ก็พี่เห็นแพนกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออยู่เลยไม่อยากกวน แต่เอ...สงสัยพี่คงต้องยืมหนังสือเล่มที่แพนอ่านไปอ่านบ้างแล้วหล่ะเผื่อมันจะบอกวิธีที่ทำให้แพนมาสนใจพี่บ้างเธอจ้องมองดวงตาของเขาอย่างต้องการคำตอบ สิ่งที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง...สนใจ...ให้ความหวัง...หรือเป็นเพียงคำพูดหยอกเย้า...
เอ่อ...วันนี้พี่ภาคีว่างเหรอค่ะ
ก็ไม่เชิงเพราะพี่ต้องเข้าประชุมเตรียมงานต่อหน่ะครับ
แล้วทำไมน้องแพนถึงมานั่งคนเดียวหล่ะครับ
อ๋อ...พอดียัยสาไปประชุมกับรุ่นพี่ค่ะ สาเลยให้แพนมารอที่ห้องสมุด
แต่นี่จะหกโมงแล้วนะครับทำไมน้องสาเขาถึงยังไม่มาอีกภาคีทำท่าชะเง้อหา
ติ๊ด....ติ๊ด...ติ๊ด....
ฮัลโหล ว่าไงสา
( แพน...แกอยู่ที่ห้องสมุดใช่มั๊ย)
อืม...ทำไมเหรอ
(ก็พวกรุ่นพี่หน่ะสิไม่ยอมประชุมกันสักทีรอใครกันก็ไม่รู้ ฉันนะโค-ตระเซ็งเลย)
เหรอ
(ฉันว่าแกกลับไปก่อนดีกว่า แนไม่อยากให้แกนั่งอยู่คนเดียวอีกอย่างนี่ก็เริ่มมืดแล้วด้วย)
ไม่เป็นไรฉันรอแกได้
(เชื่อฉันเถอะแพน ฉันว่าคงอีกนานเลยหล่ะ)
ก็ได้งันฉันกลับก่อนนะ
(เจอกันที่ห้องนะ บาย!!)
มีอะไรรึป่าวครับน้องแพนภาคีเอ่ยถามหลังจากที่เห็นเธอกดวาง
ยัยสาหน่ะค่ะบอกให้แพนกลับก่อน
ดีเลย งั้นพี่ไปสงนะ
ไม่รบกวนดีกว่าค่ะพี่ต้องไปประชุมอีกไม่ใช่เหรอค่ะแพนกลับเองได้พิรญาณ์ลุกขึ้นหยิบหนังสือและกระเป๋า
แพนกลับก่อนนะค่ะภาคีมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธถ้าเขาจะขอไปส่ง ถึงเขาไม่เอ่ยปากพวกผู้หญิงเหล่านั้นก็จะขอร้องเขาให้ไปส่งเสมอ แต่พิรญาณ์ไม่ใช่เธอปฏิเสธเขา เรื่องอะไรจะให้ยัยเด็กดื้อเดินจากไปง่ายๆ รู้จักพี่ภาคีน้อยไปแล้วไวเท่าความคิดภาคีรีบวิ่งตรงไปคว้ากระเป๋าและหนังสือในมือของเธอมาถือไว้ก่อนรีบเดินนำเธอออกจากห้องสมุดทันที เธอได้แต่ยืนมองเขาอย่างสับสนก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มไป
พี่ภาคี รอแพนด้วยสิค่ะเธอรีบวิ่งมาขวางหน้าเขาไว้
เอาของๆแพนคืนมานะ
โถ่...น้องแพนครับ
ไม่ต้องมาโถ่เลยค่ะแพนกลับเองได้พิรญาณ์ตรงเข้าไปคว้ากระเป๋าของเธอจากเขาทันทีแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เขากลับพากระเป๋าและหนังสือหลบเป็นพลันลวันทำให้เธอต้องกระโดดคว้าตาม กลายเป็นเธอเองที่เหนื่อยเธอจึงตัดสินใจหยุดความคิดที่จะแย้งของคืนจากคนเจ้าเล่ห์ทันที เธอยืนหอบอยู่ครู่หนึ่งเธอก็รู้สึกถึงความร้อนแปลกๆรอบเอวเธอ นาทีแรกเธอถึงกับผง่ะเล็กน้อยที่พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่เมื่อตั้งสติได้เธอจึงใช้แขนทั้งสองข้างของตัวเองดันหน้าอกที่แข็งแรงนั้นไว้เพื่อป้องกันการใกล้ชิดกันมากกว่านี้ เธอได้แต่ก้มหน้างุดอย่างเขินอายกับสายตาของเขาที่มองมา ภาคีเพียงอมยิ้มน้อยๆกับตัวเอง...
ป...ปะ...ปล่อยแพนเถอะนะค่ะเธอยังคงก้มหน้า
ถ้าพี่ไม่ปล่อยหล่ะแพนจะทำยังไงภาคีส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวตรงหน้า ส่งผลให้เธอเงยหน้ามองเขาอย่างหาเรื่อง
ปล่อนแพนนะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นนะเธอพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนที่แข็งแรงนั้นแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่นขึ้นๆ
ก็แพนเข้ามาให้พี่กอดทำไมหล่ะค่ะ แล้วใครจะยอมปล่อยง่ายๆ
พี่ภาคีหญิงสาวร้องเสียงอ่อน ภาคีมองเธอด้วยสายตาจริงจังพร้อมกับเอ่ยคำที่ต้องการ
แพนครับ พี่ขอ ขอแค่นี้ขอให้พี่ได้กอดแพนแบบนี้มันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะได้ใกล้แพนแบบนี้ ได้มั๊ยพิรญาณ์โผเข้ากอดเขาทันทีพร้อมกับที่ภาคีค่อยๆกระชับอ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้น เธอตกใจในคำพูดของเขาที่ดูจริงจังมันทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...มันคงนานมากพอที่จะทำให้คนทั้งสองต้องเข้าสู่โลกของความเป็นจริง ภาคีค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้นอย่างอ่อยอิ่งจากนี้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่หรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยที่เขาจะได้ใกล้ชิดเธอแบบนี้อีก
ขอบคุณมากนะครับแพน
ค่ะ...เอ่อ...แพนว่ากลับดีกว่านะค่ะเดี๋ยวพี่จะไม่ทันประชุม
ครับ แต่ยังไงพี่ก็จะถือกระเป๋ากับหนังสือให้นะ
ตามใจค่ะอยากถือก็ถือไปเลยนะ บรื้อ....พิรญาณ์แลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบสาวเท้าเดินนำไปแต่ก็ยังคงไม่ไวเท่าเขา ภาคีรีบวิ่งไปคว้ามือของเธอมากุมไว้อย่างวิสาสะ
ปล่อยค่ะ
ไม่ปล่อย
แล้วจะจับทำไมค่ะ
ไม่จับไว้ก็วิ่งหายพี่ไปอีกสิ ป่ะไปขึ้นรถภาคีกึ่งลากกึ่งจูงพิรญาณ์ไปที่รถแต่กลับถูกเธอดึงแขนของเขาไว้ก่อน เขาหันมองเธอด้วยความงุนงง...ต้องหาทางเลี่ยงอีกแน่เลยใช่มั๊ยยัยตัวแสบ...
ไม่เอาค่ะ แนจะเดินกลับเธอจ้องมองเขาอย่างผู้ชนะ ภาคีได้แต่กลั้นยิ้มกับความคิดของตัวเองเมื่อครู่
เดินเหรอเขาแสร้งทำหน้าเศร้า
ค่ะเดิน...งั้น แพนไปก่อนนะค่ะ บ๊าย...บายพิรญาณ์ทำท่าโบกมือลาพร้อมกับตรงเขาไปคว้ากระเป๋าและหนังสือจากเขาทันทีแต่ยิ่งเธอดึงเขาก็ยิ่งกอดไว้แน่น เธอยืนเท้าเอวจ้องมองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง
พี่ภาคี...เอาของๆแพนคืนมาสิค่ะ
ไม่คืน
แต่เราไปคนละทางนะค่ะ
ใครบอกว่าคนละทางภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างเจ้าเลห์
เอ๊ะ...
แพนเดินพี่ก็เดินภาคีดึงแขนเธอมาคล้องไว้กับตัวเอง
แต่รถพี่อยู่นี่นะค่ะ จะเดินไปเดินมาทำไม
ใครบอก วันนี้พี่เอารถไปจอดไว้ที่คอนโดฯแพนต่างหาก
อะไรนะค่ะ...
แพนจะว่าพี่เจ้าเล่ห์หน่ะสิเป็นไงหล่ะสมใจเลย555+++
พี่หนิเจ้าเล่ห์ได้โล่จริงๆ
แค่แพนคนเดี๋ยวแหล่ะ ป่ะไปกันเถอะเดี๋ยวก็ไม่ต้องกลับกันพอดีภาคีจูงมือพิรญาณ์ออกเดินไปพร้อมกันอย่างไม่สนใจต่อสายตาหลายคู่ที่พากันจับจ้อง
แพนกลัวคนพวกนั้นเหรอครับภาคีกระซิบข้างหูของเธอระหว่างเดิน เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าหญิงสาวข้างกายเขาดูเงียบผิดปกติ แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ จึงทำให้เขาเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ก็...ไม่เชิงค่ะ
แพนไม่ต้องกลัวนะครับยังไงคนเจ้าเล่ห์ก็ต้องคุ้มครองยัยตัวดื้อของเขาได้อยู่แล้วภาคีส่งยิ้มมั่นใจให้กับเธอ มันทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกดีทุกครั้งที่มีเขาเคียงข้างมันทำให้เธอกล้าที่จะเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา
ยอมเชื่อคนเจ้าเล่ห์คนนี้สักครั้งนะครับ
ค่ะ...ยัยตัวดื้อจะเชื่อนายเจ้าเล่ห์นะ
ภาคีกุมมือพิรญาณ์แน่นที่เธอเชื่อมั่นในตัวเขา เขาเองก็รู้สึกดีไม่น้อยที่มีเธออยู่เคียงข้าง ยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งทำให้เขาหวั่นไหว หวั่นไหวทุกครั้งที่ใกล้กัน เธอมีความจริงใจให้กับเขาเสมอแต่เขาสิ...
ความสนิทสนมของภาคีและพิรญาณ์กลายเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาสาวๆแทบทั้งมหาวิทยาลัยในวันต่อมาไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหนก็จะมีแต่คนพากันจับจ้องและซุบซิบกันต่างๆนานา แต่ถึงอย่างนั้นภาคีก็ไม่ได้สนใจต่อสายตาเหล่านั้นเขายังคงหมั่นมาหาพิรญาณ์ที่คณะมาช่วย