ในที่สุดเช้าวันรุ่งขึ้นก็มาถึง มันยังคงเป็นเช้าที่รีบเร่งและวุ่นวายอีกตามเคย ก็เจ้านาฬิกาปลุกตัวดีนะสิ เราอุตส่าห์ตั้งเวลาปลุกให้เร็วกว่าเดิมแล้วดันไม่ปลุกซะงั้น อันที่จริงมันปลุกแล้วล่ะค่ะแต่ดิฉันไปปิดมันแล้วก็นอนต่อมันเลยกลายเป็นแบบนี้
แม่ค่ะหนูไปนะ
ข้าวเช้าล่ะพุธ ไม่กินก่อนเหรอ
แค่นี้พอแล้วค่ะหนูสายแล้ว ฉันหยิบขนมปังมาคาบไว้หนึ่งแผ่นรีบวิ่งออกจากครัวไปสวมรองเท้า รีบเดินออกมายังหน้าประตูรั่ว
ไอ้อุดอะไอ้อุดไอ่อาอับอิงๆอ้วย (ไอ้พุธนะไอ้พุธไม่มารับจริงๆด้วย) เมื่อฉันเห็นว่านายพุธไม่มารับฉัน ฉันจึงรีบวิ่งไปยังคิวมอร์ไซด์ซึ่งอยู่ก่อนจะถึงบ้านฉันประมาณ 2-3 เมตร
เอี๊ยดด!!!!
ว้ายยยยย!!!
ฉันตกใจร้องเสียงดัง ขนมปังที่คาบไว้หล่นลงพื้น มีมอร์ไซด์ที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาจอดตัดหน้าฉัน
ให้พี่ไปส่งมั้ยจ๊ะน้องสาว โห มาแซวกันตั้งแต่เช้ายี่งรีบอยู่ด้วย ขอด่าให้ซะใจหน่อยดิ
อ้าวไอ้พุธ ไหงเล่นงี้ฟ่ะตกใจนะเฟ้ย
เออนะ ขึ้นมาดิ แล้วก็.. เอ้านี่ นายพุธโยนกล่องนมให้ฉัน
ขอบใจ แล้วทำไมเพิ่งมาวะ ฉันนึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว
เปล่าอันที่จริงมานานแล้ว แต่จอดอยู่ตรงโน้น นายพุธชี้นิ้วไปยังร้านค้าที่ถัดเลยไปจากบ้านฉันนิดนึง
แล้วนายไปจอดตรงนั้นทำซากไรวะ
ก็ไม่ทำไมหรอก แค่อยากเห็นอาการร้อนรนรีบวิ่งไปโรงเรียนของเธอนะ มันหนุกดี
อะ.. ไอ้... มันน่านักเห็นเราเป็นตัวตลกไปได้
จุ๊ จุ๊ อย่าพูดจาไม่ระรื่นหูแต่เช้าสิจ๊ะ มามะ มานั่งซ้อนท้ายพี่ซะดีๆ
นายอย่ามากวนประสาทฉันแต่เช้าได้ไหม
ก็ซื้อนมให้แล้วงัย มันว่าฉันเป็นเด็กหรืองัยนะ
เวรแล้วตู อีก 10 นาทีก็จะประชุมแล้ว
ก็ขึ้นรถดิมัวแต่ยืนคุยอยู่นั่นแหละ ได้ที่ขี่มอร์ไซด์ไล่ เอ้ย ขี่แพะไล่ แล้วนายพุธก็ยื่นหมวกกันน๊อคให้ฉัน ฉันสวมหมวกแล้วขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายนายพุธ
จับดีๆล่ะ จะไปล่ะนะ
กรี๊ดดดดดดดดด เอาอีกแล้วคะมันซิ่งอีกแล้ว ฉันยังอยากจะไปโรงเรียนโดยสวัสดิภาพนะ ไม่อยากพิการอ่ะ
เมื่อมาถึงโรงเรียนฉันเข้าไปประชุมด้วยสภาพที่กระเซอะกระเซิงโชคดีที่เข้าไปประชุมทันพอดีแต่ก็ไปเป็นคนสุดท้าย พี่ก๊า ประธานนักเรียนสุดหล่อและเฮี๊ยบหันมายิ้มแล้วบอกกับฉันว่าวันนี้น้องพุธหัวหน้าห้อง ม. 6/3 มาประชุมทันเวลาจนได้ ฟังดูเหมือนเยาะเย้ยกันเลยเนอะ ที่จริงฉันกับพี่ก๊าเรียนอยู่ชั้นเดียวกันแต่ที่เรียกพี่ก็เพราะว่าพี่ก๊าเรียนช้าไปปีนึงเพราะ พี่แกไปอยู่เมืองนอกเพื่อไปเรียนรู้ภาษา กลับมาเรียนซ้ำ ม.6 ใหม่ ที่จริงพี่แกสามารถเรียนมหาลัยได้เลยแต่พี่แกกลับบอกว่ายังอยากใช้ชีวิตของนักเรียน ม.ปลายให้คุ้มค่าก่อน นี่แหละคนเรามันคิดไม่เหมือนกันเป็น ถ้าเป็นฉันนะ ก็คงจะดอดเข้ามหาลัยไปแล้ว หลังจากที่ประชุมเสร็จ ฉันจะต้องนำเรื่องที่ประชุมไปบอกเพื่อนๆใจห้อง ฉันเดินมาห้องเรียนด้วยอาการสะลึมสะลือเพราะตอนที่ประชุมกันฉันดันสัปหงกไปหลายครั้ง
พวกคณะกรรมการนักเรียนได้ประชุมเรื่องที่โรงเรียน... ไม่มีใครฟังฉันสักคน
นี่ฟังหน่อยเด๊ ฉันตะโกนบอกเพื่อนในห้อง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ แล้วพวกมันจะเลือกฉันไปทำไมวะเนี้ยะ เอ้อ ลืมไป เพื่อนๆไม่ได้เลือกสักหน่อย อาจารย์เค้าเลือก เลือกอย่างขอไปที
ฉันบอกว่าให้ฟังไม่ได้ยินเหรองัยฟ่ะ ฉันตะโกนออกไปอีกครั้งคราวนี้ฉันตะโกนออกไปสุดเสียง และแล้วในที่สุดความเงียบที่ฉันต้องการก็เกิดขึ้น พวกเพื่อนในห้องต่างหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียวแต่นายพุธกับนั่งกลั้นหัวเราะอยู่
เอาล่ะฟังเรื่องที่ฉันจะพูดหน่อยนะ คือว่า ในวันวิชาการที่โรงเรียนจะจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้ ทางโรงเรียนได้มีการจัดแข่งขันทักษะทางด้านภาษาอังกฤษขึ้นจึงให้แต่ล่ะห้องส่งตัวแทนไป 2 คน เพื่อนๆจะเสนอใครก็บอกได้เลย
ไม่ต้องคิดมากเลยพวกแกนั่นแหละ เสียงนายนุเพื่อนสนิทนายพุธ
พวกไหนวะ ฉันสงสัยสิ่งที่นายนุพูด
ก็เธอกับไอ้พุธนะสิ โหคราวนี้พูดพร้อมเพรียงกันทั้งห้อง
อะไรฟ่ะ อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยดิ นายพุธลุกขึ้นยืนอย่างเร่งด่วน
ก็นายเก่งภาษาอังกฤษที่สุดในห้องนิ เก่งกว่ายัยหน่อยอีก นายนุชี้แจง
อ้าว อย่ามาว่าฉันนะ ฉันก็แค่ไม่เก่งภาษาหรอกย่ะ อย่างอื่นฉันชนะเลิสนะยะ สมแล้วที่เป็นยัยหน่อยเรื่องเรียนอย่ามาว่าหล่อนนะหล่อนไม่ยอม
ทำไมต้องเป็นฉันกับยัยนี่ด้วย ก็ยัยนี่นะโง่จะตาย นายพุธชี้นิ้วมาที่ฉัน
นี่มันน่าจะเป็นฉันมากกว่าที่พูดแบบนั้นนะ ฉันสวนกลับทันที
แล้วมันไม่จริงเหรองัยก็เธอนะภาษาอังกฤษได้แค่ D เองไม่ใช่เหรอ
ว่าคนอื่นเค้าแล้วนายล่ะ
ฉันได้ A เฟ้ย
ถึงฉันจะได้ D แล้วไง คิดเหรอว่าฉันอยากจะคู่กับนาย
ฉันก็ไม่อยากคู่กับเธอ
ฉันก็ไม่อยากคู่กับนาย ในที่สุดเราก็มายืนเถียงกันเอง ส่วนๆเพื่อนในห้องก็ลงมติเอกฉันท์ว่าให้ฉันกับนายพุธเป็นตัวแทนห้อง อะไรมันจะซวยปานนั้น
หลังจากที่ฉันกับยัยหน่อยทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย เราสองคนกำลังเดินอยู่ใต้อาคารเรียนเพื่อไปยังห้องพักอาจารย์เพื่อนำรายชื่อตัวแทนห้องไปส่งให้อาจารย์
นี่ยัยหน่อย ฉันสะกิดยัยหน่อย
อะไร
นั่นใครอ่ะ ฉันกระซิบถาม
ไหน ยัยหน่อยหันซ้ายหันขวา
ก็นั่นไงที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ 4-5 คนนะ คนที่ถือกระป๋องโค๊กอ่ะ ฉันใช้สายตาชี้ให้ยัยหน่อยดู ไม่กล้าชี้ไปตรงๆ เพราะอยู่ไม่ห่างกันเท่าไร
นั่นเด็ก ม.5 นิ ฉันหันไปสังเกตดูสีเนคไทด์
อืมใช่ ยัยหน่อยมองตามสายตาฉันพร้อมกับพยักหน้า
เพิ่งย้ายมาเหรอ ฉันไม่เคยเห็นหน้า
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีอะไรเหรอพุธ
อ๋อเปล่าหรอก แค่คิดว่าหล่อดี ใช่ค่ะไม่ใช่แค่หล่อดีตามที่ฉันบอกยัยหน่อยหรอกค่ะ แต่หล่อมากต่างหาก หน้านี่คล้ายพี่ศุกร์ สูง แต่ผอมกว่าพี่ศุกร์นิด ตาโต จมูกโด่ง สรุปง่ายๆก็คือหล่อค่ะ หล่อจริงๆ ฉันเดินผ่านไปแต่ก็ยังคงหันกลับไปมอง
อืม ฉันก็คิดว่างั้น ยัยหน่อยยอมรับว่าฉันพูดถูก
ยัยพุธ!!
โป๊ก!!!
โอ้ยยย เจ็บอ่ะ ฉันเดินไปชนกับเสาอาคารเรียนค่ะ อายมากๆ แถมพวกที่ฉันเดินผ่านฮาลั่นเลยค่ะ เจ็บก็เจ็บ อายก็อาย อยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
หัวเราะไรฟ่ะ ไม่เคยเห็นคนเดินชนเสาเหรองัย ฉันตะโกนใส่พวกนั้นแก้เขิน สายตาเหลือบไปเห็นคนที่คล้ายพี่ศุกร์กำลังยืนอมยิ้มอยู่ ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ ฉันจึงกระชากมือยัยหน่อยแล้วรีบเดินหนีไป