ้านอยู่ใกล้กัน (ตัดไปอีก)

พี่เอก นายเมธา สเป็กต้องอั๊มเท่านั้น (ไอ้บาสไม่ใช่อย่างแน่นอน 1000 %)

พี่อเล็กส์  มิสเตอร์อเล็กส์ สาวๆติดตรึม แต่ไม่เคยคบใครเป็นพิเศษ สเป็กไม่แน่นอน มีความเป็นไปได้

พี่อาร์ม   นายนันธกร ตอนนี้กำลังตามจีบสาวห้าวพี่ ม.5 ห้อง 4 อยู่ รอลุ้น (ตัดไป)

พี่ก้อง  นายก้องเกียรติ พี่ชายมัน ถึงไม่แท้แต่ก็ไม่น่าจะใช่(ตัดออกไปอีก)

พี่กาว  นายภัทรกิตติ์   คนนี้  ไม่เคยมีข้องเกี่ยวกับสาวใด ถ้าไม่รวมไอ้บาส (เท่าที่เห็น ที่ไม่เห็นไม่รู้) ไม่ใช่เกย์   มีความน่าจะเป็นค่อนข้างสูง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับไอ้บาส

 “เอาละจากที่เราได้ทำการประเมินความน่าจะเป็นแล้วตัดบุคคลที่ไม่มีความเป็นไปได้ออกไปทำให้เราเหลือคนที่น่าสงสัยอยู่สามคน คือ พี่ปอ พี่อเล็กส์ และ ก็พี่กาว” นักวิชาการที่บินตรงมาจากหลวงพระบางกล่าวอย่างมีเหตุมีผล(ตรงไหน)

“แต่พิฉันว่าพี่ปอไม่น่าจะอยู่ในข่ายบุคคลที่ต้องสงสัยนะ เพราะดูแล้วว่าพี่แกจะไม่ใคร่สนใจใยดีกะไอ้บาสของเราสักเท่าไร ” ยัยกานต์พูดแย้งขึ้นมา พวกมันกำลังทำเหมือนกับสืบคดีจับตัวคนร้ายเลยเฟ้ย

“อืมน่านนะดิ งั้นตัดออกไปอีกหนึ่ง งั้นเหลือสองคน  แต่ยังซะ พี่กาวก็มาเป็นอันดับหนึ่ง แกว่าไงว่ะบาส” ยัยพิหันมาถามความคิดเห็นจากฉัน

“ไม่รู้เฟ้ย ฉันไม่บ้าด้วยหรอก บอกแล้วว่าไม่มีอะไรยังจะมายัดเยียดให้มีอยู่ได้ เชิญพวกแกบ้ากันไปเถอะ ฉันลงไปกินข้าวแล้ว”  

*******************************************************

ก่อนต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่มาอัพเรื่องช้ามากมายก็ด้วยเหตุผลเดิมๆแหละค่ะ งาน งาน และงาน ขอบคุณเพื่อนทุกคนนะค่ะที่รออ่านเรื่องของเรา ขอบคุณค่ะ

เรื่องที่สอง ว่าด้วยขื่อจริงของพี่กาวของเรา ชื่อ กวพล เป็นชื่อที่คิดไว้เล่นๆก่อนจะหาชื่อที่ต้องการจริงๆได้ พอเอาเข้าจริงๆ ลืมเปลี่ยนค่ะ  ตอนนี้ก็จะได้ใช้ชื่อที่เราต้องการจริงๆแล้ว นั่นก็คือ นายภัทรกิตติ์ ค่ะ ไม่รู้ว่าจะถูกใจเพื่อนๆรึเปล่า

เรื่องที่สาม เม้นท์และโหวตให้ด้วยนะคะ แล้วอย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะค่ะจะพยายามอัพให้เร็วค่ะ บายๆๆๆ แล้วเจอกันนะ

เขียนโดย parapanda : 2008-05-30 03:15:35
วันที่ : 28 พฤษภาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 19

“กลับมาแล้วค๊า” ฉันเดินเข้าไปในครัวเปิดตู้เย็นหยิบน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหาย

                “เดี๋ยวนี้กลับบ้านช้าจังเลยนะไปถเลถไลที่ไหนมาอีกละ” แม่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารค่ำพูดเชิงดุ

                “ไม่เอานะจ๊ะนุชอย่าทำหน้าดุสิจ๊ะ” พ่อทำเสียงอ่อนเสียงหวานคลอเคลียแม่อย่างออดอ้อนโบกมือพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาไล่ฉันไห้ออกไป ชิอยากอยู่สวีทกันสองคนล่ะสิ เออก็ได้ฟระไม่อยู่เป็นก้างขวางคอก็ได้ทำตัวเป็นข้าวใหม่ปลามันกันอยู่ได้ เป็นแบบนี้ที่ไรไม่เคยเห็นหัวฉันสักที เซ็งค่าเซ็ง ฉันวางแก้วน้ำแล้วเดินออกจากครัวไปปล่อยให้พ่อกับแม่ให้อยู่ในครัวกันเพียงลำพัง ฉันเดินขึ้นมาบนห้องเมื่อเปิดประตูห้องสิ่งที่เห็นมันทำให้ฉันต้องตกใจ

                “จ๊ะพิกานต์” ใช่ค่ะยัยพวกนี้มานั่งทำหน้าปั่นเจ๋ออยู่บนห้องฉันส่งสายตาส่อแววอยากรู้อยากเห็นมาเต็มพิกัด

                “ว่าไงจ้ะยัย กีรติ ทำไมเพิ่งเลิกเรียนเหรอไงย่ะหล่อน” ยัยพิทำหน้าเย้ยแต่ก็ไม่วายจะปนความกระแดะแอ็บแบ่วของมันเข้าไปด้วย

                “นี่แกจะไปไหนทำไมไม่บอกกันบ้างวะดีนะที่พวกเราไม่หลุดบอกพ่อกับแม่แกว่าแกไม่ได้ย่างกรายไปโรงเรียนวันนี้นะ”

                “โทษทีจ๊ะพอดีฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะหยุดเรียนอ่ะนะก็เลยลืมโทรบอกพวกแก” ฉันเดินเข้าไปวางกระเป๋าบนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง

                “บาสจ้า” ยัยพิทำเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับเอามาลูบตัวฉัน

                “อะไร” ฉันปัดมือยัยพิออก

                “พ่อแกนี่หล๊อหล่อไม่เปลี่ยนเลย เห็นกี่ครั้งก็ยังคงทรมารใจกระเทยอย่างฉันอย่างแรงขอบอก ช่วยถามพ่อแกหน่อยดิว่าไม่สนใจลองของแปลกบ้างเหรอ” เอ๊ะ อี่นี่ก็เล่นของสูง พ่อตูมันก็ไม่เว้น

                “ฟังนะยัยพิถึงพ่อฉันจะเจ้าชู้ขนาดไหนแต่พ่อฉันก็คงไม่คิดสั้นขนาดเอาของแปลกอย่างแกมาทำเมียน้อยหรอกยะ ” 

                “ชิ” ยัยพิสะบัดหน้าใส่ เพี้ยง!! ขอให้หัวมันหลุดออกจากตัว

                “นี่มาคุยเรื่องนี้กันก่อนดิ นี่บาสแกรู้ไหมว่าพวกฉันตกใจนะที่จู่ๆพี่ก้องไปหาเราที่ห้องด้วยใบหน้าตื่นบอกว่า แกเดินสะดุดกอหญ้าล้มลงทำให้ไวรัสไข้หวัดไส้เดือนแทรกซึมเข้าสู่บาดแผลและแล่นเข้าสู่สมองทำปฏิกิริยากับขี้เลื่อยที่มีอยู่ไหลเข้าไปอุดตันเซลล์สมองซีกขวาส่งผลกระทบต่อการทรงตัวทำให้เดินไม่ได้เพราะข้อเท้าแพลง แล้วให้บอกอาจารย์ว่าแกไม่สบาย” รู้สึกว่าไอ้กานต์จะจำได้ทุกประโยคเลยนะ แล้วไอ้ขี้เลื่อยของพี่แกมันเกี่ยวอะไรกับการทำให้ข้อเท้าแพลงฟ่ะ บ้าแล้วพี่ตู

                “แล้วตกลงแกหายไปไหนกันแน่ย่ะ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย และที่ฉันสงสัยไม่หายก็คือว่า พี่กาวสุดหล่อไม่มาเรียนด้วยวันนี้ หรือว่าแกหายไปกะเค้า”

                “พี่ก้องให้ฉันไปเฝ้าไข้พี่กาว” ฉันตอบคำถามไอ้พวกที่อยากรู้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนสะปริงตัวลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจก

                “แล้วพี่กาวป่วยเป็นไร” ยัยพิกระดื๊บเดินเข้ามาใกล้ ยัยนี่มันฟังบ้างป่าวฟ่ะก็บอกอยู่เหม็บๆว่าเฝ้าไข้ก็ต้องเป็นไข้สิ ยังเจือกมาถามอีกว่าป่วยเป็นอะไร

                “โรคบ้า” ฉันพูดเสียงในลำคออย่างหมั้นไส้เมื่อนึกถึงหน้าไอ้พี่กาว

                “แกว่าอะไรน่ะ”

                “อะ อ้อ ก็บอกว่าเป็นไข้หวัดนะ” ฉันยิ้มให้ยัยพิ แล้วจัดการรวบผมของตัวเองโดยการม้วนเป็นมวยแล้วติดที่หนีบผม แลซ้ายแลขวา

                “ว้ายยยยตายแล้ว” ฉันต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆยัยพิก็ร้องโวยวายขึ้นมา

                “เป็นอะไรพิ” ทุกคนต่างตกใจรีบลุกเดินปรี่เข้ามาหายัยพิ

                “ยัยบาสนี่มันรอยอะไรกันย่ะ” ยัยพิใช้นิ้วจิ้มที่ต้นคอของฉัน ก้มหน้าลงมองอย่างพินิจพิจารณา

                “รอยอะไร” ฉันยกมือขึ้นจับที่คอ

                “กรี๊ดดดดตรงนี้ก็มีด้วย” ยัยพิเหลือบสายตามาเห็นที่ข้อมือ ฉันเหลือบมองตามสายตาของยัยพิและสายตาของพวกที่เหลือ รอยแดงเป็นจ้ำนั่นมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างแรงฉันรู้สึกวาบขึ้นมาเมื่อนึกถึงต้นเหตุของรอยนั้น

                “อ้อ สงสัยคงโดนแมลงกัดมั้ง” โอ้ยใจเย็นอย่าพูดตะกุกตะกักสิฟ่ะไอ้บาส รู้สึกหน้ามันวูบวาบยังไงพิกลพวกนั้นจะเชื่อมั้ยนะ

                “อย่ามาทำเนียนสตรอเบอร์เร่อเห่อ(ใหญ่กว่าสตอรเบอร์รี่ค่ะ)กับฉันนะย่ะฉันไม่เชื่อแกหรอก” จ๊ะกับกานต์พยักหน้าเห็นด้วยกะยัยพิ ตูว่าแล้วมีเหรอพวกนี้มันจะเชื่อฉัน

                “จริงๆ เนียะยังคันอยู่เลย” ฉันแกล้งเกาเบาๆตรงรอยที่ขอมือและต้นคอ

                “ถ้าแค่ที่ข้อมือฉันยังคงพอจะเชื่ออยู่หรอก แต่ไอ้ที่ต้นคอเนียะมันตัวอะไรไม่ทราบถึงได้กัดจนมันแดงจนช้ำเลือดแบบนี้หะ “ ฉันรีบวิ่งไปหยิบกระจกพับมาส่งดูที่กระจกบานใหญ่  กรี๊ดดดดด ไอ้พี่กาวมันทำรอยไว้ขัดแจ้งแดงแจ๋เลย

                “พี่กาวเป็นคนทำใช่มั้ย” ยัยพาวเวอร์พัฟเกิร์ลสามตัวนั้นพูดขึ้นพร้อมกัน

                “อย่าเสียงดังสิห้องฉันไม่ใช่ห้องเก็บเสียงนะ” ฉันยกนิ้วจุ๊ปากให้พวกนั้นลดวอลูมเสียงลง”

“ใช่มั้ย ใช่มั้ย” พวกนั้นลดเสียงลงตามคำขอ

“อืม” ฉันพยักหน้าค่อยๆอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขืนไม่ให้คำตอบยัยพวกนี้สิมีหวังพวกมันไม่ยอมกลับบ้านกันแน่น่อน

“กรี๊ดดดดดดดดดดตาย..อุ๊บ” เอาอีกแล้ว ฉันรีบเอามือปิดปากทันทีที่เสียงแหลมของยัยพิดังขึ้น

“บอกว่าให้เบาๆไง” ยัยพิพยักหน้ารับทราบฉันจึงคลายมือออก

“บาสเป็นอะไรไปรึเปล่า พ่อได้ยินเสียงร้อง” พ่อตะโกนถามพร้อมทั้งทุบประตูหลายครั้ง เพราะเสียงของยัยพิแท้ๆเลย ฉันรีบเดินไปเปิดประตู

“ไม่มีใรคะพ่อ พอดีแมลงสาบมันวิ่งออกมาแล้วยัยพิเค้าก็ตกใจเลยร้องเสียงดังไปหน่อย” จะตกนรกไหมเรา พ่อพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด

“พ่อก็ตกใจนึกว่าใครเป็นอะไร”

“เป็นสิค่ะคุณพ่อขา....” ยัยพิรีบวิ่งเข้ามากระแทกตัวฉันให้ออกจากประตูเบาๆ แล้วรีบคว้าแขนพ่อเอาหน้าเอาตัวไปกระแซะไม่เพียงเท่านั้นยังพยายามเอาหน้าเข้าไปใกล้หน้าพ่อฉันอีกแถมส่งสายตาหวานเยิ้ม นึกภาพนะค่ะว่ามันจะน่าเกลียดและทุเรศขนาดไหน ก็ยัยพินะสูงตั้ง 174  ส่วนพ่อฉันสูงกว่ายัยพิสัก 10 เซ็นได้มั้ง ส่วนพ่อไม่รู้หรอกว่ายัยพิมันหวังผลอะไรได้แต่ยืนให้มันแทะโลมอยู่ สงสัยกว่าพ่อฉันจะรู้ตัวคงตัวแหว่งไปแล้วครึ่งตัวแน่ๆ

“พิกลั๊วกลัวค่ะคุณพ่อขาตัวมันย๋ายใหญ่มากเลยค่ะคุณพอขา” ยัยพิทำเสียงอ่อนเสียงหวานลากเสียงยานชวนขนลุก น่าสยดสยองกับเสียงที่ได้ยินจิบเป๋ง

“เหรอไหนมันอยู่ไหนเดี๋ยวพ่อจัดการให้” พ่อฉันพยายามแกะตัวยัยพิออก แต่ยัยพิไม่ยอมปล่อยฉันจึงใช้มาตรการมืออสูรพิฆาตมาร คือ การใช้มือจับไปที่ต้นคอของยัยพิอย่างนุ่มนวลและแผ่วบ่อย ยัยพิสะดุ้งหลุบคอทันทีแล้วจากนั้นฉันค่อยๆขยับนิ้วเพิ่มความสยิวคราวนี้ยัยพิถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกับดิ้นพราดๆเพราะความจักกะจี้ นี่แหละค่ะจุดอ่อนขอยัยนี่ จากนั้นฉันก็มาปั้นน้ำต่อ

“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ มันโดนยัยพิกระทืบจนไส้ทะลัก สมองไหล ขี้กระเจิง เละคาตีนไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วล่ะคะ” ฉันแสยะยิ้มให้กับพ่อที่ทำหน้างงเล็กน้อย

“เหรอ” 

“ค่ะ” ฉันพยักหน้า

“ง้านนน พ่อกับแม่ออกไปทานข้าวข้างนอกนะ” คุณพ่อยิ้มหวาน

“อ้าว ก็เมื่อกี้แม่ทำกับข้าวอยู่นี่ค่ะแล้วทำไมจะออกไปกินข้างนอกอีกอ่ะ” คุณพ่อไม่ตอบอะไรคราวนี้ยิ้มหวานมากกว่าเดิม ฉันก็พอจะเดาออกว่าทำไม

“บาสไม่ต้องรอเปิดประตูนะเพราะพ่อกับแม่อาจจะกลับดึกบาสทานข้าวเสร็จก็เข้านอนได้เลย” พ่อเดินผิวปากอย่างอารมณ์สุนทรีย์ลงบันใดไป ให้ตายสิทุกทีเลยชอบทำเหมือนเราไม่มีตัวตนชอบหนีไปสวีทกันสองคนอยู่เรื่อย

“รับทราบค่ะ” ฉันตะโกนไล่หลังคุณพ่อไป จากนั้นฉันก็โดนยัยพวกนั้นฉุดกระชากตัวมาซักไซร้ไล่เรียงเอาคำตอบต่อ

เขียนโดย parapanda : 2008-05-28 13:04:42
วันที่ : 9 พฤษภาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 18

“อืมมม.....เราเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรกันนะ หาววว ช่างมันเหอะนอนต่อดีกว่า” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ก็มันยังง่วงนอนนี่น่าก็เลยทำให้ลืมตาไม่ขึ้นฉันพลิกตัวแล้วซุกตัวเข้าไปกอดหมอนข้างใบใหญ่ ฉันเอามือลูบไล้ไปมาที่หมอนข้างที่อยู่ข้างๆ  เอ๋? ทำไมสัมผัสแล้วมันให้ความรู้สึกแปลกๆมันไม่คุ้นมือยังไงชอบกล ทำไมมันแข็งๆไม่นุ่มฟ่ะ  ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ หันหน้าเหลือบตามองรอบๆ เพดานสีขาวสะอาดตาแบบนี้มันห้องพี่ก้องนี่หว่า ฉันหลับตาหันหน้ากลับมาซุกหมอนข้างที่ให้ความรู้สึกผิดแปลกไปจากเดิมอีกครั้งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วฉันก็ต้องสะดุ้งเบิกตากว้างเมื่อนึกออก  โอ้มายก๊อดดดด สิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้าก็คือแผงอกกว้างแล้วไอ้ที่ตัวเองกำลังนอนกอดก่ายใช้มือลูบๆอยู่นั้นตอนนี้มันไม่ใช่น้องอุ่นหมอนข้างประจำตำแหน่งของฉัน แต่มันกับเป็นร่างกายอุ่นๆของไอ้มนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชาย หน้าของฉันรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาทันที พยายามระงับความตื่นตระหนกตกใจแหงนหน้ามองหน้าผู้ชายที่กลายเป็นหมอนข้างจำเป็นใจภาวนาขออย่าให้เขารู้สึกตัวตื่นจากการเข้าเผ้าพระอินทร์เหมือนฉัน สิ่งที่หวังไว้เป็นจริง พี่กาวยังคงปิดตาหลับสนิทสัมผัสได้จากการหายใจที่สม่ำเสมอ  ฉันยกค่อยๆยกแขนของพี่กาวที่อยู่บนตัวฉันออกแล้วใช้แขนยันตัวลุกขึ้นช้าๆเตรียมก้าวขาลงจากเตียง

                กรี๊ดดดด มันเป็นเสียงที่ดังอยู่ข้างในไม่สามารถปล่อยออกมาสู่ภายนอกได้แม้ว่าตอนนี้ฉันอยากกรี๊ดให้เสียงดังแค่ไหนด้วยความตกใจ เมื่อโดนวงแขนแข็งแรงคว้าตัวฉันให้กลับเข้าไปสู่อ้อมอกกว้างอีกครั้ง

                “จะหนีไปไหนยัยตัวจุ้น” เสียงกระซิบข้างหูเบาๆของพี่กาวมันทำให้ฉันขนลุกซู่ ไม่ได้เขินอะไรหรอกแต่มันจักกะจี้นะ

                “พี่กาวปล่อยบาสนะบาสจะกลับบ้าน” ฉันดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ภายใต้อ้อมแขนแข็งแรงนั่น

                “ไม่...พี่บอกแล้วไงว่าจะแก้แค้นเธอเรื่องเมื่อคืน” คราวนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่แขนเท่านั่นที่รัดตัวฉันอยู่พี่กาวใช้ท่อนขามาพาดไว้บนขาฉันไม่ให้ฉันใช้ลูกถีบได้ แต่พี่แกจะรู่ไหมนะว่ามันไม่ใช่เบาๆเลยนะนั้น

                “ก็บาสมาเฝ้าไข้ไถ่โทษแล้วไง”ฉันใช้ท่อนแขนพยามดันตัวพี่กาวออก

                “นั่นถือว่าเป็นการตอบแทนเรื่องที่พี่ซื้อตุ๊กตาให้” ฉันไม่ใช่คนจีนสักหน่อย ที่ บุญคุณต้องทดแทน ‘แค้นต้องชำระ’

                “แต่ไอ้เงินที่ซื้อมันเป็นเงินบาสนะ” แล้วฉันจะต้องตอบแทนด้วยเหรอไงฟ่ะ เงินฉันชัดๆ

                “งั้นก็ตอบแทนเรื่องโทรศัพท์” 

                “งั้นพี่กาวก็เอาคืนไป บาสไม่ได้อยากได้สักหน่อย พี่กาวยัดเหยียดให้ต่างหาก ปล่อยบาสดิ” ฉันยังคงไม่ละความพยายามที่จะเอาตัวออกจากอ้อมกอดของพี่กาว ไอ้พี่กาวทำให้เด็กอย่างฉันใจเต้นเนียมันบาปนะ เดี๋ยวตกนรกนะเอ้อ

                “ไม่ต้องพูดมากเลยยังไงพี่ก็ไม่ปล่อยเธอหรอก” ฉันหยุดดิ้นใช้สติขอคิดแผนใหม่ก่อนดีกว่า อ๊ะ!! นึกออกแล้ว คราวนี้ต้องปล่อยแน่ เอาล่ะ หนึ่ง ส่อง ซ่ำ

                งับ!!

                จ๊ากกกกกก!!!

                ได้ผลพี่กาวรับผลักตัวฉันออกทันที อิอิ สม อยากไม่ปล่อยดีนัก

                “นี่ทำบ้าอะไรของเธอ เป็นหมาเหรอไงถึงได้ชอบกัดนักนะ” พี่กาวลูบอกตัวเองที่โดนฉันกัด  ไม่รู้หรอกว่าจะเลือดออกรึเปล่าแต่ขอบอกว่างับฝังรอยแบบไม่ยั้งอ่ะ  แต่สงสัยว่าเลือดคงจะออกแหละ ก็ตอนนี้มันค่อยซึมมาเลอะที่เสื้อแล้ว โอ้ นี่ฟันฉันมันคมขนาดนั้นเลยเหรอ

                “สมน้ำหน้าก็อยากไม่ปล่อยบาสดีนัก เป็นไงโดนเข้าไปอีกที บาสเคยบอกแล้วไงว่าอย่ามาดูถูกคนอย่างไอ้บาส เฮ้อ~~~บาสรู้สึกดีจังเลยที่สามารถทำให้ ‘นายกาวพล  ภักดีพิสุทธิ์’ ผู้ชายที่ภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าไม่เคยมีหญิงใดฝากรอยแผลไว้บนร่างกายของตัวเอง แต่กลับโดนสาวน้อยน่ารักคนนี้ฝากรอยเอาไว้ ฮ่าๆๆๆ ” ฉันลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวชูนิ้วตัววีด้วยความสะใจ

                “ไอ้เด็กบ้านิ มันจะมากไปแล้วนะ ครั้งแรกฉันยังพอทน แต่สำหรับครั้งที่สองมันอยากเกิดให้อภัย อย่าคิดว่าเธอเป็นเด็กแล้วฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้” พี่กาวลุกขึ้นยืน จ้องหน้าฉันด้วยสายตาดุ พูดด้วยน้ำเสียงเข้ม

                “แล้วไงพี่จะทำอะไรบาส จะแกล้งบาสยังไงอีก หรือพี่กาวจะเอาคืนโดยการต่อยบาสดี เอาสิต่อยเลย ต่อยเลย จะได้จบๆกันไป” ฉันเชิดหน้าถามอย่างถ้าทายพี่กาวขยับตัวเข้ามาประชิด

                “ฉันไม่ทำอย่างนั้นหรอกมันไม่ใช่นิสัยของสุภาพบุรุษอย่างฉัน” เออ ช่วยบอกหน่อยสิไอ้ที่พี่แกบอกนะ มันเข้าข่ายหลอกตัวเองใช่ป่ะ จากที่รู้จักกันมาไม่เค๊ย ไม่เคยเห็น ไอ้คำว่าสุภาพบุรุษจากตัวพี่แกเลย ทำใจค่ะ

                “แล้วจะเอาไง”

                “ในเมื่อเธอทำให้ตัวฉันเป็นรอย ฉันก็จะทำเธอบ้าง” พี่กาวกระตุกยิ้มก่อนจะเข้ามารวบตัวฉันแล้วก้มลงซุกหน้าที่ลำคอของฉันแล้วก็ แล้วก็ แล้ว...ก็....ดูดที่ต้นคอด้านหลังของฉัน กรี๊ดดดดดดดด พี่กาวเป็นแวมไพร์เหรอ เค้าเลือดน้อยนะเดี๋ยวกลายเป็นโรคโรหิตจางจะทำไง

                “กรี๊ดดดดด ทำบ้าอะไรนะพี่กาว ปล่อยบาสนะ” ฉันทั้งผลักทั้งดันตัวพี่กาวแต่เหมือนว่าไร้ผลมันไม่ได้ทำให้ไอ้พี่กาวที่กำลังบ้าอยู่ตอนนี้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับให้พี่กาวรัดฉันแน่นขึ้นกว่าเดิม

                “โอ้ย พี่กาวบาสเจ็บ” พี่กาวก็ผละตัวออกไปเมื่อได้ยินเสียงร้องของฉัน

                “ยังเหลืออีกหนึ่ง” พี่กาวมองหน้าฉันแววตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะคว้าข้อมือฉันหงายขึ้นแล้วยกขึ้นมาพร้อมกับก้มลงใช้ปากดูดเบาๆ

                “พี่กาว พี่กาว ปล่อยดิ” ฉันพยามดึงมือออก ส่วนอีกมีก็รั่วทุบลงไปที่ไหล่ของพี่กาว ในที่สุดพี่กาวก็ปล่อยมือฉัน ฉันรีบยกขึ้นมาดูร่องรอยของสิ่งที่พี่กาวทำ มันแดงจนเห็นได้ชัด

                “คราวนี้ไอ้เรื่องรอยกัดของเธอฉันจะถือว่าเราเจ๊ากันไปก็แล้วกัน”

                “ทำบ้าอะไรนะไอ้พี่กาวบ้าดูดิแดงเป็นจ้ำเลย” ทำแบบเดียวกับที่คอเราเลยสงสัยคงจะเป็นรอยแบบนี้เหมือนกัน

                “ก็ทำรอยคิสมาร์กไง ไม่รู้จักเหรอ” พี่กาวยิ้มเย้ย

                O///O คิสมาร์กเหรอ

                “กรี๊ดดดดดดดดดดดด”

                “นี่เลิกกรี๊ดสักทีได้ไหมแก้วหูฉันจะแตกอยู่แล้ว” พี่กาวทำหน้าแหย

                “ไอ้พี่กาวทะลึ่ง! ไอ้พี่กาวโรคจิต! ไอ้ ไอ้ ไอ้ลุงลามก!! ” พี่สิ้นคำว่าลุงเท่านั้นแหละพี่กาวหันขวับทำตาเขียวเข้มใส่ฉันทันที ฉันรีบหมุนตัวกลับแต่ขาแข้งมันเกิดไม่เป็นใจดันมาพันกันซะงั้นทำให้เสียหลักหล่นลงจากเตียงก้นจ้ำเบ้าดีนะที่เตียงไม่สูงมากทำให้แค่เจ็บนิดหน่อย ไอ้พี่กาวได้ทียืนหัวเราะเยาะเย้ยสะเต็มที่ ไอ้เราก็ได้แต่นั่งลูบก้นตัวเองป้อยๆ

                “ไม่ช่วยแล้วยังจะมาหัวเราะเยาะอีก ไม่ขำเลยนะ” ฉันแหวใส่พี่กาวแล้วรีบลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ

                “ก่อนจะออกไปก็แกะผมปล่อยลงดีกว่านะ ใครเห็นเข้าเธอจะอายเสียเปล่าๆ” เสียเย้ยดังตามหลังมา ฉันหันไปส่งสายตาอาฆาตแถมพยาบาทให้ด้วยอีก 15000 โวลล์  ดึงโบว์ที่มัดผมหางม้าออกปล่อยให้สยายปกปิดรอยตามคำแนะนำของไอ้รุ่นพี่ตัวร้าย เดินกระแทกเท้าออกจากห้องพร้อมกับปิดประตูดังปังใส่ไอ้คนที่อยู่ในห้อง เขินก็เขิน อายก็อาย โกรธก็โกรธ แค้นก็แค้น สรุปแล้วตอนนี้ฉันมีมันทุกโหมดอารมณ์ เมื่อลงมาถึงข้างล่างก็พบพี่ก้องที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านพอดี

                “อ้าวเพิ่งกลับเหรอบาส แล้วนั่นเป็นอะไรทำไมเดินหน้าเหมือนปลาบู่แบบนั้นล่ะ”

                “ไม่ต้องมาพูดด้วยเลย บาสโป้งพี่ก้องแล้ว” ฉันยกนิ้วโป้งให้พี่ก้องพร้อมค้อนใส่อีกวงใหญ่สะบัดหน้าเดินจ้ำๆออกไปไม่รอฟังคำสวน

                “อะไรของแกว่ะไอ้บาส ฉันทำอะไรให้แกอีกว่ะเนียะ งง เฟ้ย งง” ถึงฉันจะไม่รอฟังแต่ก็ได้ยินเสียงบ่นของพี่ก้องส่งท้ายให้ฉัน

*************************************************************

ครั้งนี้มาอัพดึกมากคับ ตีสองกว่าๆแล้ว เอาล่ะยังไงก็ช่วยเม้นท์และไหวตกันให้เยอะๆนะคับ

มีเรื่องอยากจะบอกหน่อยฮับ

1. ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์และทุกๆคะแนนโหวตนะคับ

2.ขอบคุณที่คอยติดตามนิยายของเราทุกเรื่อง

3 .ขอบคุณที่อ่านนิยายของเรา

4.ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน

5.งานยุ่งมากทำให้อัพเรื่องช้าได้โปรดอย่าโกรธเราเลย

6. ช้านิด ช้าหน่อย แต่่ส่วนมากจะช้านาน ก็ขอให้ติดตามนะฮับ

เริ่มไรสาระแล้ว เอาเป็นว่า บายๆแล็วเจอกันตอนหน้านะฮับ

เขียนโดย parapanda : 2008-05-09 02:14:43

/1