วันที่ : 7 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : สายไปไหถ้า...ใจบอกวารัก(ตอนที่5)

“จริงนะค่ะพี่ภาคี”

“ครับ...พี่ไม่มีทางสนใจผู้หญิงแบบนั้นเด็ดขาดมันก็แค่เกมส์เท่านั้นแหล่ะครับ  ถ้าพี่ไม่ทำมันก็ดูเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายแย่”ภาคีส่งยิ้มหวานให้ข้าวฟ่าง  ถึงแม้เขาจะรู้สึกผิดที่ทำกับผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างพิรญาณ์ต้องเสียใจแต่ถ้ามีโอกาสเขาก็พร้อมจะไปขอโทษเธอเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป

“แพน....”เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่บริเวรนั้นหันไปหาเจ้าของชื่อที่ยืนอยู่ทางด้านหลังทันที  นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่พิรญาณ์ยืนแน่นิ่งฟังความจริงทั้งหมดจากปากผู้ชายคนที่เธอรักและเธอก็คิดมาเสมอว่าเขาเองก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากเธอ  แต่แล้วสิ่งที่เธอคิดมันผิดไปหมดทุกอย่างที่เขาทำมันเป็นแค่เกมส์  แค่เกมส์สนุกๆ ของเขาที่ใช้เธอเป็นเครื่องมือ...พิรญาณ์กำมือแน่นอย่างเพื่อควบคุมสติพร้อมกับค่อยๆหันไปมองเพื่อน   สาริสาเดินตรงเข้ามากุมมือเพื่อนอย่างเห็นใจเธอมองหน้าคนเหล่านั้นที่สงสายตายิ้มเยอะให้กับเพื่อนของเธออย่างโกรธแค้น  ภาคียังคงจับจ้องไปที่พิรญาณ์ที่เธอยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย...

“เฮ้ย!!ไอ้คีย์แสดงให้ข้าวฟ่างเห็นสิวะ  ว่าแกจริงใจกับเขาแค่ไหนและแกก็คือผู้ชนะของเกมส์นี้”เดย์กระซิบข้างหูของภาคี  สาริสาที่เริ่มหมดความอดทนจึงปล่อยมือเพื่อนพร้อมกับทำท่าจะเดินเข้าไปหาตัวต้นเหตุแต่เธอก็ต้องงงมากขึ้นเมื่อพิรญาณ์ดึงแขนห้ามเธอไว้ก่อนที่พิรญาณ์จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเอง  สาริสามองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองที่บนใบหน้าของเพื่อนเธอเวลานี้ไม่มีแต่หยดน้ำตาหรือแววตาเสียใจเลยแม้แต่น้อย  พิรญาณ์ค่อยๆก้าวเข้ามาประจันหน้ากับภาคี  เขาเพียงส่งยิ้มอย่างผู้ชนะให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“สนุกมั๊ยค่ะ”เธอส่งยิ้มบางๆให้กับเขา

“สนุกสิ  ไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อนเลยนะ...ว่าแต่เธอมาได้ยินก็ดีแล้วฉันจะได้ไม่ต้องบอกให้เสียเวลา”ภาคีเสยาะยิ้มก่อนเอ่ย

“เธอคงคิดสินะว่าคนอย่างฉันจะชอบเธอจริงๆ แค่ฉันยอมลดตัวไปยุ่งกับเธอมันก็ทำให้ฉันรู้สึกหม่นหมองลงไปเยอะแล้ว  แต่ฉันคิดว่ามันก็คุ้มดีนะได้หาอะไรสนุกๆทำแถมได้เงินใช้ฟรีๆอีกตั้งสองพัน”ภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างแนวแน่  สาริสาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ได้แต่ยืนกำมือแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์โกรธแค้น...ถ้าเป็นฉันนะไอ้หมอนี้ไม่มีวันได้ยืนยิ้มเยอะอยู่แน่  โธ่!!เอ๊ยยัยแพนยื่นบื่ออยู่ได้  โอ๊ย!!ขัดใจฉันจริงๆ...สาริสาได้แต่บนในใจพร้อมกับหันมองเพื่อนแต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...พิรญาณ์สูดหายใจลึกๆอย่างอดกลั้นพร้อมกับก้าวเท้าเข้าประจันหน้ากับภาคีมากขึ้น  สายตาสองคู่จับจ้องกันอย่างดุดันและเหยียดหยามไม่มีแม้แต่ความปราณีให้กันอีกต่อไป...

“ยินดีด้วยนะค่ะที่คุณสนุกกับเกมส์นี้  เงินสองพันแลกกับความรู้สึกของคนหนึ่งคน  ฮึ่อ...ฉันรู้สึกภูมิใจจังที่ฉันทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักคำว่า..รัก..อย่างคุณมีความสุข  แต่ฉันคงต้องแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะที่ฉันอาจจะต้องทำให้คุณผิดหวังเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันแทบไม่ได้รู้สึกอะไรเลย  ฉันก็แกค่ช่วยสงเคราะห์ให้เกมส์ของคุณมันน่าสนุกมากขึ้นก็เท่านั้น   ก็แหม...ผู้ชมออกจะมากมายนี่ค่ะใครจะกล้าปฏิเสธลงหล่ะ  แต่คุณคงไม่เชื่อว่าทำไมฉันถึงไม่สนใจผู้ชายที่เพรียบพร้อมอย่างคุณใช่มั๊ยหล่ะ  ก็เพราะฉันรู้ดีไงค่ะว่าผู้ชายที่มั่วไม่เลือกอย่างคุณไม่มีวันที่จะรักใครได้จริง  คนอย่างคุณมันก็พวกไร้ด้านจิตสำนึกชอบเห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นของเล่นเสมอเพื่อทำให้ตัวคุณเองดูมีคุณค่ามากขึ้นก็เท่านั้น

ฮึ่อ...ไหนๆวันนี้เรื่องทุกอย่างต้องเปิดเผยอยู่แล้วงั้น...ฉันขอทำให้เกมส์ของคุณน่าระทึกมากขึ้นดีมั๊ยมันจะได้ดังเปรี้ยงปร้างเลยไง  เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างคุณกับฉันมันก็เป็นแค่เกมส์สนุกๆระหว่างเรา  ฉันเองก็ยอมเล่นตามเกมส์ของคุณ  ส่วนตัวคุณเองก็ยอมเล่นตามเกมส์ของฉัน  สนุกดีจริงๆใช่มั๊ยค่ะ”พิรญาณ์ส่งยิ้มให้กับภาคีและเพื่อนๆของเขาที่ยืนจ้องมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา  เธอทำท่าจะเดินแต่แล้วเธอก็หยุดชะงักพร้อมกับหันมาจ้องหน้าภาคีอีกครั้ง“อ้อ...คุณไม่ต้องคิดมากนะค่ะ...เพราะมันก็แค่...เรื่องขำๆ”พิรญาณ์ส่งยิ้มหวานอีกครั้งพร้อมกับรีบสาวเท้าออกมาอย่างมุ่งมั่น  ภาพที่ทุกคนเห็นนั้นแท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ฉากบังตาที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความเจ็บปวดที่มากมาย  ก้าวทุกก้าวที่เธอเดินนั้นมีเพียงความว่างป่าวและหัวใจที่อ่อนล้าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเดินมาไกลจากคนพวกนั้นแค่ไหน  แม้แต่เสียงเรียกของสาริสาที่ดังมาตลอดทางนั้นก็ไม่ได้มีผลใดใดต่อสมองของเธอในเวลานี้มันยังคงมีแต่คำพูดของภาคี  คำพูดมากมายที่ดูถูกเธอ  ไม่นานนักหยดน้ำใสๆที่เธอพยายามกลั้นมันตลอดก็ได้ไหลหยดลงมาอาบแก้มของเธอจนเปียกปอน  เธอยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งสติครั้งถูกเรียกกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของสาริสาที่มาพร้อมๆกับเสียงเบรกที่ดังไม่แพ้กันทันใดนั้นร่างบางของเธอก็ได้ล้มลง

“แพน....” พิรญาณ์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงเรียกนั้นที่ทั่วทั้งใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำใสๆเต็มไปหมด

“สา...แกเป็นอะไรแกร้องให้ทำไม”

“โธ่!!แพน”สาริสาโผเขากอดเพื่อนของเธออย่างเห็นใจและสงสาร...เพราะนายคนเดียวนายภาค  คอยดูนะฉันจะต้องแก้แค้นนายให้ได้  ฉันจะทำให้นายรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่ทำกับเพื่อนของฉันในวันนี้...

“แกเป็นอะไรรึป่าว  แกเจ็บตรงไหนมั๊ยแพน”สาริสาดูอาการโดยรอบของเพื่อนเธอพร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อนเธอ...หน้าตาดีแฮะ!!ผิวพรรณก็ดี๊ดีแถมยังคิ้วเข้มอีก  ว๊าว!!!หล่อจังสงสัยจะเป็นเจ้าของรถ...(ใช่เวลามั๊ยเนี่ย)

“น้องเป็นอะไรรึป่าวพี่ขอโทษนะครับ”ว๊าว...(รอบสอง)เสียงก็เท่ห์ๆฟังแล้วอบอุ่นดีจัง...สาริสานั่งอมยิ้มกับความคิดของตัวเอง

“แพนไม่เป็นอะไรค่ะ  แต่ถ้าพี่เบรกไม่ทันแพนก็อาจจะไปนอนเล่นบนหน้ารถพี่ก็ได้”พิรญาณ์ส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอมยิ้มอยู่กับคำพูดติดตลกของเธอ...ผู้หญิงอะไรตลกได้ไม่เลือกสถานการ...

“แพน...แกหนิ”

“พี่ว่าน้องไปตรวจดูอีกทีดีมั๊ยครับ  เดี๋ยวพี่พาไปนะ”เขาทำท่าจะพยุงเธอขึ้นแต่ถูกเธอร้องห้ามไว้

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ  ขอบคุณนะค่ะ”พิรญาณ์ทำท่าจะลุกขึ้นแต่แล้วความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าก็ทำให้เธอล้มลงทันที...เอ๊ะ!!ทำไมพื้นปูนมันนิ่มๆผิดปกติ...เธอได้แต่คิดสนุกๆในใจ

“ยัยแพน....”สาริสาร้องเสียงหลง

“ฮ่ะ...มีอะไรเหรอสา”

“ก็...แก...แกทับพี่เขาอยู่ไงเล่า”ทันทีที่สาริสาพูดจบพิรญาณ์ถึงกับผง่ะไปเล็กน้อยก่อนเคยๆหันไปมองคนที่เธอคิดว่าเป็นเบาะนุ่มๆ เมื่อครู่  เธอได้แต่ส่งยิ้มหเยเกให้กับชายหนุ่มที่ถูกเธอทับอยู่เกือบทั้งตัว  เธอรีบดึงตัวเองขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยขอทาเขาเบาๆ  เขาอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพร้อมกับพยุงตัวเองขึ้นนั่งข้างเธอ

“แพนต้องขอโทษอีกครั้งนะค่ะ  แฮ่ะๆแพนก็คิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมพื้นปูนมันนิ่มๆผิดปกติ”

“ก็แหงหล่ะสิยัยแพน  แกเล่นล้มทับพี่เขาไปทั้งตัวแบบนั้นจะไม่นุ่มได้ยังไง  มาๆฉันช่วย”สาริสายื่นมือไปดึงเพื่อนเธอให้ลุกขึ้น

“เดินไหวมั๊ยแก”

“พี่ว่าพี่ไปส่งดีกว่านะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ  ขอบคุณพี่มากนะค่ะคอนโดฯเราอยู่แค่นี้เอง”

“แต่ว่า...น้องยังเจ็บข้อเท้าอยู่เลยนะครับให้พี่ไปส่งดีกว่า”

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะมันเริ่มดีขึ้นหน่อยๆแล้ว  เดี๋ยวแพนเดินให้พี่ดูเอามั๊ย”พิรญาณ์ขยับตัวตรงพร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนทั้งสองที่ยืนลุ้นอยู่ด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน  เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมกำลังพร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเดิน  แต่เพียงก้าวเดียวเธอก็ถึงกับเซล้มลมลงอีกครั้ง  พ่อเทพบุตรรูปงามคนเดิมถึงกับรีบวิ่งเข้าประคองตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะลงไปนั่งเล่นที่พื้นปูนอีกครั้ง...พิรญาณ์มองหน้าเขาอย่างต้องการขอความเห็นใจ 

“สงสัยแพนคงเดินไม่ไหวจริงๆแล้วค่ะ  ไม่รู้ว่าพี่จะยังอยากช่วยแพนอยู่รึป่าว”

“อวดเก่งจริงๆเลยนะแก”

“พี่ว่าเรารีบไปหาผ้ามาประคบดีกว่านะครับก่อนที่มันจะบวมไปมากกว่านี้...พี่ขอโทษนะครับ”ไม่ทันที่เธอจะตอบรับหรือปฏิเสธร่างบางของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นอยู่บนแขนทั้งสองข้างของเขาเธอถึงกับร้องเบาๆ ก่อนค่อยๆ เกาะบ่าเขาไว้  ยิ่งเข้าใกล้เธอก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หน้าตาดีขนาดไหนทั้งยังผิวพรรณที่สะอาดสะอ้านอีกทั้งรถที่ขับคงไม่ต้องบอกว่าฐานะทางบ้านของเขาเป็นยังไง...สงสัยคงพอๆ กับพี่ภาคีแน่ๆ เลย  เฮ้อ!!นึกถึงชื่อนี้แล้วก็ยิ่งทำให้นึกถึงภาพที่แสนเจ็บปวดเหล่านั้น...

“น้องครับ...น้องแพนครับ”เสียงนุ่มที่เริ่มคุ้นหูของใครบางคนเรียกเธอให้หลุดจากภวังค์ที่แสนเจ็บปวดนั้น

“ค...ค่ะ”เธอมองหน้าคนที่เรียกเธอด้วยดวงตาที่เริ่มแดงกล่ำ  รอยยิ้มบางๆที่เธอส่งให้เขานั้นช่างแฝงไปด้วยความเศร้าหมองจากหัวใจของเจ้าของเสียเหลือเกิน  เขาเองก็ดูจะจับความรู้สึกนั้นของเธอได้ดีทีเดียว  เขาเพียงส่งยิ้มบางๆให้กับเธออย่างเข้าใจ

“เจ็บมากมั๊ยครับ”

“ก็...นิดหน่อยค่ะ  แพนเลยต้องรบกวนพี่อีกรอบเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้น้องต้องเจ็บตัว”สาริสานั่งมองดูการสนทนาของคนทั้งคู่อย่างครุ่นคิด...ฮึ่อๆ ฉันจะไม่ยอมปล่อยชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ไปแน่ๆ 555++...

“ว่าแต่คุยกันมาตั้งนานแล้วยังไม่รู้เลยนะค่ะว่าพี่ชื่ออะไร”สาริสาเริ่มดำเนินตามแผนการความคิดของตัวเองได้อย่างแนบเนียน

“พี่ชื่อพันธวีร์ครับหรือเรียกว่าพี่วีก็ได้”

“อืม...พี่วี   หนูชื่อสาริสาค่ะหรือเรียกว่าสาก็ได้  ส่วนยัยเฉิมเบ๊าะที่เดินให้พี่ชนอ่ะชื่อพิรญาณ์หรือแพนค่ะ”พิรญาณ์ส่งค้อนวงใหญ่ให้กับเพื่อนที่กล่าวหาเธอต่อหน้าชายหนุ่ม(หน้าตาดี)  เขาอดอมยิ้มไม่ได้กับคู่ซี้ต่างลักษณะ นิสัยคู่นี้จะว่าไปแถมจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยก็ว่าได้คนหนึ่งออกจะห้าวๆ ลุยๆแต่ก็ยังมีความหวานในแบบผู้หญิงสวนอีกคนก็ออกจะเรียบร้อย  อ่อนหวานแต่ก็ยังมีความขี้เล่น(เฉพาะบุคคล) แต่ถ้าถอดแว่นตาออกจะแต่งทรงผมสักนิดเธอคงดูน่ารักกว่านี้แน่...เฮ้อ!!ช่างเป็นคู่ต่างที่ลงตัวจริงๆ...

“นั่นแน่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว  คิดอะไรไม่ซื่ออยู่รึป่าวค่ะเนี่ยขอเตือนน๊าถึงแม้เราจะเป็นหญิงแต่เราก็สู้ไม่ถอยนะค่ะ”ชายหนุ่มนามพันธวีร์เผลอหัวเราะออกมาทำเอาหญิงสาวทั้งสองหัวเราะต่อไม่ได้

เขียนโดย kameboum : 2008-07-07 19:16:16