วันที่ : 27 มิถุนายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 26

ผ่านไปนานที่ฉันเดินหาและพยามติดต่อพี่กาวจนหมดปัญญาแล้วจึงตัดสินใจโทรหาพี่ก้องเพื่อถามที่อยู่ของพี่กาว

                “ฉันบอกแกก็ได้ แต่....”

                “แต่ไรพี่ก้องอย่าเล่นตัวได้ป่ะ”

                “แกต้องให้ พวงกุญแจ set ของทีมโชนันกับฉันโอเคป่ะ” เอาแล้วไงเขาบอกแล้วว่าของฟรีไม่มีในโลก

                “เออๆ ก็ได้” ตกลงไปก่อนให้ไม่ให้ค่อยว่ากัน

                “จริงนะ งั้นบอกก็ได้ไอ้กาวมันอยู่ที่ คอนโด ที่ชื่อว่า Conner Cord ติดกับหมู่บ้านเรานี่แหละ ชั้น 12 ห้อง 09 ฉันบอกแกแล้วนะงั้นฉันเอาไปเลย”  เอ๋

                “พี่ก้องอยู่ไหนนะ”

                “ห้องแก”

                “พี่ก้องว่าไงนะ”

                ตี๊ดด~~~

                “พี่ก้อง ฮัลโหลๆ พี่ก้อง พี่ก้อง” เอาแล้วไงแล้วนี่ของฉันจะเหลือมั้ยเนียะ โอ้ย!! ตอนนี้จะมามัวคิดเรื่องนี้ไม่ได้ได้ ต้องไปหาพี่กาวเพื่อขอโทษก่อน คราวนี้เราผิดจริงๆนั่นแหละ ฉันรีบออกจากสยามเวอร์เพรสโบกแท็กซี่ไปยังคอนโดของพี่กาว  เมื่อมาถึงรีบเดินเกือบจะเป็นวิ่งมากว่าไปยังลิฟท์ ยืนรอลิฟท์ไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออกฉันรีบกระโจนเข้าไปแล้วกดหมายเลขของชั้นที่ต้องการไป หัวใจรู้สึกร้อนรนอยากจะให้ถึงที่หมายเร็วๆ

                ติ้ง! ประตูลิฟท์เปิดออกฉันรีบวิ่งฉับๆมองหาหมายเลขห้อง ในที่สุดฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้าห้องของพี่กาว หัวใจเต้นตุ้มๆต่อม รู้สึกดีใจที่มาถึง รู้สึกตื่นเต้นกับการมาที่นี้ครั้งแรก  พร้อมกับรู้สึกกลัว กลัวกับสิ่งที่จะต้องเผชิญ มันสับสนระคนไปหมด ฉันยืนกระสับกระส่ายกระวนกระอยู่หน้าประตูว่าจะกดกริ่งดีมั้ย ฉันยืนมือจะกดแต่แล้วประตูห้องพี่กาวก็เปิดขึ้น ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าก็ตกใจพอๆกับฉัน

                “พี่กาว คือว่า บาสอยากจะมาขอโทษ” สีหน้าของพี่กาวเปลี่ยนไป หน้าบึ้ง สายตาดุมากเลย น่ากลัว

                “ขอโทษเรื่องไร” พี่กาวหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องทันที แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูนะ งั้นก็หมายความว่าฉันเข้าไปได้งั้นสิ ฉันเดินตามพี่กาวไปแต่ขามันสั่นมากเลย ยกเท้าทีเหมือนกับจะทรงตัวไม่อยู่ พี่กาวเดินไปนั่งที่โซฟาเปิดทีวีดูไม่สนใจฉันเลย ฉันมองไปรอบๆห้องของพี่กาวถูกจัดตกแต่งไว้โดยโทนสีเบจ ตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาล มีการจัดแบ่งพื้นที่ได้ใช้สอยไว้อย่างดี มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น

                “ถ้าไม่มีธุระอะไรก็กลับไปซะ” พี่กาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบจนเย็นชา

                “พี่กาว เรื่องวันนี้บาส....” 

                “ฉันไม่อยากฟัง เธอกลับไปซะ” พี่กาวพูดน้ำเสียงกระแทก แต่พี่กาวก็ไม่หันมามองฉันเลย

                “พี่กาวฟังบาสก่อน” ฉันก้าวเท้าเข้าไปใกล้พี่กาวแต่เพียงไม่กี่ก้าวฉันก็ต้องหยุดชะงัก พร้อมกับสะดุ้งเฮือก เมื่อพี่กาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับเขวี้ยงรีโมทที่อยู่ในมือถึง สายตาคมมองมาที่ฉันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

                “จะให้ฉันฟังอะไรอีก เธอจะโกหกฉันเรื่องอะไรอีก”

                “คือบาสอธิบายได้นะพี่กาว” ฉันทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปใกล้พี่กาวมากกว่าเดิม

                “งั้นก็อธิบายมาสิ อธิบายมาว่าเธอไปทำอะไรที่ไหนมาถึงได้ปล่อยให้ฉันนั่งรอเธอ”

                “ก็บาสบอกพี่แล้วไงว่าบาสไปทำธุระกับแม่มา”

                “โกหก!!” พี่กาวตวาดเสียงดังฉันสะดุ้งตกใจตัวโยน

                “บะ บาสเปล่าโกหก” ฉันพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำ ก็สิ่งที่ฉันพูดไป มันคือการโกหกจริงๆ

                “เธอทำแบบนี้ทำไมบาส เธอหลอกให้พี่นั่งรอเธอ แล้วเธอก็ไปกับคนอื่น เธอทำได้ไงบาส” น้ำเสียงของพี่กาวอ่อนลง พูดอย่างตัดพ้อ แววตาเศร้า

                “บาสไม่ได้หลอกพี่นะ” ฉันก้มหน้าพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ ของตาฉันร้อนผ่าว แล้วในที่สุดน้ำตามันก็

ไหลออกมา

                “ไม่ได้หลอกพี่เหรอบาส แล้วที่บาสโทรมาโกหกพี่บอกว่าไปทำธุระกับแม่ แต่ที่จริงแล้วบาสกับไปกับ ไอ้ยู ไอ้เด็กมหาลัยนั่น” ฉันอึ้ง เงยหน้ามองพี่กาว พี่กาวเห็น

                “มันไม่ใช่อย่างที่พี่กาวคิดนะ”

                “แล้วจะให้พี่คิดยังไงบาสกับภาพที่พี่เห็น เห็นบาสนั่งหัวเราะมีความสุขกับมันที่ร้านนั่น เห็นบาสเดินจูงมือกับมันออกมาจากร้านนั่น “

“แล้วก่อนหน้านั่นล่ะพี่กาวทำไมพี่กาวไม่เห็น  ไม่เห็นว่าบาสไม่ได้นั่งกับพี่ยูแค่สองคน แล้วทำไมไม่สังเกตเห็นล่ะว่าพี่ยูจูงมือบาสเพราะอะไร  อย่ามาคิดเองคนเดียวสิ!!” ประโยคหลังฉันพูดด้วยน้ำเสียงกระแทก เอามือปาดเช็ดน้ำตาของตัวเอง ดูพี่กาวจะอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เหมือนเดิม นี่ถ้าเป็นแฟนกันฉันคงคิดว่าพี่กาวหึงฉันแน่นอน

“บาสรู้ว่าบาสผิดที่บาสโทรมาโกหกพี่กาว แล้วปล่อยให้พี่กาวนั่งรอบาสเกือบสามชั่วโมง บาสผิดนัดพี่แต่บาสจำเป็นที่ต้องทำ แล้วบาสก็ไม่ได้นัดกับพี่ยูไว้บาสแค่เจอพี่เค้าโดยบังเอิญเท่านั่นเอง”  แล้วเราทำเหมือนถูกจับได้ว่านอกในแหะ เออ เอาเข้าไป

“แล้วก่อนที่จะเจอมันเธอหายไปไหนกับใคร” พี่กาวหันมาสบตาฉันแล้วนั่งเอนหลังพิงโซฟา

“บาสบอกไม่ได้” ก็สัญญากับพี่โอ๋ไว้อะว่าห้ามบอกใคร

“ทำไมถึงบอกไม่ได้!!” พี่กาวตวัดเสียงโหด แววตาแข็งกร้าว 

“มันเป็นคำสั่ง” ฉันตอบเสียงเรียบ ที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นคำสั่งหรอกนะ มันเหมือนการขอร้องมากกว่า

“คำสั่งใคร” เหมือนโดนฝ่ายปกครองจับผิดเลยเฟ้ย พี่กาวก็เริ่มอารมณ์เย็นลงนิดหนึ่ง มันทำให้ฉันหายใจได้ทั่วท้องขึ้นมาหน่อย

“..............” ฉันยืนก้มหน้างุด

“พี่ถามว่าใคร!!” พี่กาวตวาดเสียงลั่น อีกแล้วอ่ะ ปรับตัวไม่ทันนะเนียะ คราวนี้มันทำให้ฉันรู้แล้วค่ะว่า ไอ้สรรพนามแทนตัวของพี่กาวมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับโหมดอารมณ์ว่าโกรธหรือไม่โกรธ เพราะตอนนี้พี่แกโกรธอยู่ก็ยังแทนตัวเองว่า พี่

                “พี่โอ๋” ฉันรีบปิดปากแทบไม่ทัน มันหลุดปากไปแล้ว ขอโทษนะคะพี่โอ๋ บาสรู้ว่าพี่คงไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าพี่นะหวงและหึงแฟนจนต้องมานั่งเสียใจร้องไห้

                “ไอ้โอ๋!! นี่เธอแอบนัดกับไอ้โอ๋เหรอ” พี่กาวฮัดฮัด พูดอะไรต่อไม่รู้ไม่ได้ยิน

                “เปล่าค่ะ บาสก็บังเอิญเจอพี่โอ๋ที่ห้างเหมือนกัน”

                “โอเค งั้นพี่จะโทรคุยกับไอ้โอ๋มันเอง แต่เธอกับพี่ต้องมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กันอีก” เออบทพี่แกจะเข้าก็เข้าใจง่ายจริงเฟ้ย แล้วตูจะมาเสียน้ำตาทำไมฟ่ะ เช็ดๆๆ

                “เรื่องอะไรพี่กาว” นี่ฉันไปทำอะไรให้พี่แกแค้นฝังหุ่นมากมายอีกฟ่ะ

                “ไอ้อเล็กส์” 

                “ทำไมค่ะ”

                “เธอคิดยังไงกับมัน”

                “ก็ไม่ได้คิดยังไง”

                “แล้วทำไมเมื่อวานถึงไปกับมัน” อ้าวเรื่องนี้ยังไม่จบอีกเหรอ นึกว่าเคลียร์กันรู้เรื่องไปแล้วนะเนียะ

                “มันสั่งให้เธอไปกับมัน” พี่กาวตอบแทนฉัน เออถามเองตอบเองก็เป็นด้วย

                “คืออันที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นคำสั่งอ่ะ พี่อเล็กส์เขามาชวนบาสมากกว่า”

“เธอก็เลยไปกับมัน”

“ก็กฎมันบอกว่าฉันจะต้องเชื่อฟังพวกพี่ๆไม่ใช่เหรอ”

“เธอก็เลยต้องทำตาม”

“อืม”

“แล้วถ้าเกิดมันสั่งให้เธอนอนกับมันล่ะเธอจะทำตามที่มันสั่งไหม” พี่กาวพูดเสียงแข็ง สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฉัน

“พี่กาว!! ทำไมพี่กาวพูดยังงี้” ฉันตกใจกับคำพูดนั่น

“ทำไมพี่จะพูดไม่ได้ ในเมื่อเธอบอกเองว่าสิ่งที่เธอทำเธอทำเพราะสัญญานั่น เห็นคำสั่งของพวกนั้นสำคัญกว่าพี่” แล้วจู่เสียงข้อความโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นเหมือนเสียงเตือนช่วย ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋า บ้าเปล่าฟะตูสถานการณ์ยังงี้ยังมีอารมณ์ดูข้อความอีก แต่มันก็งงเหมือนกันค่ะก็เพราะว่าเบอร์นี้รู้สึกจะมีแต่พี่กาวเท่าที่รู้ ฉันยังไม่ทันได้เปิดอ่านก็โดนพี่กาวคว้าหมับแย่งโทรศัพท์ไปเปิดอ่านแทน พี่กาวคิ้วขมวด กัดฟันกรอด จ้องมาที่ฉัน แล้วเขวี้ยงมือถือทิ้งอย่างแรง จนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ทำไมถึงได้เป็นคนชอบทำลายข้าวของแบบนี้นะ มันเสียดาย

“ไอ้อเล็กส์รู้เบอร์นี่ได้ไง” อ้อคนส่งข้อความมาคือพี่อเล็กส์เหรอ

“ไม่รู้”

“ไม่รู้ได้ไง เบอร์ไอ้อเล็กส์มันฟ้องอยู่ทนโท่”

“นี่พี่กาวตกลงวันนี้ ยังไงพี่ก็จะไม่ยกโทษให้บาสใช่มั้ย ถึงได้หาเรื่องบาสอยู่แบบนี้นะ งั้นบาสขอตัวกลับ” โมโหเฟ้ยโมโห จะไม่ยกโทษให้ก็บอกมาดิ ไม่ต้องชักแม้น้ำทั้งโลกมาทำให้ฉันรู้สึกผิด เซ็งว่ะ คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองชะมัด พูดอะไรก็ไม่รู้จักคิด จะคิดบ้างไหมว่าคำพูดของตัวเองนะ ทำให้คนอื่นเขารู้สึกยังไง ฉันมองหน้าพี่กาวนิดนึงก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ  แต่กลับโดนมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้ได้

                “จะไปไหนเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” เสียงรอดไรฟันฟังดูน่ากลัว พี่กาวที่คว้าแขนของฉันไว้ได้กระชากเหวี่ยงตัวฉันจนติดกับฝาพนังห้อง

                “ปล่อยบาส บาสจะกลับบ้าน บาสไม่อยากคุยกับพี่แล้ว บาสเบื่อ”

                “ทำไมคุยกับพี่แล้วมันเบื่อมากเหรอจนต้องรีบกลับไปหาไอ้อเล็กส์มันนะ”

                “พี่กาวพูดเรื่องอะไร ปล่อยบาส บาสจะกลับบ้าน” ฉันพยามสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ เพราะมันเริ่มทำให้ฉันเจ็บจากการถูกบีบด้วยมือใหญ่นั่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ฉันจ้องหน้าพี่กาวด้วยความโกรธ แต่ฉันต้องรีบหลบสายตาดุดันนั่นทันทีที่เห็น

                “จูบฉันสิ!!”

เขียนโดย parapanda : 2008-06-27 02:27:41

/1