ก็พี่เห็นแพนกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออยู่เลยไม่อยากกวน แต่เอ...สงสัยพี่คงต้องยืมหนังสือเล่มที่แพนอ่านไปอ่านบ้างแล้วหล่ะเผื่อมันจะบอกวิธีที่ทำให้แพนมาสนใจพี่บ้างเธอจ้องมองดวงตาของเขาอย่างต้องการคำตอบ สิ่งที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง...สนใจ...ให้ความหวัง...หรือเป็นเพียงคำพูดหยอกเย้า...
เอ่อ...วันนี้พี่ภาคีว่างเหรอค่ะ
ก็ไม่เชิงเพราะพี่ต้องเข้าประชุมเตรียมงานต่อหน่ะครับ
แล้วทำไมน้องแพนถึงมานั่งคนเดียวหล่ะครับ
อ๋อ...พอดียัยสาไปประชุมกับรุ่นพี่ค่ะ สาเลยให้แพนมารอที่ห้องสมุด
แต่นี่จะหกโมงแล้วนะครับทำไมน้องสาเขาถึงยังไม่มาอีกภาคีทำท่าชะเง้อหา
ติ๊ด....ติ๊ด...ติ๊ด....
ฮัลโหล ว่าไงสา
( แพน...แกอยู่ที่ห้องสมุดใช่มั๊ย)
อืม...ทำไมเหรอ
(ก็พวกรุ่นพี่หน่ะสิไม่ยอมประชุมกันสักทีรอใครกันก็ไม่รู้ ฉันนะโค-ตระเซ็งเลย)
เหรอ
(ฉันว่าแกกลับไปก่อนดีกว่า แนไม่อยากให้แกนั่งอยู่คนเดียวอีกอย่างนี่ก็เริ่มมืดแล้วด้วย)
ไม่เป็นไรฉันรอแกได้
(เชื่อฉันเถอะแพน ฉันว่าคงอีกนานเลยหล่ะ)
ก็ได้งันฉันกลับก่อนนะ
(เจอกันที่ห้องนะ บาย!!)
มีอะไรรึป่าวครับน้องแพนภาคีเอ่ยถามหลังจากที่เห็นเธอกดวาง
ยัยสาหน่ะค่ะบอกให้แพนกลับก่อน
ดีเลย งั้นพี่ไปสงนะ
ไม่รบกวนดีกว่าค่ะพี่ต้องไปประชุมอีกไม่ใช่เหรอค่ะแพนกลับเองได้พิรญาณ์ลุกขึ้นหยิบหนังสือและกระเป๋า
แพนกลับก่อนนะค่ะภาคีมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธถ้าเขาจะขอไปส่ง ถึงเขาไม่เอ่ยปากพวกผู้หญิงเหล่านั้นก็จะขอร้องเขาให้ไปส่งเสมอ แต่พิรญาณ์ไม่ใช่เธอปฏิเสธเขา เรื่องอะไรจะให้ยัยเด็กดื้อเดินจากไปง่ายๆ รู้จักพี่ภาคีน้อยไปแล้วไวเท่าความคิดภาคีรีบวิ่งตรงไปคว้ากระเป๋าและหนังสือในมือของเธอมาถือไว้ก่อนรีบเดินนำเธอออกจากห้องสมุดทันที เธอได้แต่ยืนมองเขาอย่างสับสนก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มไป
พี่ภาคี รอแพนด้วยสิค่ะเธอรีบวิ่งมาขวางหน้าเขาไว้
เอาของๆแพนคืนมานะ
โถ่...น้องแพนครับ
ไม่ต้องมาโถ่เลยค่ะแพนกลับเองได้พิรญาณ์ตรงเข้าไปคว้ากระเป๋าของเธอจากเขาทันทีแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เขากลับพากระเป๋าและหนังสือหลบเป็นพลันลวันทำให้เธอต้องกระโดดคว้าตาม กลายเป็นเธอเองที่เหนื่อยเธอจึงตัดสินใจหยุดความคิดที่จะแย้งของคืนจากคนเจ้าเล่ห์ทันที เธอยืนหอบอยู่ครู่หนึ่งเธอก็รู้สึกถึงความร้อนแปลกๆรอบเอวเธอ นาทีแรกเธอถึงกับผง่ะเล็กน้อยที่พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่เมื่อตั้งสติได้เธอจึงใช้แขนทั้งสองข้างของตัวเองดันหน้าอกที่แข็งแรงนั้นไว้เพื่อป้องกันการใกล้ชิดกันมากกว่านี้ เธอได้แต่ก้มหน้างุดอย่างเขินอายกับสายตาของเขาที่มองมา ภาคีเพียงอมยิ้มน้อยๆกับตัวเอง...
ป...ปะ...ปล่อยแพนเถอะนะค่ะเธอยังคงก้มหน้า
ถ้าพี่ไม่ปล่อยหล่ะแพนจะทำยังไงภาคีส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวตรงหน้า ส่งผลให้เธอเงยหน้ามองเขาอย่างหาเรื่อง
ปล่อนแพนนะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นนะเธอพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนที่แข็งแรงนั้นแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่นขึ้นๆ
ก็แพนเข้ามาให้พี่กอดทำไมหล่ะค่ะ แล้วใครจะยอมปล่อยง่ายๆ
พี่ภาคีหญิงสาวร้องเสียงอ่อน ภาคีมองเธอด้วยสายตาจริงจังพร้อมกับเอ่ยคำที่ต้องการ
แพนครับ พี่ขอ ขอแค่นี้ขอให้พี่ได้กอดแพนแบบนี้มันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะได้ใกล้แพนแบบนี้ ได้มั๊ยพิรญาณ์โผเข้ากอดเขาทันทีพร้อมกับที่ภาคีค่อยๆกระชับอ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้น เธอตกใจในคำพูดของเขาที่ดูจริงจังมันทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...มันคงนานมากพอที่จะทำให้คนทั้งสองต้องเข้าสู่โลกของความเป็นจริง ภาคีค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้นอย่างอ่อยอิ่งจากนี้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่หรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยที่เขาจะได้ใกล้ชิดเธอแบบนี้อีก
ขอบคุณมากนะครับแพน
ค่ะ...เอ่อ...แพนว่ากลับดีกว่านะค่ะเดี๋ยวพี่จะไม่ทันประชุม
ครับ แต่ยังไงพี่ก็จะถือกระเป๋ากับหนังสือให้นะ
ตามใจค่ะอยากถือก็ถือไปเลยนะ บรื้อ....พิรญาณ์แลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบสาวเท้าเดินนำไปแต่ก็ยังคงไม่ไวเท่าเขา ภาคีรีบวิ่งไปคว้ามือของเธอมากุมไว้อย่างวิสาสะ
ปล่อยค่ะ
ไม่ปล่อย
แล้วจะจับทำไมค่ะ
ไม่จับไว้ก็วิ่งหายพี่ไปอีกสิ ป่ะไปขึ้นรถภาคีกึ่งลากกึ่งจูงพิรญาณ์ไปที่รถแต่กลับถูกเธอดึงแขนของเขาไว้ก่อน เขาหันมองเธอด้วยความงุนงง...ต้องหาทางเลี่ยงอีกแน่เลยใช่มั๊ยยัยตัวแสบ...
ไม่เอาค่ะ แนจะเดินกลับเธอจ้องมองเขาอย่างผู้ชนะ ภาคีได้แต่กลั้นยิ้มกับความคิดของตัวเองเมื่อครู่
เดินเหรอเขาแสร้งทำหน้าเศร้า
ค่ะเดิน...งั้น แพนไปก่อนนะค่ะ บ๊าย...บายพิรญาณ์ทำท่าโบกมือลาพร้อมกับตรงเขาไปคว้ากระเป๋าและหนังสือจากเขาทันทีแต่ยิ่งเธอดึงเขาก็ยิ่งกอดไว้แน่น เธอยืนเท้าเอวจ้องมองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง
พี่ภาคี...เอาของๆแพนคืนมาสิค่ะ
ไม่คืน
แต่เราไปคนละทางนะค่ะ
ใครบอกว่าคนละทางภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างเจ้าเลห์
เอ๊ะ...
แพนเดินพี่ก็เดินภาคีดึงแขนเธอมาคล้องไว้กับตัวเอง
แต่รถพี่อยู่นี่นะค่ะ จะเดินไปเดินมาทำไม
ใครบอก วันนี้พี่เอารถไปจอดไว้ที่คอนโดฯแพนต่างหาก
อะไรนะค่ะ...
แพนจะว่าพี่เจ้าเล่ห์หน่ะสิเป็นไงหล่ะสมใจเลย555+++
พี่หนิเจ้าเล่ห์ได้โล่จริงๆ
แค่แพนคนเดี๋ยวแหล่ะ ป่ะไปกันเถอะเดี๋ยวก็ไม่ต้องกลับกันพอดีภาคีจูงมือพิรญาณ์ออกเดินไปพร้อมกันอย่างไม่สนใจต่อสายตาหลายคู่ที่พากันจับจ้อง
แพนกลัวคนพวกนั้นเหรอครับภาคีกระซิบข้างหูของเธอระหว่างเดิน เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าหญิงสาวข้างกายเขาดูเงียบผิดปกติ แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ จึงทำให้เขาเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ก็...ไม่เชิงค่ะ
แพนไม่ต้องกลัวนะครับยังไงคนเจ้าเล่ห์ก็ต้องคุ้มครองยัยตัวดื้อของเขาได้อยู่แล้วภาคีส่งยิ้มมั่นใจให้กับเธอ มันทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกดีทุกครั้งที่มีเขาเคียงข้างมันทำให้เธอกล้าที่จะเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา
ยอมเชื่อคนเจ้าเล่ห์คนนี้สักครั้งนะครับ
ค่ะ...ยัยตัวดื้อจะเชื่อนายเจ้าเล่ห์นะ
ภาคีกุมมือพิรญาณ์แน่นที่เธอเชื่อมั่นในตัวเขา เขาเองก็รู้สึกดีไม่น้อยที่มีเธออยู่เคียงข้าง ยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งทำให้เขาหวั่นไหว หวั่นไหวทุกครั้งที่ใกล้กัน เธอมีความจริงใจให้กับเขาเสมอแต่เขาสิ...
ความสนิทสนมของภาคีและพิรญาณ์กลายเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาสาวๆแทบทั้งมหาวิทยาลัยในวันต่อมาไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหนก็จะมีแต่คนพากันจับจ้องและซุบซิบกันต่างๆนานา แต่ถึงอย่างนั้นภาคีก็ไม่ได้สนใจต่อสายตาเหล่านั้นเขายังคงหมั่นมาหาพิรญาณ์ที่คณะมาช่วย
แต่เมื่อเธอก้มมองลงเธอกลับพบเสื้อแจ๊คเก็ตที่คลุมบ่าของเธออยู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นเจ้าของแต่แล้วก็เหมือนกับความฝันครั้งที่สองเมื่อเธอได้พบกับคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในเวลานี้เขากำลังยืนกางร่มให้ทั้งเขาและตัวเธอพร้อมกับส่งยิ้มอันทรงเสน่ห์นั้นให้กับเธอ พิรญาณ์ดุนแว่นขึ้นอย่างต้องการทดสอบว่าเธอไม่ได้ฝันไปจริงๆ
พี่ภาคีเธอเอ่ยชื่อนั้นราวกับละเมอ ทำเอาผู้เป็นเจ้าของชื่ออดอมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้กับท่าทางเหลอหลาของหญิงสาวตรงหน้า ใช่ว่าเธอเองจะงงฝ่ายเดียวตัวเขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมตัวเองต้องขับรถมาที่มหาวิยาลัยฯในเวลาค่ำมืดแบบนี้ทั้งๆ ที่ในเวลาแบบนี้เขาน่าจะนั้งสนุกอยู่กับเพื่อนๆ ในงานวันเกิดแท้ๆ...
ครับ พี่เอง
พี่ภาคีมาได้ยังไงค่ะ
พี่ว่าเราอย่ายืนคุยกันตรงนี้เลยนะ ดูสิครับน้องแพนเปียกหมดแล้วพิรญาณ์ก้มลงมองสภาพของตัวเองที่ไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำในเวลานี้พร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยนั้นหากแม้จะถูกบดบังด้วยกรอบแว่นแต่มันก็ทำให้หัวใจที่แข็งกร้าวนั้นกลับหวั่นไหวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...อย่านะภาคี แกห้ามคิดอะไรแบบนั้นเด็ดขาด...
เอ่อ...พี่ว่าเราไปกันดีกว่านะครับภาคีโอบพิรญาณ์ให้เข้าใกล้เขามากยิ่งขึ้นพร้อมกับเบี่ยงร่มทั้งหมดไปให้กับเธอ แม้ว่าเขาจะพยายามห้ามใจไม่ให้เข้าใกล้เธอไปมากกว่านี้แต่เมื่อได้ใกล้กันความคิดเหล่านั้นก็ได้มลายหายไปหมดมีเพียงเสียงของหัวใจที่ร่ำร้องให้ตอบสนองความรู้สึกที่พยายามปิดกั้นของตัวเอง พิรญาณ์เงยหน้าจ้องมองภาคีก่อนเอ่ยอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก...
ถ้าพี่ภาคีเปียกแพนก็จะเปียกด้วยแพนไม่ยอมให้พี่ภาคีไม่สบายหรอกนะค่ะภาคีจ้องมองพิรญาณ์ที่กำลังพับร่มอยู่อย่างหัวเสีย ไม่ว่าเขาจะร้องห้ามอย่างไรเธอก็ดูเหมือนจะไม่สนใจในคำพูดของเขาสักนิด...ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างนะเปียกปอนไปหมดแล้วเนี่ย...
ดื้อจริงๆเลยแพนภาคีฉวยร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาพร้อมพาเธอวิ่งฝ่าสายฝนไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ด้านหลัง...พิรญาณ์เหลือบมองชายหนุ่มข้างกายอย่างอิ่มแอมใจแม้ว่าเขาจะทำหน้ามุ่ยแต่มันก็ทำให้เธอมีความสุข...ขอบคุณมากนะจ๊ะสายฝนที่ทำให้แพนได้อยู่ใกล้พี่ภาคี...เธออมยิ้มกับตัวเองอีกครั้งก่อนถูกเขาดึงให้เข้าไปนั่งในรถ
ดื้อจริงๆเลยนะเรา ดูสิเปียกหนักกว่าเดิมอีก ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างแพนเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดีภาคีเอ่ยอย่างหัวเสียพร้อมกับเอื้อมไปหยิบของบางอย่างที่เบาะหลัง
พี่ภาคีมีผ้าขนหนูติดรถด้วยเหรอค่ะเนี่ย
ไม่ต้องมาทำเปลี่ยนเรื่องเลยภาคีเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับใช้ผ้าคลุมทับตัวเธออีกครั้งก่อนหยิบอีกผืนมาเช็ดผมที่เปียกปอนให้เธอ พิรญาณ์ได้แต่ก้มหน้างุดให้เขาเช็ดผมให้อย่างว่าง่าย
โกรธพี่เหรอ
ป่าวค่ะ
ป่าวเหรอ...งั้นเงยหน้ามาจ้องหน้าพี่สิเธอยังคงก้มหน้างุดและนั่งเขี่ยนิ้วตัวเองเล่น
ทำไมไม่เงยหล่ะ
ก็ไม่อยากเงยพี่ภาคียังทำหน้าดุอยู่
รู้ได้ยังไงว่าพี่ทำหน้าดุ แพนยังไม่เห็นหน้าพี่เลย
แพนรู้แล้วกันภาคีค่อยๆเอื้อมมือไปดุนคางหญิงสาวตรงหน้าให้หันมาสบตากับเขา พิรญาณ์อดรู้สึกหนาวๆร้อนๆไม่ได้กับความใกล้ชิดแบบนี้
ไหนตอบพี่สิว่าตอนนี้พี่ทำหน้ายังไงอยู่หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของเขา
เจ้าเล่ห์...ทันทีที่หญิงสาวพูดจบความเงียบภายในรถก็ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะอันสดใสของทั้งคู่
พี่เจ้าเล่ห์จริงๆอ่ะ
ค่ะ...ม๊ากมากหญิงสาวทำท่าการันตี
ว๊า...งั้นคนเจ้าเล่ห์คงต้องพาคนดื้อไปส่งแล้วหล่ะเดี๋ยวหวัดจะกินซะก่อน
พิรญาณ์กลับมาถึงห้องในสภาพที่เปียกปอนทำเอาเพื่อนที่นั่งรออยู่อย่างเป็นห่วงอดตกตะลึงไม่ได้ สาริสารีบวิ่งเข้าไปหยิบผ้าขนหนูมาคลุมบ่าให้เพื่อนที่ยืนนิ่งอยู่บริเวณกรอบประตู
แพน...แกอย่าบอกฉันนะว่าแกเดินตากฝนมาเนี่ยพิรญาณ์ยิ้มกลบเกลื่อน
ก็ไม่เชิงหรอกก็พอดีฉันเดินมาได้ครึ่งทางแล้วจู่ๆ ฝนก็ตกลงมากระทันหันฉันก็เลยรีบวิ่งไปหลบใต้ต้นไม้ ที่นี้ก็เป็นอย่างที่แกเห็นเนี่ยหล่ะ
อืม...แล้วเสื้อคลุมนั่นหล่ะของใครฉันว่า....มันคุ้นๆอยู่นะสาริสาพยายามคิดว่าเคยเห็นเสื้อตัวนี้ที่ไหนแต่แล้วเธอก็โพลงออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น ตกใจ
เฮ้ย...เสื้อตัวนี้ของพี่ภาคีหนิ อย่าบอกนะว่า...ไม่ทันทีสาริสาจะเอ่ยปากแซว เพื่อนของเธอก็รีบวิ่งปรูดเข้าห้องของตัวเองไปทันทีทิ้งไว้เพียงปริศนา!!...นึกเหรอยัยแพนว่าแกจะหนีฉันพ้น...
พิรญาณ์ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หนีเจ้าเพื่อนจอมซักมาได้ เธอก้มมองเสื้อตัวนั้นอีกครั้งก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้...
เมื่อรถยนต์คันหรูจอดนิ่งอยู่หน้าคอนโดฯของพิรญาณ์ ภาคีก็ได้ละสายตาจากถนนเบื้องหน้ามาจ้องมองหญิงสาวข้างกายที่ส่งยิ้มมาให้กับเขาอย่างขอบคุณในเวลานี้
ขอบคุณพี่ภาคีมากนะค่ะที่มาส่ง ถ้าไม่ได้พี่แพนคงไม่ได้กลับแน่
ไม่เป็นไรหรอกครับ
เอ...วันนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดพี่ไม่ใช่เหรอค่ะแล้วทำไมพี่ถึงมาที่มหาลัยฯได้หล่ะค่ะ
เอ่อ...คือ...คือ...เอาหล่ะหว่าไอ้ภาคี จะจอบยังไงหล่ะทีนี้
เอ่อ...คือ...พี่...พี่ลืมของไว้ที่คณะหน่ะครับมันสำคัญมากพี่ก็เลยต้องรีบมาเอา
อืม...
พี่ว่าแพนรีบขึ้นห้องเถอะนะครับเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะภาคีเอ่ยเสียงอ่อน
ค่ะพิรญาณ์ทำท่าจะถอดเสื้อคลุมของภาคีออกแต่กลับถูกมืออุ่นๆของเขาห้ามไว้พร้อมกับใส่กลับให้กับเธอ หญิงสาวได้แต่ทำหน้างง...
แพนใส่ไว้นะครับไม่ต้องคืนพี่หรอก
เอ่อ...แต่ว่า
ไม่ต้องแต่หรอกครับพี่แข็งแรงภาคีทำท่าเบ่งกล้ามโชว์หญิงสาวเป็นการส่งเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งคู่เป็นอย่างมาก
อืม...งั้น...เอาอย่างนี้ดีกว่าพิรญาณ์ดึงผ้าขนหนูที่คลุมบ่าออกพร้อมกับห่มมันให้กับเจ้าของผ้าตัวจริงที่นั่งมองเธออย่างงุนงงเช่นกัน...ผู้หญิงคนนี้นี่แปลกจริงๆ ชอบทำอะไรให้คิดถึงอยู่เรื่อย...ภาคีส่งยิ้มบางๆให้กับเธออีกครั้ง
งั้น...แพนขอตัวก่อนนะค่ะมือหนารีบคว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถ
เดี๋ยวครับแพน
ค่ะเธอหันมองเขาอย่างงุนงง
เอ่อ...อย่าลืมทานยานะครับพี่เป็นห่วงแพนนะแม้มันจะเป็นประโยคคำพูดธรรมดาๆแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นไม่ได้
พี่ภาคีก็เหมือนกันนะค่ะดูแลตัวเองด้วยถึงแม้จะบอกว่าตัวเองแข็งแรงก็ตามเธอส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งพร้อมกับรีบวิ่งขึ้นห้องทันที ภาคีได้แต่มองตามจนลับสายตาอย่างครุ่นคิด...เท่านี้ใช้มั๊ยที่เขาจะทำให้เธอได้ ขอบเขตของเขามีเพียงเท่านี้ต่อไปเขาคงจะไม่มีวันที่จะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีก...
ช่วงบ่ายในวันต่อมาพิรญาณ์ต้องมานั่งอยู่คนเดียวในห้องสมุดเพื่อรอเพื่อนของเธอที่ต้องเข้าประชุมกับรุ่นพี่เนื่องจากอีก 2 อาทิตย์ทางมหาวิทยาลัยของเราจะมีการจัดงานวิชาการขึ้นงานนี้เป็นงานใหญ่เลยที่เดียวเพราะเป็นงานนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ของแต่ละคณะและเป็นการเปิดเส้นทางการศึกษาต่อของนักเรียนมัธยมปลายที่จะต้องเลือกทางเดินชีวิต งานวิชาการของทางมหาวิทยาลัยนี้เป็นงานที่ค่อนข้างถูกจับตามองมากเนื่องจาก 2 ปีจะมีการจัดงานหนึ่งครั้งทำให้มีนักเรียนและผู้ที่สนใจรอคอยการจัดงานเป็นอย่างมาก การจัดงานในแต่ละครั้งจึงต้องสมบูรณ์แบบที่สุด...เพื่อนของเธอก็ค่อนข้างจะเป็นเด็กกิจกรรมจึงทำให้ถูกรุ่นพี่จองตัวช่วยงานตลอดครั้งนี้ก็เช่นกันส่วนเธอไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมเท่าไหร่นักแต่ถูกรุ่นพี่ขอร้องให้ช่วยเป็นพิธีกรและประชาสัมพันธ์เนื่องจากพิรญาณ์มีน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนหวาน แต่เธอต้องทำงานนี้คู่กับรุ่นพี่ต่างคณะซึ้งเธอเองก้ไม่เคยพบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวจึงทำให้เธออดรู้สึกกังวลนิดๆไม่ได้...เฮ้อ!!พี่คนนั้นเป็นใครน๊าถามใครก็ไม่มีใครบอกแล้วจะรอดมั๊ยเนี่ยยัยพิรญาณ์เอ๋ย...
ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าโต๊ะนี้พอมีที่ว่างให้ผมนั่งด้วยได้บ้างรึป่าว
เชิญค่ะเธอตอบรับโดยไม่แหงนหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย
ไม่ทราบว่าหนังสือที่น้องอ่านชื่อเรื่องอะไรเหรอครับ...โธ่!!เอ๊ย ให้นั่งด้วยแล้วยังจะมาวุ่นวายอีกอะไรของเขาเนี่ย...พิรญาณ์เงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจอมยุ่งสักหน่อยแต่เมื่อเธอมองคนตรงหน้าอย่างเต็มตาความคิดเมื่อครู่ก็ถูกพับเก็บลงกระเป๋าทันที
โธ่!!พี่ภาคีชอบแกล้งแพนอยู่เรื่อยเลย

