วันที่ : 30 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 32

ผ่านไปสามวันแล้วที่ฉันไม่ต้องโดนใครบางคนเรียกไปแกล้งเรียกไปใช้งาน แถมยังมีทีท่าว่าไม่สนใจฉันอีกแล้ว

เดินสวนทางกันยังไม่ทักเราเลย มองผ่านเราเหมือนไม่มีตัวตนงั้นแหละ คงยังโกรธเราเรื่องนั้นอยู่แน่เลย แต่...ไม่น่าจะใช่นะก็หลังจากที่ทะเลาะกันก็ดูเหมือนเราจะคืนดีกันแล้วนี่ แถมพี่กาวยัง..ยัง..กอดเราด้วย แล้วพี่กาวจะมาไม่พอใจเราเรื่องอะไรอีกหว่า ชิ! อย่าไปสนใจเขาเลยอยากจะทำอะไรก็ทำ ช่างมันเถอะ เฮ้อ~~สงสัยคงเบื่อเราแล้วแหละ  ก็บอกว่าช่างมันไง จะไปคิดทำไมอีก แบบนี้ก็ดีแล้ว สบายใจจะตาย ดีเหมือนกันต่อไปนี้ชีวิตฉันคงได้เป็นสุขสักที.....

ฉันนั่งอยู่เพียงลำพังที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไมหลังอาคารเรียนในตอนเช้าหลังจากที่รู้ว่าชั่วโมงเรียนนี้อาจารย์ไม่เข้าสอน ฉันคิดว่าฉันคงได้คำตอบให้กับความรู้สึกของตัวเองแล้ว แต่ทำไมหัวใจของฉันมันไม่ได้รู้สึกตามที่คิดเลย มันยังคอยถามฉันอยู่ตลอดว่า สบายใจแน่เหรอ ดีแน่เหรอ มีความสุขจริงเหรอ

“ชิ่วๆ ไอ้ความรู้สึกแบบนี้ออกไปซะทีสิเว้ย!!!” ฉันลุกขึ้นตะโกนอย่างสุดเสียงอย่างไม่อายใคร อิอิ ก็เพราะไม่มีใครอยู่อ่ะดิ

“นี่น้องฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงที่สงสัยว่าพูดกับฉัน  อ้าวเฮ้ย มีคนอยู่ด้วยเหรอ เหอะๆๆ อายจัง

                “ฉันเหรอ” ฉันมองกลุ่มนักเรียนผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มีด้วยกันห้าคนซึ่งจากการสังเกตดาวที่ปักตรงปกเสื้อก็พอจะรู้ได้ว่าเป็นรุ่นพี่ ม.5

                “ใช่เธอนะแหละ มากับพวกฉันหน่อย” แล้วถ้าตามไปเนียะฉันจะปลอดภัยเปล่าฟระ แต่ฉันก็เดินตามพวกรุ่นพี่ไปยังหลังอาคารเรียนฉันโดนห้าสาวเบญจรงค์ห้าสี(พี่แกใช้เครื่องประดับคนละสีกัน)นั้นล้อมเอาไว้ พร้อมกับมองดูฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

                “พี่มีอะไรจะคุยกับบาสเหรอค่ะ”

                “เธอจะเลือกใครกันแน่” 

                “อะไรค่ะบาสไม่เข้าใจ”

                 “ยังจะมาทำตีหน้าเซ่ออีกนะ ก็เธอจะเลือกใครละ วันก่อนก็เห็นกระดี้กระด้าอยู่กับเด็กมหาลัย พออีกวันก็พี่อเล็กส์ แล้วมาพี่โอ๋ ทีนี่ยังจะมาพี่กาวอีก”  พี่สาวคนหนึ่งดูท่าทางแรงที่สุดในกลุ่มยืนกอดอกทำหน้าเชิดตาดุ  ถามฉันด้วยน้ำเสียงแข็ง

                “บาสว่าพวกพี่ต้องเข้าใจอะไรผิดแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นบาสขอตัวนะค่ะ” ฉันเดินออกมาได้เพียงก้าวเดียวก็เดินพวกพี่สาวที่เหลือมายืนขวางเอาไว้ เหมือนในนิยายเลยเว้ย มีตัวร้ายออกมาแล้ว

                “พวกเธอกำลังทำอะไรกัน!!!” เสียงตะโกนของเจ้าชายขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยเจ้าหญิงไว้แย้ววววว ฉันหันไปมองเจ้าชาย.... แต่ไหงกลายเป็นไอ้นายปีศาจที่ไม่อยากเจอนั่นไปได้นะ แถมยังเดินลิ่วๆๆเข้ามาหันฉันอีก จะหนีก็ไม่ทันแล้วด้วย ส่วนพวกเบญจกัลยามารทั้งห้าคนรีบชิ่งเดินหนีสลายตัวไปอย่างทันควัน พี่กาวมองตามยัยพวกนั้นก่อนจะหันมาที่ฉัน

                “พวกนั้นทำอะไรเธอรึเปล่า ” พี่กาวจับตัวหมุนไปหมุนมา จับแขนฉันทั้งสองข้างพลิกไปพลิกมา จับหน้าฉันหันซ้ายหันขวา  สำรวจดูว่าฉันโดนทำร้ายรึเปล่า ฉันมองหน้าคนที่อยู่ตรงหน้าที่กำลังแสดงสีหน้าเป็นกังวลมองดูฉันอย่างเป็นห่วงเป็นใย มันรู้สึกดีจัง

                “เปล่าค่ะ” ฉันยิ้ม พี่กาวรีบผละตัวออกจากฉันทันที สีหน้าพี่กาวฉายแววเฉยชาอีกครั้ง ทำให้ฉันหุบยิ้มทันที

                “มีอะไรเหรอกาว” เสียงหวานของใครคนหนึ่งดังมาพร้อมกับร่างขาวเล็กที่เดินเข้ามาใกล้  ผมยาวตรงดำสนิท รับกับหน้าขาวมล ตากลมโตดำใสแป๋ว ขนตายาวงอน แก้มชมพู ปากแดงระเรื่อ ที่มิได้มาจากการแต่งเสริมเติมแต่งแต่อย่างได

                “ไม่มีอะไรครับกิ่ง” 

                “แล้วนี้....” พี่สาวคนสวยหันมามองหน้าฉันอย่างสงสัย

                “น้องของเพื่อนกาวเองครับ” จี๊ดดดค่ะ

                “น้องของก้องนะเหรอ” พี่สาวคนสวยยิ้มหวานให้ ทำไมถึงได้สวยและน่ารักอะไรมากมายขนาดนี้นะ

                “อืม น้องสาวของไอ้ก้อง” พี่กาวพยักหน้า

                “รู้ว่าก้องเข้ามีลูกพี่ลูกน้องอยู่ที่นี่ด้วยแต่ไม่เคยเห็นหน้า พี่ชื่อกิ่งค่ะ แล้วน้องชื่อไรค่ะ” 

                “ชะ ชื่อบาสค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” จะมารู้จักกันทำไมอีกฟระ พี่แกจะจบอยู่แล้วนี่หว่า

                “เมื่อกี้กาวเขาตกใจมาเลยนะที่เห็นน้องโดนล้อมไว้แบบนั้น พี่ตกในหมดเลยยืนคุยกันอยู่ดีๆกาวก็รีบวิ่งมาที่นี่ ที่แท้ก็”  พี่กิ่งมองหน้าพี่กาวแล้วอมยิ้ม พี่กาวทำหน้าบึ้งใส่พี่กิ่ง ดูท่าทางสนิทสนมกันดีจัง ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไร เป็นอะไรกัน แล้วคุยกันเรื่องอะไรนะถึงได้ต้องใช้หลังอาคารเรียนเป็นที่คุยกันนะ อยากรู้เฟ้ย อยากรู้

                “ก็น้องของเพื่อนนิ ต้องช่วยเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรแล้วเราไปกันดีกว่าครับกิ่ง” พี่กาวมองหน้าฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนจะเดินจากไป   ไอ้คำว่า น้องของเพื่อนนะ มันฟังแล้วช่างจี๊ดหัวใจเหลือเกิน น้องของเพื่อนเหรอ แล้วมาจูบน้องของเพื่อนทำไมฟ่ะ

                “แล้วบาสไม่มีเรียนเหรอ”

“มีค่ะ”

“งั้นก็รีบเข้าเรียนได้แล้ว พี่ไปก่อนนะ ” พี่กิ่งยิ้มให้พร้อมกับโบกมือลา แล้ววิ่งตามพี่กาวไป ฉันมองตามร่างเล็กที่วิ่งเข้าไปเกาะแขนของคนร่างใหญ่ที่เดินนำไปก่อนอย่างสนิทสนม  มีการหยอกล้อกันด้วย พี่กาวเอามือลูบหัวพี่กิ่งด้วย  ภาพที่เห็นมันทำให้ฉันรู้สึกเซ็งมากกว่าตอนที่เห็นพี่กาวยิ้มให้สาวๆเสียอีก  เฮ้ออ~~ ไม่เรียนมันแล้ว สรุปแล้วคาบเช้าของวันนี้ฉันเลยโดดเรียนไปนอนห้องพยาบาลมันซะเลย

“เฮ้ย!! บาสวันนี้แกไม่ไปหาพวกรุ่นพี่เหรอ” ยัยจ๊ะทำหน้าสงสัยปนอยากรู้ถามฉันในขณะที่พวกเรานั่งกินข้างเที่ยงกันที่โรงอาหาร

“.........”

“ที่ถามเนียะต้องการคำตอบนะเฟ้ย อย่ามาทำเงียบใส่”

“เอ่อ แล้วไมถึงได้โดดเรียนช่วงเช้าได้ฟะแก ไม่บอกเลยนะจะได้โดดด้วย” ยัยพิถาม พร้อมกับตบแป้งเข้าไปที่หน้าอีกสองสามทีแล้วเก็บตลับแป้งไว้ หยิบบรัชออนด์มาปัดแก้มซ้ายแก้มขวา

“.......” ไม่รู้จะบอกว่าไง จะให้บอกเหรอว่า โดดเรียนเพราะ เซ็งที่พี่กาวไประหรี่ระริกกับผู้หญิงคนอื่น

“ปากนะพามาเปล่าวะ ตั้งแต่เช้าแล้วนะแก เป็นไรของแกกันแน่ห่ะ” ยัยพิวางตลับบรัชออนด์ดังปัง ก่อนจะสะดุ้งตกใจหยิบตลับขึ้นมาดูความเสียหาย

“..........” ฉันไม่ตอบอะไร ยังคงก้มหน้าตักข้าวเข้าปากต่อไป

“บาสเดี๋ยวไปหาฉันที่ดาดฟ้าอาคารเรียนสามด้วย” ฉันเงยหน้ามองเจ้าของคำสั่ง

เขียนโดย parapanda : 2008-07-30 01:37:49
วันที่ : 26 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 31

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                โอ้ย!! จะมาเคาะทำไมกันฟ่ะ คนกำลังใช้สมาธิ

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                เอาอีกแล้ว ความคิดกระเจิดกระเจิงหมด

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

                ปัง!! ฉันเปิดประตูออกไปดูน้ำหน้าคนเคาะ

                “จะเคาะอะไรกันหนักกันหนาเนียะ รบกวนสมาธิไม่รู้หรือไง”

                “แล้วแกเข้าไปทำอะไรตั้งนาน นึกว่าตกโถส้วมตายไปแล้ว แล้วนี่แกสงบสติอารมณ์ได้ยัง”

                “ได้แล้ว หากว่าพี่ก้องจะไม่พูดถึงมันอีก” ฉันเดินเข้าห้องไปโดยมีพี่ก้องเดินตามเข้ามา ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียง ส่วนพี่ก้องก็ย่นตัวลงนั่งอยู่ข้างๆเตียงหยิบหนังสือการ์ตูนที่อยู่บริเวณนั้นขึ้นมาอ่าน

                “ฉันก็ไม่อยากพูดหรอกแต่ฉันรำคาญพวกแกสองคนเต็มทนแล้วว่ะ ไม่รู้จะทะเลาะอะไรกันนักกันหนา เจอกันก็ทะเลาะกันทุกทีไม่เบื่อบ้างเหรอไง”

                “พี่ก้องก็ไปถามเพื่อนพี่นู้นไป มาถามอะไรบาสล่ะ บาสนะเซ็งกับเพื่อนพี่ก้องเต็มทนแล้วนะ”

                “เพื่อนฉัน คนไหนละ” พี่ก้องเอียงหน้าหันมายิ้มให้

                “ยังจะมาทำเป็นถามอีก จะเป็นใครไปได้ละถ้าไม่ใช่พี่กาวนะ ในบรรดาเพื่อนพี่นะก็มีแต่พี่กาวนี้แหละที่คอยแกล้งฉัน หาเรื่องกวนประสาท แล้วยังจะชอบว่าชอบด่าฉันอีก”

                “เหอะ เพื่อนกูเหมือนเด็กประถมเลย”

                “พี่ก้องว่าอะไรนะใครเป็นเด็กประถม บาสโตแล้วนะ”

                “เออนะ พี่ไม่ได้พูดถึงแกสักนักหน่อย เอาละพี่จะถามแกตรงๆเลยนะบาส แกคิดไงกับเพื่อนพี่”

                “…..” พอพูดถึงเพื่อนพี่ก้องไม่รู้ทำไมหน้าพี่กาวก็ต้องลอยมาทุกทีสิน่า

                “ในที่นี้หมายความว่าแกรักไอ้กาวรึเปล่า”

                “บาสไม่รู้”

                “ไรฟ่ะ เฮ้อ~~ สมน้ำหน้ามันดันมารักเด็ก ” ฉันมองหน้าพี่ก้องอย่างสงสัย พี่ก้องเสหน้าทำไม่รู้ไม่ชี้

                “แต่บาสไม่ได้เกลียดนะ” ฉันลุกขึ้นนั่งกอดเข่าตัวเอง

                “’งั้นก็แสดงว่าแกรักมัน” รุกถามแบบนี้เลยเหรอ รักนะมันพูดง่ายๆได้ซะที่ไหนกันละพี่ก้อง

                “......” ฉันก้มหน้าซบกับเข่าตัวเองพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เออ ชอบซบจริงๆกับเข่าเนียะ เดี๋ยวจะหาอกใครสักคนมาซบบ้าง อิอิ พี่ก้องเงียบไปสักพักก่อนจะเอามือมาลูบหัวฉันอย่างเบาๆ

“เอาละ แกจะชอบหรือไม่ชอบ จะรักหรือไม่รัก มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแกเอง ฉันหรือใครๆก็ไม่สามารถบังคับแกได้หรอกนะ แกนะรู้ใจตัวเองดีที่สุดนะว่าแกรู้สึกยังไง เพียงแค่แกมองลงไปที่หัวใจของแกแล้วฟังเสียงเรียกร้องของให้ใจแกว่าหัวใจแกต้องการอะไร พร้อมกับยอมรับและซื่อสัตย์กับความรู้สึกที่กได้สัมผัสเท่านั้น ก็พอแล้ว เฮ้อ~~ พี่นอนอยู่ข้างล่างนะ” พี่ก้องถอนหายใจแล้วเดินออกจากห้องไป ฉันล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  ทำไมบาสจะไม่รู้ล่ะพี่ก้องว่าบาสรู้สึกยังไง เพียงแค่บาสไม่รู้ว่าทำไมเพราะอะไรที่ทำให้บาสรู้สึกแบบนี้ได้ก็เท่านั้นเอง

                เมื่อคืนกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ทำไมมันถึงได้อยากเย็นแสนเข็นขนาดนั้นนะ ฉันลุกขึ้นอย่างงัวเงียด้วยเหตุผลที่ว่านอนหลับไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องรีบลากสังขารของตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะเตรียมตัว

ไปโรงเรียน ฉันเดินลงมาข้างล่างเพื่อจะปลุกพี่ก้อง เพราะคิดว่าเวลานี้พี่ก้องคงไม่สามารถตื่นจากการบรรทมได้เป็นแน่ แต่ผิดคาดค่ะ เมื่อลงมาก็ไม่เจอพี่ก้องแล้ว ฉันเลยกลับขึ้นไปเอากระเป๋านักเรียนก่อนจะเดินไปที่บ้านของพี่ก้อง แต่พี่ก้องไปโรงเรียนก่อนฉันเสียอีก วันนี้ฉันจึงต้องไปโรงเรียนเพียงคนเดียว

                “เป็นไงจ๊ะบาส”  เสียงแจ๋นของยัยพิที่กำลังหย่นตัวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าฉัน

                “ก็ไม่ไง” ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

                “แล้ววันวาเลนไทน์ได้ฉลองกับใครรึเปล่าเอ่ย”

                “เฮ้อออ~~~” แค่ได้ยินก็เหนื่อยใจแล้ว

                “ต้องมีเรื่องดีๆแหงมเลยใช่ป่ะ”

                “เฮ้ออ~~~~~~~~”

                “อาการอย่างนี้คงพอจะเดาออกว่าไม่”

                “เฮ้ออออออออ~~~~~~~~~~~~”

                “โอ้ย!! พอแล้วยัยบาสแกเลิกถอนหายใจสักที แค่ฉันได้ยินก็รู้สึกหดหู่แล้วนะย่ะ”

                “เฮ้อออออออออ~~~~~~~~~~~~~~~~~~”

                “บอกว่าพอแล้วไงย่ะ  กรี๊ดดดดดดดด แกดูนั่นสิยัยบาส” ยังพิเขย่าตัวฉันให้ดูอะไรบางอย่าง ฉันหันมองตามที่ยัยพิบอก เห็นพวกรุ่นพี่ทั้ง 11 กำลังเดินผ่านหน้าห้องฉันไป โดยมีสาวแท้สาวเทียมเดินล้อมหน้าล้อมหลังกรี๊ดวี้ดว้ายอย่างกับฺไอ้พวกรุ่นพี่นั่นเป็น Super Junior ไปได้ หมั่นไส้เฟ้ย!! แล้วจะมาหยุดอยู่หน้าห้องฉันทำไมก็ไปกลับห้องตัวเองไปดิ ฉันมองพวกนั้นอย่างไม่วางตา ชิยิ้มน้อยยิ่มใหญ่เลยนะ โดยเฉพาะไอ้เทพบุตรซานตาน ปีศาจในคราบมนุษย์นั่น เมื่อก่อนไม่เคยจะยิ้มชอบทำหน้าโหด จนใครๆเขาก็ตั้งฉายาว่าเสื้อยิ้มยาก แล้วทำไมคราวนี้ถึงได้เป็นแบบนี้ ยิ้มจนแก้มแทบปริแล้ว เอ่อๆ ยิ้มเข้าไป เพี้ยงขอให้ยิ้มจนหุบปากไม่ลงเลย ตอนนี้ฉันรู้สึกได้ว่าจุดโฟกัสสายตาของฉันมันมุ่งตรงไปที่พี่กาวคนเดียวเลย  ฉันจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มนั่นอย่างขัดใจ จะยิ้มทำไม หยุดยิ้มเด๊ บอกว่าให้หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้ ก็บอกว่าอย่ายิ้มไง แล้วจู่ๆพี่กาวหันมาสบตาฉัน โดยไม่ทันตั้งตัว พี่กาวมองฉันด้วยสีหน้าและแววตาที่เฉยชา ทำให้ฉันต้องรีบหลบสายตาโดยการหันหน้ามองไปที่อื่น สีหน้าแบบนั่น แววตาแบบนั้น เป็นสิ่งที่ฉันเคยชิน แล้วนิ แต่..แต่ทำไมมันครั้งนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บ มันเจ็บตรงที่หัวใจขึ้นมานะ

                “ดูดิแกขนาดเลยวันวาเลนไทน์มาแล้วนะ ยังมีสาวๆให้ช๊อคโกเล็ตเพียบเลย”

                “นั่นดิ ก็จะให้ทำไงได้ล่ะ ก็มันดันไปตรงกับวันเสาร์ซะได้ ได้ข่าวว่ามีสาวตามเอาไปให้ถึงบ้านเลยก็มีนะกานต์ ไม่ใช่เฉพาะเด็กโรงเรียนเราเท่านั้นนะเด็กที่อื่นก็มี” เสียงกานต์และจ๊ะกำลังสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ไอ้สองตัวนี่มาเมื่อไรว่ะ

                “เฮ้ยแกดูดิ พี่กาวยิ้มหวานว่ะ”

                “จริงด้วย น่ารักจังเลย”

                “ใช่ๆฉันนะปลื้มพี่กาวอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอมาเห็นรอยยิ้มบาดใจนี้เข้า โอ้ย!! คราวนี้สงสัยหัวปักหัวปำแน่แก” แล้วยัยสองตัวนี้ เออ ลืมยัยพิอีกตัว ก็สุมหัว พี่กาวอย่างนู้น พี่กาวอย่างนี้ พี่กาวอย่างนั่น พูดข้ามหัวฉันไปข้ามหัวฉันมาอยู่ได้ คนยิ่งไม่อยากได้ยินชื่อ

                “ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” ฉันลุกเดินออกจากห้องไปปล่อยให้สามคนนั่นนั่งงงเป็นหมาตาแตก(มากกว่าไก่ตาแตก)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาอัพตอนใหม่ให้แล้วนะคะ ยังไงก็อย่างลืมเม้นท์และโหวตเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

 

เขียนโดย parapanda : 2008-07-26 02:03:48
วันที่ : 19 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 30

“อืม ถึงแล้ว จะคุยกับมันมั้ย เหรอ ตามใจแกก็แล้วกัน เออแค่นี้แหละ” พี่ก้องที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟา ลุกขึ้นเดินมาหันที่กำลังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพี่อเล็กส์  ฉันเดินมุ่งไปล้มตัวลงนั่งบนโซฟาแทนพี่ก้อง ปล่อยให้สองหนุ่มยืนคุยกันตามสบาย แต่ก็ได้ยินแหละ แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าคุยเรื่องอะไรเพราะตอนนี้ในหัวมันมีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเวียนซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเป็นแผ่นซีดีก็คงจะเป็นรอยไปแล้ว

                “อ้าว..ไอ้เล็กส์ไมมากับไอ้บาสได้วะ ก็แกกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

                “แล้วแกล่ะมาทำไมที่นี่”

                “ไอ้เล็กส์นี่มันบ้านน้องฉันเว้ย!! จะเข้าจะออกจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ได้ แล้วฉันถามแกทำไมไม่ตอบ”

                “ก็กำลังจะกลับแหละแต่ไปเจอบาสที่หน้าปากซอย ก็เลยมาส่ง ไอ้กาวไม่ได้บอกแกเหรอไง”

                “...”

                “ฉันรู้หรอกหน่า..ว่าเมื่อกี้แกคุยกะไอ้กาวมันนะ แล้วมันไม่บอกเหรอว่าฉันมาส่ง”

                “เปล่าไอ้กาวไม่ได้บอกว่าเจอแก ไม่ได้เอ่ยถึงเลยด้วยซ้ำ แล้วดูท่าว่ามันอารมณ์ไม่ค่อยดีด้วยว่ะ”

                “เอาอีกแล้ว ให้มันได้ยังงี้สิ พรุ่งนี้เตรียมตัวตั้งรับศึกใหญ่อีกแล้วกู”

                “แล้วแกไปยั่วอะไรมันอีกฟ่ะ ชอบยั่วโมโหมันเหลือเกินนิวันเสาร์ก็ทีนึงแล้วแล้ววันนี้อะไรอีกห่ะ”

                “ไม่รู้เฟ้ย!! สงสัยเรื่องนี้แหละ นิดๆหน่อยๆก็ไม่ได้เล้ย เพื่อนแกเนียะ”

                “มันก็เพื่อนแกเหมือนกันแหละ”

                “ก็เห็นแกสนับสนุนมันดีเหลือเกินนี่หว่า”

                “เออๆ รู้แล้วก็อย่าพยายามเข้าใจ๋”

                “รู้เว้ย! ไม่ชอบแย่งของใคร ฉันกลับเลยแล้วกัน”

                “เออ ขับรถดีๆล่ะ”

                “บาสพี่กลับก่อนนะ”

                “ค่ะ” ฉันลุกหันมาพยักหน้ารับทราบ 

                “บาส อานุชกับอานนท์ไม่อยู่นะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะมานอนเป็นเพื่อน” เอาอีกแล้วคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไม่อยู่บ้านอีกแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องโดนดุเรื่องกลับค่ำ แต่มันยังตะขิดตะขวงใจอยู่นิดหน่อยเรื่องข้อความที่พี่อเล็กส์ส่งให้ฉันจนทำให้พี่กาวถึงกับโมโหขว้างโทรศัพท์ทิ้ง นอกจากนั้นยังมาพาลใส่ฉันอีก

                “พี่ก้องเดี๋ยวบาสมานะ” ฉันลุกขึ้นจากโซฟารีบวิ่งไล่ตามพี่อเล็กส์ออกไป โชคดีที่พี่อเล็กส์ไม่ทันไป

                “พี่อเล็กส์! พี่อเล็กส์ พี่อเล็กส์ที่กำลังเปิดประตูรถหันมาด้วยความสงสัย ฉันรีบวิ่งเข้าไปหา

                “พี่อเล็กส์ค่ะ บาสขอดูมือถือหน่อย”

                “มีอะไรเหรอบาส”

                “บาสอยากรู้ข้อความที่พี่ส่งให้บาสนะ”

                “...” ถึงพี่อเล็กส์จะทำหน้าฉงนสนเท่ห์ แต่ก็หยิบมือถือส่งมาให้ฉัน

                “คือบาสยังไม่ได้อ่าน” ฉันรับมาแล้วก็เปิดเมนูเข้าไปเรื่อยๆ

                “...”

                “พี่กาวชิงเอาไปอ่านก่อน แล้วก็พังมือถือเสียยับเยิน” 

“ตอนนั้นบาสอยู่กับไอ้กาวมันเหรอ”

                “ค่ะ แล้วพี่รู้เบอร์ได้ไงอ่ะ” ฉันเงยมองหน้าพี่อเล็กส์ที่ยืนยิ้มเจื่อน

                “....”

                “เมื่อวานตอนที่แอบเล่นมือถือบาสใช่ป่ะ แอบยิงเข้าเบอร์ตัวอะดิ” ฉันเข้าไปยังถาดส่ง แล้วเปิดอ่านข้อความ

                ‘ บาสครับตอนนี้พี่รออยู่ที่บ้านบาสแล้วนะรีบกลับมาอยากเจอสุดที่รักแล้วครับ’ ข้อความแค่นี้ถึงกับต้องปามือถือทิ้งเลยเหรอไง

                “พี่อเล็กส์ไอ้ สุดที่รัก เนียะมันอะไรกันค่ะ”

                “ก็โจชัวร์ไง ไมเหรอ.....” พี่อเล็กส์หยุดคิดนิดนึง “กรำแล้วกู ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนักคงอยากที่จะรับมือไหวต้องยอมแพ้ผ่ายเสียแล้ว” พี่อเล็กส์หน้าถอดสีทันที

                “อะไรค่ะ” พูดไรฟ่ะ ใครจะทำศึกกับใคร

                “เอ่อ เปล่าไม่มีไร กลับเข้าบ้านเถอะ” พี่อเล็กส์โบกมือไล่ ฉันส่งมือถือคืนกลับให้พี่อเล็กส์ แล้วเดินกลับเข้าบ้าน พี่ก้องนั่งรออยู่ในบ้านดูเหมือนว่าพี่ก้องจะมีอะไรพูดกับฉัน

                “บาส พี่มี...”

                “หยุดก่อนพี่ก้องอย่าเพิ่งพูดอะไร บาสขอเวลาสงบจิตใจก่อนนะตอนนี้บาสไม่สามารถรับสิ่งใดๆเข้าสู่สมองได้แล้ว” ว่าแล้วชั้นก็เดินขึ้นไปข้างบนมุ่งตรงไปยังห้องน้ำสารพัดประโยชน์ เป็นทั้งที่ อึ ฉี่ ชำระร่างกาย แถมยังเป็นที่ใช้ฝึกสมาธิ แล้วตอนนี้ก็กลายเป็นห้องเก็บตัวอย่างดีอีกด้วย

                ฉันปิดฝาชักโครกลงแล้วขึ้นไปนั่งขัดสมาธิ เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างแตะน้ำลาย เอามาป้ายหัวแล้วก็หมุนๆ  คิดว่าตัวเองเป็นอิคคิวซังซะงั้น

                ข้อความที่พี่อเล็กส์ส่งมาถ้าใครได้อ่านก็คงคิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกันแน่นอน ขนาดฉันอ่านฉันยังคิดเลย ก็แหมมีอยากจงอยากเจอที่รักด้วยใครอ่านก็ต้องคิดว่า ที่รัก ก็คือฉัน ก็เลยต้องถามเพื่อให้แน่ใจ อืม...พี่กาวก็อ่านข้อความนั่นแล้วเกิดการเข้าใจผิด ก็เลยโมโหว่างั้นแล้วไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วย ก่อนหน้านี้ยังมีถามด้วยว่าเราคิดยังไงกับพี่อเล็กส์ วันเสาร์ก็มีแอบเคืองเรานิดหน่อยด้วย หรือว่าพี่....แกแอบชอบพี่อเล็กส์                ฟ่ะ แต่ไม่กล้าบอกก็เลยเกิดอาการหึงหวงพี่อเล็กส์ แล้วก็คอยกันท่าเราหาเรื่องเราตลอด จะมากันท่าเราทำไมวะเราไม่ได้ชอบพี่อเล็กส์สักหน่อย ไม่ใช่ๆ ไม่มีทาง พี่กาวต้องไม่ใช่เกย์เหมือนพี่หนึ่งถ้าใช่ยัยพิคงเป็นหมอลักษ์ฟันธงไปแล้ว เฮ้ย....สงสัยช่วงนี้เราคงอ่านนิยายเกย์มากไปหน่อยต้องโทษยัยพิที่ช่างสรรหามาให้อ่าน  ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น พี่กาวก็ต้องแอบชอบเราแน่นอนเลย คริๆๆ ก็อย่างที่ยัยพวกนั้นเคยพูดกับเราไว้นั้นแหละ ว่าจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันชวนให้สงสัย แล้วยังจะครั้งนี้อีกด้วย ถ้าไม่ชอบเราจะจุ๊บเรางั้นเหรอ ต้องมีใจให้บ้างแหละน้า กร๊ากกๆๆ นี่แค่คิดเล่นๆๆนะเฟ้ย แต่.....แต่ว่าทำไม.....ทำไมหัวใจมันเต้นแรงงี้ฟ่ะ เหมือนมันจะระเบิดเลยอ่ะ มันรู้สึกดียังไงก็ไม่รู้หน้าก็รู้สึกร้อนๆวูบวาบพิกล หน้าก็รู้สึกเมื่อยๆด้วย ไหนส่งกระจกดูหน่อยดิ กรี๊ดดดด ทำไมหน้ามันแดงงี้ฟ่ะ แถมยังยิ้มจนแก้มแทบปริอีกด้วย ตานี่เป็นประกายเชียว ไอ้บาสเอ้ย!! แค่คิดเล่นๆนะเว้ยอย่าเป็นจริงเป็นจังไปดิ แล้ว.....แล้ว....ถ้าพี่กาวชอบเราจริงๆ   ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เรา เรา เราจะ

                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

********************************************************************

มาอัพให้แล้วนะคับ ไม่นุก ไม่ว่ากันเน้อ ยังก็อย่าลืมเม้นท์และโหวตให้ด้วยนะคับ เพราะทุกคอมเม้นท์และคะแนนโหวตก็คือกำลังใจอย่างดีสำหรับคนแต่งคับ

ขอนอกเรื่องนิสสสสครับ เป็นเหตผลที่ทำให้มาอัพเรื่องช้าทั้งที่ตอนนี้มันเสร็จไปตั้งนานแล้ว

คือว่า วันที่ 17 อะคับ มีน้องที่เป็นลูกค้าที่ร้านเค้าถามว่า

"วันนี้พี่ไม่ไปทำบุญเหรอ "เราก็ตอบไปว่า

"เปล่านิวันนี้เป็นวันอะไรเหรอ" น้องเค้าก็ทำหน้างงนะแล้วถามว่า

"พี่นับถือไร" เราก็ตอบเลยว่า

"นับถือพุทธ" น้องเค้าหัวเราะอ่ะ

"พี่นับถือพุทธได้ไงอ่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันอะไร"

"อ้าวเฮ้ย แล้วเมิงมายุ่งไรกับกรูฟ่ะ อย่ามากวนส้นตรีนกรู"

"แหมพี่อย่าทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนดิ เดี๋ยวหายใจไม่ทันนะ" แมร่งมาว่ากรูแกซะงั้น กรูเพิ่งจะยี่สิบต้นๆเว้ย

"ไอ้เชี่ยยย มึงบอกมาเลยว่าวันนี้วันอะไรอย่ามาทำ" เราชี้หน้ามันส่งสายตาว่าอย่ามาวอนหาเรื่อง มันยิ้ม แมร่งกวนประสาทแต่เช้า

"ก็วัน อาสาฬหบูชาไงพี่ ขนาดผมยังรู้เลย" คือว่ามันเป็นคนอิสลามอะ   ไอ้เรามันเป็นพุทธศาสนิกชนที่ไม่ได้เรื่องคับ ดันไม่รู้สะงั้น

"แล้วไง"

"เข้าวัดบ้างดิพี่ จะได้มีบุญมีวาสนากะเค้าบ้าง ดูดิตัวบาปเกาะซะเต็มตัวแล้ว ผมไปล่ะ" มันพูดด้วยใบหน้ากวนเบื่องล่างโครต มันยักคิ้วให้ทีนึงแล้วมันก็สะบัดตูดไปโดยไม่ได้เช่าหนังสือกลับไปเลย คือตอนนี้เราออกจากงานแล้วมาดูแลร้านเช่าแทนพี่สาวเราที่ทำอยู่ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็มาบ้างอาทิตย์ล่ะ สองสามวัน แต่คราวนี้เรามาอยู่ทุกวัน

ก็นะเริ่มคิดได้ว่าเราไม่ค่อยได้เข้าวัดเลยอ่ะ เข้าวัดนี่นับครั้งได้เลยปีนึงสักครั้ง หรือไม่ก็ไม่เลย เอาวะยังไงคืนนี้ก็เข้าวัดไปเวียนเทียนให้ได้ คับ สรุปว่าพอตกค่ำเราก็รีบปิดร้าน ไปจัดการหาซื้อดอกไม้ธูปเทียนกับพี่สาว แล้วก็ไปวัดกัน พอเข้าวัดเท่านั้นและคับพี่น้อง ตัวก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆ คือเป็นคนกลัวผีมากกถึงมากที่สุดคับ คือวัดแถวบ้านมันน่ากลัวมาคับมีป่าช้าใกล้ๆด้วย แต่ก็นะไหนก็มาแล้วใจสู้เว้ย!! เข้าไปนั่งในโรงธรรม สักพักพระก็เริ่มสวดคับ เท่านั้นและครับ ไอ้เราก็เริ่มเข้าโหมดหลับทันที (เป็นอีกเหตุผลนึงที่ไม่ค่อยเข้าวัดเพราะกลัวบาปมากกว่าเดิม) ไม่รู้ว่าพระท่านสวดไปถึงไหน ก็มีคนมาสะกิดที่หลังคับ จำได้ว่าไม่มีใครนั่งอยู่ด้านหลังอ่ะ สะดุ้งร้อง เว้ย!! ดังคับ คนแก่ๆก็ต่างหันมาดูคับโชคดีที่พระท่านหยุดสวดไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าท่านจะหยุดตอนที่เราร้องตกใจอ่ะป่าว หันมองซ้ายมองขวา แล้วก็ถามพี่สาวว่าสะกิดเรารึเปล่า พี่สาวเราก็บอกว่าเปล่า เท่านั้นแหละคับใจอยู่ตาตุ่มเลย นั่งฟังพระเทศน์สักพักคับ เอาอีกแล้วโดนสะกิดอีกแล้ว คราวนี้ทำใจดีสู้เสื้อคับหันไปมองแมร่งมันเลย โอ้โห้ คุณพระคุณเจ้า เห็นเป็นตัวเลยคับ เห็นชัดๆด้วย ตัวดำมาก ตานี่สีเหลืองเลย ไอ้เชี่ยยยเอ้ย แมร่งเล่นเอากรูใจหายใจคว่ำเลยนะมึง แมวอ่ะคับมันมาอยู่ด้านหลังเราตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เพราะตอนมาไม่เห็นอ่ะ มันมาป้วนเปี้ยนแถวๆหลังเรา คือเราลืมไปว่า เราเอาถุงทาโร่ใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกง คือซื้อมากินระหว่างเดินมาที่วัด แล้วในที่สุดเราก็ทำกิจกรรมเวียนเทียนได้สำเร็จ แต่ตอนกลับมาถึงบ้านนี่สิคับกะว่าจะมาอัพนิยายสักหน่อย ดันมาเป็นไข้สะงั้น แต่กินยาพักผ่อนก็หายคับวันรุ่งขึ้นก็ไปร้านปกติ แต่เจอไอ้น้องคนเดิมอีกแหละ มันก็มาทุกวันแหละ สนิทกันอะคับ

“เป็นไรพี่หน้าซีดเชียว” มันลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับเรา

“เป็นไข้ว่ะ แต่ค่อยยังชั่วแล้ว”

“เมื่อคืนไปวัดมาอะดิ” มันยิ้มเยาะอีกแล้วครับท่าน

“รู้ได้ไงฟ่ะ แสนรู้จริงนะเมิง”

“ฟังพระสวดก็ทำให้ร่างกายอ่อนแรงเป็นธรรมดา นี่ถ้าโดนประน้ำมนต์ด้วยนะโอ้โห้สุดยอดเลย พี่คงจะต้องนอนซมอีกสักสองสามวัน” ว่าเสร็จมันก็ยกตูดไปหาหนังสือการ์ตูน

“ไอ้เชี่ยยย เมิงว่ากูเป็นตัวอะไรฟ่ะ ไอ้ห่านี้แมร่งกวนตรีนกูแต่เช้าเลย”

“ตัวไรก็คิดเองดิพี่” มันยักคิ้วพร้อมกับรอยยิ้มกวน convers แล้วหันไปสนใจกับหนังสือที่อยู่ในมือมันต่อ ตกลงวันนี้เราคิดค่าหนังสือมันเพิ่ม แล้วก็หลอกมันให้พาไปเลี้ยงน้ำชาอีก เหอะๆๆ สะใจกรู

***************************************

กรี๊ชชชชชชชชชนอกเรื่องมาซะเยอะหวังว่าคงไม่ว่ากันนะค่ะ


เขียนโดย parapanda : 2008-07-19 02:39:35
วันที่ : 12 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 29

โอ้ย!! อยากจะนั่งลงกับพื้นแล้วเอาหัวโขกกับพื้นให้มันรู้แล้วรู้รอด ฉันบอกว่าฉันไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากเห็นหน้า พี่กาวแกฟังไม่รู้เรื่องเหรอไงนะ ยังจะมาเดินตามอยู่ได้

                “จะตามมาทำไมหะ พี่กาว”  ฉันหยุดเดินแล้วหันไปถามไอ้คนที่เดิมตามอยู่ข้างหลัง

                “,,,,,” พี่กาวทำสีหน้าเฉย

                “บาสไม่อยากเห็นหน้าพี่กาว พี่กาวฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอไง ”

                “นี่!!” พี่กาวชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ  

                “...” ฉันยักกระตุกคิ้ว ที่จริงรู้หรอกว่าพี่แกพยายามสะกดอารมณ์นะ ซึ่งปกติแล้วพี่แกต้องแว๊ดๆใส่มาแล้วแหละ

                “ก็ถ้าบาสไม่อยากเห็นหน้าพี่ก็ไม่ต้องหันมามองดิ” พี่กาวตอบเสียงอ่อย แต่คำตอบฟังดูกวนชิบ ฉันหันหลังให้พี่กาวก้าวเท้าจ้ำต่อไป ไม่สนใจไอ้คนข้างหลังอีกแล้ว พี่กาวก็คงรู้ว่าฉันไม่พอใจพี่กาวก็เลยทิ้งระยะห่าง

ของการเดินจากฉันพอสมควร จนฉันเดินมาถึงป้ายรถเมล์ ฉันหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างเซ็งๆเพราะขามันเริ่มเมื่อยล้าจากการเดิน ในใจภาวนาให้บนรถมีคนน้อยด้วยเถิด ถ้าเกิดให้โหนอีกมีหวังเดี้ยงแน่ ฉันบ่นอุบอิบพร้อมกับเอามือทุบขาตัวเองเบาๆ แต่สายตาเจ้ากรรมก็ไม่วายเหล่มองคนที่เดินตามมาด้วย พี่กาวยืนกอดอกพิงเสาป้ายรถเมล์พี่กาวยังคงรักษาระยะความห่างเอาไว้ ยืนท่านั้นคิดว่าเท่ห์รึไง แต่ก็นะถึงจะไม่ชอบแต่ก็ต้องยอมรับว่าพี่แกเท่ห์จริงๆนั่นแหละ ฉันรีบหลบสายตากลับมาเพราะกลัวว่าพี่กาวจะรู้ตัวว่าฉันแอบมอง เมื่อรถเมล์จอดฉันรีบลุกขึ้นเดินไปขึ้นรถทันที โดยที่ไอ้พี่กาวขึ้นตามมาด้วย ฉันเดินไปนั่งเก้าอี้แถวกลางๆติดริมกระจก ส่วนไอ้พี่กาวนะเหรอจะนั่งตรงไหนก็เรื่องของเขาไม่สนใจ  รถแล่นมาจอดป้ายรถเมล์ถัดไปทำให้มีคนขึ้นมานั่งข้างฉัน

                “หวัดดีครับ” ฉันหันไปมองเข้ายิ้มให้ ฉันยิ้มตอบ สรุปเป็นเด็กนักเรียนเทคนิคอ่ะ วันอาทิตย์ยังงี้เขามีเรียนกันด้วยเหรอ หรือว่ามีกิจกรรมอะไร แล้วมันจะมาตีกันบนรถป่าวหว่า กลัวเว้ย!!

                “ชื่อไรครับ” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้ฉันต้องกระเถิบไปจนติดหน้าต่าง หันไปยิ้มให้นิดหนึ่งก่อน เดี๋ยวมันต่อยเอา

                “อ้าว...ถามทำไมไม่ตอบล่ะครับ” เขายิ้มให้อีกครั้ง

                “สายป่านค่ะ” ฉันแสยะยิ้มให้อีกที

                “ชื่อเหมือนดาราเลย เอ๋หรือว่าเป็นดารา หน้าตาน่ารักยังงี้ต้องใช่แน่เลย” ชิทำมาปากหวาน ไอ้หน้าหม้อ

                “ไม่ใช่ค่ะ เป็น ปตุชนคนธรรมดานี่แหละค่ะ” ฉันหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เซ็งไอ้นี่เหลือเกินค่ะ

                “ขอเบอร์ได้ไหมครับ” ฉันหันไปมองหน้าไอ้ใจกล้าหน้าด้านนี่ ไม่เห็นเหรอว่าฉันมีปติกิริยาต่อนายยังไงยังจะกล้าอีกแหะ

                “ไม่มีค่ะ” ฉันตอบเสียงห้วนแต่ยังคงมีหางเสียง

                “ไม่จริง น่านะขอหน่อยนะ”

                “จริงๆค่ะ ที่บ้านสายป่านจ๊นจนค่ะไม่มีปัญญาซื้อโทรศัพท์หรอกค่ะ” ฉันพูดสีหน้าจริงจัง ไอ้คนฟังก็ดูอึ้งปนงงเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าเข้มใส่ เฮ้อ หนีจากคนบ้าก็มาเจอคนบ้าต่อแหะ วันนี้มันวันอะไรกันฟ่ะเนียะ

                “ เอาเบอร์โทรผมแทนมั้ยครับพอดีผมอยู่บ้านเดียวกันกับน้องสายป่าน” ทั้งฉันและไอ้คนนั่งข้างๆเงยหน้ามองเจ้าของเสียงเข้ม ดุ ที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด สายตาจ้องไอ้ใจกล้าหน้าด้านเขม็ง พันธุ์ไรฟ่ะเนียะดุชิบ

                “มะ..ไม่ดีกว่า” ไอ้ใจกล้าหน้าด้านรีบลนลานปฏิเสธแล้วลุกขึ้นเดินไปนั่งเบาะหลังแทน  หุหุหุ มวยคนละรุ่นกันเฟ้ย ก็พี่กาวของเราตัวโตกว่าไอ้หมอนี่ตั้งเยอะ แถมหน้าตอนโกรธของพี่กาวก็โครตโหดเลยอ่ะ  เมื่อไอ้หมอนั่นสลายร่างไปพี่กาวก็ใช้จังหวะเหมาะเสียบนั่งลงข้างฉันทันที ฉันทำเฉยไม่สนใจมองออกไปนอกหน้าต่างต่อ เราสองคนเข้าสู่สภาวะเงียบไปชั่วขณะ แล้วพี่กาวก็ไม่สามารถทนไหว

                “ บาสยังโกรธพี่เรื่องที่พี่จูบบาสอยู่อีกเหรอ” พี่กาวถามน้ำเสียงเศร้า (เศร้าแต่ดังอ่ะ) แถมยังทำหน้าสลดอีก ฉันอยากถ่ายรูปหน้าพี่กาวตอนนี้เอาไว้จัง จะได้เอาไว้แซวเล่น งงกับคำถามค่ะ พี่แกถามแปลกแหะไม่รู้มามุกไหน งั้นก็แสดงว่าไอ้ที่ฉันนั่งร้องไห้โวยวายอยู่ตอนนั้น คือฉันดีใจสินะ ไม่มี๊ ไม่มีแสดงอาการโกรธเลยสินะ ต่อมรับรู้ความรู้สึกเพี้ยนป่าวฟ่ะ แถมยังมาพูดเรื่องจงเรื่องจูบต่อที่สาธารณะได้ไง ไม่อายเหรอไง

                “พี่กาว!!” ฉันใช้สายตาดุปรามพี่กาวมองซ้ายมองขวามองหน้ามองหลัง ไหงไม่มีคนนั่งใกล้ซะงั้นฟ้าช่างเป็นใจเหลือเกินนะ ฉันอาศัยเงียบอีกแล้วครับ เงียบเท่านั้น แล้วระฆังก็ช่วยชีวิตเอาไว้พอดี รถเมล์แล่นมาถึงป้ายที่ฉันจะลงเมื่อรถจอดฉันรีบแทรกตัวลุกจากที่นั้นเดินลงจากรถเมล์ พี่กาวก็เช่นกันรีบลุกขึ้นลงจากรถเมล์ตามฉันมา ฉันรีบเดินหนีพี่กาว แต่ก็โดนมือหนาคว้าแขนเอาไว้ได้ (รู้สึกแกจะเล่นตัวเกินไปแหระไอ้บาส.....คนเขียน)(เรื่องก็เริ่มน้ำเน่ายุ่งบินว่อนเหมือนกันนะคนเขียน.....บาสน่ารัก)

                “พี่ถามก็ตอบมาดิ”

                “แล้วทำไมพี่กาวถึงคิดว่าบาสจะไม่โกรธล่ะ ทั้งโกรธและก็เสียใจ เสียใจมากด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่ว่าหรอกนะ เรื่องอื่นๆด้วย บาสอุตส่าห์มีความรู้สึกดีๆต่อพี่แต่พี่กลับทำมันให้มันหายไปเพียงชั่วพริบตา ” ฉันพูดโดยไม่หันไปมองสบตาคู่สนทนาของฉันเลย

                “งั้นเรื่องอื่นที่ๆพี่ทำให้บาสโกรธบาสเสียใจ พี่ก็ขอโทษด้วย ส่วนเรื่องที่พี่จูบบาสพี่ไม่ขอโทษ” พี่กาวเอื้อมมือมาจับมือฉันแล้วลากตัวฉันเข้าไปกอด ไอ้เราก็ใจง่ายแหะไม่ขัดขืนเล้ย

                “หา!!” ฉันดันตัวพี่กาวออก แต่พี่กาวก็ดึงตัวฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง

                “ก็พี่บอกแล้วไงว่าที่พี่จูบบาสก็เพราะพี่อยากทำ  พี่อยากจูบบาส บาสเข้าใจพี่มั้ย” หน้าฉันร้อนวาบขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยิน ทำไรไม่ถูกอ่ะ พี่กาวอยากจูบเรา พี่กาวอยากจูบเรา

                “เฮ้ย!! ไอ้กาว” ฉันรีบผลักตัวพี่กาวออกเมื่อได้ยินเสียง

                “พี่อเล็กส์,อเล็กส์” ฉันและพี่กาวเรียกชื่อเจ้าของเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

                “มีไรกันเปล่าฟ่ะ” พี่อเล็กส์เดินเข้ามาหาพวกฉันสองคน

                “ปะเปล่าค่ะไม่มีอะไร พี่อเล็กส์ไปส่งบาสที่บ้านหน่อยได้ไหมค่ะ” ฉันรีบผละจากพี่กาวไปหาพี่อเล็กส์ทันทีด้วยความตกใจ แล้วเดินนำพี่อเล็กส์ไปก่อนทิ้งให้พี่กาวยืนอยู่เบื้องหลัง

                “ได้จ๊ะ เอ่องั้นฉันไปส่งบาสก่อนนะ แล้วค่อยคุยกัน” พี่อเล็กส์บอกกับพี่กาวเสร็จก็รีบเดินตามฉันมาทันที

*******************************************************

เอามาอัพให้อีกต้อนคับ ไม่หนุก ไม่มันส์ อย่าโกรธ อย่างเคือง กระผมเลยนะฮ่ะ

ตอนนี้กำลังใจหมด หอหู่เหลือเกิน ยังไงก็ขอให้เม้นท์แล้ะโหวตให้ด้วยนะคับ (กร๊าากกก แอบอ้อนนิดนึงคับ)

เขียนโดย parapanda : 2008-07-12 01:52:15
วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : รุ่นพี่ตัวร้ายกับยัยตัวจุ้น 27

                “ห๊าาา!!” ฉันเงยมองหน้าพี่กาวอย่างตกใจ ฉันคงไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย พี่กาวบอกว่า.....

                “จูบฉันสิ” พี่กาวกระชากตัวฉันเข้าไปประชิดกับแผงอกกว้าง

                “บ้าเปล่าพี่กาว พูดอะไรคิดมั่งป่ะ อย่ามาล้อเล่นแบบนี้บาสไม่ชอบ” ยังจะปากดีอีกตู ไม่เจียมตัวเลยว่าภัยจะมาเยือน ฉันใช้มือเหลืออยู่ตอนนี้ดันตัวถอยออกห่างจากอกของพี่กาว

                “ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันบอกว่าให้จูบ” 

                “ไม่” 

                “ฉันบอกว่าให้จูบฉันไง” พี่กาวสาวเท้าเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัวฉัน ไอ้ฉันก็ถอยไม่ได้แล้วอะติดผนังห้อง

                “ไม่”  ฉันยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง ใครมันจะไปทำตามฟ่ะ ไม่ต้องมาขู่ด้วยสายตาเลยไอ้พี่กาวบ้า ยังไงก็ไม่ทำตามเด็ดขาด เฟิร์สคิสบาสเชียวนะ

                “บอกว่าให้จูบก็จูบเซ่!!” พี่กาวตวาดเสียงดุ พร้อมกระชากตัวฉันเข้าไปหา พี่แกจะเข้าใจบ้างเปล่าฟ่ะ ว่าไอ้ที่แกทำอยู่เนียะ มันเจ็บนะเฟ้ย!! เดี๋ยวผลัก เดี๋ยวกระชาก คนนะไม่ใช่ตุ๊กตา สงสัยกระดูกหัก หรือไม่ก็ เครื่องในไหลมารวมกันหมดแล้วมั้ง

                “พี่กาว!!” ฉันตวาดพี่กาวกลับไปบ้าง ใช้สายตาดุเพราะความโกรธมองจ้องไปที่พี่อย่างไม่เกรงกลัว แต่ที่จริงแล้วกลัวอะ แกล้งทำเป็นใจดีสู้เสื่อเอ้ยเสือไปงั้นแหละ

                “ฉันมีทางเลือกให้เธอสองทาง” พี่กาวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เล็กน้อยจริงๆ ถ้าฟังดูดีๆนะ

                “อะ อะไรค่ะพี่กาว” ฉันพูดด้วยรอยยิ้ม ประมาณเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

                “เธอจูบฉัน หรือ จะให้ฉันจูบเธอ” ทางเลือกบ้าบออะไรฟ่ะ มีแต่เสียกับเสียนี่หว่า ไม่เอา ยังไงก็ไม่ยอม

                “ฉันว่าเธอไม่ต้องเลือกอะไรแล้ว ฉันเลือกให้เธอเองก็แล้วกัน” ฉันไม่ทันที่จะเอ่ยอะไร ก็โดนริมฝีปากของพี่กาวมาประทับอยู่บนปากของฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันได้แต่อึ้ง และ อึ้ง และก็อึ้งค่ะ หน้าร้อนวูบ เกิดอาการตัวแข็งเป็นก้อนหินทันตา ทำไรไม่ถูกอะ ไม่เคยเจอแบบนี้ เมื่อฉันเรียกสติตัวเองกลับมาได้ ก็รีบใช้มือข้างที่เหลืออีกนั่นแหละ ทั้งผลักทั้งดัน ทั้งทุบทั้งตี หลับตากระหน่ำทุบไปที่ตัวของพี่กาว แต่มันเหมือนไปกระตุ้นอารมณ์ของไอ้พี่กาวอะ พี่กาวจับมืออีกข้างของฉันเอาไว้ได้พร้อมกันดันตัวของฉันไปจนติดผนังห้อง มือทั้งสองข้างของฉันก็เช่นกัน โดยที่ปากของพี่กาวยังคงทำหน้าที่ระดมจูบปากของฉันอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงมากกว่าเดิม  ฉันพยามดึงมือให้หลุดจากการจับกุมแต่มันกลับเสียแรงเปล่ายิ่งพยามดึงมือออกเท่าไร พี่กาวยิ่งจับข้อมือฉันแน่นขึ้นเท่านั้น ในเมื่อฉันไม่มีมือที่จะคอยช่วยเหลือแล้ว ฉันพยายามเบือนหน้าหนีเม้มริมฝีปากแน่นแต่ไอ้ปากของพี่กาวนี่สิยังคงราวีไม่เลิกรา  จนในที่สุดไอ้พี่กาวก็ถอนริมฝีปากออกพร้อมกับปล่อยมือฉันทั้งสองข้าง ฉันรีบสูดอากาศหายใจเข้าปอดทันที พี่กาวก็ใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าของฉันเอาไว้ ไม่ทันที่ฉันเอ่ยปากประท้วงใดๆก็ถูกปิดปากด้วยปากของพี่กาวอีกครั้ง มือน้อยๆของฉันเริ่มทุบ ตี พี่กาวอีกครั้งเช่นกันแต่ไม่แม้จะทำให้พี่กาวสะทกสะท้านแต่อย่างใด พี่กาวค่อยไล้มือข้างหนึ่งสอดใส่เรือนผมยังบริเวณท้ายทอยประคองศรีษะให้สามารถจูบได้อย่างถนัด อีกข้างก็ค่อยๆเลื่อนต่ำลงมากอดเอวฉันเอาไว้ ไอ้บาสตอนนี้เป็นไงเหรอค่ะ หมดแรงค่ะ เรี่ยวแรงหายหมด ไม่รู้ว่าเลิกตีไอ้พี่กาวบ้าตั้งแต่เมื่อไร พี่กาวไล้ลิ้นเลียริมฝีปากฉันก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งพร้อมกับปล่อยมือออกจากตัวฉัน ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

                “พี่กาวทำกับบาสแบบนี้ทำไม พี่กาวเล่นแรงเกินไปแล้วนะ พี่กาวเห็นบาสเป็นอะไร พี่กาวคิดว่าบาสไม่มีความรู้สึกรึไง เพราะไอ้สัญญาบ้าบอนั่นใช่มั้ยพี่กาวถึงคิดจะทำยังไงกับบาสก็ได้ บาสไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของพี่นะ เงียบทำไมล่ะพี่กาวพูดออกมาซิ พูดออกมา”  ฉันเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างแค้นเคือง ขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาค่อยๆไหลออกมาอย่างอยากที่จะฝืน  พี่กาวเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตา

                “ฉันทำเพราะอยากทำ” โห~~ นี่เหรอคำตอบจากปากท่าน โคตรพอใจม๊ากมาก

                “อยากทำ พี่พูดออกมาได้ไงว่าอยากทำ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ฉันปล่อยโฮออกมาทันที ก้มหน้าซบลงกับเขาของตัวเอง เกลียดพี่กาวแล้วอะ เกลียดมากด้วย

*****************************************************************************************

เอามาอัพให้อ่านแค่นี้ก่อนนะคับ มาแบบสั้นๆนะคับ สัญญาว่าพรุ่งนี้จะนำมาอัพให้อีก อย่าลืมเม้นท์และโหวตให้ด้วยนะคับ ไม่รู้ว่ายังมีคนอยากอ่านป่าวเนี้ยะ

ป๋อหล๋อ  มีคนอยากรู้ชื่อเราอ่ะ เราชื่อ..............................อ่ะไม่บอกดีก่า เค้ากลัวตะเองเอาชื่อเค้าาไปทำขุนไสย์เสกหนังควายเข้าท้องเค้าอ่ะ กลั๊ว กลัว กระซิก กระซิก

ป๋อหล๋อ ข้อความข้างบนกรุณาอ่านด้วยน้ำเสียง และ ท่าทางกระแดะอย่างสูง เพื่อให้ได้อารมณ์(หมั่นไส้) นะคับ

เขียนโดย parapanda : 2008-07-05 12:20:45

/6