ผ่านไปนานที่ฉันเดินหาและพยามติดต่อพี่กาวจนหมดปัญญาแล้วจึงตัดสินใจโทรหาพี่ก้องเพื่อถามที่อยู่ของพี่กาว
ฉันบอกแกก็ได้ แต่....
แต่ไรพี่ก้องอย่าเล่นตัวได้ป่ะ
แกต้องให้ พวงกุญแจ set ของทีมโชนันกับฉันโอเคป่ะ เอาแล้วไงเขาบอกแล้วว่าของฟรีไม่มีในโลก
เออๆ ก็ได้ ตกลงไปก่อนให้ไม่ให้ค่อยว่ากัน
จริงนะ งั้นบอกก็ได้ไอ้กาวมันอยู่ที่ คอนโด ที่ชื่อว่า Conner Cord ติดกับหมู่บ้านเรานี่แหละ ชั้น 12 ห้อง 09 ฉันบอกแกแล้วนะงั้นฉันเอาไปเลย เอ๋
พี่ก้องอยู่ไหนนะ
ห้องแก
พี่ก้องว่าไงนะ
ตี๊ดด~~~
พี่ก้อง ฮัลโหลๆ พี่ก้อง พี่ก้อง เอาแล้วไงแล้วนี่ของฉันจะเหลือมั้ยเนียะ โอ้ย!! ตอนนี้จะมามัวคิดเรื่องนี้ไม่ได้ได้ ต้องไปหาพี่กาวเพื่อขอโทษก่อน คราวนี้เราผิดจริงๆนั่นแหละ ฉันรีบออกจากสยามเวอร์เพรสโบกแท็กซี่ไปยังคอนโดของพี่กาว เมื่อมาถึงรีบเดินเกือบจะเป็นวิ่งมากว่าไปยังลิฟท์ ยืนรอลิฟท์ไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออกฉันรีบกระโจนเข้าไปแล้วกดหมายเลขของชั้นที่ต้องการไป หัวใจรู้สึกร้อนรนอยากจะให้ถึงที่หมายเร็วๆ
ติ้ง! ประตูลิฟท์เปิดออกฉันรีบวิ่งฉับๆมองหาหมายเลขห้อง ในที่สุดฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้าห้องของพี่กาว หัวใจเต้นตุ้มๆต่อม รู้สึกดีใจที่มาถึง รู้สึกตื่นเต้นกับการมาที่นี้ครั้งแรก พร้อมกับรู้สึกกลัว กลัวกับสิ่งที่จะต้องเผชิญ มันสับสนระคนไปหมด ฉันยืนกระสับกระส่ายกระวนกระอยู่หน้าประตูว่าจะกดกริ่งดีมั้ย ฉันยืนมือจะกดแต่แล้วประตูห้องพี่กาวก็เปิดขึ้น ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าก็ตกใจพอๆกับฉัน
พี่กาว คือว่า บาสอยากจะมาขอโทษ สีหน้าของพี่กาวเปลี่ยนไป หน้าบึ้ง สายตาดุมากเลย น่ากลัว
ขอโทษเรื่องไร พี่กาวหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องทันที แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูนะ งั้นก็หมายความว่าฉันเข้าไปได้งั้นสิ ฉันเดินตามพี่กาวไปแต่ขามันสั่นมากเลย ยกเท้าทีเหมือนกับจะทรงตัวไม่อยู่ พี่กาวเดินไปนั่งที่โซฟาเปิดทีวีดูไม่สนใจฉันเลย ฉันมองไปรอบๆห้องของพี่กาวถูกจัดตกแต่งไว้โดยโทนสีเบจ ตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาล มีการจัดแบ่งพื้นที่ได้ใช้สอยไว้อย่างดี มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น
ถ้าไม่มีธุระอะไรก็กลับไปซะ พี่กาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบจนเย็นชา
พี่กาว เรื่องวันนี้บาส....
ฉันไม่อยากฟัง เธอกลับไปซะ พี่กาวพูดน้ำเสียงกระแทก แต่พี่กาวก็ไม่หันมามองฉันเลย
พี่กาวฟังบาสก่อน ฉันก้าวเท้าเข้าไปใกล้พี่กาวแต่เพียงไม่กี่ก้าวฉันก็ต้องหยุดชะงัก พร้อมกับสะดุ้งเฮือก เมื่อพี่กาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับเขวี้ยงรีโมทที่อยู่ในมือถึง สายตาคมมองมาที่ฉันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
จะให้ฉันฟังอะไรอีก เธอจะโกหกฉันเรื่องอะไรอีก
คือบาสอธิบายได้นะพี่กาว ฉันทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปใกล้พี่กาวมากกว่าเดิม
งั้นก็อธิบายมาสิ อธิบายมาว่าเธอไปทำอะไรที่ไหนมาถึงได้ปล่อยให้ฉันนั่งรอเธอ
ก็บาสบอกพี่แล้วไงว่าบาสไปทำธุระกับแม่มา
โกหก!! พี่กาวตวาดเสียงดังฉันสะดุ้งตกใจตัวโยน
บะ บาสเปล่าโกหก ฉันพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำ ก็สิ่งที่ฉันพูดไป มันคือการโกหกจริงๆ
เธอทำแบบนี้ทำไมบาส เธอหลอกให้พี่นั่งรอเธอ แล้วเธอก็ไปกับคนอื่น เธอทำได้ไงบาส น้ำเสียงของพี่กาวอ่อนลง พูดอย่างตัดพ้อ แววตาเศร้า
บาสไม่ได้หลอกพี่นะ ฉันก้มหน้าพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ ของตาฉันร้อนผ่าว แล้วในที่สุดน้ำตามันก็
ไหลออกมา
ไม่ได้หลอกพี่เหรอบาส แล้วที่บาสโทรมาโกหกพี่บอกว่าไปทำธุระกับแม่ แต่ที่จริงแล้วบาสกับไปกับ ไอ้ยู ไอ้เด็กมหาลัยนั่น ฉันอึ้ง เงยหน้ามองพี่กาว พี่กาวเห็น
มันไม่ใช่อย่างที่พี่กาวคิดนะ
แล้วจะให้พี่คิดยังไงบาสกับภาพที่พี่เห็น เห็นบาสนั่งหัวเราะมีความสุขกับมันที่ร้านนั่น เห็นบาสเดินจูงมือกับมันออกมาจากร้านนั่น
แล้วก่อนหน้านั่นล่ะพี่กาวทำไมพี่กาวไม่เห็น ไม่เห็นว่าบาสไม่ได้นั่งกับพี่ยูแค่สองคน แล้วทำไมไม่สังเกตเห็นล่ะว่าพี่ยูจูงมือบาสเพราะอะไร อย่ามาคิดเองคนเดียวสิ!! ประโยคหลังฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระแทก เอามือปาดเช็ดน้ำตาของตัวเอง ดูพี่กาวจะอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม นี่ถ้าเป็นแฟนกันฉันคงคิดว่าพี่กาวหึงฉันแน่นอน
บาสรู้ว่าบาสผิดที่บาสโทรมาโกหกพี่กาว แล้วปล่อยให้พี่กาวนั่งรอบาสเกือบสามชั่วโมง บาสผิดนัดพี่แต่บาสจำเป็นที่ต้องทำ แล้วบาสก็ไม่ได้นัดกับพี่ยูไว้บาสแค่เจอพี่เค้าโดยบังเอิญเท่านั่นเอง แล้วเราทำเหมือนถูกจับได้ว่านอกในแหะ เออ เอาเข้าไป
แล้วก่อนที่จะเจอมันเธอหายไปไหนกับใคร พี่กาวหันมาสบตาฉันแล้วนั่งเอนหลังพิงโซฟา
บาสบอกไม่ได้ ก็สัญญากับพี่โอ๋ไว้อะว่าห้ามบอกใคร
ทำไมถึงบอกไม่ได้!! พี่กาวตวัดเสียงโหด แววตาแข็งกร้าว
มันเป็นคำสั่ง ฉันตอบเสียงเรียบ ที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นคำสั่งหรอกนะ มันเหมือนการขอร้องมากกว่า
คำสั่งใคร เหมือนโดนฝ่ายปกครองจับผิดเลยเฟ้ย พี่กาวก็เริ่มอารมณ์เย็นลงนิดหนึ่ง มันทำให้ฉันหายใจได้ทั่วท้องขึ้นมาหน่อย
.............. ฉันยืนก้มหน้างุด
พี่ถามว่าใคร!! พี่กาวตวาดเสียงลั่น อีกแล้วอ่ะ ปรับตัวไม่ทันนะเนียะ คราวนี้มันทำให้ฉันรู้แล้วค่ะว่า ไอ้สรรพนามแทนตัวของพี่กาวมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับโหมดอารมณ์ว่าโกรธหรือไม่โกรธ เพราะตอนนี้พี่แกโกรธอยู่ก็ยังแทนตัวเองว่า พี่
พี่โอ๋ ฉันรีบปิดปากแทบไม่ทัน มันหลุดปากไปแล้ว ขอโทษนะคะพี่โอ๋ บาสรู้ว่าพี่คงไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าพี่นะหวงและหึงแฟนจนต้องมานั่งเสียใจร้องไห้
ไอ้โอ๋!! นี่เธอแอบนัดกับไอ้โอ๋เหรอ พี่กาวฮัดฮัด พูดอะไรต่อไม่รู้ไม่ได้ยิน
เปล่าค่ะ บาสก็บังเอิญเจอพี่โอ๋ที่ห้างเหมือนกัน
โอเค งั้นพี่จะโทรคุยกับไอ้โอ๋มันเอง แต่เธอกับพี่ต้องมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กันอีก เออบทพี่แกจะเข้าก็เข้าใจง่ายจริงเฟ้ย แล้วตูจะมาเสียน้ำตาทำไมฟ่ะ เช็ดๆๆ
เรื่องอะไรพี่กาว นี่ฉันไปทำอะไรให้พี่แกแค้นฝังหุ่นมากมายอีกฟ่ะ
ไอ้อเล็กส์
ทำไมค่ะ
เธอคิดยังไงกับมัน
ก็ไม่ได้คิดยังไง
แล้วทำไมเมื่อวานถึงไปกับมัน อ้าวเรื่องนี้ยังไม่จบอีกเหรอ นึกว่าเคลียร์กันรู้เรื่องไปแล้วนะเนียะ
มันสั่งให้เธอไปกับมัน พี่กาวตอบแทนฉัน เออถามเองตอบเองก็เป็นด้วย
คืออันที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นคำสั่งอ่ะ พี่อเล็กส์เขามาชวนบาสมากกว่า
เธอก็เลยไปกับมัน
ก็กฎมันบอกว่าฉันจะต้องเชื่อฟังพวกพี่ๆไม่ใช่เหรอ
เธอก็เลยต้องทำตาม
อืม
แล้วถ้าเกิดมันสั่งให้เธอนอนกับมันล่ะเธอจะทำตามที่มันสั่งไหม พี่กาวพูดเสียงแข็ง สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฉัน
พี่กาว!! ทำไมพี่กาวพูดยังงี้ ฉันตกใจกับคำพูดนั่น
ทำไมพี่จะพูดไม่ได้ ในเมื่อเธอบอกเองว่าสิ่งที่เธอทำเธอทำเพราะสัญญานั่น เห็นคำสั่งของพวกนั้นสำคัญกว่าพี่ แล้วจู่เสียงข้อความโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นเหมือนเสียงเตือนช่วย ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า บ้าเปล่าฟะตูสถานการณ์ยังงี้ยังมีอารมณ์ดูข้อความอีก แต่มันก็งงเหมือนกันค่ะก็เพราะว่าเบอร์นี้รู้สึกจะมีแต่พี่กาวเท่าที่รู้ ฉันยังไม่ทันได้เปิดอ่านก็โดนพี่กาวคว้าหมับแย่งโทรศัพท์ไปเปิดอ่านแทน พี่กาวคิ้วขมวด กัดฟันกรอด จ้องมาที่ฉัน แล้วเขวี้ยงมือถือทิ้งอย่างแรง จนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ทำไมถึงได้เป็นคนชอบทำลายข้าวของแบบนี้นะ มันเสียดาย
ไอ้อเล็กส์รู้เบอร์นี่ได้ไง อ้อคนส่งข้อความมาคือพี่อเล็กส์เหรอ
ไม่รู้
ไม่รู้ได้ไง เบอร์ไอ้อเล็กส์มันฟ้องอยู่ทนโท่
นี่พี่กาวตกลงวันนี้ ยังไงพี่ก็จะไม่ยกโทษให้บาสใช่มั้ย ถึงได้หาเรื่องบาสอยู่แบบนี้นะ งั้นบาสขอตัวกลับ โมโหเฟ้ยโมโห จะไม่ยกโทษให้ก็บอกมาดิ ไม่ต้องชักแม้น้ำทั้งโลกมาทำให้ฉันรู้สึกผิด เซ็งว่ะ คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองชะมัด พูดอะไรก็ไม่รู้จักคิด จะคิดบ้างไหมว่าคำพูดของตัวเองนะ ทำให้คนอื่นเขารู้สึกยังไง ฉันมองหน้าพี่กาวนิดนึงก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ แต่กลับโดนมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้ได้
จะไปไหนเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง เสียงรอดไรฟันฟังดูน่ากลัว พี่กาวที่คว้าแขนของฉันไว้ได้กระชากเหวี่ยงตัวฉันจนติดกับฝาพนังห้อง
ปล่อยบาส บาสจะกลับบ้าน บาสไม่อยากคุยกับพี่แล้ว บาสเบื่อ
ทำไมคุยกับพี่แล้วมันเบื่อมากเหรอจนต้องรีบกลับไปหาไอ้อเล็กส์มันนะ
พี่กาวพูดเรื่องอะไร ปล่อยบาส บาสจะกลับบ้าน ฉันพยามสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ เพราะมันเริ่มทำให้ฉันเจ็บจากการถูกบีบด้วยมือใหญ่นั่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ฉันจ้องหน้าพี่กาวด้วยความโกรธ แต่ฉันต้องรีบหลบสายตาดุดันนั่นทันทีที่เห็น
จูบฉันสิ!!
เอ่อ เอ่อ คือ เอ่อ พูดไม่ออกแหะ
[ถ้าโทรมาแล้วมีแต่ เอ่อ ล่ะก็งั้นแค่นี้นะ]
ดะ เดี๋ยวก่อนพี่กาว คือ บาสอยากขอบคุณเรื่องของขวัญนะ
[ของขวัญอะไร] พี่กาวถามเสียงห้วน
ก็ของที่พี่กาวฝากพี่ก้องมาให้ไง
[ฝากเหรอ ไอ้ก้องยุ่งชะมัด] ฉันฟังไม่ถนัด แต่ดูเหมือนพี่แกจะไม่ค่อยพอใจ
พี่กาวว่าไรเหรอ
[เปล่าไม่มีไร เรื่องนั้นช่างมันเหอะ มีไรอีกมั้ย] พี่กาวดูท่าจะไม่ค่อยอยากคุยกะเราเท่าไรแหะ แต่ไหงเรายังไม่อยากวางสายก็ไม่รู้
ว่าแต่ทำไมพี่กาวถึงให้สร้อยข้อเท้าบาสอ่ะ
[อ้าวสร้อยข้อเท้าเหรอ นึกว่าสร้อยข้อมือ] น้ำเสียงพี่กาวฟังดูเล่นๆ รู้เลยว่าพี่แกล้งว่าไม่รู้
อ้าว แล้วเนี้ยเต็มใจเลือกให้บาสรึเปล่าเนียะ ไม่เต็มใจนี่หว่า ฉันแกล้งพูดด้วยเสียงแสดงความน้อยใจ
[หึ หึ ]
หัวเราะไรพี่กาวไม่ขำนะ
[เปล่าพี่ไม่ได้ขำสักหน่อย แล้วทำไมพี่จะไม่เต็มใจเลือกละ ไม่งั้นบาสก็คงไม่ถูกใจใช่ป่าว] มาแล้วครับสรรพนามเปลี๊ยนไป๊ แสดงว่าพี่แกอารมณ์ดีขึ้นแล้ว หลังจากที่คอยพยามทำความเข้าใจอยู่ก็ทำให้รู้ว่า ถ้าพี่แกไม่โกรธ ไม่โมโห หรือไม่พอใจอะไร พี่แกจะแทนตัวเองว่า พี่อย่างนั้น พี่อย่างนี้ บาสอยากจะบอกพี่กาวนะว่ามันทำให้พี่น่ารักขึ้นอีกจมเลย
เอ๋? บาสได้ยินมาด้วยว่าพี่กาวตั้งใจจะชวนบาสไปดูหนังด้วยใช่ป่ะ
[อะ อืม]
งั้นในเมื่อวันนี้ชวดไปแล้ว เอาเป็นว่าเราไปกันพรุ่งนี้ดีมั้ย บาสเลี้ยงพี่กาวเอง ตอบแทนเรื่องของขวัญไง
[ไม่เป็นไรหรอกบาส ไม่ต้องมาตอบแทนอะไรพี่หรอก ที่พี่ให้ก็เพราะว่าพี่....] ฟังพี่กาวพูดไม่ทันจบฉันก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ค่ะ เอาเป็นว่าตามนั่นนะ เจอกันเมื่อไรยังไงที่ไหนแล้วแต่พี่เลย
[งั้นเอาเป็นว่าเจอกันที่สยามเวอร์เพรส หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น ชั้นสาม เอาเป็นสัก 11โมงแล้วกัน]
ได้ค่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะค่ะ แค่นี้นะพี่กาว ฉันรอฟังเสียงจากปลายสาย
[เอ่อ เอ่อ คือ คืนนี้นอนหลับฝันดีนะครับ] เสียงพูดตะกุกตะกักด้วยอาการขัดขืนของพี่กาวทำให้ฉันอดยิ้มไม่ได้ มีครับต่อท้ายด้วยแหะ แต่เพียงคำพูดเล็กน้อยนั่นมันกลับทำให้หัวใจเรารู้สึกพองโตทีเดียว
ฉันตื่นตั้งแต่เช้ารีบอาบน้ำ แต่ต้องมาเสียเวลากับการเลือกชุดเนี้ยสิ ฉันหยิบตัวนู้น ใส่ตัวนี้ ยืนหมุนอยู่หน้ากระจกตั้งนานกว่าจะเลือกชุดได้ ในที่สุดมันก็ใกล้เวลานัดเข้าไปทุกที
เอาละ ชุดโอเค ผมโอเค หน้าโอเค พร้อมล่ะ ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันนะว่าทำไมฉันถังได้พิถีพิถันในการแต่งตัวมากขนาดเนีย เพียงแต่ฉันรู้สึกว่าฉันอยากจะดูน่ารักเท่านั้นเอง ซึ่งปกติฉันก็น่ารักอยู่แล้วนะ อิอิ ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายใบใหญ่ใบโปรดของฉันแล้วเดินออกลงมาข้างล่าง
แม่ค่ะหนูไปนะค่ะ ฉันบอกกับแม่ที่นั่งดูโทรทัคน์อยู่
อ้าวบาสจะไปไหนล่ะ แม่หันมาถามฉัน
แม่อ่ะบาสก็บอกแม่แล้วไงว่าบาสจะไปดูหนังกับพี่กาว ฉันบอกกับแม่ในขณะที่กำลังเลือกรองเท้า
แม่ลืมไป แล้วอย่างกลับให้มันค่ำล่ะ เดี๋ยวพ่อจะดุเอา
ค๊า หนูไปนะ
ฉันมาถึงยังห้างที่นัดกันไว้ก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง อีกครึ่งชั่วโมงแนะ เดินเล่นก่อนดีกว่า ฉันเดินดูนู้นดูนี่ ก็เหลือบสายตาไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งรู้สึกคุ้นตาอย่างมากจึงเดินเข้าไปใกล้
อ้าว พี่โอ๋นิมายืนลับๆล่อๆอะไรอยู่ตรงนี้นะ สภาพที่เห็นก็คือพี่โอ๋มายืนแอบอยู่ตรงชั้นวางหนังสือหน้าร้านหนังสือเหมือนกำลังหลบใครอยู่ฉันจึงเดินเข้าไปทัก
พี่โอ๋!! ฉันเดินเอามือไปแตะไหล่พี่โอ๋ถึงกับสะดุ้งตกใจหันมามองฉันตาโต
เฮ้อ!! บาสเองเหรอตกใจหมดเลย
แหม พี่ทำเป็นคนขวัญอ่อนไปได้ แสดงว่ากำลังทำอะไรไม่ดีอยู่ล่ะสิ
เปล่าสักหน่อย ปากบอกว่าเปล่าแต่ท่าทางกลับมีพิรุธ
พี่แอบมองใครอยู่เหรอ
เปล่า ยังจะมาโกหาอีกก็เห็นอยู่
แฟนพี่คนไหนเหรอ ฉันแกล้งแหย่ถาม คราวนี้ฉันมาแอบซุ่มดูด้วยกันกับพี่โอ๋
คนนั้นไง คนที่ยืนอยู่ตรงมุมนิตยสารนะ พี่โอ๋หันมาบอกฉัน ฉันมองตามที่พี่โอ๋บอก
โห้ พี่ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก ฉันทำตาโต
ทำไมวะ มันเป็นยังไง พี่โอ๋ถามเสียงดุ ฉันใช้ปากชี้ให้พี่โอ๋ดูตาม
นี่แหนะ ไม่ใช่ป้าแก่คนนั้นเฟ้ย อีกคนต่างหาก พี่โอ๋ย่อนมะเหงกให้หนึ่งที แล้วบอกให้ฉันดูใหม่ เป็นสาวที่แต่งชุดนักศึกษา ดูอวบแต่ก็สมส่วนดีใส่แว่น ผิวขาว ผมยาว ก็จัดว่าน่ารักค่ะ ในสายตาของฉันว่าน่ารักดีอ่ะชอบ ตกลงพี่โอ๋มีแฟนแก่กว่าจริงๆด้วย
แล้วไมมายืนแอบอยู่แบบนี้อ่ะก็เข้าไปหาเข้าดิ ฉันหันไปพูดกับพี่โอ๋ พี่โอ๋ไม่พูดอะไรดูท่าจะหัวเสียมากทีเดียวหน้างี้บึ้งเชียว เหมือนระเบิดที่พร้อมจะระเบิด สายตาพี่โอ๋จ้องแขม็งไปยังแฟนสาว ฉันมองตามไป คราวนี้มีหนุ่มแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเช่นกัน กำลังยืนพูดคุยกระหนุงกระหนิงอยู่กันมีการโอบไหล่กันด้วย นี่ตกลงว่าแฟนพี่โอ๋แอบมีกิ๊กเหรอเนียะไม่อยากเชื่อเลย แต่ขอโทษนะผู้ชายคนนั้นรู้สึกคุ้นหน้าอีกแล้วอ่ะ ใช่แล้ว
นั่นมันพี่.... ไม่ทันพูดจบฉันก็โดนพี่โอ๋ลากตัวออกมาจากจุดแสลงใจทันที
ไปบาสเราไปฉลองกันหน่อย พี่โอ๋พูดด้วยอาการหงุดหงิดอยากระบาย
เดี๋ยวพี่ฟังบาสก่อน พี่คนนั้นนะ พี่คนนั้นคือ
ไม่ต้องพูดให้มันเจ็บใจพี่หรอก ว่าแล้วว่าทำเมื่อวานถึงไม่ยอมมาเจอกัน ไม่ยอมรับโทรศัพท์ บอกว่ามีกิจกรรมที่มหาลัยปลีกตัวออกมาไม่ได้ โกหกกันชัดๆ ฉันพยายามดังดันไม่ให้โดนลากตัวไปแต่ก็ไม่เป็นผล
พี่โอ๋ ฟังบาสก่อน บาสมีนัด
ทนอยู่เป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ น้ำเสียงอัดอั้นของพี่โอ๋ทำให้ฉันกลืนคำพูดที่จะพูดลงคอ พี่โอ๋หันมาสบ
ตาฉัน ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าเศร้าเหมือนคนอยากจะร้องให้ ฉันก้มมองดูนาฬิกา เอาไงดีวะ นี่ก็เลยเวลามา
แล้วด้วย จะปล่อยพี่โอ๋ไว้คนเดียวก็ไม่ได้ด้วยเดี๋ยวพี่แกเกิดคิดสั้นเอาสายรองเท้ามาผูกคอตายจะทำไงฟ่ะ
เอ่อ ก็ได้ค่ะ ฉันบอกกับพี่โอ๋ด้วยความกระอักกระอ่วน
ขอบใจมากนะ แต่บาสอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ พี่โอ๋ยิ้มให้ แต่มันดูเศร้าสลดเหลือเกิน ทั้งๆที่เวลาพี่โอ๋ยิ้มมันเหมือนโลกทั้งโลกสดใสขึ้นมาทันที ไอ้การแค่นยิ้มที่ไม่ได้ออกมาจากใจเนี่ยะมันคงทรมารมากเลยสินะ
งั้นบาสขอโทรศัพท์แปปนะพี่โอ๋ พี่โอ๋พยักหน้าฉันจึงหลีกตัวออกมาโทรศัพท์หาพี่กาว
ฮัลโหลพี่กาวเหรอ ตอนนี้อยู่ไหนแล้วอ่ะ
[พี่อยู่ตรงที่นัดกันไว้นั่นแหละ แล้วบาสล่ะอยู่ไหนมีอะไรรึเปล่า]
คือพอดีว่าบาสต้องไปทำธุระกับแม่นะพี่เรื่องสำคัญด้วย บาสอยากให้พี่รอบาสสักหน่อยได้มั้ยเสร็จแล้วบาสจะรีบไปทันทีไม่เกินชั่วโมงใกล้ๆห้างที่เรานัดเองพี่กาว ขอโทษนะค่ะพี่กาวที่บาสต้องโกหก แล้วก็ขอโทษแม่ด้วยที่เอาท่านมาแอบอ้าง
[อืมได้สิ ไม่เป็นไรเสร็จเมื่อไรก็มาแล้วกัน]
หลังจากวางสายสนทนากับพี่กาวแล้วฉันก็โดนพี่โอ๋ลากตัวไประบายอารมณ์ที่ห้องคาราโอเกะที่เปิดบริการภายในห้างชั้นสอง เป็นห้องร้องส่วนตัวไม่ต้องกลัวว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์ นี่ฉันจะต้องทนฟังเสียงของพี่โอ๋เหรอเนียะ แต่รู้สึกเหมือนเราลืมบอกอะไรพี่โอ๋ไปหว่า นึกไม่ออกแหะ ว่าแล้วพอพี่แกได้ไมค์เท่านั้นพี่แกใส่ไม่ยั้งเลย เริ่มต้นด้วย
1. Out ใจ : So Cool
2. อกหัก : Bodyslam
3. ส่อแวว : Flame
4. ขออยู่คนเดียว : Instinct
และอีกมามายซึ่งไม่รู้ว่าพี่แกร้องว่าอะไร เพราะเอาแต่แหกปากปาวๆ ส่วนเราก็ได้แต่นั่งอุดหู ไม่อยากจะบอกว่าพี่แกสามารถครองไมค์ได้อยู่เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว แล้วพี่แกก็หยุด เดินออกนอกห้องไป ฉันลุกขึ้นแอบดูที่กระจกใสที่ประตู ดูเหมือนว่ามีคนโทรหาพี่โอ๋ ทีแรกพี่แกทำหน้าบึ้งตอนรับโทรศัพท์ มีการถกเถียงกันเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะทะเลาะกัน แล้วก็กลับมาคุยดีๆ ไม่นานพี่แกก็ยิ้มร่า เก็บโทรศัพท์แล้วเดินกลับมา ฉันรีบกลับมานั่งที่เดิมทันที
ไปเหอะบาส พี่โอ๋พูดด้วยรอยยิ้ม
สบายใจแล้วเหอะพี่ พี่โอ๋พยักหน้า เดินออกไปจ่ายตังค์ที่เค้าเตอร์ เดินนำลิ่วไปร้านไอติมที่อยู่ชั้นเดียวกัน เมื่อเข้ามาในร้านก็พบว่ามีแฟนพี่โอ๋และชายคู่กรณีนั่งรออยู่ พี่โอ๋เดินเข้าไปนั่ง ส่วนฉันก็ยิ้มให้ทั้งสองคนโดยเฉพาะชายคู่กรณี
อ้าวบาสมาได้ไงนะ กิ๊ก(คิดว่านะ)ของแฟนพี่โอ๋กล่าวขึ้น
แล้วพี่ยูล่ะมากะแฟนพี่โอ๋ได้ไง คะสรุปแล้วว่ากิ๊กที่ว่าก็คือพี่ยูพี่ชายใจดีร้านกิ๊ฟช๊อบหน้าโรงเรียนเรานี่เอง และนั่นก็คือสิ่งที่ฉันลืมบอกพี่โอ๋ไปว่าคนที่ทำให้พี่โอ๋หึงแฟนจนจะทำให้ร้านคาราโอเกะพังก็คือ พี่ยู คนรู้จักของฉันเอง ลืมไปได้ไงฟร่ะ ไม่งั้นคงไม่ต้องนั่งฟัง(เอามืออุดหูตลอด) เสียงทรมารใจจนอยากกระโดดไปเตะคนร้องแบบนี้หรอก
สรุปได้ใจความว่า เมื่อวานที่คณะมีการเรียกประชุมนักเรียนตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นทั้งๆที่เป็นวันแห่งความรักทำให้หนุ่มสาวต่างไม่ค่อยพอใจกันสักเท่าไรที่จะต้องมานั่งฟังการประชุมแทนการออกเดทกะแฟน พอตกดึกก็ต้องจัดการทำป้ายกิจกรรมคณะต่อโทรศัพท์ก็ลืมทิ้งไว้ที่หอเพื่อน เพิ่งจะได้กลับจากมหาลัยก็เช้าแล้ว ก็เลยชวนพี่ยูซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่คณะมาช่วยเลือกของขวัญให้พี่โอ๋ ส่วนพี่โอ๋ก็กะว่าจะมาเที่ยวแก้เซ็งก็เลยมาเห็นเข้าก็เลยเกิดอาการหึงจนหน้ามืดตามัวคล้ายจะเป็นหวัดคัดจมูก แล้วฉันก็ไม่น่าไปเจอพี่โอ๋เลย เมื่อเครียส์ปัญหาใจกันเรียบร้อยคู่รักของเราจึงขอตัวกลับ
ตายแล้ว!! แย่แน่ๆเลย ฉันมองนาฬิกาข้อมือ ก็ต้องตกใจเมื่อเวลาล่วงเลยมามากแล้ว นี่ฉันปล่อยให้พี่กาวคอยเกือบสามชั่วโมงเลยเหรอเนียะ
มีอะไรเหรอบาส
บาสนัดพี่กาวเอาไว้นะ ต้องรีบไปแล้วค่ะ ตอนนี้ก็สายมามากแล้วด้วย
อ้าวเหรอ นัดที่ไหนล่ะ
หน้าร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นสามค่ะ
เหรองั้นไปพร้อมกัน พี่จะขึ้นไปทักทายรุ่นพี่ที่เปิดร้านอยู่ที่นั่นเหมือนกัน เราสองคนก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้าน ตอนนี้ใจฉันมันอยากจะไปให้ถึงที่นั่นโดยเร็ว ฉันรีบเดินโดยไม่รอพี่ยู พี่ยูคงรู้จึงเดินเข้ามาจูงมือฉันแล้วพาฉันวิ่งไปยังที่ดังกล่าว เมื่อมาถึงฉันยืนหันซ้ายหันขวามองหาพี่กาวแต่ก็ไม่เห็นแม้เงา
พี่ยูไปเถอะค่ะเดี๋ยวบาสอยู่คนเดียวได้ ฉันหันไปบอกกับพี่ยูที่ยืนรอเป็นเพื่อน
โอเคตามนั้นนะ ว่างๆก็ไปหาพี่ที่ร้านบ้างสิ หรือว่ากลัวแฟนคนนั้นหึง
ไม่ใช่แฟนสักหน่อย ฉันทำหน้ามุ่ย
งั้นพี่ไปก่อน พี่ยูเอามือมาลูบหัวฉันก่อนจะเดินจากไป จากนั้นฉันก็รีบล้วงโทรศัพท์โทรหาพี่กาวทันที
หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ นั่นคือสิ่งที่ได้ยินจากปลายสาย ฉันโทรหาพี่กาวหลายครั้งแต่ก็เป็นเหมือนเดิม สงสัยคงโกรธแล้วกลับบ้านไปแหงแซะเลย ก็เล่นปล่อยให้คอยตั้งนาน แล้วที่นี้จะขออภัยโทษยังไงละเนียะ หวังว่าคงไม่โดนถึงขึ้นประหารหรอกนะ
*****************************************************
มาอัพให้ตามสัญญาแล้วนะครับ เฮ้อแต่กำลังเครียดกับตอนต่อไปอยุ่เนียะ ถ้าหากจะให้ยับบาสของเราที่มีอายุไม่ถึง 15 มีฉากเลิฟซีนเนียะจะผิดมั้ยนะ กลุ้มๆกลัวเดี๋ยวโดนแบนอ่ะ อิอิ
ก้อใจมันหาย ละลายละลายละลายละไหลไปกับเธอเห่อ เจออย่างเนี้ยคนอ่อนไหว อะวุ่นวาย ก้อใจมันเพ้อ ละลอยละลอยละลอยละล่องไปอยู่ไหน(อ่ะ) ช่วยดูแลใจให้หน่อยเหอะนะ ไม่อยากบอกว่าเต้นไปด้วยนะเนียะ เหอะๆ ไม่อายใครเลยนะเนีย
นิ!! เสียงใครว่ะ ฉันหยุดนิ่งหันซ้ายหันขวามองหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่ได้เห็นเงาของผู้ใดสักคนแม้แต่สักตัวก็ไม่มี ฉันจึงเดินฮัมเพลงต่อไปไม่คิดอะไร
ก้อใจมันหาย ละลายละลายละลาย ว้าย!!ละลายละไหล..ไหลตกท่อ!! ฉันร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อมีมือใหญ่มาคว้าหมับที่ตรงหัวไหล่
นี่!! ไม่ได้ยินเหรอไง ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างหวั่นๆ
โห!! พี่กาวอ่ะตกใจหมดเลย
อารมณ์ดี มีความสุขซะจริงนะ น้ำเสียงประชดอย่างเห็นได้ชัด
แน่นอนดิ อ๊า!! ตายแล้ว ของที่พี่อเล็กส์ซื้อให้หล่นหายไปไหนแล้วเนีย เพราะพี่กาวคนเดียวเลย ฉันรีบนั่งลงหาแต่ก็ไม่วายเงยหน้ามองส่งสายตาดุไปให้ตัวต้นเหตุ
มันซื้ออะไรให้เธอ พี่กาวถามเสียงเข้ม
กิ๊ฟท์ติดผมนะ พี่กาวยืนเฉยๆนะอย่าขยับ หายแน่เลย
ไม่ต้องหาแล้ว เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ให้ก็ได้ พี่กาวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันยังคงหาอยู่ ฉันเงยหน้ามองพี่กาวอีกครั้ง พี่กาวเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับยิ้มเยาะเย้ยฉัน ดูท่าพี่แกจะไม่สำนึกผิดเลยแหะ
ไม่เอาหรอก ความสำคัญมันต่างกันตั้งเยอะ ถ้าพี่กาวซื้อให้นั่นก็เท่ากับว่าพี่กาวเป็นคนให้ไม่ใช่พี่อเล็กส์ ฉันยังคงนั่งหาต่อไป
เออใช่ ไอ้อเล็กส์มันสำคัญมากนิ งั้นก็เชิญหาต่อไปเหอะ พี่กาวกระแทกเสียงใส่ แล้วสะบัดตูดเดินไป เฮ้ย เห็นเราเป็นอะไรฟ่ะ ไม่ใช่ชักโครกนะเฟ้ย มาระบายใส่แล้วก็ไปเนียะ หรือเป็นช่วงที่พี่แกเข้าสู่วัยทอง ฉันลุกขึ้นยืนมองพี่กาวอย่างงงๆ ก่อนจะนั่งลงหาต่อ ในที่สุดฉันก็เจอมันอยู่ตรงพุ่มไม้ใกล้เท้าฉันเอง
ปังๆๆ ปัง ปังๆๆ เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้น ฉันหันไปมองประตูอย่างไม่ใส่ใจ
เปิดประตูหน่อยสิบาส เสียงตะโกนเรียกดังตามมาติดๆ
ปังๆๆๆ ปังๆๆ ปังๆๆๆ เสียงรัวดังมาอีกรอบ
ไอ้บาสเปิดประตูเว้ย
ไอ้บาสหลับแล้ว
ไอ้บาสแกอย่ามาทำเล่นกับฉันนะเว้ย สิ้นเสียงของพี่ก้องฉันก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้พี่ก้อง
มีไรพี่ก้องบาสจะนอนแล้วง่วง ฉันแกล้งอ้าปากหาวสนับสนุน
อย่างมาทำเนียน แกคงหลับอยู่หรอกนะเวลานี้นะ ปกติไม่เที่ยงคืนท่านกีรติไม่สามารถข่มพระเนตร
สสีบได้ไม่ใช่เหรอ
ค่าๆ ไม่ต้องยืดยาวพี่ก้องมีไรว่ามา พี่ก้องแทรกตัวเข้ามาในห้องแล้วเดินเล็งของสะสมของฉัน อ๋าย อีกแล้วอ่ะคราวนี้พี่แกจะหยิบอะไรอีกเนีย
หิวข้าว พี่ก้องพูดเสียงเรียบหน้าตาย
เหรอ งั้นราตรีสวัสดิ์ ฉันหันหลังไปพร้อมกับพลักประตู แต่โดนพี่ก้องดันเอาไว้ได้ก่อน
เฮ้ย เดี๋ยวดิทำไรให้กินหน่อย นะ นะ พี่ก้องทำสายตาเว้าวอนสุดฤทธิ์
โอ้ย!! พี่ก้องบาสไม่ใช่คนรับใช้นะ ไม่ใช่แม่ครัวด้วย บาสทำอาหารไม่เป็นหรอก เหนื่อยใจจริงๆ
นี่!! ไปทำอะไรให้ฉันกินเลยนะ หิว พี่ก้องขึ้นเสียงขู่ฟอดๆ ไอ้ท่าทีก่อนหน้านี้มันหายไปในฟ่ะ ไหงเข้าโหมดปีศาจไวจริง
ก็ได้ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวบาสจะทำอาหารที่อร่อยจนลืมโลกให้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นคุณท่านพี่ลงไปนั่งรอข้างล่างสักครู่นะค่ะ เดี๋ยวบาสจะตามลงไป ฉันพูดด้วยน้ำเสียงประชดอย่างขัดใจ พี่ก้องหรี่ตามองก่อนจะเดินลงไป
แล้วฉันก็ลงมือรื้ออาหารสดในตู้เย็นออกมาวางไว้เผื่อจะดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รื้อไปรื้อมาจนตอนนี้มันวางเกะกะเต็มไปหมด แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจทำอาหารจานเดียวให้พี่ก้องทาน นั่นก็คือข้าวผัด เพราะเคยเห็นแม่ทำแล้วดูไม่น่าจะอยากก็อิแค่เอาข้าวลงไปผัดในกระทะแค่นั้นเองง่ายจะตาย เวลาผ่านไปฉันก็สามารถทำอาหารสำเร็จจนได้ ฉันตักข้าวผัดใส่จานเตรียมพร้อมเสริฟอย่างภูมิใจ
เสร็จแล้วค่ะท่านพี่ ฉันตะโกนลั่นมาจากในครัวเดินลิ่วนำอาหารและน้ำมาวางไว้ที่โต๊ะห้องนั่งเล่น
ไมนานจัง พี่ก้องทำหน้าไม่พอใจ กลัวจริงๆนะ เดี๋ยวพี่แกโมโหหิวขึ้นมาได้กลายเป็น ข้าวผัดน้อย ฆ่าบาส ขึ้นมาจะทำไง
ก็เสร็จแล้วนี่ไง พี่ก้องมองมาที่จานอาหารตรงหน้า
เฮ้ย!! นี่มันอะไรฟ่ะ พี่ก้องใช้ช้อนเขี่ยๆ ทำหน้าแยะ
ข้าวผัดไง ฉันยิ้มแฉ่ง
ข้าวผัดไรฟ่ะ พี่ก้องยังคงใช้ช้อนเขี่ยๆ แต่สีหน้านี่สิ ขยะแขยงสุดๆ
ข้าวผัดอเมริกันไงพี่ก้องถามได้ไม่เคยกินเหรอไง ฉันเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจบ้าง ก็พี่แกอยากทำหน้าขยะแขยงกับอาหารที่เราทำก่อนทำไม
ข้าวผัดอเมริกันบ้าอะไรฟ่ะไหงมันถึงได้ตำเป็นตอหม้อยังงี้ พี่ก้องวางช้อนอย่างแรง พร้อมส่งสายตาสงสัยแกมอาฆาตมาให้ฉัน
แหะๆ ก็ข้าวผัดอเมริกันผิวดำไงพี่ก้องไม่รู้จักเหรอ ฉันแสยะยิ้มให้ แต่พี่ก้องยังคงหน้านิ่งเรียบ
กินแล้วลืมโลกเลยไง ฉันพูดเสริมสร้างข้อดีให้กับอาหารของฉัน
ลืมโลกนี้แล้วไปอยู่โลกหน้านะสิไอ้บาส เอาไปให้หมามันกินมันยังขอยอมตายดีกว่าเอากลับไปเลยไป ฉันกินม่ามาก็ได้วะ หวังว่าคงจะไม่อยากเกินความสามารถแกหรอกนะ สั่งจบพี่แกก็หันไปสนในทีวีที่อยู่ตรงหน้าต่อ ฉันทำหน้าหมุ่ยทำหน้าล้อเลียนแต่ไม่ให้พี่ก้องเห็นนะ แหมว่าเอาว่าเอานะ แล้วทีแรกมาอ้อนวอนให้ฉันทำให้ทำไมกัน แล้วฉันก็ต้องไปจัดการต้มมาม่ามาให้ท่านชายก้องเสวย ส่วนฉันก็ขึ้นไปนั่งทำรายงานบนห้อง เวลาผ่านไปไม่นาน พี่ก้องก็เดินตามฉันขึ้นมาบนห้อง
เอ้า เอาไป พี่ก้องวางกล่องของขวัญขนาดเล็กไว้ที่โต๊ะ ฉันเดินไปหยิบมาดูอย่างสงสัย
ว้าย!! วันนี้คุณก้องเกียรติ พิสุทธิ์ไพศาล มาแปล๊กแปลก ซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์มาให้ดิฉันด้วยค่ะ ปลื้มใจม๊ากมาก
เปล่าไม่ใช่ฉัน พี่ก้องไหวไหล่ปฏิเสธ
อ้าว แล้วใครอ่ะพี่ที่ให้ฉัน ฉันหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนมองดูกล่องของขวัญอย่างแปลกใจ
ไอ้กาว
หา!! พี่ว่าใครนะ ฉันถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เมื่อชื่อที่ได้ยินจากปากของพี่ก้องเป็นชื่อของคนที่ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้เลย
เออ ก็อย่างที่แกได้ยินนั่นแหละ
ไม่อยากจะเชื่อเลยพี่แกกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าฟ่ะ
ทำไมวะ ไอ้กาวใจให้ของขวัญแกไม่ได้เหรอไง
ก็แหมพี่ก้อง ก็ดูดิก่อนหน้านี้พี่กาวแกก็เอาแต่แกล้งฉันว่าฉันตลอด แล้ววันนี้อีกมาโวยๆใส่แล้วก็สะบัดตูดไปเป็นพี่ พี่จะเชื่อเหรอ
จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ไอ้กาวมันก็โทรมาปลุกฉันตั้งแต่เช้าชวนฉันไปเลือกของให้แกนั่นแหละ
แล้วไมไม่เอามาให้ฉันเองล่ะ
ที่จริงวันนี้มันตั้งใจจะชวนแกไปดูหนัง เออ คือ แบบว่าไถ่โทษเรื่องที่ชอบแกล้งแกนั่นแหละ เหรอแล้วทำไมประโยคพี่ก้องถึงได้พูดเหมือนกระอักกระอ่วนใจแบบนั้นล่ะ
แล้วไงต่อ
แต่แกนั่นแหละดันไปกับอเล็กส์มันเสียได้ พี่ก้องทำตาเคืองใส่
ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ ก็อย่างที่ว่าแหละค่ะใครมันจะไปคิดล่ะค่ะ ว่าพี่กาวจะทำเรื่องแบบนั่นได้
เออๆ ฉันขี้เกียจพูดมากแล้ว ยังแกก็โทรไปขอโทษไอ้กาวมันซะ พี่ก้องลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
อ้าว ทำไมฉันต้องขอโทษด้วยละ ไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย พี่ก้องหันมามองหน้าฉันส่งสายตาดุไม่ตอบคำถาม เดินออกจากห้องไปทันที
ไรวะ เข้าข้างเพื่อนตัวเองนี่หว่า ฉันล้มตัวลงนอนชูกล่องของขวัญขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา มันจะเชื่อได้เหร้อ แกล้งกันเปล่าฟ่ะ ดูไรแกะออกมาแล้วเจอตัวประหลาดๆไม่แย่เหรอเรา ฉันนอนพลิกไปพลิกมาตัดสินในว่าจะแกะของขวัญดูดีเหรอเปล่าอยู่นานจึงตัดสินใจเสี่ยงแกะดู ฉันแกะกล่องของขวัญอย่างๆช้า เมื่อเปิดกล่องดูข้างในสิ่งที่เห็นไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรทั้งนั้น แต่มันกลับเป็นสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กน่ารักประดับจี้ผีเสื้อเล็กๆฝังงานคิวบิกเก๋ เห็นแล้วฉันก็อดอมยิ้มไม่ได้พอนึกถึงสภาพสองหนุ่มโดยเฉพาะผู้ชายอย่างพี่กาวที่ไปยืนเลือกเครื่องประดับที่ร้าน ฉันมองดูลักษณะของรอบวงแล้วไม่น่าจะใช้สร้อยคอแน่ๆเพราะว่ามันเล็กเกินไป จึงลองนำมาสวมที่ข้อมือดู
อ้าวหลวมอะ เอามือลงก็หลุดเลยนะเนีย แล้วพี่กาวแกซื้อสร้อยอะไรให้ฉันเนียะ ฉันมองดูสร้อยเส้นดังกล่าวอย่างโมโห
สร้อยคอก็ไม่ใช่ สร้อยข้อมือก็ไม่ใช่ งั้นก็เป็นสร้อยข้อเท้าชัวร์ ฉันนำมาสวมที่ข้อเท้าสรุปว่ามันพอดีเป๊ะ ทำไมตอนแรกถึงนึกไม่ได้ฟ่ะ สงสัยขี้เลื่อยไปบดบังความฉลาด อันที่จริงก็ไม่คิดหรอกค่ะว่าผู้ชายอย่างพี่กาวจะซื้อสร้อยข้อเท้าให้ผู้หญิงอ่ะ
หลังจากที่กระสับกระส่ายตัดสินใจแกะของขวัญดีรึเปล่าไปแล้ว คราวนี้ต้องมาตัดสินใจอีกว่าจะโทรไปขอบคุณพี่กาวดีหรือเปล่า มันเครียดเสียยิ่งกว่าการรอลุ้นผล โอเน็ต เอเน็ต และมันก็ตัดสินใจอยากกว่าการเลือกที่จะตกลงแต่งงานกับ ชอย ซีวอน หนุ่มหล่อลากแห่ง SJ หรือ คิม จุงฮุน องค์ชาย ลียูล ที่กระชากใจสาวทั้งเอเชีย เสียอีก สุดท้าย และ ท้ายที่สุด หลังจากที่นั่งจ้องมองโทรศัพท์อยู่นานคือถ้าหากว่ามันเป็นปลากัดคงท้องไปได้สักสิบครอกแล้ว จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์โทรหาคนที่ทำให้ฉันรู้สึกเครียดในตอนนี้
มีไร พี่กาวรับโทรศัพท์เสียงห้วน
******************************************************************************8
มาลงไว้แค่นี้ก่อนนะฮับ ส่วนไอ้พี่กาวกับยัยบาสของเราจะสนทนากันเรื่องอะไร แล้วเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นขอให้เพื่อนรอติดตามนะคับ วันนี้เอามาลงให้ยาว(คิดว่านะ อิอิ) แล้วกระผมก็ขอตัวชะแว้บหายไปสัก สี่ห้าวัน ขอเขียนเรื่องสั้นสักเรื่อง ตอนนี้พล๊อตอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว เสร็จเมื่อไรจะนำมาโพสให้อ่านกันนะคับ แล้วอย่าลืม เม้นท์ และ โหวตกันให้เยอะเน้อ
ขอบคุณมากคะ ฉันกล่าวขอบคุณเมื่อพี่อเล็กส์จอดรถอยู่หน้าประตูรั่วบ้าน ฉันปลดสายเบ้ลออกเตรียมจะเปิดประตูรถ
เดี๋ยว ฉันหยุดแล้วหันไปมองเห็นพี่อเล็กส์ล้วงอะไรก็ไม่รู้ในกระเป๋ากางเกง
มีอะไรเหรอค่ะ
เอ้านี่พี่ให้ พี่อเล็กส์กำไว้ในลักษณะคว่ำแล้วยื่นมาให้ฉัน
อะไรอะพี่บาสไม่กล้ารับอะ ทำแบบนี้น่าสงสัยกลัวว่าพี่แกจะแกล้งแล้วเอาตัวอะไรก็ไม่รู้มาใส่ในมือฉัน
แบมือดิ ไม่มีอะไรหรอกน่า เอ้าเร็วๆดิ
แน่ใจนะ ฉันแบมือรับอย่างหวั่นๆ พี่อเล็กส์กระตุกยิ้มแล้วคว้ามือฉันไว้แน่น ทำแบบนี้ยิ่งกลัวใหญ่เลย แมงมุม จิ้งจก หนอน กิ้งกือ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นของปลอมแต่เราก็กลัวนะ ฉันภาวนาขออย่าให้เป็นของพวกนี้เลยสาธุ
เอ้า!! พี่อเล็กส์พูดเสียงดังทำหน้าชวนให้ตกใจ
กรี๊ดดดดดดดดดด ฉันร้องลั่นเมื่อวัตถุแข็งๆและเย็นสัมผัสโดนมือพร้อมกับเสียงของพี่อเล็กส์ แต่ก็เหมือนคนบ้าแหละ แทนที่ว่าตกใจแล้วโยนมันทิ้งไป ดันกลับหลับตาปี้กำมันไว้แน่นซะงั้น เฮ้อ!! บ้าแท้เรา
อ้าวๆ จะกำมันไว้ถึงไหนเนียะ เปิดดูดิ
ไม่เอา ฉันหลับตาเบือนหน้าหนียื่นมือที่กำอะไรก็ไม่รู้ออกห่างตัว
เอาน่า ลองแบมือดูไม่มีอะไรสักหน่อยเชื่อพี่เหอะ น้ำเสียงที่พูดออกมาปนเสียงหัวเราะเล็กน้อยไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไรเลย ฉันค่อยๆแบมือที่กำออก พร้อมกับค่อยๆเบิ่งตามองของที่อยู่ในมือ
เฮ้อ~~นึกว่าอะไรตกใจหมดเลยพี่อเล็กส์นะ ฉันมองค้อนพี่อเล็กส์นิดนึง
ก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไร แล้วชอบมั้ย พี่อเล็กส์ยิ้มฉันมองกิ๊ฟท์ติดผมรูปมงกุฎสีฟ้าประดับด้วยเพชรหลากสี อันเล็กน่ารัก (เพิ่งมารู้ว่าเป็นของ Rena Chris ก็ตอนที่เอามาดูเล่นแบบพลิกไปพลิกมา) ก่อนจะเงยหน้าตอบพี่อเล็กส์
ค่ะ น่ารักดี แล้วพี่ให้บาสเนื่องในโอกาสอะไรเหรอค่ะ วันนี้ก็ไม่ใช่วันเกิดบาสสักหน่อย
หา!! นี่บาสไม่รู้เหรอว่าพี่ให้บาสโอกาสอะไร พี่อเล็กส์ทำตาลุกวาวมองมาที่ฉันอย่างงงๆ ส่วนฉันก็จ้องหน้าพี่อเล็กส์อย่างงงๆตอบกลับไปเช่นกัน
ไหนบอกพี่มาดิว่าวันนี้วันที่เท่าไร
14
แล้วมันเดือนอะไร
ก็กุมภาพันธ์ไงพี่ถามไรแปลกๆ บาสไม่ใช่คนบ้านะจะได้ไม่รู้วันไม่รู้เดือน พี่อเล็กส์กระตุกยิ้ม
อ๊า!!! ใช่แล้ววันนี้มันเป็นวันวาเลนไทน์นี่น่า ฉันทำตาลุกวาวเมื่อนึกออก ทำให้พี่อเล็กส์อดขำไม่ได้
เพิ่งนึกได้รึไงเรา แล้วแบบนี้แฟนเราจะไม่น้อยใจแย่เหรอดันมาลืมวันแห่งความรักเสียได้ พี่อเล็กส์ลูบหัวฉันเบาๆ แต่ฉันว่าพี่แกขยี้หัวฉันมากกว่าเล่นซะผมกระเซิงเลย
ก็ไม่มีไงเลยไม่ให้ความสำคัญ ฮั่นแน่ งั้นที่พาเราไปเลี้ยงข้าว ไปดูหนัง แล้วก็ซื้อของขวัญให้เนียะ อย่าบอกนะว่า.............. ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อพร้อมส่งสายตากรุ่มกริ่มเหมือนรู้ทัน พี่อเล็กส์ ทำหน้า
ไม่รู้ไม่ชี้เบือนหน้าหนีไป
ว่าอะไร พี่อเล็กส์ถามทวนแต่สายตากลับมองไปข้างหน้าไม่หันมาสบตาฉัน
ว่า............พี่ชอบบาส ฉันยิ้มพูดแกมเล่นด้วยท่าทีไม่จริงจังอะไรนัก
โห...หลงตัวเองใหญ่แล้วเรา พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย พี่อเล็กส์หันมาทำหน้าเย้ยเหยาะ
แหม บาสรู้หรอกน่าก็แกล้งพูดเล่นไปงั้นเองที่จริงวันนี้ตัวเองไม่มีคนให้ไปควงคู่ออกเดทสวีทหว๊านหวานด้วยอะดิ จึงชวนบาสไปก็เซ็งใช่ป่ะ
ทำเป็นรู้ทันนะเรา ไปกลับเข้าบ้านไปได้แล้ว พี่อเล็กส์พลักศรีษะฉันเบาๆ ฉันลงจากรถก่อนจะก้มหน้าเข้ามาในรถอีกครั้ง
ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับวันนี้แล้วก็ไอ้นี่ด้วยน่ารักมากๆเลยค่ะ พี่อเล็กส์ยิ้มกว้างตอบ ฉันปิดประตูรถ แล้วพี่อเล็กส์ก็ขับรถออกไป ฉันโบกมือลาอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
***************************************************************************
กลับมาแล้วค๊าาาาาาาาบบบบบบบบบบบบบ หลังจากที่ไปตจวมาหลายวัน สำหรับตอนนี้เอามาอัพให้นิดหน่อยพอเป็นพิธีให้หายคิดถึงก่อนนะคับ มาถึงก็รีบแต่งเลยนะเนีย แต่ไม่ไหวง่วงนอนแล้ว แต่ข้าพเจ้าจะขอสัญญาว่าจะพยายามอัพตอนต่อไปให้เร็วที่สุดด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองเลยเอ้า!
อ๊ะๆ อย่าลืมเม้นท์และโหวตให้ด้วยนะคับปม