หวัดดีฮะ ฉันมองไปตามเสียงนั่น โอ้!! พระเจ้าตายยากชิบ พูดถึงปุ๊บก็เจอปั๊บทันที
อ้าวพุธ พวกเรากำลังนั่งนินทานายกันอยู่พอดีเลย พี่ศุกร์ขยับตัวเข้าไปนั่งในสุดให้นายพุธนั่งตอนนี้ก็เท่ากับว่า นายพุธนั่งอยู่ตรงหน้าฉันพอดี
แล้วพวกพี่นินทาผมเรื่องอะไรกันล่ะ คงจะไม่มีใครใส่ร้ายผมใช่มั้ย นายพุธยิ้ม
เปล่าหรอกก็แค่คุยกันว่าทำไมวันนี้ถึงเจอพุธแต่ไม่เจอนายนะ ปกติก็ไปไหนด้วยกันตลอดไม่ใช่เหรอ
ก็ต้องมีบ้างสิฮะ เราไม่ได้ตัวติดกันสะหน่อย จะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา อยู่ด้วยกันบ่อยๆมันก็น่าเบื่อออก ห่างๆกันสะบ้าง
นั่นสิคะพี่ศุกร์ พุธไม่ได้ตัวติดกันกับพุธสักหน่อย อยู่ด้วยกันตลอดเดี๋ยวพุธก็อาจจะไปก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของพุธเกินไป พุธเขาไม่ชอบนะคะ เขาชอบให้เคารพความเป็นส่วนตัวของเขา ใช่มั้ยพุธ ฉันหันไปยิ้มให้นายพุธ นายพุธทำหน้านิ่ง
ใช่แล้วฮะพี่ศุกร์ แต่บางคนนั่นสิฮะไม่เข้าใจในส่วนนี้ ใช้ความเป็นเพื่อนมาอ้างเพื่อจะเข้ามาก้าวก่าย คราวนี้นายพุธหันมายิ้มให้ฉันบ้าง มันน่าโมโหชะมัด นายพุธจ้องหน้าฉันแล้วยิ้มให้พร้อมยักคิ้วเยอะเย้ยเพราะฉันไม่สามารถพูดกลับหมอนั่นได้ ดูมันคะดูมันกวนประสาทฉัน
ขอโทษคะ ของที่สั่งได้แล้วค่ะ พนักงานสาวสองคนทยอยวางของที่สั่งลงบนโต๊ะ พี่ศุกร์ช่วยเลื่อนอาหารที่สั่งให้พวกเรา
โค๊กที่นึงด้วย
ใกล้ถึงวันวิชาการแล้วไม่ใช่เหรอ ได้ข่าวว่าพุธลงแข่งทักษะภาอังกฤษคู่กับพุธสินะ พี่ศุกร์ถามฉันก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาดื่ม
ไม่ค่ะ ฉันใช้ส้อมหมุนเส้นสปาเก็ตตี๋ก่อนจะเอาเข้าปาก
อ้าว ไหนพุธบอกว่าแข่งคู่กันไง
อื้ม พอดีพุธ ฉันกลืนอาหารที่อยู่ในปากให้เรียบร้อยก่อนจะตอบพี่ศุกร์ คนมันมีมารยาทก็งี้แหละ แหะๆ
พอดียัยนี่จะต้องไปเป็นนางแบบถ่ายโบรชัวร์ของโรงเรียนนะฮะ ก็เลยไม่สนใจเรื่องแข่งทักษะสักเท่าไร ทำไมพูดน้ำเสียงประชดแบบนั้น
อ้าว จริงเหรอ
จริงสิฮะ ถ่ายคู่กับนายแบบดังสะด้วย ฉันไม่ทันอ้าปากจะตอบหมอนี่ก็ตอบแทนซะงั้น
แถมไอ้นายแบบนั่นก็ยังมาตามจีบยัยนี่ด้วยนะพี่ศุกร์ อ้าวเอาเรื่องนี้มาพูดทำไม ไอ้นายแทนนั้นมาตามจีบฉันตั้งแต่เมื่อไร
ไม่ใช่นะคะพี่ศุกร์ ไม่ได้มาตามจีบ ฉันรีบกลืนสปาเก็ตตี๊ในปากทันที
ก็ทำงานด้วยกันก็เลยต้องพูดคุยกันค่ะ
เฮอะ แต่ดูท่าทางว่าเธอจะพอใจนี่ที่ได้ใกล้ชิดกับหมอนั่น เห็นมีความสุขเหลือเกินนี่ อะไรของหมอนี่ว่ะ กลายเป็นว่าพี่ศุกร์ กับยัยหน่อยนั่งมองพวกเราเถียงกัน
เออ จะทำไม จะไม่ให้มีความสุขได้ไง ก็นายแทนออกจะหล่อปานนั้น แถมยังเป็นดาราอีกด้วย ผู้หญิงคนไหนก็ต้องมีความสุขทั้งนั้นแหละ
เหอะ ในที่สุดก็ยอมรับว่าชอบไอ้หมอนั่นสินะ เธอนี่มันหลายใจจังเลยนะ
ฉันหลายใจตรงไหนมิทราบ
อ้าว ก็ชอบผู้ชายพร้อมกันถึงสองคน ไม่ให้เรียกว่าหลายใจได้ยังไง ผู้หญิงอย่างเธอมันเหลือเกินจริงๆเลย แต่ว่าตอนนี้เธอเอนเอียงทางไหนมากกว่ากันละ ระหว่าง นายแทนรูปหล่อ พอรวย เป็นดารา กับพี่....
ปัง !!
ไม่ไหวแล้วเว้ย!!! ฉันลุกขึ้นทุบโต๊ะเสียงดัง เวลาพอดีกับที่พนักงานนำแก้วน้ำโค๊กที่สั้งไว้มาให้ ได้ทีฉันนหยิบแก้วโค๊กขึ้นมา หมายมั่นว่าจะสาดใส่หน้านายพุธเหมือนในละคร แต่ขอบอกนะ ว่าเสียดายก็เลยเปลี่ยนใจเอามาดื่มแก้อารมณ์ขึ้นแทน ฉันดื่มน้ำโค๊กรวดเดียวจนหมดแก้ว แล้วก็วางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง ทุกคนที่โต๊ะและพนักงาน รวมทั้งลูกค้าคนอื่นๆ หันมามองฉันอย่างอึ้งๆ
ลุกขึ้นยืน ฉันเดินออกจากโต๊ะไปยังที่นายพุธนั่ง
อะไร นายพุธทำหน้างง
ลุกขึ้นยืนขึ้นเดี๋ยวนี้เลย
ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอบอกด้วย
ฉันบอกว่าให้นายลุกขึ้นยืนไง!! ขอบอกว่าทุกคน โดยเฉพาะพี่ศุกร์ที่ทำหน้าอึ้งมากที่สุดเพราะฉันมักจะเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักในสายตาพี่ศุกร์อยู่เสมอ แต่ตอนนี้ตัวจริง หรือที่เรียกง่ายว่าธาตุแท้ของฉันก็ออกมาจนได้
ไม่ได้ยินรึไง!! ลุกขึ้นเซ่!!!
...................... นายพุธลุกยืนอย่างงงๆ
ยืนตัวตรงๆด้วย นายพุธทำตามที่ฉันบอก หลังจากนั้นก็
ผลั๊ก!!
อุ๊บบบ !!
หน่อยกลับกันเถอะ
อะ อืม ยัยหน่อยพยักหน้าพร้อมกับรีบเก็บของส่วนฉันก็เก็บของๆตัวเอง
พี่ศุกร์พุธกับหน่อยกลับก่อนนะค่ะ ขอบคุณที่เลี้ยงนะค่ะ แล้วก็ขอโทษที่ทำตัวเสียมารยาทด้วยค่ะ
มะ ไม่เป็นไร พี่ศุกร์ยิ้มแบบเจื่อนๆ ส่วนนายพุธก็นั่งจุกจนร้องไม่ออกอยู่ที่โต๊ะ เพราะไรนั่นเหรอค่ะ ก็ฉันถีบนายพุธเข้าไปที่ท้องอย่างแรงเลยนะสิค่ะ
ยะ...ยัย....พุธ....กลับ...มา....ก่อน.... เสียงโหยหวนของนายพุธดังตามหลังฉันมา สมน้ำหน้าอยากกปากเสียทำไม สะใจเว้ย!!!
ใครอะพุธ ยัยหน่อยทำหน้าหมาไม่เข้าใจ
พี่ศุกร์พี่ชายที่มีสายเลือดเดียวกันกับนายพุธ แต่ต่างกันราวฟ้ากับดิน ภูเขากับเหว หน้ามือกับหลังตีน เทวดากับซาตาน
พอๆ พูดซะฉันเห็นภาพเลยนะเธอ
แล้วจะไม่เข้าไปทักหน่อยเหรอ เขาจะเข้าไปในร้านนั่นแล้วนะ ยัยหน่อยทำปากยื่นชี้ให้ดูพี่ศุกร์ที่กำลังเดินเข้าไปในร้าน Coffee shop
ไปสิถามได้ คนนี้ฉันเล็งไว้มานานแล้วนะ
เหรอ แล้วนายพุธจะยอมเหรอ ยายพูดพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย
ไม่เกี่ยวอะไรกับหมอนั่นสักหน่อย
น้านนนนนนนนสินะ ยัยนี่ทำมายิ้มกวนประสาท
อ้าวพี่ศุกร์เดินเข้าไปในร้านแล้วอ่ะ นี่หน่อยเราเปลี่ยนมากินร้านนี้แทนนะ
ตามใจเธอสิ
ไปกันดีกว่า ฉันลากมือยัยหน่อยให้รีบเดินไปยังร้าน Coffee shop ที่ร้านด้านหน้าจะเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นภายในร้านได้ ฉันจึงหยุดดูเพื่อสำรวจว่าพี่ศุกร์นั้งอยู่บริเวณใหนเพื่อจะได้เข้าไปโดยไม่ต้องชะเง้อหาเพราะมันจะดูจงใจเกินไป ฉันมองหาภายในร้านจนหน้าแนบกับกระจกใส
ไม่เห็นมีอะ ก็เห็นอยู่ว่าเข้ามาในร้านนี้นิ ฉันชะเง้อขึ้นลงเมื่อไม่เห็นเป้าหมาย
นิ พุธอายเขาน่า
ก็มันยังหาไม่เจอนิ ไม่มีใครมองหรอกน่า
ก๊อกๆ ก๊อกๆ เสียงเคาะกระจก ยัยหน่อยกระตุกชายเสื้อฉันพร้อมกับเคาะกระจก
จะเคาะกระจกทำไมกันหะ เดี่ยวคนก็หันมามองหรอก ( -_-แกไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันฟ่ะ ว่าตอนนี้คนเค้าก็หันมามองพวกแกกันทุกคนแล้วนะ .............คนเขียน)
ฉันไม่ได้เคาะเว้ย
แล้วใครฟ่ะ ยัยหน่อยใช้สายตาชี้ไปยังโต๊ะตัวถัดไปฉันมองตามสายตายัยหน่อย คนที่นั่งอยู่ติดกระจกต่างก็หันมามองฉันด้วยความสงสัยว่ายัยบ้ามายืนเอาหน้าเช็ดกระจกให้เขาอยู่ได้ แต่ที่แน่ๆ
เพล้งงงงงงงงงงงงงงง ไม่ใช่เสียงกระจกแตกหรอกนะ หน้าฉันต่างหากละ ก็ไอ้คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไปนะซิ มันคือพี่ศุกร์อะ อยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีโคตรโคตร (ฉันว่าแกเอาทั้งตัวแทรกแผ่นดินหนีไปไม่ดีกว่าเหรอ .............คนเขียน)
หวัดดีค่ะ ฉันพูดเสียงอ่อยพร้อมกับยกมือทักทายให้พี่ศุกร์ ฉันเห็นพี่ศุกร์หัวเราะพร้อมกับกวักมือเรียกฉันเข้าไปในร้าน ฉันจึงเดินคอตกเข้าไปในร้าน
พี่ศุกร์มาทำไรแถวนี้ค่ะ ฉันถามพี่ศุกร์พร้อมกับเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ
พี่มาทำธุระนิดหน่อยเสร็จแล้วก็มาหาอะไรดื่มก่อนกลับนะ
โชคดีจังที่เจอพี่ศุกร์ที่นี่นะ จะได้มีเจ้ามือเลี้ยงพุธกับเพื่อน แหะๆๆ
ที่แท้ก็แบบนี้เอง พี่นึกว่าเราจะคิดถึงพี่สะอีก ฮ่าๆ ที่จริงมันก็เป็นเช่นนั้นแหละค่ะ
เดี๋ยวนี้พี่ศุกร์อยู่หอตลอดเลยค่ะ พุธไปบ้านพี่ศุกร์แต่ก็ไม่เคยเจอพี่เลย
อืม ช่วงนี้พี่ต้องทำรายงานนะ คุยกันอยู่ได้พวกเรานิ พุธไม่คิดจะแนะนำเพื่อนให้พี่รู้จักเลยเหรอ
อ๋อ ลืมไปค่ะ มัวแต่ดีใจที่ได้เจอพี่ นี่หน่อยค่ะ คนนี้เขาอยากเรียนแพทย์เหมือนกันค่ะ
สวัสดีค่ะ ยัยหน่อยยกมือไว้ เฮ้อ~~ มีมารยาทซะ
ไม่ต้องยกมือไว้ก็ได้ เจอกันคราวหน้าไม่ต้องทำอย่างนี้นะ
ค่ะ ยัยหน่อยพยักหน้ารับ
เอ่อ ใช่อยากเรียนแพทย์เหรอ อยากนะ
ไม่เป็นไรพี่ศุกร์ หน่อยเพื่อนพุธซะอย่าง ยัยนี่เรียนเก่งจะตาย สอบได้ที่ 1 ของระดับชั้นทุกเทอมด้วย แถมยัง ขยัน อดทน อีกด้วย ฟังซะยัยหน่อย ว่าฉันยกยอเธอขนาดไหน อย่ามาเผาฉันให้พี่ศุกร์ฟังละ (ฉันว่าแล้วว่าแกว่านพืชต้องหวังผล.........คนเขียน)
พอเถอะพุธฉันไม่มีอะไรจะให้เธอหรอกนะ ไม่ต้องมายกยอฉันซะขนาดนั้นก็ได้ ยัยหน่อยทำหน้าเซ็ง
เปล่านะ ฉันพูดจริงๆนะ จริงๆนะพี่ศุกร์ ฉันหันไปบอกพี่ศุกร์อย่างจริงจัง
อืม พี่เชื่อ เพราะว่าดูลักษณะท่าทางแล้วมันต่างกับเรามากเลย ฮ่าๆๆ
พี่ศุกร์อ่ะ ยัยหน่อยด้วยไม่ต้องมายิ้มเลย
ว่าแต่เราละพุธจะเรียนอะไร
อ๊ะ พุธหิวแล้วอ่ะ สั่งไรมากินเถอะค่ะ ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องก่อน
ทำมาเปลี่ยนเรื่องอีกแล้วนะ แบบนี้ทุกทีเวลาพี่ถามพุธถึงเรื่องนี้
เปล่านะพุธหิวจริงๆนะ ดูสิท้องร้องใหญ่เลย ฉันเอามือรูปท้องของตัวเอง ส่วนยัยหน่อยก็เอาแต่นั้งยิ้มไม่พูดอะไรเลย
ก็ได้ วันนี้ยกให้อีกวันนึง พูดจบพี่ศุกร์ก็ยกมือเรียกพนักงาน
ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีค่ะ พนักงานยื่นเมนูให้กับทุกคน
พุธจะสั่งอะไร พี่ศุกร์นี้สุภาพบุรุษจริงๆเลยนะ ปลื๊ม ปลื้ม
พุธเอาสปาเก็ตตี๊ไก่สับ แล้วก็ milk shake อืม~แค่นี่ก่อนก็แล้วกัน
ฮ่าๆ มีแค่นี้ก่อนก็แล้วกันด้วย สงสัยพี่ต้องขอดูตังค์ในกระเป๋าแล้วแหละ ว่าจะพอจ่ายสำหรับค่าอาหารของพุธรึเปล่า ยิ่งไหนตอนนี้พี่ก็เป็นนักศึกษาไส้แห้งด้วยสิ แล้วหน่อยล่ะจะสั่งอะไร พี่ศุกร์ยิ้มให้ฉันก่อนจะหันไปถามยัยหน่อย
ขอเป็น milk Shake ค่ะ ยัยหน่อยสั่งเสร็จก็ส่งเมนูยื่นกลับให้กับพนักงานทันที
สั่งแค่นี้เหรอ พี่ศุกร์ถามยัยหน่อย
นั่นสิ ไหนเธอบอกว่าอยากกินไอติมไง
นี่ไม่ต้องเกรงใจ เรื่องเมื่อกี้พี่ล้อเล่นนะ ขอเมนูไอติมด้วยครับ พี่ศุกร์พูดกับยัยหน่อยจบก็หันไปขอเมนูกับพนักงาน แล้วก็ส่งให้ยัยหน่อย
งั้นหน่อยขอเปลี่ยนเป็น Vanilla & Orange season กับ น้ำส้มคั้นคะ
ใครจะเอาไรเพิ่มอีกมั้ย
ไม่ค่ะ ฉันกับยัยหน่อยพูดพร้อมกัน
ส่วนของผมขอเป็น คาปูชิโน่ ที่หนึ่งครับ พนักงานพยักหน้าแล้วเดินไปสั่งออร์เดอร์ที่เคาเตอร์
แล้วไอ้พุธละพุธไม่ได้มาด้วยกันเหรอ
ค่ะ ฉันนิ่งไปสักพักก่อนตอบคำถามพี่ศุกร์ ยัยหน่อยก็นั่งอมยิ้มอีกตามเคย
เอ่อ แหะ เป็นไปได้เนอะ ที่เจอพุธที่นี่แต่กลับไม่เจอนายพุธด้วยเพราะปกติถ้ามาเดินเที่ยวเล่นจะต้องเจอทั้งสองพุธนิ พี่ศุกร์ทำหน้างง
แหะ ฉันแสยะยิ้มให้ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเอามือเขี่ยโต๊ะเล่น
เป็นอะไรของเธอนะ ตะโกนเสียงดังไปได้ ฉันตกใจหมดเลย ฉันหันไปมองกลับเป็นยัยหน่อยที่ยืนทำตาโตอยู่ข้างๆ
เธอเองหรอกเหรอ หัวใจฉันยังเต้นอยู่เลย ฉันเอามือวางทาบตรงหน้าอก
ใช่ แล้วเธอคิดว่าใครล่ะ
ปะ เปล่าหรอก แล้วเธอมาทำไมที่นี่
นี่เธอ ฉันอุตส่าห์มาปลุกเธอให้กลับบ้านนะ ไหงพูดเหมือนฉันมาเสือกด้วยหะ
เออโทษที ทำไมเลิกเรียนเร็วจัง วันนี้อาจารย์มีประชุมเหรอ
นี่แม่คุณรู้ไหมว่ามันกี่โมงแล้ว ไหนเธอบอกฉันว่าจะมาแค่ชั่วโมงเดียวไง ฉันมาดูเธอหลายครั้งแล้ว เห็นหลับอยู่ก็เลยไม่อยากจะปลุก แล้วนี่ไม่หิวบ้างเลยหรือไงมานอนอยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว
นี่มันจะ4 โมงแล้วเหรอเนี้ยะ ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันก้มดูนาฬิกาข้อมือ
ใช่ หิวมั้ยฉันซื้อขนมปังกับนมมาให้กินรองท้องก่อนก็แล้วกัน ยัยหน่อยยื่นขนมและนมมาให้ฉัน
ขอบใจมากนะ
ไม่เป็นไร ฉันแกะขนมปังออกมากิน
นี่หน่อยก่อนที่เธอจะมามีใครมาที่นี่
เธอถามฉันว่าอะไรนะ
อ๋อ ปะเปล่าหรอก ขนมปังนี่อร่อยมากๆเลยเนอะ ฉันส่งยิ้มให้ยัยหน่อย อย่าถามเลยดีกว่าสงสัยคงฝันอีกนั่นแหละ เราคงคิดมากเรื่องนายพุธจนเก็บเอาไปฝันอีกตามเคย
เหรอ ฉันว่ามันก็กินเหมือนขนมปังทั่วๆไปนั่นแหละ ยัยหน่อยทำหน้าเฉย ดูยัยนี่พูดสิน่าหมั่นไส้จริงๆ
นี่เมื่อไรเธอจะเลิกอ่านไอ้หนังสือแบบนี้สักทีนะ ยัยหน่อยพูดเสียงดุเมื่อเห็นฉันหยิบหนังสือทำนายเรื่องความรักขึ้นมาอ่าน
มันเรื่องของฉัน เธอจะมาซื้อหนังสือเตรียมเอ็นท์ไม่ใช่เหรอ ก็ไปหาสิ นู้นอยู่ฟากนู้น ฉันใช้สายตาไล่ยัยหน่อย อันที่จริงฉันก็สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่อ่านหนังสือพวกนี้อีกแล้วแต่พอเห็นมันแล้วก็อดที่จะหยิบขึ้นมาอ่านไม่ได้ทุกที
หน่อยได้แล้วยัง ฉันวางหนังสือลงที่เดิมแล้วเดินไปหายัยหน่อย
อื้มได้แล้ว แล้วเธอล่ะ ตกลงไม่ซื้อเหรอ ยัยหน่อยถามฉันเมื่อเห็นว่าฉันเดินมามือเปล่า
ไม่อะ ไปจ่ายตังค์เหอะ
เดี๋ยวก่อนกลับแวะไปกินไอติมก่อนนะ ไม่ได้กินมานานแล้วอะ
อื้ม ฉันพยักหน้าตอบรับ ยัยหน่อยจึงเดินไปยังเค้าเตอร์จ่ายเงิน เมื่อยัยหน่อยจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เราทั้งคู่ก็เดินออกมา
ตอนนี้แม่ไม่อยู่ใช่มั้ยให้ฉันไปนอนเป็นเพื่อนป่ะ
ไม่ต้องหรอกฉันอยู่คนเดียวได้สบายมากเลย
แน่เหรอ
แน่สิ ไม่ต้องห่วงหรอก
แล้วแม่เธอจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ
ไม่รู้สิ แม่ไม่ติดต่อมาเลย อีกอย่างนะแม่ก็ลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านด้วยก็เลยติดต่อลำบากอ่ะ
แล้วเบอร์อื่นล่ะไม่รู้มั้งเหรอ
ก็มีที่บ้านยายนะแหละ แต่ลืมเบอร์ไปแล้วอ่ะ ไอ้ที่จดไว้ก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนด้วย
สมองของยัยนี่ทำด้วยอะไรนะ
เธอว่าไรนะ
เปล่าหรอกไม่ได้ยินก็แล้วไป เอ่อ ว่าแต่เดี๋ยวนี้ฉันเห็นเธอไม่ค่อยพูดคุยกับนายพุธสักเท่าไรมีไรกันเหรอทะเลาะกันอีกแล้วงั้นสิ
ไม่ใช่ไม่ค่อยพูดกันไม่พูดกันเลยต่างหากละ ไม่อยากจะพูดนะหน่อยไอ้บ้านั่นมันบอกว่ามีฉันเป็นเพื่อนเป็นเรื่องไร้สาระ กะอีแค่ฉันแอบดูสมุดสเก็ตภาพของหมอนั่นนิดเดียวเอง หมอนั่นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟมาว่าฉันฉอดๆ
อืม ๆ ยัยหน่อยอมยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารับ
ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ ตอนนี้ฉันกำลังพูดเรื่องซีเครียดอยู่นะ
จ้า
เธอคิดดูกันใครกันที่เข้าไปคุยด้วยตอนนี่เข้ามาเรียนใหม่ๆนะเห็นว่ามาสอบติดมาคนเดียว แต่ดูสิ่งที่หมอนั่นตอบแทนฉันกลับกลายว่าฉันมันไม่น่าคบด้วยแล้วทนคบกันมาเป็นปีๆทำซากไรว่ะ พูดแล้วของขึ้นแหะ
จ้า
เธออย่าเอาแต่จ้าอย่าเดียวดิ
แล้วเธอจะให้ฉันพูดอะไรเหรอ
ก็แสดงความคิดเห็นมาบ้างดิ
เรื่องนี้ฉันขอ no comment ก็แล้วกันนะ ตกลงระบายออกมาหมดแล้วใช่มั้ย
เออ ยัยนี่ไม่เคยมีความคิดเห็นทุกครั้งนั่นแหละ
งั้นก็ไปกินไอติมกันเถอะ ไปร้าน Be Girls ก็แล้วกัน แล้วเราก็เดินดูนู้นดูนี่ไปพลางในระหว่างที่เดินไปยังร้านไอติม
นั่นพี่ศุกร์นี่น่า
ในที่สุดวันที่ฉันจะต้องไปโรงเรียนก็มาถึงหลังจากที่ฉันขาดเรียนไป 2 วันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าการไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด
นี่ยัยพุธเธอไปหายไปไหนมา มือถือก็ปิดเครื่อง ฉันเป็นห่วงเธอรู้มั้ย เมื่อยัยหน่อยเห็นฉันจึงรีบเดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะ ยัยหน่อยถามพร้อมกับจัดวางกระเป๋าให้เข้าที่
ไม่ค่อยสบายนิดหน่อย
ไปหาหมอยัง กินยารึเปล่า
อืม
เฮ้ย!! พุธ เมื่อวานไปไหนมาว่ะ ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงนั่น แต่เมื่อเห็นว่าคนคนนั้นเป็นนายนุเพื่อนของนายพุธก็รู้ทันทีคนที่เขาต้องการคำตอบไม่ใช่จากฉันแน่นอน
เรื่องของฉัน ฉันหันมองตามสายตาของนายนุ เห็นนายพุธกำลังเดินเข้ามา เมื่อมาถึงตรงที่ฉันนั่งนายพุธหยุดแล้วหันมามองฉันก่อนจะเดินไปทำเหมือนฉันไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย นั่นสินะในเมื่อเราไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องทักทายเรา แต่ก็ไม่น่าทำกับเราเหมือนเราไม่มีตัวตนในโลกนี้ก็ได้นี่นา
นี่วันก่อนพอนายพุธรู้ว่าเธอไม่มาโรงเรียนหมอนั่นก็รีบแจ้นโดดเรียนไปหาเธอเลยเค้ากลัวว่าเธอจะไม่สบาย เมื่อวานหมอนั่นก็ไม่มาเรียนอีกด้วยฉันคิดว่าพวกเธอโดดเรียนกันไปเล่นเกมกันสะอีก พอมาเห็นพวกเธอวันนี้ฉันรู้เลยว่าฉันคิดผิด นี่พวกเธอทะเลาะกันอีกแล้วใช่มั้ย แล้วคราวนั้นทะเลาะกันเรื่องอะไรอีกละ ฉันไม่เข้าใจพวกเธอสองคนจริงๆ
................................ ฉันไม่ตอบคำถามใดๆของยัยหน่อยทั้งสิ้น
พวกเธอจะทะเลาะอะไรกันหนักกันหนาว่ะ
หน่อยหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่มีอะไรหรอก ฉันหันกลับมาหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่าน
ให้มันแน่เหอะว่าไม่ได้ทะเลาะกัน ฉันหันไปมองยับหน่อยที่กำลังทำหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด
ฉันรู้สึกปวดหัว ไปห้องพยาบาลก่อนนะ ฉันลุกขึ้น หันไปมองนายพุธที่กำลังพูดคุยกับพวกเพื่อนๆอย่างสนุกสนานคงจะมีแต่ฉันคนเดียวสินะที่ยังคงเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น นายพุธที่กำลังยิ้มร่าเมื่อหันมาเห็นฉันกลับทำหน้าบึ้งขึ้นมาทันทีก่อนจะหันกลับไปสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนต่อ ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วเราจะมั่วไปคิดมากอยู่ทำไมในเมื่อเรายังมีเพื่อนคนอื่นๆอีก
นี่เป็นไรรึเปล่าให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย ยัยหน่อยกระตุกแขนฉันเบาๆ
ไม่เป็นไร ฉันไปเองได้ ช่วยลาอาจารย์ชั่วโมงนี้ให้ด้วยนะ หลังจากที่ฉันสั่งความยัยหน่อยฉันก็เดินออกจากห้องไปทันที
อย่าร้องไห้อย่าเสียใจนะพุธก็แค่เสียเพื่อนไปคนนึง ฉันพูดรำพันกันตัวเองในขณะที่เดินไปห้องพยาบาล
เปลี่ยนใจแล้วขอไประบายให้หายแค้นใจหน่อยเหอะ ฉันเปลี่ยนใจจากการไปห้องพยาบาลไปบนดาดฟ้าแทน ฉันเดินมาเรื่อยๆจนมาถึง
ไอ้คนบ้า นายมันบ้าที่สุดเลย นายมันเป็นผู้ชายวันพุธที่นิสัยแย่ที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลย ไอ้ผู้ชายวันพุธเฮงซวย ฉันจะไม่สนใจนายอีกต่อไปแล้ว นายจะเลิกคบกับฉันก็ตามสบาย ไปเลย ฉันตะโกนลั่นบนดาดฟ้า
พี่นี่สุดยอดเลยแหะ อุตส่าห์โดดเรียนมาทำเรื่องแบบนี้ ฉันหันไปพบว่านายแทนกำลำยืนหัวเราะอยู่ข้างหลังฉัน
ทะเลาะกับแฟนมารึไง ถึงได้มาระบายอารมณ์อยู่คนเดียว ฉันไม่ได้พูดตอบโต้อะไรเพราะฉันไม่มีอารมณ์จะต่อร้องต่อเถียงกับหมอนี่สักเท่าไร
ผมถามทำไมไม่ตอบ รู้สึกเซ็งไอ้หมอนี่ชะมัด ตื้ออยู่ได้น่ารำคาญ เดินหนีไปดีกว่า
ทำไมพี่ชอบเดินหนีผมประจำเลย
นายก็ไม่ต้องมาหาฉันสิ ฉันจะได้ไม่ต้องเดินหนีนาย ฉันหยุดเดินแล้วหันไปบอกกับนายแทน
จะทำไงได้ก็ผมอยากเจอพี่นีน่า
แต่ฉันไม่อยากเจอนายเลยสักนิด
โห~ ใจร้ายจัง สวยก็สวยไม่น่าพูดทำร้ายจิตใจคนอื่นขนาดนี่
นี่ถ้านายยังกวนประสาทฉันอยู่แบบนี้ ฉันจะไม่พูดกับนายอีกต่อไปเลย
โอเค คราวนี้ช่วยฟังผมหน่อยนะ
นายจะพูดเรื่องไรสาระอะไรอีกล่ะ
.............................. นายแทนทำหน้านิ่ง จริงใจไม่จริงจัง
เฮ้อ~ มีเรื่องไรล่ะ ฉันยกมือเกาศรีษะ
พรุ่งนี้เราจะต้องถ่ายรูปกัน แล้วอย่าลืมละ
อืม ที่จะบอกฉันแค่นี้ใช่มั้ย ไปล่ะ ฉันโบกมือลานายแทนแล้วเดินลงจากดาดฟ้ามายังห้องพยาบาลแต่ในนั่นไม่มีอาจารย์อยู่สักคน ฉันเดินไปหยิบยาพารามากินสองเม็ดและ ถือโอกาสนอนเล่นในห้องพยาบาลมันซะเลย แต่เอาอีกแล้วแค่หัวถึงหมอนก็ง่วงนอนทันทีเลยขอหลับสักงีบก็แล้วกันนะ แล้วในที่สุดฉันก็หลับสนิทจนเวลาผ่านไปเท่าไรนั้นฉันไม่รู้
อ้าวแล้วนั่นใครนะมานั่งอยู่ข้างๆ ฉันรู้มองไม่ค่อยชัดมันรู้สึกเบลอๆ ทำไมถึงได้เอาหน้าเข้ามาใกล้แบบนี้ ภาพใบหน้านั่นมันค่อยๆกระจ่างชัดขึ้นชัดขึ้น หน้าแบบนี้ นั่นมันนายพุธนิ
เฮ้ย!!จะทำอะไรนะ ฉันลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ
กริ๊งงงงง กริ๊งงงงงงงงงงงง กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ฉันควานหานาฬิกาที่วางไว้บนลิ้นชักข้างเตียงแล้วก็ปิดเสียงปลุกมันซะก่อนจะดูเวลา ซึ่งตอนนี้มันกำลังบอกฉันว่าเป็นเวลา 7 โมงเช้าแล้ว
นี่เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไรกันวะ สงสัยคงนอนร้องไห้จนหลับไปแน่ๆเลย เอาล่ะต้องอาบน้ำไปโรงเรียนนแล้ว ฉันลุกขึ้นจากเตียงเดินไปหยิบผ้าขนหนูเพื่อจะอาบน้ำ ฉันเดินลงมาจากห้องอย่างสะลึมสะลือ
แม่คะ วันนี้หนูขอโจ๊กนะ -_- เออลืมไปแม่ไม่อยู่นี่หว่า สงสัยต้องกินปลาเยอะๆแล้วมั้งจะได้ความจำดีกว่านี้ ไปอาบน้ำดีกว่า
OoO โอ้!! มายกอดดด เมื่อฉันเดินเข้าห้องน้ำได้ไม่ทันไรฉันก็ต้องตกใจเมื่อมองตัวเองในกระจก
นี่เหรอฉัน ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ โอ้ย!! แล้วนี่จะไปโรงเรียนยังไงกันฟ่ะ ดูดิ๊ทำไมตาฉันมันถึงได้บวมขนาดนี่ว่ะ c_c เป็นเพราะเมื่อคืนแน่ๆเลย ก็เล่นร้องไห้จนหลับไปแบบนี้จะไม่ให้บวมยังไงไหว ต้องโทษไอ้บ้าพุธคนเดียวเลย ไม่ปงไม่ไปมันแล้วไอ้โรงเรียน หลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมานั่งดูทีวี ฉันรู้สึกว่าการอยู่คนนเดียวเพียงลำพังในบ้านมันรู้สึกแปลกๆเหมือนกันแหะ ปกติช่วงวันหยุดก็จะอยู่กับแม่หรือไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ
ไม่มีอะไรให้ดูเลย (- -^) ฉันกดรีโมทเปลี่ยนช่องนู้นช่องนี้ไปเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรให้ดู บอกแล้วว่าให้ติดUBC ก็ไม่เชื่อ บอกว่าถ้าติดแล้วเราก็จะดูแต่การ์ตูนไม่ยอมทำอะไร (-_-)เฮ้อ~ มันก็จริงอะนะ
โอ้ยยยยย!! เซ็งเว้ยยยยยยยยยยย!!! รู้งี้ไปโรงเรียนก็ดี ฉันนอนกลิ้งไปมาบนพื้นบ้าน O_O รู้แล้วว่าเราจะทำอะไรดี เมื่อคิดได้ฉันก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนทันที มุ่งตรงไปยังชั้นวางหนังสือหยิบหนังสือที่ฉันชอบซื้อมาอ่านลงมาวางไว้บนพื้นจนหมดทุกเล่ม
หนุ่มวันพุธ หนุ่มวันนี้อ่อนหวานอ่อนโยน มารยาทยามพูดจาไพเราะ ปัญญาดี ฉลาดปราดเปรื่อง อารมณ์สุขุม มีเมตตากรุณาอารี มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ใจดี ใจอ่อน ใจกว้าง ฉันเปิดหนังสือที่วางไว้ขึ้นมาเปิดอ่าน
ชิ ทำไมมันถึงได้หน้ามือกับหลังตีนแบบนี้วะเมื่อเทียบกับนิสัยหมอนั่น ฉันไม่เชื่อไอ้หนังสือพวกนี้อีกแล้ว ฉันเก็บหนังสือพวกนั่นใส่ลังแล้วยกลงมาไว้ในห้องเก็บของ และสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ซื้อหนังสือพวกนี้อีกแล้ว หลังจากนั้นฉันก็กลับขึ้นห้องไปนั่งเล่นเกมส์อย่างเมามันอยู่คนเดียว
โอ้ย!!ไม่ไหวๆ แสบตาชะมัดเลย แล้วเราจะทำไรต่อดีล่ะเนี้ย ทำไมมันว้างว่างแบบนี้นะ นี่ก็เพิงจะ 11 โมงเอง ฉันมองดูนาฬิกาที่ติดบนฝาผนังห้อง
โครก~~~
ท้องร้องแล้วแหะ ไปหาอะไรกินดีกว่า ฉันเดินลงจากห้องเข้าไปในครัวเพื่อหาอะไรมาใส่ท้องจะได้กำจัดเสียงท้องร้องสักที ฉันเปิดตู้เย็นหาอะไรที่พอจะรองท้องได้ในที่สุดฉันก็เจอขนมปังกับแยม นี่แหละอาหารที่จะใช้ประทังชีวิตไปก่อน เฮ้อ~~ น่าสงสารจริงๆเลยเรา TT^TT
ฉันมันเป็นแค่เศษคนที่มีลมหายใจ นอกจากนั้นไม่เหลืออะไรเลย เมื่อไม่มีเธอข้างกันทุกอย่างก็หมดความหมาย แม้ว่ายังหายใจ ก็เหมือนคนตายทั้งเป็น ฉันยืนบรรจงทาแยมลงบนขนมปังพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย
กินล่ะ ฉันสูดกลิ่นของชนมปังที่วางกบกันสองแผ่นอย่างสุขใจก่อนจะงับขนมปังเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยมั่นช่างเหมือนได้กินอาหารจากฝีมือเชฟชั้นยอดมันช่างอร่อยสุดยอด (เวอร์ไปป่ะฉันว่าแกคงหิวมากจนทำให้เพี้ยนแน่ๆ.....จากคนเขียน)
กำลังทำอะไรอยู่นะ ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงนั่น
OxO นายพุธ ใช่แล้วค่ะนายพุธฉันไม่ได้หิวจนตาลายแน่ๆ หมอนั่นกำลังยืนกอดออกอยู่ตรงทางเข้าห้องครัว
ฉันถามทำไมไม่ตอบ OxO จะให้พูดได้ไงฟ่ะก็ตอนนี้ขนมปังมันกำลังติดคอฉันอยู่นะสิ
OxO อ้ำ อ้ำ ฉันทำท่ายกแก้วน้ำมาดื่มให้นายพุธดู
อ้าวเฮ้ย!! นายพุธทำหน้าตกใจรีบวิ่งไปตู้เย็นรินน้ำดื่มมาให้ฉัน
เอ้านี่ กินช้าๆนะพุธ นายพุธค่อยๆป้อนน้ำให้ฉันพร้อมกับค่อยๆลูบหลังให้ฉันไปด้วย จนในที่สุดมันก็หายจากอาการอาหารติดคอ
เป็นไงบ้างพุธ
เฮ้อ~ นึกว่าจะตายซะแล้ว -_-++ แล้วนายเข้ามาในบ้านฉันได้ไง
ก็ประตูมันไม่ได้ล๊อคนี่หว่าก็เลยเข้ามาได้ไง
อะไรนะ! ประตูไม่ได้ล๊อค
ใช่ นายพุธพยักหน้า นี่เมื่อคืนฉันนอนโดยไม่ได้ล๊อคประตูบ้านเหรอเนี้ย นี่ถ้าเกิดโจรมาเข้ามาปล้นหรือทำมิดีมิร้ายกับเราจะทำไงวะ
แล้วนายมานี่มีธุระอะไรมิทราบ เออนั่นดิก็ตอนนี้มันเป็นเวลาเรียนไม่ใช่เหรอ และอีกอย่างนึงนายก็มาทั้งชุดนักเรียนนิโดดเรียนมาเหรอไง
ก็แค่อยากรู้ว่าทำไมเธอไม่ไปโรงเรียน ถ้าเกิดจะมาด้วยเรื่องแค่นั้นโทรมาหรือมาหาฉันตอนเย็นก็ได้นี่หว่า
มันเรื่องของฉัน
ฉันถามเธอดีๆนะ
ฉันก็ตอบนายดีๆแล้วไงเพราะฉะนั้นนายกลับไปซะ ฉันชี้นิ้วไปยังประตู
พุธเธออย่าทำแบบนี้ดิ ฉันไม่ได้มาเพื่อจะชวนเธอทะเลาะนะ
อ๋อเหรอ เหรอนายจะมาขอโทษฉันเรื่องเมื่อคืน ไม่จำเป็นเพราะฉันไม่ชอบให้ใครมาตบหัวแล้วลูบหลัง ชิ จะมาขอโทษเหรอฝันไปเหอะฉันไม่ยกโทษให้หรอก แต่รุ้สึกมึนๆจังแหะ @_@
เหอะ ฉันตบหัวแล้วลูบหลังเหรอ ก็เพราะไอ้นิสัยและท่าทางแบบนี้ของเธอนะแหละที่มันน่าโมโหนัก ส่วนเรื่องเมื่อคืนทำไมฉันจะต้องขอโทษเธอด้วยเรื่องนั้นเธอผิดเห็นๆ
ผิดเหรอ ก็แค่ดูรูปน้องกิ่งฉันผิดมากเหรอ นายกลัวว่าฉันจะไปป่าวประกาศเหรอไงว่านายแอบชอบน้องกิ่งนะ เอาอีกแล้วเริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว
เธอกำลังเข้าใจผิด
เข้าใจผิด อ๋อใช่ฉันคงเข้าใจผิดที่จริงแล้วนายไม่ได้แอบชอบแต่พวกนายคบกันแล้วต่างหากล่ะใช่มั้ย
มันไม่ใช่อย่างนั้น
แล้วมันอย่างไหนล่ะ แล้วทำไมเมื่อคืนนายต้องโมโหด้วย
ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ฉันไม่อยากจะทะเลาะกับเธออีกแล้วนะ
ฉันว่านายพูดไม่ออกมากกว่า คงจะแทงใจดำละสิ
พอแล้วเลิกพูดสักที
ไม่ ทำไมต้องเลิกพูดด้วย นายก็ให้คำตอบฉันมาสิฉันเป็นเพื่อนนายนะทำไมต้องปิดบังกันด้วยนายจะชอบใครก็น่าจะบอกให้ฉันรู้บ้างฉันจะเป็นกำลังใจและคอยเชียร์นายไง นายพุธทำหน้าดุขึ้นมาทันที
เออใช่!! ฉันชอบน้องกิ่งพอใจยัง แล้วที่นี่เธอจะทำไงล่ะจะช่วยเป็นแม่ซื่อให้ฉันมั้ยล่ะ หรือจะให้คำแนะนำฉันยังไงไหนเธอบอกมาสิ
...................... เมื่อได้ยินคำตอบของนายพุธมันทำให้ฉันอึ้งจนพูดไม่ออกเลย มันรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทุบตรงหน้าอกอย่างแรง
เงียบทำไมละ ตอบมาสิว่าจะทำยังไงอย่ามาทำเป็นพูดดีกว่าว่าจะคอยเป็นกำลังใจจะคอยเชียร์นะมันไรสาระรู้มั้ย ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยในหัวมันมึนไปหมดแล้ว
แล้วการที่มีฉันเป็นเพื่อนมันก็ไรสาระด้วยใช่มั้ย
ใช่!! ฉันคิดว่าเราไม่ควรจะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ต้นแล้ว
ถ้านายคิดยังงั้นก็ได้งั้นเราเลิกเป็นเพื่อนกัน นายกลับไปได้แล้ว ฉันผลักนายพุธให้ออกไปแต่นายพุธก็ดึงดันที่จะไม่ออกไป
ออกไป ออกไปดิ ฉันบอกให้ออกไป ฉันยังคงดันตัวนายพุธให้ออกไปจนนายพุธออกนอกประตูไป ฉันรีบปิดประตูทันที ฉันแอบมองนายพุธที่กำลังเดินจากไป แล้วน้ำตามันก็ไหล ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านายพุธจะคิดกับฉันแบบนี้แสร้งทำเป็นเพื่อนกับฉันมาได้ตั้งนานทั้งๆที่ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับฉันเลยหมอนั่นคงเกรียดเรามากใช่มั้ย
+++++++++++++++++++++++++
วันนี้มาลงให้ตอนเดียวก่อนนะค่ะ
ครั้งต่อไปจะมาลงให้หลายๆตอนค่ะ
เม้นท์ โหวตให้ด้วยนะคะ


