ก้อใจมันหาย ละลายละลายละลายละไหลไปกับเธอเห่อ เจออย่างเนี้ยคนอ่อนไหว อะวุ่นวาย ก้อใจมันเพ้อ ละลอยละลอยละลอยละล่องไปอยู่ไหน(อ่ะ) ช่วยดูแลใจให้หน่อยเหอะนะ ไม่อยากบอกว่าเต้นไปด้วยนะเนียะ เหอะๆ ไม่อายใครเลยนะเนีย
นิ!! เสียงใครว่ะ ฉันหยุดนิ่งหันซ้ายหันขวามองหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่ได้เห็นเงาของผู้ใดสักคนแม้แต่สักตัวก็ไม่มี ฉันจึงเดินฮัมเพลงต่อไปไม่คิดอะไร
ก้อใจมันหาย ละลายละลายละลาย ว้าย!!ละลายละไหล..ไหลตกท่อ!! ฉันร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อมีมือใหญ่มาคว้าหมับที่ตรงหัวไหล่
นี่!! ไม่ได้ยินเหรอไง ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างหวั่นๆ
โห!! พี่กาวอ่ะตกใจหมดเลย
อารมณ์ดี มีความสุขซะจริงนะ น้ำเสียงประชดอย่างเห็นได้ชัด
แน่นอนดิ อ๊า!! ตายแล้ว ของที่พี่อเล็กส์ซื้อให้หล่นหายไปไหนแล้วเนีย เพราะพี่กาวคนเดียวเลย ฉันรีบนั่งลงหาแต่ก็ไม่วายเงยหน้ามองส่งสายตาดุไปให้ตัวต้นเหตุ
มันซื้ออะไรให้เธอ พี่กาวถามเสียงเข้ม
กิ๊ฟท์ติดผมนะ พี่กาวยืนเฉยๆนะอย่าขยับ หายแน่เลย
ไม่ต้องหาแล้ว เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ให้ก็ได้ พี่กาวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันยังคงหาอยู่ ฉันเงยหน้ามองพี่กาวอีกครั้ง พี่กาวเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับยิ้มเยาะเย้ยฉัน ดูท่าพี่แกจะไม่สำนึกผิดเลยแหะ
ไม่เอาหรอก ความสำคัญมันต่างกันตั้งเยอะ ถ้าพี่กาวซื้อให้นั่นก็เท่ากับว่าพี่กาวเป็นคนให้ไม่ใช่พี่อเล็กส์ ฉันยังคงนั่งหาต่อไป
เออใช่ ไอ้อเล็กส์มันสำคัญมากนิ งั้นก็เชิญหาต่อไปเหอะ พี่กาวกระแทกเสียงใส่ แล้วสะบัดตูดเดินไป เฮ้ย เห็นเราเป็นอะไรฟ่ะ ไม่ใช่ชักโครกนะเฟ้ย มาระบายใส่แล้วก็ไปเนียะ หรือเป็นช่วงที่พี่แกเข้าสู่วัยทอง ฉันลุกขึ้นยืนมองพี่กาวอย่างงงๆ ก่อนจะนั่งลงหาต่อ ในที่สุดฉันก็เจอมันอยู่ตรงพุ่มไม้ใกล้เท้าฉันเอง
ปังๆๆ ปัง ปังๆๆ เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้น ฉันหันไปมองประตูอย่างไม่ใส่ใจ
เปิดประตูหน่อยสิบาส เสียงตะโกนเรียกดังตามมาติดๆ
ปังๆๆๆ ปังๆๆ ปังๆๆๆ เสียงรัวดังมาอีกรอบ
ไอ้บาสเปิดประตูเว้ย
ไอ้บาสหลับแล้ว
ไอ้บาสแกอย่ามาทำเล่นกับฉันนะเว้ย สิ้นเสียงของพี่ก้องฉันก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้พี่ก้อง
มีไรพี่ก้องบาสจะนอนแล้วง่วง ฉันแกล้งอ้าปากหาวสนับสนุน
อย่างมาทำเนียน แกคงหลับอยู่หรอกนะเวลานี้นะ ปกติไม่เที่ยงคืนท่านกีรติไม่สามารถข่มพระเนตร
สสีบได้ไม่ใช่เหรอ
ค่าๆ ไม่ต้องยืดยาวพี่ก้องมีไรว่ามา พี่ก้องแทรกตัวเข้ามาในห้องแล้วเดินเล็งของสะสมของฉัน อ๋าย อีกแล้วอ่ะคราวนี้พี่แกจะหยิบอะไรอีกเนีย
หิวข้าว พี่ก้องพูดเสียงเรียบหน้าตาย
เหรอ งั้นราตรีสวัสดิ์ ฉันหันหลังไปพร้อมกับพลักประตู แต่โดนพี่ก้องดันเอาไว้ได้ก่อน
เฮ้ย เดี๋ยวดิทำไรให้กินหน่อย นะ นะ พี่ก้องทำสายตาเว้าวอนสุดฤทธิ์
โอ้ย!! พี่ก้องบาสไม่ใช่คนรับใช้นะ ไม่ใช่แม่ครัวด้วย บาสทำอาหารไม่เป็นหรอก เหนื่อยใจจริงๆ
นี่!! ไปทำอะไรให้ฉันกินเลยนะ หิว พี่ก้องขึ้นเสียงขู่ฟอดๆ ไอ้ท่าทีก่อนหน้านี้มันหายไปในฟ่ะ ไหงเข้าโหมดปีศาจไวจริง
ก็ได้ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวบาสจะทำอาหารที่อร่อยจนลืมโลกให้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นคุณท่านพี่ลงไปนั่งรอข้างล่างสักครู่นะค่ะ เดี๋ยวบาสจะตามลงไป ฉันพูดด้วยน้ำเสียงประชดอย่างขัดใจ พี่ก้องหรี่ตามองก่อนจะเดินลงไป
แล้วฉันก็ลงมือรื้ออาหารสดในตู้เย็นออกมาวางไว้เผื่อจะดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รื้อไปรื้อมาจนตอนนี้มันวางเกะกะเต็มไปหมด แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจทำอาหารจานเดียวให้พี่ก้องทาน นั่นก็คือข้าวผัด เพราะเคยเห็นแม่ทำแล้วดูไม่น่าจะอยากก็อิแค่เอาข้าวลงไปผัดในกระทะแค่นั้นเองง่ายจะตาย เวลาผ่านไปฉันก็สามารถทำอาหารสำเร็จจนได้ ฉันตักข้าวผัดใส่จานเตรียมพร้อมเสริฟอย่างภูมิใจ
เสร็จแล้วค่ะท่านพี่ ฉันตะโกนลั่นมาจากในครัวเดินลิ่วนำอาหารและน้ำมาวางไว้ที่โต๊ะห้องนั่งเล่น
ไมนานจัง พี่ก้องทำหน้าไม่พอใจ กลัวจริงๆนะ เดี๋ยวพี่แกโมโหหิวขึ้นมาได้กลายเป็น ข้าวผัดน้อย ฆ่าบาส ขึ้นมาจะทำไง
ก็เสร็จแล้วนี่ไง พี่ก้องมองมาที่จานอาหารตรงหน้า
เฮ้ย!! นี่มันอะไรฟ่ะ พี่ก้องใช้ช้อนเขี่ยๆ ทำหน้าแยะ
ข้าวผัดไง ฉันยิ้มแฉ่ง
ข้าวผัดไรฟ่ะ พี่ก้องยังคงใช้ช้อนเขี่ยๆ แต่สีหน้านี่สิ ขยะแขยงสุดๆ
ข้าวผัดอเมริกันไงพี่ก้องถามได้ไม่เคยกินเหรอไง ฉันเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจบ้าง ก็พี่แกอยากทำหน้าขยะแขยงกับอาหารที่เราทำก่อนทำไม
ข้าวผัดอเมริกันบ้าอะไรฟ่ะไหงมันถึงได้ตำเป็นตอหม้อยังงี้ พี่ก้องวางช้อนอย่างแรง พร้อมส่งสายตาสงสัยแกมอาฆาตมาให้ฉัน
แหะๆ ก็ข้าวผัดอเมริกันผิวดำไงพี่ก้องไม่รู้จักเหรอ ฉันแสยะยิ้มให้ แต่พี่ก้องยังคงหน้านิ่งเรียบ
กินแล้วลืมโลกเลยไง ฉันพูดเสริมสร้างข้อดีให้กับอาหารของฉัน
ลืมโลกนี้แล้วไปอยู่โลกหน้านะสิไอ้บาส เอาไปให้หมามันกินมันยังขอยอมตายดีกว่าเอากลับไปเลยไป ฉันกินม่ามาก็ได้วะ หวังว่าคงจะไม่อยากเกินความสามารถแกหรอกนะ สั่งจบพี่แกก็หันไปสนในทีวีที่อยู่ตรงหน้าต่อ ฉันทำหน้าหมุ่ยทำหน้าล้อเลียนแต่ไม่ให้พี่ก้องเห็นนะ แหมว่าเอาว่าเอานะ แล้วทีแรกมาอ้อนวอนให้ฉันทำให้ทำไมกัน แล้วฉันก็ต้องไปจัดการต้มมาม่ามาให้ท่านชายก้องเสวย ส่วนฉันก็ขึ้นไปนั่งทำรายงานบนห้อง เวลาผ่านไปไม่นาน พี่ก้องก็เดินตามฉันขึ้นมาบนห้อง
เอ้า เอาไป พี่ก้องวางกล่องของขวัญขนาดเล็กไว้ที่โต๊ะ ฉันเดินไปหยิบมาดูอย่างสงสัย
ว้าย!! วันนี้คุณก้องเกียรติ พิสุทธิ์ไพศาล มาแปล๊กแปลก ซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์มาให้ดิฉันด้วยค่ะ ปลื้มใจม๊ากมาก
เปล่าไม่ใช่ฉัน พี่ก้องไหวไหล่ปฏิเสธ
อ้าว แล้วใครอ่ะพี่ที่ให้ฉัน ฉันหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนมองดูกล่องของขวัญอย่างแปลกใจ
ไอ้กาว
หา!! พี่ว่าใครนะ ฉันถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เมื่อชื่อที่ได้ยินจากปากของพี่ก้องเป็นชื่อของคนที่ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้เลย
เออ ก็อย่างที่แกได้ยินนั่นแหละ
ไม่อยากจะเชื่อเลยพี่แกกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าฟ่ะ
ทำไมวะ ไอ้กาวใจให้ของขวัญแกไม่ได้เหรอไง
ก็แหมพี่ก้อง ก็ดูดิก่อนหน้านี้พี่กาวแกก็เอาแต่แกล้งฉันว่าฉันตลอด แล้ววันนี้อีกมาโวยๆใส่แล้วก็สะบัดตูดไปเป็นพี่ พี่จะเชื่อเหรอ
จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ไอ้กาวมันก็โทรมาปลุกฉันตั้งแต่เช้าชวนฉันไปเลือกของให้แกนั่นแหละ
แล้วไมไม่เอามาให้ฉันเองล่ะ
ที่จริงวันนี้มันตั้งใจจะชวนแกไปดูหนัง เออ คือ แบบว่าไถ่โทษเรื่องที่ชอบแกล้งแกนั่นแหละ เหรอแล้วทำไมประโยคพี่ก้องถึงได้พูดเหมือนกระอักกระอ่วนใจแบบนั้นล่ะ
แล้วไงต่อ
แต่แกนั่นแหละดันไปกับอเล็กส์มันเสียได้ พี่ก้องทำตาเคืองใส่
ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ ก็อย่างที่ว่าแหละค่ะใครมันจะไปคิดล่ะค่ะ ว่าพี่กาวจะทำเรื่องแบบนั่นได้
เออๆ ฉันขี้เกียจพูดมากแล้ว ยังแกก็โทรไปขอโทษไอ้กาวมันซะ พี่ก้องลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู
อ้าว ทำไมฉันต้องขอโทษด้วยละ ไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย พี่ก้องหันมามองหน้าฉันส่งสายตาดุไม่ตอบคำถาม เดินออกจากห้องไปทันที
ไรวะ เข้าข้างเพื่อนตัวเองนี่หว่า ฉันล้มตัวลงนอนชูกล่องของขวัญขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา มันจะเชื่อได้เหร้อ แกล้งกันเปล่าฟ่ะ ดูไรแกะออกมาแล้วเจอตัวประหลาดๆไม่แย่เหรอเรา ฉันนอนพลิกไปพลิกมาตัดสินในว่าจะแกะของขวัญดูดีเหรอเปล่าอยู่นานจึงตัดสินใจเสี่ยงแกะดู ฉันแกะกล่องของขวัญอย่างๆช้า เมื่อเปิดกล่องดูข้างในสิ่งที่เห็นไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรทั้งนั้น แต่มันกลับเป็นสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กน่ารักประดับจี้ผีเสื้อเล็กๆฝังงานคิวบิกเก๋ เห็นแล้วฉันก็อดอมยิ้มไม่ได้พอนึกถึงสภาพสองหนุ่มโดยเฉพาะผู้ชายอย่างพี่กาวที่ไปยืนเลือกเครื่องประดับที่ร้าน ฉันมองดูลักษณะของรอบวงแล้วไม่น่าจะใช้สร้อยคอแน่ๆเพราะว่ามันเล็กเกินไป จึงลองนำมาสวมที่ข้อมือดู
อ้าวหลวมอะ เอามือลงก็หลุดเลยนะเนีย แล้วพี่กาวแกซื้อสร้อยอะไรให้ฉันเนียะ ฉันมองดูสร้อยเส้นดังกล่าวอย่างโมโห
สร้อยคอก็ไม่ใช่ สร้อยข้อมือก็ไม่ใช่ งั้นก็เป็นสร้อยข้อเท้าชัวร์ ฉันนำมาสวมที่ข้อเท้าสรุปว่ามันพอดีเป๊ะ ทำไมตอนแรกถึงนึกไม่ได้ฟ่ะ สงสัยขี้เลื่อยไปบดบังความฉลาด อันที่จริงก็ไม่คิดหรอกค่ะว่าผู้ชายอย่างพี่กาวจะซื้อสร้อยข้อเท้าให้ผู้หญิงอ่ะ
หลังจากที่กระสับกระส่ายตัดสินใจแกะของขวัญดีรึเปล่าไปแล้ว คราวนี้ต้องมาตัดสินใจอีกว่าจะโทรไปขอบคุณพี่กาวดีหรือเปล่า มันเครียดเสียยิ่งกว่าการรอลุ้นผล โอเน็ต เอเน็ต และมันก็ตัดสินใจอยากกว่าการเลือกที่จะตกลงแต่งงานกับ ชอย ซีวอน หนุ่มหล่อลากแห่ง SJ หรือ คิม จุงฮุน องค์ชาย ลียูล ที่กระชากใจสาวทั้งเอเชีย เสียอีก สุดท้าย และ ท้ายที่สุด หลังจากที่นั่งจ้องมองโทรศัพท์อยู่นานคือถ้าหากว่ามันเป็นปลากัดคงท้องไปได้สักสิบครอกแล้ว จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์โทรหาคนที่ทำให้ฉันรู้สึกเครียดในตอนนี้
มีไร พี่กาวรับโทรศัพท์เสียงห้วน
******************************************************************************8
มาลงไว้แค่นี้ก่อนนะฮับ ส่วนไอ้พี่กาวกับยัยบาสของเราจะสนทนากันเรื่องอะไร แล้วเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นขอให้เพื่อนรอติดตามนะคับ วันนี้เอามาลงให้ยาว(คิดว่านะ อิอิ) แล้วกระผมก็ขอตัวชะแว้บหายไปสัก สี่ห้าวัน ขอเขียนเรื่องสั้นสักเรื่อง ตอนนี้พล๊อตอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว เสร็จเมื่อไรจะนำมาโพสให้อ่านกันนะคับ แล้วอย่าลืม เม้นท์ และ โหวตกันให้เยอะเน้อ

