วันที่ : 17 มิถุนายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 24

“ก้อใจมันหาย ละลายละลายละลายละไหลไปกับเธอเห่อ เจออย่างเนี้ยคนอ่อนไหว อะวุ่นวาย ก้อใจมันเพ้อ ละลอยละลอยละลอยละล่องไปอยู่ไหน(อ่ะ) ช่วยดูแลใจให้หน่อยเหอะนะ “ ไม่อยากบอกว่าเต้นไปด้วยนะเนียะ เหอะๆ ไม่อายใครเลยนะเนีย

“นิ!!” เสียงใครว่ะ ฉันหยุดนิ่งหันซ้ายหันขวามองหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่ได้เห็นเงาของผู้ใดสักคนแม้แต่สักตัวก็ไม่มี ฉันจึงเดินฮัมเพลงต่อไปไม่คิดอะไร

“ก้อใจมันหาย ละลายละลายละลาย  ว้าย!!ละลายละไหล..ไหลตกท่อ!!” ฉันร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อมีมือใหญ่มาคว้าหมับที่ตรงหัวไหล่

“นี่!! ไม่ได้ยินเหรอไง” ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างหวั่นๆ

“โห!! พี่กาวอ่ะตกใจหมดเลย“

“อารมณ์ดี มีความสุขซะจริงนะ” น้ำเสียงประชดอย่างเห็นได้ชัด

“แน่นอนดิ อ๊า!! ตายแล้ว ของที่พี่อเล็กส์ซื้อให้หล่นหายไปไหนแล้วเนีย เพราะพี่กาวคนเดียวเลย” ฉันรีบนั่งลงหาแต่ก็ไม่วายเงยหน้ามองส่งสายตาดุไปให้ตัวต้นเหตุ

“มันซื้ออะไรให้เธอ” พี่กาวถามเสียงเข้ม

“กิ๊ฟท์ติดผมนะ พี่กาวยืนเฉยๆนะอย่าขยับ หายแน่เลย” 

“ไม่ต้องหาแล้ว เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ให้ก็ได้” พี่กาวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันยังคงหาอยู่ ฉันเงยหน้ามองพี่กาวอีกครั้ง พี่กาวเลิกคิ้วขึ้น พร้อมกับยิ้มเยาะเย้ยฉัน ดูท่าพี่แกจะไม่สำนึกผิดเลยแหะ

“ไม่เอาหรอก ความสำคัญมันต่างกันตั้งเยอะ ถ้าพี่กาวซื้อให้นั่นก็เท่ากับว่าพี่กาวเป็นคนให้ไม่ใช่พี่อเล็กส์” ฉันยังคงนั่งหาต่อไป

“เออใช่ ไอ้อเล็กส์มันสำคัญมากนิ งั้นก็เชิญหาต่อไปเหอะ” พี่กาวกระแทกเสียงใส่ แล้วสะบัดตูดเดินไป เฮ้ย เห็นเราเป็นอะไรฟ่ะ ไม่ใช่ชักโครกนะเฟ้ย มาระบายใส่แล้วก็ไปเนียะ หรือเป็นช่วงที่พี่แกเข้าสู่วัยทอง ฉันลุกขึ้นยืนมองพี่กาวอย่างงงๆ ก่อนจะนั่งลงหาต่อ ในที่สุดฉันก็เจอมันอยู่ตรงพุ่มไม้ใกล้เท้าฉันเอง

ปังๆๆ ปัง ปังๆๆ เสียงรัวเคาะประตูดังขึ้น ฉันหันไปมองประตูอย่างไม่ใส่ใจ

                “เปิดประตูหน่อยสิบาส” เสียงตะโกนเรียกดังตามมาติดๆ

                ปังๆๆๆ ปังๆๆ ปังๆๆๆ เสียงรัวดังมาอีกรอบ

                “ไอ้บาสเปิดประตูเว้ย” 

                “ไอ้บาสหลับแล้ว”

                “ไอ้บาสแกอย่ามาทำเล่นกับฉันนะเว้ย” สิ้นเสียงของพี่ก้องฉันก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้พี่ก้อง

                “มีไรพี่ก้องบาสจะนอนแล้วง่วง” ฉันแกล้งอ้าปากหาวสนับสนุน

                “อย่างมาทำเนียน แกคงหลับอยู่หรอกนะเวลานี้นะ ปกติไม่เที่ยงคืนท่านกีรติไม่สามารถข่มพระเนตร

สสีบได้ไม่ใช่เหรอ”

                “ค่าๆ ไม่ต้องยืดยาวพี่ก้องมีไรว่ามา” พี่ก้องแทรกตัวเข้ามาในห้องแล้วเดินเล็งของสะสมของฉัน อ๋าย อีกแล้วอ่ะคราวนี้พี่แกจะหยิบอะไรอีกเนีย

                “หิวข้าว” พี่ก้องพูดเสียงเรียบหน้าตาย

                “เหรอ งั้นราตรีสวัสดิ์” ฉันหันหลังไปพร้อมกับพลักประตู แต่โดนพี่ก้องดันเอาไว้ได้ก่อน

                “เฮ้ย เดี๋ยวดิทำไรให้กินหน่อย นะ นะ ” พี่ก้องทำสายตาเว้าวอนสุดฤทธิ์

                “โอ้ย!! พี่ก้องบาสไม่ใช่คนรับใช้นะ ไม่ใช่แม่ครัวด้วย บาสทำอาหารไม่เป็นหรอก” เหนื่อยใจจริงๆ

                “นี่!! ไปทำอะไรให้ฉันกินเลยนะ หิว” พี่ก้องขึ้นเสียงขู่ฟอดๆ ไอ้ท่าทีก่อนหน้านี้มันหายไปในฟ่ะ ไหงเข้าโหมดปีศาจไวจริง

                “ก็ได้ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวบาสจะทำอาหารที่อร่อยจนลืมโลกให้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นคุณท่านพี่ลงไปนั่งรอข้างล่างสักครู่นะค่ะ เดี๋ยวบาสจะตามลงไป” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงประชดอย่างขัดใจ พี่ก้องหรี่ตามองก่อนจะเดินลงไป

                แล้วฉันก็ลงมือรื้ออาหารสดในตู้เย็นออกมาวางไว้เผื่อจะดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง รื้อไปรื้อมาจนตอนนี้มันวางเกะกะเต็มไปหมด แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจทำอาหารจานเดียวให้พี่ก้องทาน นั่นก็คือข้าวผัด เพราะเคยเห็นแม่ทำแล้วดูไม่น่าจะอยากก็อิแค่เอาข้าวลงไปผัดในกระทะแค่นั้นเองง่ายจะตาย เวลาผ่านไปฉันก็สามารถทำอาหารสำเร็จจนได้ ฉันตักข้าวผัดใส่จานเตรียมพร้อมเสริฟอย่างภูมิใจ

                “เสร็จแล้วค่ะท่านพี่” ฉันตะโกนลั่นมาจากในครัวเดินลิ่วนำอาหารและน้ำมาวางไว้ที่โต๊ะห้องนั่งเล่น

                “ไมนานจัง” พี่ก้องทำหน้าไม่พอใจ กลัวจริงๆนะ เดี๋ยวพี่แกโมโหหิวขึ้นมาได้กลายเป็น ข้าวผัดน้อย ฆ่าบาส ขึ้นมาจะทำไง

                “ก็เสร็จแล้วนี่ไง”  พี่ก้องมองมาที่จานอาหารตรงหน้า

                “เฮ้ย!! นี่มันอะไรฟ่ะ” พี่ก้องใช้ช้อนเขี่ยๆ ทำหน้าแยะ

                “ข้าวผัดไง” ฉันยิ้มแฉ่ง

                “ข้าวผัดไรฟ่ะ” พี่ก้องยังคงใช้ช้อนเขี่ยๆ แต่สีหน้านี่สิ ขยะแขยงสุดๆ

                “ข้าวผัดอเมริกันไงพี่ก้องถามได้ไม่เคยกินเหรอไง” ฉันเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจบ้าง ก็พี่แกอยากทำหน้าขยะแขยงกับอาหารที่เราทำก่อนทำไม

                “ข้าวผัดอเมริกันบ้าอะไรฟ่ะไหงมันถึงได้ตำเป็นตอหม้อยังงี้” พี่ก้องวางช้อนอย่างแรง พร้อมส่งสายตาสงสัยแกมอาฆาตมาให้ฉัน

                “แหะๆ ก็ข้าวผัดอเมริกันผิวดำไงพี่ก้องไม่รู้จักเหรอ” ฉันแสยะยิ้มให้ แต่พี่ก้องยังคงหน้านิ่งเรียบ

                “กินแล้วลืมโลกเลยไง” ฉันพูดเสริมสร้างข้อดีให้กับอาหารของฉัน

                “ลืมโลกนี้แล้วไปอยู่โลกหน้านะสิไอ้บาส เอาไปให้หมามันกินมันยังขอยอมตายดีกว่าเอากลับไปเลยไป ฉันกินม่ามาก็ได้วะ หวังว่าคงจะไม่อยากเกินความสามารถแกหรอกนะ” สั่งจบพี่แกก็หันไปสนในทีวีที่อยู่ตรงหน้าต่อ ฉันทำหน้าหมุ่ยทำหน้าล้อเลียนแต่ไม่ให้พี่ก้องเห็นนะ แหมว่าเอาว่าเอานะ แล้วทีแรกมาอ้อนวอนให้ฉันทำให้ทำไมกัน แล้วฉันก็ต้องไปจัดการต้มมาม่ามาให้ท่านชายก้องเสวย ส่วนฉันก็ขึ้นไปนั่งทำรายงานบนห้อง เวลาผ่านไปไม่นาน พี่ก้องก็เดินตามฉันขึ้นมาบนห้อง

                “เอ้า เอาไป” พี่ก้องวางกล่องของขวัญขนาดเล็กไว้ที่โต๊ะ ฉันเดินไปหยิบมาดูอย่างสงสัย

                “ว้าย!! วันนี้คุณก้องเกียรติ พิสุทธิ์ไพศาล มาแปล๊กแปลก ซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์มาให้ดิฉันด้วยค่ะ ปลื้มใจม๊ากมาก” 

                “เปล่าไม่ใช่ฉัน” พี่ก้องไหวไหล่ปฏิเสธ

                “อ้าว แล้วใครอ่ะพี่ที่ให้ฉัน” ฉันหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนมองดูกล่องของขวัญอย่างแปลกใจ

                “ไอ้กาว”

                “หา!! พี่ว่าใครนะ” ฉันถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เมื่อชื่อที่ได้ยินจากปากของพี่ก้องเป็นชื่อของคนที่ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้เลย

                “เออ ก็อย่างที่แกได้ยินนั่นแหละ”

                “ไม่อยากจะเชื่อเลยพี่แกกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่าฟ่ะ”

                “ทำไมวะ ไอ้กาวใจให้ของขวัญแกไม่ได้เหรอไง”

                “ก็แหมพี่ก้อง ก็ดูดิก่อนหน้านี้พี่กาวแกก็เอาแต่แกล้งฉันว่าฉันตลอด แล้ววันนี้อีกมาโวยๆใส่แล้วก็สะบัดตูดไปเป็นพี่ พี่จะเชื่อเหรอ”

                “จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ไอ้กาวมันก็โทรมาปลุกฉันตั้งแต่เช้าชวนฉันไปเลือกของให้แกนั่นแหละ”

                “แล้วไมไม่เอามาให้ฉันเองล่ะ”

                “ที่จริงวันนี้มันตั้งใจจะชวนแกไปดูหนัง เออ คือ แบบว่าไถ่โทษเรื่องที่ชอบแกล้งแกนั่นแหละ” เหรอแล้วทำไมประโยคพี่ก้องถึงได้พูดเหมือนกระอักกระอ่วนใจแบบนั้นล่ะ”

                “แล้วไงต่อ” 

                “แต่แกนั่นแหละดันไปกับอเล็กส์มันเสียได้” พี่ก้องทำตาเคืองใส่

                “ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ” ก็อย่างที่ว่าแหละค่ะใครมันจะไปคิดล่ะค่ะ ว่าพี่กาวจะทำเรื่องแบบนั่นได้

                “เออๆ ฉันขี้เกียจพูดมากแล้ว ยังแกก็โทรไปขอโทษไอ้กาวมันซะ” พี่ก้องลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

                “อ้าว ทำไมฉันต้องขอโทษด้วยละ ไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย” พี่ก้องหันมามองหน้าฉันส่งสายตาดุไม่ตอบคำถาม เดินออกจากห้องไปทันที 

                “ไรวะ เข้าข้างเพื่อนตัวเองนี่หว่า” ฉันล้มตัวลงนอนชูกล่องของขวัญขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณา มันจะเชื่อได้เหร้อ แกล้งกันเปล่าฟ่ะ ดูไรแกะออกมาแล้วเจอตัวประหลาดๆไม่แย่เหรอเรา ฉันนอนพลิกไปพลิกมาตัดสินในว่าจะแกะของขวัญดูดีเหรอเปล่าอยู่นานจึงตัดสินใจเสี่ยงแกะดู ฉันแกะกล่องของขวัญอย่างๆช้า เมื่อเปิดกล่องดูข้างในสิ่งที่เห็นไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรทั้งนั้น แต่มันกลับเป็นสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กน่ารักประดับจี้ผีเสื้อเล็กๆฝังงานคิวบิกเก๋ เห็นแล้วฉันก็อดอมยิ้มไม่ได้พอนึกถึงสภาพสองหนุ่มโดยเฉพาะผู้ชายอย่างพี่กาวที่ไปยืนเลือกเครื่องประดับที่ร้าน ฉันมองดูลักษณะของรอบวงแล้วไม่น่าจะใช้สร้อยคอแน่ๆเพราะว่ามันเล็กเกินไป จึงลองนำมาสวมที่ข้อมือดู

                “อ้าวหลวมอะ เอามือลงก็หลุดเลยนะเนีย แล้วพี่กาวแกซื้อสร้อยอะไรให้ฉันเนียะ” ฉันมองดูสร้อยเส้นดังกล่าวอย่างโมโห

                “สร้อยคอก็ไม่ใช่ สร้อยข้อมือก็ไม่ใช่ งั้นก็เป็นสร้อยข้อเท้าชัวร์” ฉันนำมาสวมที่ข้อเท้าสรุปว่ามันพอดีเป๊ะ  ทำไมตอนแรกถึงนึกไม่ได้ฟ่ะ สงสัยขี้เลื่อยไปบดบังความฉลาด อันที่จริงก็ไม่คิดหรอกค่ะว่าผู้ชายอย่างพี่กาวจะซื้อสร้อยข้อเท้าให้ผู้หญิงอ่ะ

                หลังจากที่กระสับกระส่ายตัดสินใจแกะของขวัญดีรึเปล่าไปแล้ว คราวนี้ต้องมาตัดสินใจอีกว่าจะโทรไปขอบคุณพี่กาวดีหรือเปล่า มันเครียดเสียยิ่งกว่าการรอลุ้นผล โอเน็ต เอเน็ต และมันก็ตัดสินใจอยากกว่าการเลือกที่จะตกลงแต่งงานกับ ชอย ซีวอน หนุ่มหล่อลากแห่ง SJ หรือ คิม จุงฮุน องค์ชาย ลียูล ที่กระชากใจสาวทั้งเอเชีย เสียอีก  สุดท้าย และ ท้ายที่สุด หลังจากที่นั่งจ้องมองโทรศัพท์อยู่นานคือถ้าหากว่ามันเป็นปลากัดคงท้องไปได้สักสิบครอกแล้ว จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์โทรหาคนที่ทำให้ฉันรู้สึกเครียดในตอนนี้

                “มีไร” พี่กาวรับโทรศัพท์เสียงห้วน

******************************************************************************8

มาลงไว้แค่นี้ก่อนนะฮับ ส่วนไอ้พี่กาวกับยัยบาสของเราจะสนทนากันเรื่องอะไร แล้วเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นขอให้เพื่อนรอติดตามนะคับ วันนี้เอามาลงให้ยาว(คิดว่านะ อิอิ) แล้วกระผมก็ขอตัวชะแว้บหายไปสัก สี่ห้าวัน ขอเขียนเรื่องสั้นสักเรื่อง ตอนนี้พล๊อตอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว เสร็จเมื่อไรจะนำมาโพสให้อ่านกันนะคับ แล้วอย่าลืม เม้นท์ และ โหวตกันให้เยอะเน้อ

 

เขียนโดย parapanda : 2008-06-17 02:26:50

/1