วันที่ : 19 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 30

“อืม ถึงแล้ว จะคุยกับมันมั้ย เหรอ ตามใจแกก็แล้วกัน เออแค่นี้แหละ” พี่ก้องที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟา ลุกขึ้นเดินมาหันที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพี่อเล็กส์  ฉันเดินมุ่งไปล้มตัวลงนั่งบนโซฟาแทนพี่ก้อง ปล่อยให้สองหนุ่มยืนคุยกันตามสบาย แต่ก็ได้ยินแหละ แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าคุยเรื่องอะไรเพราะตอนนี้ในหัวมันมีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเวียนซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเป็นแผ่นซีดีก็คงจะเป็นรอยไปแล้ว

                “อ้าว..ไอ้เล็กส์ไมมากับไอ้บาสได้วะ ก็แกกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

                “แล้วแกล่ะมาทำไมที่นี่”

                “ไอ้เล็กส์นี่มันบ้านน้องฉันเว้ย!! จะเข้าจะออกจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ได้ แล้วฉันถามแกทำไมไม่ตอบ”

                “ก็กำลังจะกลับแหละแต่ไปเจอบาสที่หน้าปากซอย ก็เลยมาส่ง ไอ้กาวไม่ได้บอกแกเหรอไง”

                “...”

                “ฉันรู้หรอกหน่า..ว่าเมื่อกี้แกคุยกะไอ้กาวมันนะ แล้วมันไม่บอกเหรอว่าฉันมาส่ง”

                “เปล่าไอ้กาวไม่ได้บอกว่าเจอแก ไม่ได้เอ่ยถึงเลยด้วยซ้ำ แล้วดูท่าว่ามันอารมณ์ไม่ค่อยดีด้วยว่ะ”

                “เอาอีกแล้ว ให้มันได้ยังงี้สิ พรุ่งนี้เตรียมตัวตั้งรับศึกใหญ่อีกแล้วกู”

                “แล้วแกไปยั่วอะไรมันอีกฟ่ะ ชอบยั่วโมโหมันเหลือเกินนิวันเสาร์ก็ทีนึงแล้วแล้ววันนี้อะไรอีกห่ะ”

                “ไม่รู้เฟ้ย!! สงสัยเรื่องนี้แหละ นิดๆหน่อยๆก็ไม่ได้เล้ย เพื่อนแกเนียะ”

                “มันก็เพื่อนแกเหมือนกันแหละ”

                “ก็เห็นแกสนับสนุนมันดีเหลือเกินนี่หว่า”

                “เออๆ รู้แล้วก็อย่าพยายามเข้าใจ๋”

                “รู้เว้ย! ไม่ชอบแย่งของใคร ฉันกลับเลยแล้วกัน”

                “เออ ขับรถดีๆล่ะ”

                “บาสพี่กลับก่อนนะ”

                “ค่ะ” ฉันลุกหันมาพยักหน้ารับทราบ 

                “บาส อานุชกับอานนท์ไม่อยู่นะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะมานอนเป็นเพื่อน” เอาอีกแล้วคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไม่อยู่บ้านอีกแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องโดนดุเรื่องกลับค่ำ แต่มันยังตะขิดตะขวงใจอยู่นิดหน่อยเรื่องข้อความที่พี่อเล็กส์ส่งให้ฉันจนทำให้พี่กาวถึงกับโมโหขว้างโทรศัพท์ทิ้ง นอกจากนั้นยังมาพาลใส่ฉันอีก

                “พี่ก้องเดี๋ยวบาสมานะ” ฉันลุกขึ้นจากโซฟารีบวิ่งไล่ตามพี่อเล็กส์ออกไป โชคดีที่พี่อเล็กส์ไม่ทันไป

                “พี่อเล็กส์! พี่อเล็กส์ พี่อเล็กส์ที่กำลังเปิดประตูรถหันมาด้วยความสงสัย ฉันรีบวิ่งเข้าไปหา

                “พี่อเล็กส์ค่ะ บาสขอดูมือถือหน่อย”

                “มีอะไรเหรอบาส”

                “บาสอยากรู้ข้อความที่พี่ส่งให้บาสนะ”

                “...” ถึงพี่อเล็กส์จะทำหน้าฉงนสนเท่ห์ แต่ก็หยิบมือถือส่งมาให้ฉัน

                “คือบาสยังไม่ได้อ่าน” ฉันรับมาแล้วก็เปิดเมนูเข้าไปเรื่อยๆ

                “...”

                “พี่กาวชิงเอาไปอ่านก่อน แล้วก็พังมือถือเสียยับเยิน” 

“ตอนนั้นบาสอยู่กับไอ้กาวมันเหรอ”

                “ค่ะ แล้วพี่รู้เบอร์ได้ไงอ่ะ” ฉันเงยมองหน้าพี่อเล็กส์ที่ยืนยิ้มเจื่อน

                “....”

                “เมื่อวานตอนที่แอบเล่นมือถือบาสใช่ป่ะ แอบยิงเข้าเบอร์ตัวอะดิ” ฉันเข้าไปยังถาดส่ง แล้วเปิดอ่านข้อความ

                ‘ บาสครับตอนนี้พี่รออยู่ที่บ้านบาสแล้วนะรีบกลับมาอยากเจอสุดที่รักแล้วครับ’ ข้อความแค่นี้ถึงกับต้องปามือถือทิ้งเลยเหรอไง

                “พี่อเล็กส์ไอ้ สุดที่รัก เนียะมันอะไรกันค่ะ”

                “ก็โจชัวร์ไง ไมเหรอ.....” พี่อเล็กส์หยุดคิดนิดนึง “กรำแล้วกู ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนักคงอยากที่จะรับมือไหวต้องยอมแพ้ผ่ายเสียแล้ว” พี่อเล็กส์หน้าถอดสีทันที

                “อะไรค่ะ” พูดไรฟ่ะ ใครจะทำศึกกับใคร

                “เอ่อ เปล่าไม่มีไร กลับเข้าบ้านเถอะ” พี่อเล็กส์โบกมือไล่ ฉันส่งมือถือคืนกลับให้พี่อเล็กส์ แล้วเดินกลับเข้าบ้าน พี่ก้องนั่งรออยู่ในบ้านดูเหมือนว่าพี่ก้องจะมีอะไรพูดกับฉัน

                “บาส พี่มี...”

                “หยุดก่อนพี่ก้องอย่าเพิ่งพูดอะไร บาสขอเวลาสงบจิตใจก่อนนะตอนนี้บาสไม่สามารถรับสิ่งใดๆเข้าสู่สมองได้แล้ว” ว่าแล้วชั้นก็เดินขึ้นไปข้างบนมุ่งตรงไปยังห้องน้ำสารพัดประโยชน์ เป็นทั้งที่ อึ ฉี่ ชำระร่างกาย แถมยังเป็นที่ใช้ฝึกสมาธิ แล้วตอนนี้ก็กลายเป็นห้องเก็บตัวอย่างดีอีกด้วย

                ฉันปิดฝาชักโครกลงแล้วขึ้นไปนั่งขัดสมาธิ เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างแตะน้ำลาย เอามาป้ายหัวแล้วก็หมุนๆ  คิดว่าตัวเองเป็นอิคคิวซังซะงั้น

                ข้อความที่พี่อเล็กส์ส่งมาถ้าใครได้อ่านก็คงคิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกันแน่นอน ขนาดฉันอ่านฉันยังคิดเลย ก็แหมมีอยากจงอยากเจอที่รักด้วยใครอ่านก็ต้องคิดว่า ที่รัก ก็คือฉัน ก็เลยต้องถามเพื่อให้แน่ใจ อืม...พี่กาวก็อ่านข้อความนั่นแล้วเกิดการเข้าใจผิด ก็เลยโมโหว่างั้นแล้วไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วย ก่อนหน้านี้ยังมีถามด้วยว่าเราคิดยังไงกับพี่อเล็กส์ วันเสาร์ก็มีแอบเคืองเรานิดหน่อยด้วย หรือว่าพี่....แกแอบชอบพี่อเล็กส์                ฟ่ะ แต่ไม่กล้าบอกก็เลยเกิดอาการหึงหวงพี่อเล็กส์ แล้วก็คอยกันท่าเราหาเรื่องเราตลอด จะมากันท่าเราทำไมวะเราไม่ได้ชอบพี่อเล็กส์สักหน่อย ไม่ใช่ๆ ไม่มีทาง พี่กาวต้องไม่ใช่เกย์เหมือนพี่หนึ่งถ้าใช่ยัยพิคงเป็นหมอลักษ์ฟันธงไปแล้ว เฮ้ย....สงสัยช่วงนี้เราคงอ่านนิยายเกย์มากไปหน่อยต้องโทษยัยพิที่ช่างสรรหามาให้อ่าน  ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น พี่กาวก็ต้องแอบชอบเราแน่นอนเลย คริๆๆ ก็อย่างที่ยัยพวกนั้นเคยพูดกับเราไว้นั้นแหละ ว่าจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันชวนให้สงสัย แล้วยังจะครั้งนี้อีกด้วย ถ้าไม่ชอบเราจะจุ๊บเรางั้นเหรอ ต้องมีใจให้บ้างแหละน้า กร๊ากกๆๆ นี่แค่คิดเล่นๆๆนะเฟ้ย แต่.....แต่ว่าทำไม.....ทำไมหัวใจมันเต้นแรงงี้ฟ่ะ เหมือนมันจะระเบิดเลยอ่ะ มันรู้สึกดียังไงก็ไม่รู้หน้าก็รู้สึกร้อนๆวูบวาบพิกล หน้าก็รู้สึกเมื่อยๆด้วย ไหนส่งกระจกดูหน่อยดิ กรี๊ดดดด ทำไมหน้ามันแดงงี้ฟ่ะ แถมยังยิ้มจนแก้มแทบปริอีกด้วย ตานี่เป็นประกายเชียว ไอ้บาสเอ้ย!! แค่คิดเล่นๆนะเว้ยอย่าเป็นจริงเป็นจังไปดิ แล้ว.....แล้ว....ถ้าพี่กาวชอบเราจริงๆ   ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เรา เรา เราจะ

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

********************************************************************

มาอัพให้แล้วนะคับ ไม่นุก ไม่ว่ากันเน้อ ยังก็อย่าลืมเม้นท์และโหวตให้ด้วยนะคับ เพราะทุกคอมเม้นท์และคะแนนโหวตก็คือกำลังใจอย่างดีสำหรับคนแต่งคับ

ขอนอกเรื่องนิสสสสครับ เป็นเหตผลที่ทำให้มาอัพเรื่องช้าทั้งที่ตอนนี้มันเสร็จไปตั้งนานแล้ว

คือว่า วันที่ 17 อะคับ มีน้องที่เป็นลูกค้าที่ร้านเค้าถามว่า

"วันนี้พี่ไม่ไปทำบุญเหรอ "เราก็ตอบไปว่า

"เปล่านิวันนี้เป็นวันอะไรเหรอ" น้องเค้าก็ทำหน้างงนะแล้วถามว่า

"พี่นับถือไร" เราก็ตอบเลยว่า

"นับถือพุทธ" น้องเค้าหัวเราะอ่ะ

"พี่นับถือพุทธได้ไงอ่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันอะไร"

"อ้าวเฮ้ย แล้วเมิงมายุ่งไรกับกรูฟ่ะ อย่ามากวนส้นตรีนกรู"

"แหมพี่อย่าทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนดิ เดี๋ยวหายใจไม่ทันนะ" แมร่งมาว่ากรูแกซะงั้น กรูเพิ่งจะยี่สิบต้นๆเว้ย

"ไอ้เชี่ยยย มึงบอกมาเลยว่าวันนี้วันอะไรอย่ามาทำ" เราชี้หน้ามันส่งสายตาว่าอย่ามาวอนหาเรื่อง มันยิ้ม แมร่งกวนประสาทแต่เช้า

"ก็วัน อาสาฬหบูชาไงพี่ ขนาดผมยังรู้เลย" คือว่ามันเป็นคนอิสลามอะ   ไอ้เรามันเป็นพุทธศาสนิกชนที่ไม่ได้เรื่องคับ ดันไม่รู้สะงั้น

"แล้วไง"

"เข้าวัดบ้างดิพี่ จะได้มีบุญมีวาสนากะเค้าบ้าง ดูดิตัวบาปเกาะซะเต็มตัวแล้ว ผมไปล่ะ" มันพูดด้วยใบหน้ากวนเบื่องล่างโครต มันยักคิ้วให้ทีนึงแล้วมันก็สะบัดตูดไปโดยไม่ได้เช่าหนังสือกลับไปเลย คือตอนนี้เราออกจากงานแล้วมาดูแลร้านเช่าแทนพี่สาวเราที่ทำอยู่ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็มาบ้างอาทิตย์ล่ะ สองสามวัน แต่คราวนี้เรามาอยู่ทุกวัน

ก็นะเริ่มคิดได้ว่าเราไม่ค่อยได้เข้าวัดเลยอ่ะ เข้าวัดนี่นับครั้งได้เลยปีนึงสักครั้ง หรือไม่ก็ไม่เลย เอาวะยังไงคืนนี้ก็เข้าวัดไปเวียนเทียนให้ได้ คับ สรุปว่าพอตกค่ำเราก็รีบปิดร้าน ไปจัดการหาซื้อดอกไม้ธูปเทียนกับพี่สาว แล้วก็ไปวัดกัน พอเข้าวัดเท่านั้นและคับพี่น้อง ตัวก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ คือเป็นคนกลัวผีมากกถึงมากที่สุดคับ คือวัดแถวบ้านมันน่ากลัวมาคับมีป่าช้าใกล้ๆด้วย แต่ก็นะไหนก็มาแล้วใจสู้เว้ย!! เข้าไปนั่งในโรงธรรม สักพักพระก็เริ่มสวดคับ เท่านั้นและครับ ไอ้เราก็เริ่มเข้าโหมดหลับทันที (เป็นอีกเหตุผลนึงที่ไม่ค่อยเข้าวัดเพราะกลัวบาปมากกว่าเดิม) ไม่รู้ว่าพระท่านสวดไปถึงไหน ก็มีคนมาสะกิดที่หลังคับ จำได้ว่าไม่มีใครนั่งอยู่ด้านหลังอ่ะ สะดุ้งร้อง เว้ย!! ดังคับ คนแก่ๆก็ต่างหันมาดูคับโชคดีที่พระท่านหยุดสวดไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าท่านจะหยุดตอนที่เราร้องตกใจอ่ะป่าว หันมองซ้ายมองขวา แล้วก็ถามพี่สาวว่าสะกิดเรารึเปล่า พี่สาวเราก็บอกว่าเปล่า เท่านั้นแหละคับใจอยู่ตาตุ่มเลย นั่งฟังพระเทศน์สักพักคับ เอาอีกแล้วโดนสะกิดอีกแล้ว คราวนี้ทำใจดีสู้เสื้อคับหันไปมองแมร่งมันเลย โอ้โห้ คุณพระคุณเจ้า เห็นเป็นตัวเลยคับ เห็นชัดๆด้วย ตัวดำมาก ตานี่สีเหลืองเลย ไอ้เชี่ยยยเอ้ย แมร่งเล่นเอากรูใจหายใจคว่ำเลยนะมึง แมวอ่ะคับมันมาอยู่ด้านหลังเราตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เพราะตอนมาไม่เห็นอ่ะ มันมาป้วนเปี้ยนแถวๆหลังเรา คือเราลืมไปว่า เราเอาถุงทาโร่ใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกง คือซื้อมากินระหว่างเดินมาที่วัด แล้วในที่สุดเราก็ทำกิจกรรมเวียนเทียนได้สำเร็จ แต่ตอนกลับมาถึงบ้านนี่สิคับกะว่าจะมาอัพนิยายสักหน่อย ดันมาเป็นไข้สะงั้น แต่กินยาพักผ่อนก็หายคับวันรุ่งขึ้นก็ไปร้านปกติ แต่เจอไอ้น้องคนเดิมอีกแหละ มันก็มาทุกวันแหละ สนิทกันอะคับ

“เป็นไรพี่หน้าซีดเชียว” มันลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับเรา

“เป็นไข้ว่ะ แต่ค่อยยังชั่วแล้ว”

“เมื่อคืนไปวัดมาอะดิ” มันยิ้มเยาะอีกแล้วครับท่าน

“รู้ได้ไงฟ่ะ แสนรู้จริงนะเมิง”

“ฟังพระสวดก็ทำให้ร่างกายอ่อนแรงเป็นธรรมดา นี่ถ้าโดนประน้ำมนต์ด้วยนะโอ้โห้สุดยอดเลย พี่คงจะต้องนอนซมอีกสักสองสามวัน” ว่าเสร็จมันก็ยกตูดไปหาหนังสือการ์ตูน

“ไอ้เชี่ยยย เมิงว่ากูเป็นตัวอะไรฟ่ะ ไอ้ห่านี้แมร่งกวนตรีนกูแต่เช้าเลย”

“ตัวไรก็คิดเองดิพี่” มันยักคิ้วพร้อมกับรอยยิ้มกวน convers แล้วหันไปสนใจกับหนังสือที่อยู่ในมือมันต่อ ตกลงวันนี้เราคิดค่าหนังสือมันเพิ่ม แล้วก็หลอกมันให้พาไปเลี้ยงน้ำชาอีก เหอะๆๆ สะใจกรู

***************************************

กรี๊ชชชชชชชชชนอกเรื่องมาซะเยอะหวังว่าคงไม่ว่ากันนะค่ะ


เขียนโดย parapanda : 2008-07-19 02:39:35

/1