วันที่ : 17 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Love Is Wednesdayรักของฉันนั่นคือนาย 7

“แล้วนายพุธหายไปไหนนะ “ ฉันเดินลงจากชั้น 4 ระหว่างเดินกลับก็เจอนายนุเพื่อนของนายพุธพอดีนายนุบอกว่านายพุธกลับบ้านไปนานแล้ว ฉันจึงตัดสินใจโทรหานายพุธ ว่าแล้วฉันล้วงกระเป๋ากระโปรงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหานายพุธ

“นายอยู่ไหนนะ”

[มีไร]

“นี่ไอ้พุธทำไมนายไม่ปลุกฉันฟ่ะ แอบหนีออกมาคนเดียวทำงี้ได้งัย”

[ก็ไม่อยากปลุกคนหลับนี่หว่ามันบาป]

“บาปกะผีนายนะดิ ไอ้คนใจดำ“

[ถ้าเธอจะโทรมาด่าฉันล่ะก็ แค่นี้ก็แล้วกัน]

“เฮ้ยๆๆ อย่าเพิ่งว่างสาย”

[นี่มีไรก็ว่ามาอย่าชักช้าฉันไม่มีเวลา]

“คนอย่างนายนี่นะก็เห็นว่างทุกที”

[ฉันว่าเราเลิกคุยกันดีกว่ามั้ย] 

“นี่มารับฉันหน่อยดิ” อย่าไปกวนประสาทนายนั่นดีกว่าเดี๋ยววางสายไปจริงๆ

[ไรวะ ฉันไม่ใช่คนขับรถนะเว้ยกลับเองดิ]

“น่านะเดี๋ยวจะไปซื้อหนังสือการ์ตูนด้วยวันนี้วางแผงแล้ว” ฉันทำเสียงอ้อนวอนสุดฤทธิ์

[ขอโทษนะฉันซื้อแล้ว เลยไม่จำเป็นต้องไปด้วย]

“นายซื้อแล้วเหรอ แล้วฉันล่ะ”

[ซื้อให้แล้ว]

“อะไรนะ”

[ก็บอกว่าซื้อให้แล้วไงเล่า] โอโห้นายพุธซื้อหนังสือการ์ตูนให้ฉันแล้ว ขอถอนคำพูดทีว่านายนั่นใจดำก็แล้วแต่เฉพาะครั้งนี้นะครั้งอื่นไม่เกี่ยว

“งั้นก็มารับด้วยฉันจะรอจนกว่านายจะมา แค่นี้นะ” ต้องใช้มาตรการนี้แหละ หลังจากวางสายจากนายพุธพี่ก๊าประธานนักเรียนก็โทรมาบอกว่ามีงานด่วนให้รีบไปทำที่สภานักเรียนพี่ก๊าบอกว่าโทรหาคนอื่นๆเขากลับกันหมดแล้ว โชคดีที่ฉันยังอยู่ที่โรงเรียน แต่ฉันคิดว่ามันเป็นโชคร้ายของฉันมากกว่า ฉันเลยต้องโทรศัพท์ไปหานายพุธใหม่

[อะไรอีกวะ] ดูมันรับโทรศัพท์

“จะโทรมาบอกว่าไม่ต้องมารับแล้ว”

[เธอจะเอางัยกันแน่จะให้ไปหรือไม่ไป] เสียงนายพุธดูรำคาญฉันเต็มทนแล้ว

“ไม่ต้องแล้วพอดีพี่ก๊าโทรมาบอกให้ช่วยงานนะ ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไร แค่นี้แหละ” หลังจากโทรบอกนายพุธฉันก็รีบเดินไปยังห้องเรียนเก็บของใส่เป้แล้วมุ่งตรงไปยังอาคารสภานักเรียน เมื่อมาถึงฉันล้วงคีย์การ์ดที่อยู่ในเป้ออกมาเพื่อเปิดประตูซึ่งเป็นประตูอัตโนมัติ คีย์การ์ดของอาคารนี้จะมีเฉพาะอาจารย์ คณะกรรมการนักเรียนและประธานชมรมต่างๆเท่านั้น เมื่อประตูเปิดฉันเดินเข้าไปในห้องประชุมเล็กเจอพี่ก๊านั่งคอยฉันอยู่คนเดียว

“พี่ก๊าเรียกพุธมาจะให้พุธทำไรเหรอ” ฉันถอดเป้ที่สะพายออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ

“พอดีมีเอกสารที่จะต้องใช้ในวันวิชาการนะ พุธช่วยเรียงแล้วเย็บมุมให้พี่ทีนะ”

“ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้า แต่ว่าเยอะขนาดนี้จะเสร็จกี่โมงล่ะเนี่ยะ นี่ก็ 4 โมงกว่าแล้วด้วย

“พี่ฝากด้วยนะพุธ”

“อ้าวแล้วพี่ก๊าจะไปไหนอ่ะ”

“โทษทีนะที่ต้องไห้พุธทำคนเดียว พี่ต้องไปติดต่อของบประมาณที่จะใช้ก่อนนะ”

“อ๋อ คะ ไม่เป็นไรพุธทำคนเดียวก็ได้” นี่ฉันต้องอยู่คนเดียวเหรอนี่ ถึงมันจะเป็นอาคารใหม่ก็เถอะ แต่อยู่คนเดียวก็กลัวเหมือนกันนะ

“เอาล่ะลงมือทำได้ ยัยพุธสู้ๆ” ขอให้กำลังใจตัวเองก่อนล่ะกัน

เวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที แต่ว่าเอกสารยังคงเป็นภูเขาอยู่เลย กว่าจะเสร็จก็คงมืดพอดี

“หวัดดีคับ ทำไรอยู่เอ่ย”

“เฮ้ย! นายเข้ามานี่ได้ไง ที่นี่เข้าห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้านะ” ฉันหันไปหาเจ้าของเสียงนั่น

“จิบๆน่ะ ก็มีไอ้นี่ไง” นายแทนชูคีย์การ์ดให้ฉันดู

“นั่นมันคีย์การ์ดของ ผอ. นิ” ทำไม่ฉันถึงรู้เหรอค่ะ ก็คีย์การ์ดของ ผอ. จะเป็นสีทอง ของอาจารย์ก็จะเป็นสีเงิน ส่วน คณะกรรมการนักเรียนจะเป็นสี ขาว ส่วนของประธานชมรมจะเป็นสีฟ้า

“ถูกต้องแล้วครับ ผมไปขอยืมคุณลุง เอ้ย! ผอ. กว่าจะได้ต้องอ้อนวอนแทบตาย” นายแทนนี่เส้นใหญ่เนอะ

“แล้วมาทำไมที่นี่นะ นายไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเข้ามาที่นี่ไม่ใช่เหรอ”

“อย่าพูดแบบนั้นสิ ก็เห็นว่าพี่พุธอยู่คนเดียวก็เลยกะว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนสักหน่อย” นายแทนลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับฉัน

“แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่คนเดียว”

“มะผมช่วย” นายแทนไม่ตอบเรื่องที่ฉันถาม

“ไม่เป็นไร นายกลับไปเถอะ”

“ก็ผมบอกว่าจะช่วยไง” 

“งั้นก็ตามสบายนะ “  ก็ดีเหมือนกันจะได้เสร็จไวๆ เราสองคนช่วยกันจัดเรียงเอกสารตามที่พี่ก๊าสั่งไว้จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

“มีอะไรติดหน้าฉันเหรอ มานั่งจ้องหน้าฉันทำไม” ฉันเงยหน้าขึ้นเห็นนายแทนนั่งท้าวคางมองหน้าฉันอยู่แต่ฉัน ทำพูดดีไปงั้นแหละที่จริงนะเขินจะตายอยู่แล้วก็คิดดูดิมีคนหล่อๆมานั่งจ้องหน้าเราอยู่แบบนี้เป็นใครก็ต้องเขินเป็นทำธรรมดาอยู่แล้ว

“เปล่านี่ไม่มีอะไร” เมื่อได้ยินคำตอบ ฉันก็ก้มหน้าทำงานต่อ

“พี่พุธนี่มีไฝเม็ดเล็กๆที่ใต้ตาเรียงกันตั้งสามเม็ดแหนะ” ฉันเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นว่านายแทนเอื้อมมือจะมาจับที่หน้า

“ใช่ที่จริงไม่ค่อยมีใครสังเกต” ฉันยังคงก้มหน้าทำงานต่อ นายแทนเงียบไปสักพักก่อนจะพูดกับฉันต่อ

“พี่พุธนี่น่ารักดีนะ”

“...........................” ฉันเงยหน้ามองนายแทนอย่างอึ้งๆ ก็ไม่ค่อยมีใครชมฉันว่าน่ารักเท่าไร แต่ตอนนี้ฉันรู้หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

“ฮ่าๆๆ พี่พุธนี่น่ารักจริงๆด้วย เวลาหน้าแดงก็น่ารัก  ฮ่าๆๆ” 

“นี่นายอย่ามาล้อฉันเล่นแบบนี้นะ” ฉันยืนขึ้นเพราะโมโหเรื่องที่นายนั่นหัวเราะฉัน

“เวลาโกรธยิ่งน่ารัก”

“นี่! “ ฉันทำหน้าดุใส่นายแทน

“ฮ่าๆ ผมพูดจริงๆนะ” นายนั่นยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ

“ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะที่นายจะมาหัวเราะนะ” 

“ผมก็ได้คิดว่าพี่เป็นตัวตลกนิ” แล้วทำไมคำพูดกับการกระทำมันต่างกันล่ะ

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” ทำไมนายแทนนี่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับฉันด้วยนะ  ฉันเดินออกจากโต๊ะเพื่อไปแกะประกาศที่บอร์ดหน้าห้องที่จริงก็ไม่รู้จะแกะไปทำไมทำแก้เขินไปงั้นแหละ ฉันยืนแกะแผ่นประกาศออกพอหันหน้ากลับมานายแทนก็มายืนประชิดตัวอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเอามือคร่อมตัวฉันไว้แล้ว

เขียนโดย parapanda : 2008-11-17 21:14:46
วันที่ : 17 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Love Is Wednesdayรักของฉันนั่นคือนาย 6

หลังจากหมดคาบเรียนเพื่อนๆผู้หญิงในห้องต่างเดินเข้ามาล้อมฉันแล้วถามฉันถึงเรื่องที่น้องสุดหล่อ มาหาฉัน ฉันก็บอกไปตามที่บอกยัยหน่อยนั่นแหละ เพื่อนๆในห้องต่างก็รู้จักเขากันทั้งนั้นแต่ทำไมฉันกับยัยหน่อยถึงไม่รู้จักนะ อาจเป็นเพราะฉันไม่ค่อยสนใจก็ได้มั้ง ส่วนยัยหน่อยนะก็พอรู้ว่าหล่อนไม่ชอบอะไรแบบนี้ หลังจากคุยกับเพื่อนๆก็ทำให้รู้ว่าน้องสุดหล่อหรือน้องแทนเพิ่งย้ายมาประมาณ 3-4 วันก่อน พ่อของน้องเค้าสนิทกับผู้อำนวยการโรงเรียนก็เลยสามารถย้ายมาตอนกลางเทอมได้ ดูท่าทางว่าจะเป็นนายแบบที่กำลังฮอตฮิตอยู่ตอนนี้  

“นี่ ขอตัวก่อนนะ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ” ลืมไปเลยว่าวันนี้หนังสือการ์ตูนที่เราอ่านจะออกเล่มต่อแล้วเดี๋ยวต้องไปหานายพุธก่อน กะว่าจะชวนไปซื้อด้วยกันหน่อย

“อ้าวไปไหนแล้วอ่ะ” ฉันมองไปยังที่นั่งของนายพุธ หายตัวไปไหนนะ หรือว่าจะไปอยู่ที่ห้องชมรมตามเคย ก็หลังจากคาบนี้เราก็ไม่มีเรียนแล้วด้วย ว่างเมื่อไรนายพุธก็จะไปขลุกตัวอยู่ที่ชมราก็นายนั่นนะเป็นประธานชมรมนิเนอะ ไปหาดีกว่า

“หน่อยเดี๋ยวฉันไปหานายพุธก่อนนะ” ฉันบอกยัยหน่อยก่อนเพราะหล่อนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

“อืม” ยัยหน่อยพยักหน้า

ฉันจึงเดินขึ้นไปบนชั้น 4 ของอาคารที่ฉันเรียนอยุ่ที่นั่นจะเป็นห้องชมรมต่างๆที่ให้นักเรียนเข้ามาทำกิจกรรมกัน ส่วนสภานักเรียนจะอยู่แยกออกไปอีกอาคารนึงจะเป็นอาคารสำหรับพวกคณะกรรมการนักเรียนและพวกประธานชมรมต่างๆที่สามารถเข้าออกได้นอกจากนั้นก็จะเป็นพวกอาจารย์

“ทำไรอยู่อะพุธ” ฉันเดินเข้าไปหานายพุธ

“ล้างจานอยู่มั้ง” ดูมันตอบฉันก็อุตส่าห์พูดดีด้วย นายพุธกำลังนั่งวาดรูปอยูริมหน้าต่างเวลาหมอนั่นวาดรูปนะฉันว่ามันดูไม่เหมือนนายพุธเลยมันดูแปลกๆยังกับไม่ใช่นายพุธ พอมองแล้วหมอนั่นก็ดูดีเหมือนกันนะ ฉันลากเก้าอี้ไปนั่งตรงหน้านายนายพุธ เอนกายพิงพนักเก้าอี้ที่วางติดริมหน้าต่าง สายลมพัดเย็น

“นี่วาดรูปไรอยู่เหรอ”

“................................”

“วาดรูปเหมือนเป็นป่ะ”

“................................”

“วาดรูปให้ฉันบ้างได้มั้ย”

“.................................”

“วาดรูปเหมือนนะ ฉันเป็นแบบเอง”

“...................................”

“ชิ พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย  เฮ้อออ อากาศดีจังเลย ว่าแล้วทำไมนายชอบมาขลุกตัวอยู่ที่นี่ “

“...............................”

 เราพูดอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าเลยแหะ ทำไมวันนี้นายพุธถึงดูสุขุมจังเลย ปกติก็ต้องตวาดฉันกลับมาแล้วนี่

“หาววว” ฉันง่วงนอนก็เลยหาวอ้าปากกว้างซะ นายพุธเหลือบตามองแล้วหัวเราะในลำคอ ฉันเปลี่ยนท่านั่งโดยหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง เอาแขนว่างบนขอบหน้าต่างแล้วนอนอิงบนแขน แต่ฉันก็ยังมองนายพุธที่นั่งวาดภาพอย่างตั้งใจด้วยใบหน้าที่จริงจัง พอมองดูดีๆแล้วนายนี่ก็หล่อดีเหมือนกันแหะ ถ้าตัดไอ้นิสัยของหมอนั่นออกไปก็พอจะคบเป็นแฟนได้อยู่ เฮ้ย คิดอะไรนะเราไร้สาระ

“นี่ตกลงจะวาดรูปฉันให้หน่อยได้มั้ย เอาให้สวยๆนะ” ฉันพูดอย่างสลึมลลือเพราะง่วงเต็มทีแล้ว

“ฉันจะวาดภาพเหมือนก็ต่อเมื่อฉันเจอผู้หญิงที่ฉันรักเท่านั้นและตอนนี้ฉันคิดว่าฉันเจอแล้วล่ะ” นายพุธพูดว่าไรนะ ฉัน ไม่ได้ยินเลย ไม่ไหวแล้วหลับดีกว่า 

 ใครนะมาลูบแก้มฉัน แต่มันรู้สึกดีจัง ฝ่ามือที่อบอุ่นและอ่อนโยนนี่ใครกันนะ  ฉันอยากรู้จังว่าเป็นใคร มันคงเป็นความฝันแน่ๆ แต่.......ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรอุ่นๆมาสัมผัสที่ริมฝีปากของฉันอย่างนุ่มนวลและแผ่วเบา หรือว่านี่ก็เป็นความฝัน แล้วฉันต้องสะดุ้งตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงเตือนบอกเวลาเลิกเรียน

“ตื่นแล้วเหรอ หลับสบายมั้ย”

“ เมื่อกี้ฉันคงฝันไป แต่ว่ามัน”  เหมือนมันยังทิ้งความรู้สึกจากรอยสัมผัสนั้นอยู่เลย ฉันเอามือแตะริมฝีปากตัวเอง

“เป็นไรไปรึเปล่า  นี่! ถามไม่ได้ยินเหรอ”

“.....................................” ทำไมน้องสุดหล่อมาอยู่นี่ได้ละ แล้วนายพุธหายไปไหน ฉันหันมองซ้ายมองขวง นายพุธออกไปจากห้องตั้งแต่เมื่อไรนะ

“ นี่! พี่พุธ”

“เอ่อ.....คือ......เธอ” หรือว่าเมื่อน้องเขาจะ แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก ยังงัยมันก็แค่ความฝันแหละ

“ผม แทน งัย บอกว่าให้จำเอาไว้  ว่าแต่พี่ไม่สบายรึเปล่าเห็นหน้าแดงๆ“

“เปล่าหรอก สงสัยอากาศมันร้อนมั้ง แล้วแทนมาทำไรที่นี้นะ”

“ผมมาเดินสำรวจดูว่าจะมีชมรมไหนที่น่าสนใจ บังเอิญเห็นพี่หลับอยู่ก็เลยเข้ามา พี่อยู่ชมรมนี้เหรอฮะ” แทนพูดไปพรางพร้อมกับเดินสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่ในห้อง

“เปล่าหรอกฉันไม่ได้อยู่ชมรมอะไรทั้งนั้น”

“อ้าว ได้ด้วยเหรอ” นายแทนทำหน้าสงสัย

“ฉันเป็นคณะกรรมการนักเรียนนะ เดินดูตามสบายนะฉันไปก่อน” ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วลากเก้าอี้มาเก็บที่เดิม

“เดี๋ยวสิ ไม่พาผมเดินดูชมรมอื่นๆก่อนเหรอ” นายแทนรีบเดินเข้ามาดักหน้าฉันไว้ พร้อมกับยิ้มให้

“ต้องขอโทษด้วยนะ พอดีฉันมีธุระ  อ๊ะ! เธอ เธอสองคนนั้นน่ะ” ฉันเหลือบไปเห็นนักเรียนหญิงสองคนเดินผ่านมาจึงกวักมือเรียก

“มีอะไรเหรอค่ะ”

“ช่วยพาคนคนนี้สำรวจดูชมรมหน่อยนะ ขอบใจมาก”  น้องเขายิ้มใหญ่ก็จะได้ควงกับนายแบบเดินดูชมรมนี่หน่า

“ไปนะ ไว้จะตอบแทนเรื่องที่เก็บของให้วันหลัง” ฉันยิ้มก่อนจะเดินออกไป

เขียนโดย parapanda : 2008-11-17 21:12:51
วันที่ : 17 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Love Is Wednesdayรักของฉันนั่นคือนาย 5

สาววันพุธ

คุณเป็นสาวคมลึกเชียวนะ จะอ่านผู้ชายให้ทะลุก่อนจะคิดควงใคร ก็เลยมักจะมีความรักแบบดูใจกันไป มองกันไป ไม่มีอะไรโลดโผนแต่ก็ชัวร์ดีนะ

(หนุ่มที่เหมาะกับเธอ)
สำหรับสาววันพุธหนุ่มที่เหมาะสมกับเธอ เขาคนนั้นเป็นผู้ชายร่ำรวยอารมณ์ขัน
ขี้เล่น สุภาพเรียบร้อย พูดน้อย อดทน และใจเย็นเขาจะนั่งเฉยๆ
ท่ามกลางเสียงวีนว้ากๆ ของเธอ และอมยิ้มได้หน้าตาเฉย
หนุ่มวันพุธ
คู่รักคนนี้แหละเจ๋ง เพราะเขาก็ชอบ ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นจริงใจและรอเขาได้


“ม่ายยยยยยย มันไม่จริง   เป็นไปไม่ได้” ฉันลุกขึ้นตะโกนจนเพื่อนๆในห้องต่างพากันหันมามองเป็นสายตาเดียว  พวกมันต้องคิดว่าฉันคงบ้าไปแล้วแน่ๆ  แต่ทำไมฉันต้องเหมาะกับหนุ่มวันพุธด้วยกันนะอ่านกี่เล่มๆก็เป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากมีแฟนเป็นหนุ่มวันพุธนิ ทำไมเหรอค่ะก็เพราะฉันเห็นนิสัยของนายพุธแล้วฉันรับไม่ค่อยจะได้

“เอ่อ พุทธิดา อาจารย์สอนผิดตรงไหนเหรอ”

“ หะ หา ไม่ใช่ค่ะจารย์? คือว่าหนูคงอินไปนีสสนะค่ะ”

“อินกับเรื่องที่อาจารย์สอนเนี๊ยะนะ” อาจารย์กำลังเล่าถึงประวัติของ Saint Valentine ถึงตอนที่ วาเลนตินัสถูกนำไปตัดศีรษะพอดี

“คงงั้นมั้งคะ” แล้วเสียงหัวเราะก็ค่อยๆดังขึ้นโดยเฉพาะไอ้พุธตัวแสบหัวเราะดังที่สุด

“ครูว่าเธอนั่งลงและสงบจิตสงบใจก่อนดีมั้ย” อาจารย์ทำหน้าเอือมละอา

“.........................” ฉันค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งก่อนจะหันไปสบตากับคนที่มายืนด้อมๆมองๆอยู่ที่ประตูหน้าห้อง นั่นมันเด็กที่หน้าคล้ายพี่ศุกร์นิมาทำไรที่ชั้น ม.6 นะ แล้วทำไมต้องมาเห็นฉันในสภาพที่หน้าอายแบบนี้อีกแล้วนะ

“นี่เธอมาด้อมๆมองๆอะไรแถวนี้ไม่มีเรียนรึงัย”  อาจารย์หันไปเห็นจึงถาม

“พอดีผมมีธุระกับพี่ในห้องนี้ครับ” น้องสุดหล่อตอบอาจารย์ ของเรียกแบบนี้ล่ะกันก็ไม่รู้ชื่อนี่น่า แต่เอ้? มาหาใครกันน้า

“แล้วเธอมาหาใครล่ะ”

“พี่คนนั้นนะครับ” น้องชี้มาทางฉันแล้วมาหาฉันเหรอยัยหน่อยกันแน่นะ

“ไหนคนไหน” อาจารย์มองตามนิ้วของน้องสุดหล่อ ก่อนจะหันกลับไป

“ก็คนที่ลุกขึ้นเพราะอินกับเรื่องที่อาจารย์สอนไงฮะ” น้องสุดหล่อพูดพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย

“อ๋อ พุทธิดา  น้องเขามีธุระจะคุยกับเธอ” อาจาย์พยักหน้าเรียกฉัน ฉันลุกขึ้นยืน

“นี่เขามาหาเธอทำไมอ่ะ” ยัยหน่อยกระตุกชายกระโปรงของฉัน

“ไม่รู้สิ” แล้วในห้องก็ค่อยๆเริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบปะปนกับเสียงกรี๊ดในขณะที่ฉันเดินออกไปพบน้องสุดหล่อ

“เออคือว่ามีอะไรเหรอ”  พอนึกถึงเรื่องเมื่อวานก็เหมือนอยากจะหันหลังกลับเลย

“คือเมื่อวานนะฮะ พี่ทำไอ้นี่ตกไว้ตอนที่ล้มนะฮ่ะผมเก็บไว้ได้กะจะเอามาให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ไม่รู้ว่าพี่เรียนอยู่ห้องไหน”

“อ้าว ที่ที่แขวนมือถือหล่อนได้ไงนะ” ฉันล้วงมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากระโปงออกมาดู

“งั้นขอบใจมากนะ ไปล่ะ” ฉันหันหลังกลับกำลังจะเดินกลับเข้าห้อง

“ผมชื่อ แทน จำไว้ด้วยนะฮะพี่พุธ” น้องสุดหล่อบอกกับฉันพร้อมโบกมือให้แล้วเดินกลับไป เขาไปรู้จักชื่อฉันมาจากไหนนะ ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะเรียน              แต่ยังสงสัยอยู่ว่าเขารู้ชื่อฉันได้ไง หรือในโรงเรียนนี้เราก็ดังกับเขาเหมือนกัน

“นี่พุธเขามาทำไมเหรอ”  

“ก็แค่เอาของที่ตกมาคืนนะ”

“นี่รู้รึเปล่า ฉันได้ยินพวกนักเรียนหญิงในห้องเขาคุยกันว่า ” ยัยหน่อยหยุดพูดเพื่อรอให้ฉันถาม

“ว่าอะไร”

“ว่าคนเมื่อกี้นี่เขาเป็นนายแบบวัยรุ่นที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้นะ” ยัยหน่อยทำหน้าจริงจัง

“เป็นไปไม่ได้มั้ง แต่พอมองใกล้ๆฉันก็รู้สึกคุ้นๆหน้าเหมือนกันนะว่าเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง”

“แล้วนึกออกยังว่าเคยเห็นที่ไหน”

“อืม ขอนึกก่อนนะ อ๊ะ รู้แล้วว่าเคยเห็นที่ไหน”

“ที่ไหน ที่ไหน” ยัยหน่อยเขย่าตัวฉัน

“เดี๋ยวนะขอเปิดก่อน” ฉันผลิกหน้ากระดาษของนิตยาสารของวัยรุ่นที่ฉันอ่านอยู่

“นี่ไง” ฉันชี้ไปที่ภาพนายแบบเสื้อผ้ายี่ห้อดังให้ยัยหน่อยดุ

“อืมใช่จริงๆด้วย แล้วทำไมมาอยู่นี่ได้นะ” แต่ที่ในโรงเรียนฉันเพิ่งเคยเห็นหน้าจริงๆแหละ

เขียนโดย parapanda : 2008-11-17 21:11:27
วันที่ : 17 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Love Is Wednesdayรักของฉันนั่นคือนาย 4

ในที่สุดเช้าวันรุ่งขึ้นก็มาถึง มันยังคงเป็นเช้าที่รีบเร่งและวุ่นวายอีกตามเคย ก็เจ้านาฬิกาปลุกตัวดีนะสิ เราอุตส่าห์ตั้งเวลาปลุกให้เร็วกว่าเดิมแล้วดันไม่ปลุกซะงั้น อันที่จริงมันปลุกแล้วล่ะค่ะแต่ดิฉันไปปิดมันแล้วก็นอนต่อมันเลยกลายเป็นแบบนี้

“แม่ค่ะหนูไปนะ”

“ข้าวเช้าล่ะพุธ ไม่กินก่อนเหรอ”

“แค่นี้พอแล้วค่ะหนูสายแล้ว” ฉันหยิบขนมปังมาคาบไว้หนึ่งแผ่นรีบวิ่งออกจากครัวไปสวมรองเท้า รีบเดินออกมายังหน้าประตูรั่ว

“ไอ้อุดอะไอ้อุดไอ่อาอับอิงๆอ้วย (ไอ้พุธนะไอ้พุธไม่มารับจริงๆด้วย เมื่อฉันเห็นว่านายพุธไม่มารับฉัน ฉันจึงรีบวิ่งไปยังคิวมอร์ไซด์ซึ่งอยู่ก่อนจะถึงบ้านฉันประมาณ 2-3 เมตร

“เอี๊ยดด!!!!”

“ว้ายยยยย!!!”

ฉันตกใจร้องเสียงดัง ขนมปังที่คาบไว้หล่นลงพื้น มีมอร์ไซด์ที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาจอดตัดหน้าฉัน

“ให้พี่ไปส่งมั้ยจ๊ะน้องสาว” โห มาแซวกันตั้งแต่เช้ายี่งรีบอยู่ด้วย ขอด่าให้ซะใจหน่อยดิ

“อ้าวไอ้พุธ ไหงเล่นงี้ฟ่ะตกใจนะเฟ้ย”

“เออนะ ขึ้นมาดิ แล้วก็.. เอ้านี่” นายพุธโยนกล่องนมให้ฉัน

“ขอบใจ แล้วทำไมเพิ่งมาวะ ฉันนึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว”

“เปล่าอันที่จริงมานานแล้ว แต่จอดอยู่ตรงโน้น” นายพุธชี้นิ้วไปยังร้านค้าที่ถัดเลยไปจากบ้านฉันนิดนึง

“แล้วนายไปจอดตรงนั้นทำซากไรวะ”

“ก็ไม่ทำไมหรอก แค่อยากเห็นอาการร้อนรนรีบวิ่งไปโรงเรียนของเธอนะ มันหนุกดี”

“อะ.. ไอ้...” มันน่านักเห็นเราเป็นตัวตลกไปได้

“จุ๊ จุ๊ อย่าพูดจาไม่ระรื่นหูแต่เช้าสิจ๊ะ มามะ มานั่งซ้อนท้ายพี่ซะดีๆ”

“นายอย่ามากวนประสาทฉันแต่เช้าได้ไหม”

“ก็ซื้อนมให้แล้วงัย” มันว่าฉันเป็นเด็กหรืองัยนะ

“เวรแล้วตู อีก 10 นาทีก็จะประชุมแล้ว”

“ก็ขึ้นรถดิมัวแต่ยืนคุยอยู่นั่นแหละ” ได้ที่ขี่มอร์ไซด์ไล่ เอ้ย ขี่แพะไล่ แล้วนายพุธก็ยื่นหมวกกันน๊อคให้ฉัน ฉันสวมหมวกแล้วขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายนายพุธ

“จับดีๆล่ะ จะไปล่ะนะ”

“กรี๊ดดดดดดดดด” เอาอีกแล้วคะมันซิ่งอีกแล้ว ฉันยังอยากจะไปโรงเรียนโดยสวัสดิภาพนะ ไม่อยากพิการอ่ะ

เมื่อมาถึงโรงเรียนฉันเข้าไปประชุมด้วยสภาพที่กระเซอะกระเซิงโชคดีที่เข้าไปประชุมทันพอดีแต่ก็ไปเป็นคนสุดท้าย พี่ก๊า ประธานนักเรียนสุดหล่อและเฮี๊ยบหันมายิ้มแล้วบอกกับฉันว่าวันนี้น้องพุธหัวหน้าห้อง ม. 6/3 มาประชุมทันเวลาจนได้ ฟังดูเหมือนเยาะเย้ยกันเลยเนอะ ที่จริงฉันกับพี่ก๊าเรียนอยู่ชั้นเดียวกันแต่ที่เรียกพี่ก็เพราะว่าพี่ก๊าเรียนช้าไปปีนึงเพราะ พี่แกไปอยู่เมืองนอกเพื่อไปเรียนรู้ภาษา กลับมาเรียนซ้ำ ม.6 ใหม่ ที่จริงพี่แกสามารถเรียนมหาลัยได้เลยแต่พี่แกกลับบอกว่ายังอยากใช้ชีวิตของนักเรียน ม.ปลายให้คุ้มค่าก่อน นี่แหละคนเรามันคิดไม่เหมือนกันเป็น ถ้าเป็นฉันนะ ก็คงจะดอดเข้ามหาลัยไปแล้ว หลังจากที่ประชุมเสร็จ ฉันจะต้องนำเรื่องที่ประชุมไปบอกเพื่อนๆใจห้อง ฉันเดินมาห้องเรียนด้วยอาการสะลึมสะลือเพราะตอนที่ประชุมกันฉันดันสัปหงกไปหลายครั้ง

“ พวกคณะกรรมการนักเรียนได้ประชุมเรื่องที่โรงเรียน...” ไม่มีใครฟังฉันสักคน

“นี่ฟังหน่อยเด๊” ฉันตะโกนบอกเพื่อนในห้อง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ แล้วพวกมันจะเลือกฉันไปทำไมวะเนี้ยะ เอ้อ ลืมไป เพื่อนๆไม่ได้เลือกสักหน่อย อาจารย์เค้าเลือก เลือกอย่างขอไปที

“ฉันบอกว่าให้ฟังไม่ได้ยินเหรองัยฟ่ะ” ฉันตะโกนออกไปอีกครั้งคราวนี้ฉันตะโกนออกไปสุดเสียง และแล้วในที่สุดความเงียบที่ฉันต้องการก็เกิดขึ้น พวกเพื่อนในห้องต่างหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียวแต่นายพุธกับนั่งกลั้นหัวเราะอยู่

“เอาล่ะฟังเรื่องที่ฉันจะพูดหน่อยนะ คือว่า ในวันวิชาการที่โรงเรียนจะจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้ ทางโรงเรียนได้มีการจัดแข่งขันทักษะทางด้านภาษาอังกฤษขึ้นจึงให้แต่ล่ะห้องส่งตัวแทนไป 2 คน เพื่อนๆจะเสนอใครก็บอกได้เลย”

“ไม่ต้องคิดมากเลยพวกแกนั่นแหละ” เสียงนายนุเพื่อนสนิทนายพุธ

“พวกไหนวะ” ฉันสงสัยสิ่งที่นายนุพูด

“ก็เธอกับไอ้พุธนะสิ” โหคราวนี้พูดพร้อมเพรียงกันทั้งห้อง

“อะไรฟ่ะ อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยดิ” นายพุธลุกขึ้นยืนอย่างเร่งด่วน

“ก็นายเก่งภาษาอังกฤษที่สุดในห้องนิ เก่งกว่ายัยหน่อยอีก” นายนุชี้แจง

“อ้าว อย่ามาว่าฉันนะ ฉันก็แค่ไม่เก่งภาษาหรอกย่ะ อย่างอื่นฉันชนะเลิสนะยะ” สมแล้วที่เป็นยัยหน่อยเรื่องเรียนอย่ามาว่าหล่อนนะหล่อนไม่ยอม

“ทำไมต้องเป็นฉันกับยัยนี่ด้วย ก็ยัยนี่นะโง่จะตาย” นายพุธชี้นิ้วมาที่ฉัน

“นี่มันน่าจะเป็นฉันมากกว่าที่พูดแบบนั้นนะ” ฉันสวนกลับทันที

“แล้วมันไม่จริงเหรองัยก็เธอนะภาษาอังกฤษได้แค่ D เองไม่ใช่เหรอ“

“ว่าคนอื่นเค้าแล้วนายล่ะ”

“ฉันได้ A เฟ้ย”

“ถึงฉันจะได้ D แล้วไง คิดเหรอว่าฉันอยากจะคู่กับนาย”

“ฉันก็ไม่อยากคู่กับเธอ”

“ฉันก็ไม่อยากคู่กับนาย” ในที่สุดเราก็มายืนเถียงกันเอง ส่วนๆเพื่อนในห้องก็ลงมติเอกฉันท์ว่าให้ฉันกับนายพุธเป็นตัวแทนห้อง อะไรมันจะซวยปานนั้น

หลังจากที่ฉันกับยัยหน่อยทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย เราสองคนกำลังเดินอยู่ใต้อาคารเรียนเพื่อไปยังห้องพักอาจารย์เพื่อนำรายชื่อตัวแทนห้องไปส่งให้อาจารย์

“นี่ยัยหน่อย” ฉันสะกิดยัยหน่อย

“อะไร”

“นั่นใครอ่ะ” ฉันกระซิบถาม

“ไหน” ยัยหน่อยหันซ้ายหันขวา

“ก็นั่นไงที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ 4-5 คนนะ คนที่ถือกระป๋องโค๊กอ่ะ” ฉันใช้สายตาชี้ให้ยัยหน่อยดู ไม่กล้าชี้ไปตรงๆ เพราะอยู่ไม่ห่างกันเท่าไร

“นั่นเด็ก ม.5 นิ” ฉันหันไปสังเกตดูสีเนคไทด์

“อืมใช่” ยัยหน่อยมองตามสายตาฉันพร้อมกับพยักหน้า

“เพิ่งย้ายมาเหรอ ฉันไม่เคยเห็นหน้า” 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีอะไรเหรอพุธ”

“อ๋อเปล่าหรอก แค่คิดว่าหล่อดี” ใช่ค่ะไม่ใช่แค่หล่อดีตามที่ฉันบอกยัยหน่อยหรอกค่ะ แต่หล่อมากต่างหาก หน้านี่คล้ายพี่ศุกร์ สูง แต่ผอมกว่าพี่ศุกร์นิด ตาโต จมูกโด่ง  สรุปง่ายๆก็คือหล่อค่ะ หล่อจริงๆ ฉันเดินผ่านไปแต่ก็ยังคงหันกลับไปมอง

“อืม ฉันก็คิดว่างั้น” ยัยหน่อยยอมรับว่าฉันพูดถูก

“ยัยพุธ!!”

“โป๊ก!!!” 

“โอ้ยยย เจ็บอ่ะ” ฉันเดินไปชนกับเสาอาคารเรียนค่ะ อายมากๆ แถมพวกที่ฉันเดินผ่านฮาลั่นเลยค่ะ เจ็บก็เจ็บ อายก็อาย อยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี

“หัวเราะไรฟ่ะ ไม่เคยเห็นคนเดินชนเสาเหรองัย” ฉันตะโกนใส่พวกนั้นแก้เขิน สายตาเหลือบไปเห็นคนที่คล้ายพี่ศุกร์กำลังยืนอมยิ้มอยู่ ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ ฉันจึงกระชากมือยัยหน่อยแล้วรีบเดินหนีไป

เขียนโดย parapanda : 2008-11-17 21:10:09
วันที่ : 17 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน (chapter) : Love Is Wednesdayรักของฉันนั่นคือนาย 3

“พุธไปตามเสาร์ลงมาทานข้าว”

“ฮ่ะแม่”

“คุณป้าค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยนะคะ” ต้องทำตัวน่ารักให้พี่ศุกร์เห็นพี่ศุกร์จะได้ชอบ

“มาสิหนูพุธ ศุกร์ก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนซิลูกเสร็จแล้วจะได้ทานข้าวกัน”

“ครับ” พี่ศุกร์พยักหน้าตอบรับแล้วก็เดินขึ้นบนห้องไป เฮ้อ~หล่อจริงๆ ผิดกับไอ้มนุษย์ปีศาจนั้นหน้ายังกะไอ้จ๋อไม่รู้ทำไมมีแต่คนบอกว่านายพุธนั่นหล่อ มันหล่อตรงไหนนะ

ระหว่างรับประทานอาหาร

“พี่ศุกร์ทานนี้สิค่ะพุธทำเองลองชิมดู”

“จะดีเหรอ”

“พี่ศุกร์อ่ะ”

“พี่ล้อเล่นน่ะ ไหนดูซิ”

“...........” ไหงพี่ศุกร์ทำหน้างั้นอ่ะ

“เป็นงัยค่ะ”

“อืมอร่อย”

“จริงเหรอค่ะ งั้นทานเยอะๆนะคะ” ดีใจจังเลย ยังงี้ฉันก็เป็นเจ้าสาวของพี่ศุกร์ได้สิ

“อิ่มแล้วครับ”

“อ้าวพุธอิ่มแล้วเหรอ ทานไปนิดเดียวเอง” พี่ศุกร์เอ่ยปากถาม

“ฮ่ะผมรู้สึกไม่ค่อยดี มันเลี่ยนๆยังงัยก็ไม่รู้” หมอนั่นหันมามองหน้าฉัน แล้วก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

หลังจากที่พวกเราทานข้าวเรียบร้อยแล้วฉันก็นั่งคุยกับพี่ศุกร์ไม่นานก็ต้องกลับบ้านเพราะมันดึกแล้ว พี่ศุกร์ก็เลยเรียกพุธให้ไปส่งฉัน แต่ที่จริงแล้วฉันอยากให้พี่ศุกร์ไปส่งฉันมากกว่า

                “พุธ พุธ” พี่ศุกร์ตะโกนเรียกนายพุธแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากนายพุธ

“พุธ  ไอ้พุธ ลงมาข้างล่างเดี๋ยวนี้นะเฟ้ยก่อนที่ฉันจะมีน้ำโห” ออกมาแล้วค่ะอารมณ์ของนักมวยเมื่อตะกี้ยังเป็นคุณหมอผู้ใจดีอยู่เลย

“คร๊าบบผม” นั่นไงลงมาแล้วก็ไหนบอกว่าไม่กลัวพี่ศุกร์ไงฟ่ะ

“ไปส่งพุธหน่อยสิ”

“ทำไมต้องเป็นผมด้วย มาเองก็กลับเองได้ดิ”

“พุธนี่มันก็ดึกมากแล้วนะเค้าเป็นผู้หญิงมันอันตราย” ใช่แล้วคะพี่ศุกร์พูดถูก

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงยัยนี่หรอก ไม่มีใครเขากล้าทำไรยัยนี่หรอก ผู้ชายน่ะต้องกลัวยัยนี่มากกว่าอีก” ดูมันค่ะดูมันว่าช้าาานแบบนี้ต่อหน้าพี่ศุกร์ได้งัย

“ไม่เป็นไรค่ะพุธกลับเองได้ค่ะใกล้ๆเอง” ใกล้กะผีไรฟ่ะฉันอยู่ท้ายซอยส่วนหมอนี่อยู่ปากซอย แต่ห่างกันเป็นกิโลเชียวนะ

“ไม่ได้หรอกให้พุธไปส่งนะดีแล้วขี่มอร์ไซด์ไปไม่นานก็ถึงแล้ว”

“ไม่ไป” นายพุธตัวแสบยืนกรานคำเดิม น่าโมโหชะมัดถ้ามีนายคนเดียวนะฉันคงจะตั้นหน้านานไปแล้ว

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ”

“ชิ..ตีสองหน้าเก่งชะมัด” กรี๊ดดดเหลืออดแล้วนะ ไอ้พุธตัวดีเดี๋ยวปั๊ดชกให้จริงๆซะหรอก

“ไอ้พุธ! จะไปหรือไม่ไป ฉันให้โอกาสนายอีกครั้งนึง” ทั้งฉันและนายพุธต่างสะดุ้งโย้งเมื่อได้ยินเสียงนั้นแต่พอมองหน้าพี่ศุกร์พี่แกยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม น่ากลัวจริงๆ

                “คร้าบบผม เดี๋ยวกระผมจะไปส่งคุณพุธให้ถึงที่เลยครับ” 

                เฮ้อออ..หมอนี่กลัวพี่ชายตัวเองจริงๆแหละ สาเหตุเหรอค่ะข้าพเจ้าได้แอบไปสอบถามคุณป้ามาแล้วค่ะ เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่นายพุธประมาณ 14 พี่ศุกร์ก็คงประมาณ 19 เห็นจะได้ ตอนนั้นทุกคนกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่แล้วนายพุธก็หาเรื่องใส่พูดจาไม่เข้าหูพี่ศุกร์แต่ฉันก็ไม่ได้ถามว่าพูดอะไร เมื่อพี่ศุกร์ได้ยินก็หันมายิ้มแล้วก็นั่งทานข้าวต่อนายพุธก็คงคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่แล้วพี่ศุกร์ก็ถีบนายพุธตกจากเก้าอี้โดยที่ไม่รู้ตัวพี่ศุกร์ไม่พูดอะไรสักคำนั่งกินข้าวแล้วก็พูดคุยกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คุณป้าบอกว่ารอยยิ้มของพี่ศุกร์ตอนนั้นมันทำให้พุธกลัวจนถึงทุกวันนี้เมื่อพี่ศุกร์ยิ้มแบบนั้นเมื่อไรนายพุธก็จะพยายามทำตัวให้ห่างเข้าไว้เมื่อพี่ศุกร์สั่งไรก็จะทำตามทุกอย่าง

 “นี่เร็วๆดิชักช้าอยู่นั่นแหละ”

“เออๆ ไปเดี่ยวนี่แหละ” มันออกไปตั้งแต่เมื่อไรฟ่ะ

“ขึ้นรถเด้  หรือจะให้ฉันแบกเธอขึ้นมานั่ง”  ปล่อยไปก่อนฉันไม่อยากว่าไรนายมากหรอกนะเดี๋ยวเปลี่ยนใจไม่ไปส่งฉันละแย่เลย พอฉันขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายนายพุธก็ส่งหมวกกันน๊อคให้

“แล้วนายล่ะ”

“มันมีใบเดียวเธอใส่ไปเหอะ” โห้ เป็นผู้ชายที่เสียสละ ใจดีกับผู้หญิง (แต่เพื่อนอยากเอาเป็นตัวอย่างนะ ขับมอไซด์ต้องใส่หมวกนะค่ะ)

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ทำไมต้องบิดซะเร็วแบบนี้ด้วย  ช้านนนกลัว”

“เป็นไงเร็วดีป่ะ ถูกใจม๊า”

“ขี่ช้าๆหน่อยดิ ช้านนนนยังไม่อยากตาย”

“ฮ่ะๆ ๆ”  ยังจะมาหัวเราะอีกอ่ะ มันบ้าไปแล้วแน่ๆฉันคิดผิดอะป่าวเนี๊ยะที่ให้มันมาส่ง

“กรี๊ดดด อย่ามาทำขับซิกแซ็กนะใอ้พุธ” โอ้ยไม่ฟังที่ฉันพูดเลย ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว แต่ที่รู้ๆ ฉันกอดนายพูธแน่นก้มหน้าหลับตาปี๋

“เอ้าถึงแล้ว”

“โอ้ พระเจ้า แผ่นดิน แผ่นดิน ฉันยังไม่ตาย” ฉันทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น

“เว่อร์ไปเฟ้ย! เข้าบ้านไปเลยไป๊ 

“ไม่ได้เวอร์นะ แล้วนายไม่เข้าบ้านฉันก่อนเหรอ”

“ไม่อ่ะ”

“เหอะน่าเข้ามาก่อนดิ”

“ไม่ดีกว่า”

“ไรว่ะ เล่นตัวชะมัด นายเป็นผู้ชายนะ”

“เออๆก็ได้ แต่ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีอ่ะ”

“อะไรนะ” ฉันถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีไร เข้าไปเหอะ” นายพุธดับเครื่องแล้วเดินดามฉันเข้ามาในบ้าน

“แม่ค่ะหนูกลับมาแล้วพุธก็มาด้วยค่ะ” ฉันตะโกนบอกแม่ที่กำลังง่วนกับการทำขนมในครัว

“กลับมาแล้วเหรอพุธ” แม่เดินออกมาจากในครัว

“หวัดดีฮะคุณป้า” นายพุธยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ชิน่าหมั่นไส้ก็นายนี่ชอบทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าแม่ฉันนี่น่า (มันก็นิสัยเดียวกับเรานี่หว่า)

“หวัดดีจ้า”  ฉันลืมบอกไปค่ะว่าครอบครัวของฉันมีกันอยู่ 2 คน พอเสียไปตั้งแต่ฉันยังเด็กแม่ก็เลี้ยงดูฉันมาตามลำพัง แม่ฉันเปิดร้านเบเกอร์รี่ค่ะ ขนมที่แม่ฉันทำอร่อยมากไม่เชื่อก็ลองชิมดูค่ะ (คิกๆๆ ก็รู้ค่ะว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เพื่อนจะชิม)

 “กลิ่นอะไรฮะหอมจัง”

“อ๋อ พอดีป้าเพิ่งลองทำขนมตัวใหม่อยู่จ๊ะ ไหนๆพุธก็มาแล้วอยู่รอชิมก่อนนะ”

“ครับป้า ลาภปากอีกแล้วฮ่ะ”

“นี่นายพุธช่วยไรหน่อยดิ” ฉันเข้าไปสะกิดนายพุธที่กำลังยืนน้ำลายไหลอยู่ในครัว(อันนี้ขอสร้างภาพที่ไม่ดีให้นายพุธหน่อย)

“ไร” 

“มาช่วยยกกล่องนี้ให้หน่อย มันวางเกะกะมาหลายวันแล้ว ฉันยกไม่ไหว”

“นี่กะหลอกฉันมาใช้ใช่ป่ะ”

“น่าช่วยหน่อย”

“เออ ก็ได้”

                หลังจากที่นายพุธช่วยยกกล่องจนเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราก็ลงมาทานขนมด้วยกัน

“นี่กินเสร็จก็กลับไปได้แล้ว”

“อะไรฟ่ะ พอสมใจอยากก็ไล่เลยเหรอ เธอคงหวังแค่ร่างการของฉันเท่านั่นใช่มั้ย” โอ้พระเจ้าดูมันทำ อยากจะอ๊วก มาทำพูดจาสะดีดสะดิ้ง เห็นแล้วอยากจะเตะมันจริงๆ

“ไอ้พุธอย่ามาพูดสองแง่สองง่ามนะเฟ้ย ใครจะไปหวังร่างกายของนายกันฟ่ะ กลับไปเลยไป๊”

“ชิ ทำเป็นไล่ กลับก็ได้วะ” ฉันเดินออกไปส่งนายพุธที่หน้าบ้าน

“นี่พรุ่งนี้นายพามอร์ไซด์ไปโรงเรียนใช่ป่ะ”

“เออ”

“งั้นมารับด้วยนะพรุ่งนี้ฉันมีประชุมคณะกรรมการนักเรียนตอนเช้า” ค่ะฉันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียนนี้ค่ะ ไม่ใช่เป็นประธานหรือรองประธานอะไรหรอกมันดูดีเกินไป ก็แค่เป็นหัวหน้าห้องที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการนักเรียนเท่านั้น

“เห็นมั้ยก็หวังแค่ร่างกายของเค้าเท่านั้น”

“ยังเล่นไม่เลิกนะ” ฉันละเซ็ง

“แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันต้องมารับเธอด้วย ไปเองดิ ฉันขี้เกียจวนรถมารับ”

“แหม ช่วยหน่อยไม่ได้เหรอไง น่านะ”

“ไม่รับปากเฟ้ย ไปล่ะ”นายนั่นสตาร์ทรถซิ่งหนีไปเฉยเโอ้โห้ความมีน้ำใจของนายพุธมันช่างทำให้ฉันซึ้งใจเหลือเกิน

“แต่นี่มันก็เป็นความรับผิดชอบของนายนะ” ฉันตะโกนไล่หลังหมอนั่นไป นายพุธโบกมือลาซาโยนาระให้ฉันแทน ช่วงนี้ฉันยิ่งนอนตื่นสายอยู่ด้วย ขืนไปประชุมสายอีกล่ะก็มีหวังโดนพี่ก๊าประธานนักเรียนดุให้อีกแน่ หรือไม่ก็ขั้นปลดออกจากคณะกรรมการมีหวังได้อายขายขี้หน้าประชาชีกันทั้งโรงเรียนแน่ อ๊ะเพื่อนๆสงสัยเหรอค่ะว่ามันเป็นความรับผิดชอบของหมอนั่นยังงัยนั่นก็เพราะว่า วันนั้นมีโฮมรูมตอนเช้าประชุมเลือกหัวหน้าห้องเพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนักเรียน เราก็เสือกเล่นเกมดึกไปหน่อย มาถึงปุปก็หลับปัป มาตกใจตื่นอีกทีก็เพราะเสียงปลุกของนายพุธ มันบอกว่าอาจารย์บอกให้ลุกขึ้นยืน ไอ้เราก็ไม่รู้เรื่องอะไรก็ลุกขึ้นยืนตามที่นายพุธบอก เข้าทางมันเลยค่ะ อาจารย์เห็นว่าเราลุกขึ้นยืนแล้วก็ให้เราเป็นซะงั้น เป็นการคัดเลือกที่เยี่ยมยอดมากจริงๆ จะมีห้องไหนเหมือนห้องเราบ้างเนี้ยะ

เขียนโดย parapanda : 2008-11-17 21:05:28

/1