วันที่ : 26 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 31

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                โอ้ย!! จะมาเคาะทำไมกันฟ่ะ คนกำลังใช้สมาธิ

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                เอาอีกแล้ว ความคิดกระเจิดกระเจิงหมด

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                ปัง!! ฉันเปิดประตูออกไปดูน้ำหน้าคนเคาะ

                “จะเคาะอะไรกันหนักกันหนาเนียะ รบกวนสมาธิไม่รู้หรือไง”

                “แล้วแกเข้าไปทำอะไรตั้งนาน นึกว่าตกโถส้วมตายไปแล้ว แล้วนี่แกสงบสติอารมณ์ได้ยัง”

                “ได้แล้ว หากว่าพี่ก้องจะไม่พูดถึงมันอีก” ฉันเดินเข้าห้องไปโดยมีพี่ก้องเดินตามเข้ามา ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียง ส่วนพี่ก้องก็ย่นตัวลงนั่งอยู่ข้างๆเตียงหยิบหนังสือการ์ตูนที่อยู่บริเวณนั้นขึ้นมาอ่าน

                “ฉันก็ไม่อยากพูดหรอกแต่ฉันรำคาญพวกแกสองคนเต็มทนแล้วว่ะ ไม่รู้จะทะเลาะอะไรกันนักกันหนา เจอกันก็ทะเลาะกันทุกทีไม่เบื่อบ้างเหรอไง”

                “พี่ก้องก็ไปถามเพื่อนพี่นู้นไป มาถามอะไรบาสล่ะ บาสนะเซ็งกับเพื่อนพี่ก้องเต็มทนแล้วนะ”

                “เพื่อนฉัน คนไหนละ” พี่ก้องเอียงหน้าหันมายิ้มให้

                “ยังจะมาทำเป็นถามอีก จะเป็นใครไปได้ละถ้าไม่ใช่พี่กาวนะ ในบรรดาเพื่อนพี่นะก็มีแต่พี่กาวนี้แหละที่คอยแกล้งฉัน หาเรื่องกวนประสาท แล้วยังจะชอบว่าชอบด่าฉันอีก”

                “เหอะ เพื่อนกูเหมือนเด็กประถมเลย”

                “พี่ก้องว่าอะไรนะใครเป็นเด็กประถม บาสโตแล้วนะ”

                “เออนะ พี่ไม่ได้พูดถึงแกสักนักหน่อย เอาละพี่จะถามแกตรงๆเลยนะบาส แกคิดไงกับเพื่อนพี่”

                “…..” พอพูดถึงเพื่อนพี่ก้องไม่รู้ทำไมหน้าพี่กาวก็ต้องลอยมาทุกทีสิน่า

                “ในที่นี้หมายความว่าแกรักไอ้กาวรึเปล่า”

                “บาสไม่รู้”

                “ไรฟ่ะ เฮ้อ~~ สมน้ำหน้ามันดันมารักเด็ก ” ฉันมองหน้าพี่ก้องอย่างสงสัย พี่ก้องเสหน้าทำไม่รู้ไม่ชี้

                “แต่บาสไม่ได้เกลียดนะ” ฉันลุกขึ้นนั่งกอดเข่าตัวเอง

                “’งั้นก็แสดงว่าแกรักมัน” รุกถามแบบนี้เลยเหรอ รักนะมันพูดง่ายๆได้ซะที่ไหนกันละพี่ก้อง

                “......” ฉันก้มหน้าซบกับเข่าตัวเองพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เออ ชอบซบจริงๆกับเข่าเนียะ เดี๋ยวจะหาอกใครสักคนมาซบบ้าง อิอิ พี่ก้องเงียบไปสักพักก่อนจะเอามือมาลูบหัวฉันอย่างเบาๆ

“เอาละ แกจะชอบหรือไม่ชอบ จะรักหรือไม่รัก มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแกเอง ฉันหรือใครๆก็ไม่สามารถบังคับแกได้หรอกนะ แกนะรู้ใจตัวเองดีที่สุดนะว่าแกรู้สึกยังไง เพียงแค่แกมองลงไปที่หัวใจของแกแล้วฟังเสียงเรียกร้องของให้ใจแกว่าหัวใจแกต้องการอะไร พร้อมกับยอมรับและซื่อสัตย์กับความรู้สึกที่กได้สัมผัสเท่านั้น ก็พอแล้ว เฮ้อ~~ พี่นอนอยู่ข้างล่างนะ” พี่ก้องถอนหายใจแล้วเดินออกจากห้องไป ฉันล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  ทำไมบาสจะไม่รู้ล่ะพี่ก้องว่าบาสรู้สึกยังไง เพียงแค่บาสไม่รู้ว่าทำไมเพราะอะไรที่ทำให้บาสรู้สึกแบบนี้ได้ก็เท่านั้นเอง

                เมื่อคืนกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ทำไมมันถึงได้อยากเย็นแสนเข็นขนาดนั้นนะ ฉันลุกขึ้นอย่างงัวเงียด้วยเหตุผลที่ว่านอนหลับไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องรีบลากสังขารของตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะเตรียมตัว

ไปโรงเรียน ฉันเดินลงมาข้างล่างเพื่อจะปลุกพี่ก้อง เพราะคิดว่าเวลานี้พี่ก้องคงไม่สามารถตื่นจากการบรรทมได้เป็นแน่ แต่ผิดคาดค่ะ เมื่อลงมาก็ไม่เจอพี่ก้องแล้ว ฉันเลยกลับขึ้นไปเอากระเป๋านักเรียนก่อนจะเดินไปที่บ้านของพี่ก้อง แต่พี่ก้องไปโรงเรียนก่อนฉันเสียอีก วันนี้ฉันจึงต้องไปโรงเรียนเพียงคนเดียว

                “เป็นไงจ๊ะบาส”  เสียงแจ๋นของยัยพิที่กำลังหย่นตัวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าฉัน

                “ก็ไม่ไง” ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

                “แล้ววันวาเลนไทน์ได้ฉลองกับใครรึเปล่าเอ่ย”

                “เฮ้อออ~~~” แค่ได้ยินก็เหนื่อยใจแล้ว

                “ต้องมีเรื่องดีๆแหงมเลยใช่ป่ะ”

                “เฮ้ออ~~~~~~~~”

                “อาการอย่างนี้คงพอจะเดาออกว่าไม่”

                “เฮ้ออออออออ~~~~~~~~~~~~”

                “โอ้ย!! พอแล้วยัยบาสแกเลิกถอนหายใจสักที แค่ฉันได้ยินก็รู้สึกหดหู่แล้วนะย่ะ”

                “เฮ้อออออออออ~~~~~~~~~~~~~~~~~~”

                “บอกว่าพอแล้วไงย่ะ  กรี๊ดดดดดดดด แกดูนั่นสิยัยบาส” ยังพิเขย่าตัวฉันให้ดูอะไรบางอย่าง ฉันหันมองตามที่ยัยพิบอก เห็นพวกรุ่นพี่ทั้ง 11 กำลังเดินผ่านหน้าห้องฉันไป โดยมีสาวแท้สาวเทียมเดินล้อมหน้าล้อมหลังกรี๊ดวี้ดว้ายอย่างกับฺไอ้พวกรุ่นพี่นั่นเป็น Super Junior ไปได้ หมั่นไส้เฟ้ย!! แล้วจะมาหยุดอยู่หน้าห้องฉันทำไมก็ไปกลับห้องตัวเองไปดิ ฉันมองพวกนั้นอย่างไม่วางตา ชิยิ้มน้อยยิ่มใหญ่เลยนะ โดยเฉพาะไอ้เทพบุตรซานตาน ปีศาจในคราบมนุษย์นั่น เมื่อก่อนไม่เคยจะยิ้มชอบทำหน้าโหด จนใครๆเขาก็ตั้งฉายาว่าเสื้อยิ้มยาก แล้วทำไมคราวนี้ถึงได้เป็นแบบนี้ ยิ้มจนแก้มแทบปริแล้ว เอ่อๆ ยิ้มเข้าไป เพี้ยงขอให้ยิ้มจนหุบปากไม่ลงเลย ตอนนี้ฉันรู้สึกได้ว่าจุดโฟกัสสายตาของฉันมันมุ่งตรงไปที่พี่กาวคนเดียวเลย  ฉันจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มนั่นอย่างขัดใจ จะยิ้มทำไม หยุดยิ้มเด๊ บอกว่าให้หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้ ก็บอกว่าอย่ายิ้มไง แล้วจู่ๆพี่กาวหันมาสบตาฉัน โดยไม่ทันตั้งตัว พี่กาวมองฉันด้วยสีหน้าและแววตาที่เฉยชา ทำให้ฉันต้องรีบหลบสายตาโดยการหันหน้ามองไปที่อื่น สีหน้าแบบนั่น แววตาแบบนั้น เป็นสิ่งที่ฉันเคยชิน แล้วนิ แต่..แต่ทำไมมันครั้งนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บ มันเจ็บตรงที่หัวใจขึ้นมานะ

                “ดูดิแกขนาดเลยวันวาเลนไทน์มาแล้วนะ ยังมีสาวๆให้ช๊อคโกเล็ตเพียบเลย”

                “นั่นดิ ก็จะให้ทำไงได้ล่ะ ก็มันดันไปตรงกับวันเสาร์ซะได้ ได้ข่าวว่ามีสาวตามเอาไปให้ถึงบ้านเลยก็มีนะกานต์ ไม่ใช่เฉพาะเด็กโรงเรียนเราเท่านั้นนะเด็กที่อื่นก็มี” เสียงกานต์และจ๊ะกำลังสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ไอ้สองตัวนี่มาเมื่อไรว่ะ

                “เฮ้ยแกดูดิ พี่กาวยิ้มหวานว่ะ”

                “จริงด้วย น่ารักจังเลย”

                “ใช่ๆฉันนะปลื้มพี่กาวอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอมาเห็นรอยยิ้มบาดใจนี้เข้า โอ้ย!! คราวนี้สงสัยหัวปักหัวปำแน่แก” แล้วยัยสองตัวนี้ เออ ลืมยัยพิอีกตัว ก็สุมหัว พี่กาวอย่างนู้น พี่กาวอย่างนี้ พี่กาวอย่างนั่น พูดข้ามหัวฉันไปข้ามหัวฉันมาอยู่ได้ คนยิ่งไม่อยากได้ยินชื่อ

                “ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” ฉันลุกเดินออกจากห้องไปปล่อยให้สามคนนั่นนั่งงงเป็นหมาตาแตก(มากกว่าไก่ตาแตก)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาอัพตอนใหม่ให้แล้วนะคะ ยังไงก็อย่างลืมเม้นท์และโหวตเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

 

เขียนโดย parapanda : 2008-07-26 02:03:48

/1