จริงนะค่ะพี่ภาคี
ครับ...พี่ไม่มีทางสนใจผู้หญิงแบบนั้นเด็ดขาดมันก็แค่เกมส์เท่านั้นแหล่ะครับ ถ้าพี่ไม่ทำมันก็ดูเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายแย่ภาคีส่งยิ้มหวานให้ข้าวฟ่าง ถึงแม้เขาจะรู้สึกผิดที่ทำกับผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างพิรญาณ์ต้องเสียใจแต่ถ้ามีโอกาสเขาก็พร้อมจะไปขอโทษเธอเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป
แพน....เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่บริเวรนั้นหันไปหาเจ้าของชื่อที่ยืนอยู่ทางด้านหลังทันที นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่พิรญาณ์ยืนแน่นิ่งฟังความจริงทั้งหมดจากปากผู้ชายคนที่เธอรักและเธอก็คิดมาเสมอว่าเขาเองก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากเธอ แต่แล้วสิ่งที่เธอคิดมันผิดไปหมดทุกอย่างที่เขาทำมันเป็นแค่เกมส์ แค่เกมส์สนุกๆ ของเขาที่ใช้เธอเป็นเครื่องมือ...พิรญาณ์กำมือแน่นอย่างเพื่อควบคุมสติพร้อมกับค่อยๆหันไปมองเพื่อน สาริสาเดินตรงเข้ามากุมมือเพื่อนอย่างเห็นใจเธอมองหน้าคนเหล่านั้นที่สงสายตายิ้มเยอะให้กับเพื่อนของเธออย่างโกรธแค้น ภาคียังคงจับจ้องไปที่พิรญาณ์ที่เธอยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย...
เฮ้ย!!ไอ้คีย์แสดงให้ข้าวฟ่างเห็นสิวะ ว่าแกจริงใจกับเขาแค่ไหนและแกก็คือผู้ชนะของเกมส์นี้เดย์กระซิบข้างหูของภาคี สาริสาที่เริ่มหมดความอดทนจึงปล่อยมือเพื่อนพร้อมกับทำท่าจะเดินเข้าไปหาตัวต้นเหตุแต่เธอก็ต้องงงมากขึ้นเมื่อพิรญาณ์ดึงแขนห้ามเธอไว้ก่อนที่พิรญาณ์จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเอง สาริสามองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองที่บนใบหน้าของเพื่อนเธอเวลานี้ไม่มีแต่หยดน้ำตาหรือแววตาเสียใจเลยแม้แต่น้อย พิรญาณ์ค่อยๆก้าวเข้ามาประจันหน้ากับภาคี เขาเพียงส่งยิ้มอย่างผู้ชนะให้กับหญิงสาวตรงหน้า
สนุกมั๊ยค่ะเธอส่งยิ้มบางๆให้กับเขา
สนุกสิ ไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อนเลยนะ...ว่าแต่เธอมาได้ยินก็ดีแล้วฉันจะได้ไม่ต้องบอกให้เสียเวลาภาคีเสยาะยิ้มก่อนเอ่ย
เธอคงคิดสินะว่าคนอย่างฉันจะชอบเธอจริงๆ แค่ฉันยอมลดตัวไปยุ่งกับเธอมันก็ทำให้ฉันรู้สึกหม่นหมองลงไปเยอะแล้ว แต่ฉันคิดว่ามันก็คุ้มดีนะได้หาอะไรสนุกๆทำแถมได้เงินใช้ฟรีๆอีกตั้งสองพันภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างแนวแน่ สาริสาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ได้แต่ยืนกำมือแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์โกรธแค้น...ถ้าเป็นฉันนะไอ้หมอนี้ไม่มีวันได้ยืนยิ้มเยอะอยู่แน่ โธ่!!เอ๊ยยัยแพนยื่นบื่ออยู่ได้ โอ๊ย!!ขัดใจฉันจริงๆ...สาริสาได้แต่บนในใจพร้อมกับหันมองเพื่อนแต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...พิรญาณ์สูดหายใจลึกๆอย่างอดกลั้นพร้อมกับก้าวเท้าเข้าประจันหน้ากับภาคีมากขึ้น สายตาสองคู่จับจ้องกันอย่างดุดันและเหยียดหยามไม่มีแม้แต่ความปราณีให้กันอีกต่อไป...
ยินดีด้วยนะค่ะที่คุณสนุกกับเกมส์นี้ เงินสองพันแลกกับความรู้สึกของคนหนึ่งคน ฮึ่อ...ฉันรู้สึกภูมิใจจังที่ฉันทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักคำว่า..รัก..อย่างคุณมีความสุข แต่ฉันคงต้องแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะที่ฉันอาจจะต้องทำให้คุณผิดหวังเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันแทบไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ฉันก็แกค่ช่วยสงเคราะห์ให้เกมส์ของคุณมันน่าสนุกมากขึ้นก็เท่านั้น ก็แหม...ผู้ชมออกจะมากมายนี่ค่ะใครจะกล้าปฏิเสธลงหล่ะ แต่คุณคงไม่เชื่อว่าทำไมฉันถึงไม่สนใจผู้ชายที่เพรียบพร้อมอย่างคุณใช่มั๊ยหล่ะ ก็เพราะฉันรู้ดีไงค่ะว่าผู้ชายที่มั่วไม่เลือกอย่างคุณไม่มีวันที่จะรักใครได้จริง คนอย่างคุณมันก็พวกไร้ด้านจิตสำนึกชอบเห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นของเล่นเสมอเพื่อทำให้ตัวคุณเองดูมีคุณค่ามากขึ้นก็เท่านั้น
ฮึ่อ...ไหนๆวันนี้เรื่องทุกอย่างต้องเปิดเผยอยู่แล้วงั้น...ฉันขอทำให้เกมส์ของคุณน่าระทึกมากขึ้นดีมั๊ยมันจะได้ดังเปรี้ยงปร้างเลยไง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างคุณกับฉันมันก็เป็นแค่เกมส์สนุกๆระหว่างเรา ฉันเองก็ยอมเล่นตามเกมส์ของคุณ ส่วนตัวคุณเองก็ยอมเล่นตามเกมส์ของฉัน สนุกดีจริงๆใช่มั๊ยค่ะพิรญาณ์ส่งยิ้มให้กับภาคีและเพื่อนๆของเขาที่ยืนจ้องมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา เธอทำท่าจะเดินแต่แล้วเธอก็หยุดชะงักพร้อมกับหันมาจ้องหน้าภาคีอีกครั้งอ้อ...คุณไม่ต้องคิดมากนะค่ะ...เพราะมันก็แค่...เรื่องขำๆพิรญาณ์ส่งยิ้มหวานอีกครั้งพร้อมกับรีบสาวเท้าออกมาอย่างมุ่งมั่น ภาพที่ทุกคนเห็นนั้นแท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ฉากบังตาที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความเจ็บปวดที่มากมาย ก้าวทุกก้าวที่เธอเดินนั้นมีเพียงความว่างป่าวและหัวใจที่อ่อนล้าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเดินมาไกลจากคนพวกนั้นแค่ไหน แม้แต่เสียงเรียกของสาริสาที่ดังมาตลอดทางนั้นก็ไม่ได้มีผลใดใดต่อสมองของเธอในเวลานี้มันยังคงมีแต่คำพูดของภาคี คำพูดมากมายที่ดูถูกเธอ ไม่นานนักหยดน้ำใสๆที่เธอพยายามกลั้นมันตลอดก็ได้ไหลหยดลงมาอาบแก้มของเธอจนเปียกปอน เธอยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งสติครั้งถูกเรียกกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของสาริสาที่มาพร้อมๆกับเสียงเบรกที่ดังไม่แพ้กันทันใดนั้นร่างบางของเธอก็ได้ล้มลง
แพน.... พิรญาณ์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงเรียกนั้นที่ทั่วทั้งใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำใสๆเต็มไปหมด
สา...แกเป็นอะไรแกร้องให้ทำไม
โธ่!!แพนสาริสาโผเขากอดเพื่อนของเธออย่างเห็นใจและสงสาร...เพราะนายคนเดียวนายภาค คอยดูนะฉันจะต้องแก้แค้นนายให้ได้ ฉันจะทำให้นายรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่ทำกับเพื่อนของฉันในวันนี้...
แกเป็นอะไรรึป่าว แกเจ็บตรงไหนมั๊ยแพนสาริสาดูอาการโดยรอบของเพื่อนเธอพร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อนเธอ...หน้าตาดีแฮะ!!ผิวพรรณก็ดี๊ดีแถมยังคิ้วเข้มอีก ว๊าว!!!หล่อจังสงสัยจะเป็นเจ้าของรถ...(ใช่เวลามั๊ยเนี่ย)
น้องเป็นอะไรรึป่าวพี่ขอโทษนะครับว๊าว...(รอบสอง)เสียงก็เท่ห์ๆฟังแล้วอบอุ่นดีจัง...สาริสานั่งอมยิ้มกับความคิดของตัวเอง
แพนไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ถ้าพี่เบรกไม่ทันแพนก็อาจจะไปนอนเล่นบนหน้ารถพี่ก็ได้พิรญาณ์ส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอมยิ้มอยู่กับคำพูดติดตลกของเธอ...ผู้หญิงอะไรตลกได้ไม่เลือกสถานการ...
แพน...แกหนิ
พี่ว่าน้องไปตรวจดูอีกทีดีมั๊ยครับ เดี๋ยวพี่พาไปนะเขาทำท่าจะพยุงเธอขึ้นแต่ถูกเธอร้องห้ามไว้
ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ ขอบคุณนะค่ะพิรญาณ์ทำท่าจะลุกขึ้นแต่แล้วความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าก็ทำให้เธอล้มลงทันที...เอ๊ะ!!ทำไมพื้นปูนมันนิ่มๆผิดปกติ...เธอได้แต่คิดสนุกๆในใจ
ยัยแพน....สาริสาร้องเสียงหลง
ฮ่ะ...มีอะไรเหรอสา
ก็...แก...แกทับพี่เขาอยู่ไงเล่าทันทีที่สาริสาพูดจบพิรญาณ์ถึงกับผง่ะไปเล็กน้อยก่อนเคยๆหันไปมองคนที่เธอคิดว่าเป็นเบาะนุ่มๆ เมื่อครู่ เธอได้แต่ส่งยิ้มหเยเกให้กับชายหนุ่มที่ถูกเธอทับอยู่เกือบทั้งตัว เธอรีบดึงตัวเองขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยขอทาเขาเบาๆ เขาอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพร้อมกับพยุงตัวเองขึ้นนั่งข้างเธอ
แพนต้องขอโทษอีกครั้งนะค่ะ แฮ่ะๆแพนก็คิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมพื้นปูนมันนิ่มๆผิดปกติ
ก็แหงหล่ะสิยัยแพน แกเล่นล้มทับพี่เขาไปทั้งตัวแบบนั้นจะไม่นุ่มได้ยังไง มาๆฉันช่วยสาริสายื่นมือไปดึงเพื่อนเธอให้ลุกขึ้น
เดินไหวมั๊ยแก
พี่ว่าพี่ไปส่งดีกว่านะครับ
ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณพี่มากนะค่ะคอนโดฯเราอยู่แค่นี้เอง
แต่ว่า...น้องยังเจ็บข้อเท้าอยู่เลยนะครับให้พี่ไปส่งดีกว่า
ไม่เป็นไรจริงๆค่ะมันเริ่มดีขึ้นหน่อยๆแล้ว เดี๋ยวแพนเดินให้พี่ดูเอามั๊ยพิรญาณ์ขยับตัวตรงพร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนทั้งสองที่ยืนลุ้นอยู่ด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมกำลังพร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเดิน แต่เพียงก้าวเดียวเธอก็ถึงกับเซล้มลมลงอีกครั้ง พ่อเทพบุตรรูปงามคนเดิมถึงกับรีบวิ่งเข้าประคองตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะลงไปนั่งเล่นที่พื้นปูนอีกครั้ง...พิรญาณ์มองหน้าเขาอย่างต้องการขอความเห็นใจ
สงสัยแพนคงเดินไม่ไหวจริงๆแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าพี่จะยังอยากช่วยแพนอยู่รึป่าว
อวดเก่งจริงๆเลยนะแก
พี่ว่าเรารีบไปหาผ้ามาประคบดีกว่านะครับก่อนที่มันจะบวมไปมากกว่านี้...พี่ขอโทษนะครับไม่ทันที่เธอจะตอบรับหรือปฏิเสธร่างบางของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นอยู่บนแขนทั้งสองข้างของเขาเธอถึงกับร้องเบาๆ ก่อนค่อยๆ เกาะบ่าเขาไว้ ยิ่งเข้าใกล้เธอก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หน้าตาดีขนาดไหนทั้งยังผิวพรรณที่สะอาดสะอ้านอีกทั้งรถที่ขับคงไม่ต้องบอกว่าฐานะทางบ้านของเขาเป็นยังไง...สงสัยคงพอๆ กับพี่ภาคีแน่ๆ เลย เฮ้อ!!นึกถึงชื่อนี้แล้วก็ยิ่งทำให้นึกถึงภาพที่แสนเจ็บปวดเหล่านั้น...
น้องครับ...น้องแพนครับเสียงนุ่มที่เริ่มคุ้นหูของใครบางคนเรียกเธอให้หลุดจากภวังค์ที่แสนเจ็บปวดนั้น
ค...ค่ะเธอมองหน้าคนที่เรียกเธอด้วยดวงตาที่เริ่มแดงกล่ำ รอยยิ้มบางๆที่เธอส่งให้เขานั้นช่างแฝงไปด้วยความเศร้าหมองจากหัวใจของเจ้าของเสียเหลือเกิน เขาเองก็ดูจะจับความรู้สึกนั้นของเธอได้ดีทีเดียว เขาเพียงส่งยิ้มบางๆให้กับเธออย่างเข้าใจ
เจ็บมากมั๊ยครับ
ก็...นิดหน่อยค่ะ แพนเลยต้องรบกวนพี่อีกรอบเลย
ไม่เป็นไรหรอกครับยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้น้องต้องเจ็บตัวสาริสานั่งมองดูการสนทนาของคนทั้งคู่อย่างครุ่นคิด...ฮึ่อๆ ฉันจะไม่ยอมปล่อยชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ไปแน่ๆ 555++...
ว่าแต่คุยกันมาตั้งนานแล้วยังไม่รู้เลยนะค่ะว่าพี่ชื่ออะไรสาริสาเริ่มดำเนินตามแผนการความคิดของตัวเองได้อย่างแนบเนียน
พี่ชื่อพันธวีร์ครับหรือเรียกว่าพี่วีก็ได้
อืม...พี่วี หนูชื่อสาริสาค่ะหรือเรียกว่าสาก็ได้ ส่วนยัยเฉิมเบ๊าะที่เดินให้พี่ชนอ่ะชื่อพิรญาณ์หรือแพนค่ะพิรญาณ์ส่งค้อนวงใหญ่ให้กับเพื่อนที่กล่าวหาเธอต่อหน้าชายหนุ่ม(หน้าตาดี) เขาอดอมยิ้มไม่ได้กับคู่ซี้ต่างลักษณะ นิสัยคู่นี้จะว่าไปแถมจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยก็ว่าได้คนหนึ่งออกจะห้าวๆ ลุยๆแต่ก็ยังมีความหวานในแบบผู้หญิงสวนอีกคนก็ออกจะเรียบร้อย อ่อนหวานแต่ก็ยังมีความขี้เล่น(เฉพาะบุคคล) แต่ถ้าถอดแว่นตาออกจะแต่งทรงผมสักนิดเธอคงดูน่ารักกว่านี้แน่...เฮ้อ!!ช่างเป็นคู่ต่างที่ลงตัวจริงๆ...
นั่นแน่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว คิดอะไรไม่ซื่ออยู่รึป่าวค่ะเนี่ยขอเตือนน๊าถึงแม้เราจะเป็นหญิงแต่เราก็สู้ไม่ถอยนะค่ะชายหนุ่มนามพันธวีร์เผลอหัวเราะออกมาทำเอาหญิงสาวทั้งสองหัวเราะต่อไม่ได้
ก็พี่เห็นแพนกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออยู่เลยไม่อยากกวน แต่เอ...สงสัยพี่คงต้องยืมหนังสือเล่มที่แพนอ่านไปอ่านบ้างแล้วหล่ะเผื่อมันจะบอกวิธีที่ทำให้แพนมาสนใจพี่บ้างเธอจ้องมองดวงตาของเขาอย่างต้องการคำตอบ สิ่งที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง...สนใจ...ให้ความหวัง...หรือเป็นเพียงคำพูดหยอกเย้า...
เอ่อ...วันนี้พี่ภาคีว่างเหรอค่ะ
ก็ไม่เชิงเพราะพี่ต้องเข้าประชุมเตรียมงานต่อหน่ะครับ
แล้วทำไมน้องแพนถึงมานั่งคนเดียวหล่ะครับ
อ๋อ...พอดียัยสาไปประชุมกับรุ่นพี่ค่ะ สาเลยให้แพนมารอที่ห้องสมุด
แต่นี่จะหกโมงแล้วนะครับทำไมน้องสาเขาถึงยังไม่มาอีกภาคีทำท่าชะเง้อหา
ติ๊ด....ติ๊ด...ติ๊ด....
ฮัลโหล ว่าไงสา
( แพน...แกอยู่ที่ห้องสมุดใช่มั๊ย)
อืม...ทำไมเหรอ
(ก็พวกรุ่นพี่หน่ะสิไม่ยอมประชุมกันสักทีรอใครกันก็ไม่รู้ ฉันนะโค-ตระเซ็งเลย)
เหรอ
(ฉันว่าแกกลับไปก่อนดีกว่า แนไม่อยากให้แกนั่งอยู่คนเดียวอีกอย่างนี่ก็เริ่มมืดแล้วด้วย)
ไม่เป็นไรฉันรอแกได้
(เชื่อฉันเถอะแพน ฉันว่าคงอีกนานเลยหล่ะ)
ก็ได้งันฉันกลับก่อนนะ
(เจอกันที่ห้องนะ บาย!!)
มีอะไรรึป่าวครับน้องแพนภาคีเอ่ยถามหลังจากที่เห็นเธอกดวาง
ยัยสาหน่ะค่ะบอกให้แพนกลับก่อน
ดีเลย งั้นพี่ไปสงนะ
ไม่รบกวนดีกว่าค่ะพี่ต้องไปประชุมอีกไม่ใช่เหรอค่ะแพนกลับเองได้พิรญาณ์ลุกขึ้นหยิบหนังสือและกระเป๋า
แพนกลับก่อนนะค่ะภาคีมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธถ้าเขาจะขอไปส่ง ถึงเขาไม่เอ่ยปากพวกผู้หญิงเหล่านั้นก็จะขอร้องเขาให้ไปส่งเสมอ แต่พิรญาณ์ไม่ใช่เธอปฏิเสธเขา เรื่องอะไรจะให้ยัยเด็กดื้อเดินจากไปง่ายๆ รู้จักพี่ภาคีน้อยไปแล้วไวเท่าความคิดภาคีรีบวิ่งตรงไปคว้ากระเป๋าและหนังสือในมือของเธอมาถือไว้ก่อนรีบเดินนำเธอออกจากห้องสมุดทันที เธอได้แต่ยืนมองเขาอย่างสับสนก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มไป
พี่ภาคี รอแพนด้วยสิค่ะเธอรีบวิ่งมาขวางหน้าเขาไว้
เอาของๆแพนคืนมานะ
โถ่...น้องแพนครับ
ไม่ต้องมาโถ่เลยค่ะแพนกลับเองได้พิรญาณ์ตรงเข้าไปคว้ากระเป๋าของเธอจากเขาทันทีแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เขากลับพากระเป๋าและหนังสือหลบเป็นพลันลวันทำให้เธอต้องกระโดดคว้าตาม กลายเป็นเธอเองที่เหนื่อยเธอจึงตัดสินใจหยุดความคิดที่จะแย้งของคืนจากคนเจ้าเล่ห์ทันที เธอยืนหอบอยู่ครู่หนึ่งเธอก็รู้สึกถึงความร้อนแปลกๆรอบเอวเธอ นาทีแรกเธอถึงกับผง่ะเล็กน้อยที่พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่เมื่อตั้งสติได้เธอจึงใช้แขนทั้งสองข้างของตัวเองดันหน้าอกที่แข็งแรงนั้นไว้เพื่อป้องกันการใกล้ชิดกันมากกว่านี้ เธอได้แต่ก้มหน้างุดอย่างเขินอายกับสายตาของเขาที่มองมา ภาคีเพียงอมยิ้มน้อยๆกับตัวเอง...
ป...ปะ...ปล่อยแพนเถอะนะค่ะเธอยังคงก้มหน้า
ถ้าพี่ไม่ปล่อยหล่ะแพนจะทำยังไงภาคีส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวตรงหน้า ส่งผลให้เธอเงยหน้ามองเขาอย่างหาเรื่อง
ปล่อนแพนนะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นนะเธอพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนที่แข็งแรงนั้นแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่นขึ้นๆ
ก็แพนเข้ามาให้พี่กอดทำไมหล่ะค่ะ แล้วใครจะยอมปล่อยง่ายๆ
พี่ภาคีหญิงสาวร้องเสียงอ่อน ภาคีมองเธอด้วยสายตาจริงจังพร้อมกับเอ่ยคำที่ต้องการ
แพนครับ พี่ขอ ขอแค่นี้ขอให้พี่ได้กอดแพนแบบนี้มันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะได้ใกล้แพนแบบนี้ ได้มั๊ยพิรญาณ์โผเข้ากอดเขาทันทีพร้อมกับที่ภาคีค่อยๆกระชับอ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้น เธอตกใจในคำพูดของเขาที่ดูจริงจังมันทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...มันคงนานมากพอที่จะทำให้คนทั้งสองต้องเข้าสู่โลกของความเป็นจริง ภาคีค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้นอย่างอ่อยอิ่งจากนี้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่หรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยที่เขาจะได้ใกล้ชิดเธอแบบนี้อีก
ขอบคุณมากนะครับแพน
ค่ะ...เอ่อ...แพนว่ากลับดีกว่านะค่ะเดี๋ยวพี่จะไม่ทันประชุม
ครับ แต่ยังไงพี่ก็จะถือกระเป๋ากับหนังสือให้นะ
ตามใจค่ะอยากถือก็ถือไปเลยนะ บรื้อ....พิรญาณ์แลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบสาวเท้าเดินนำไปแต่ก็ยังคงไม่ไวเท่าเขา ภาคีรีบวิ่งไปคว้ามือของเธอมากุมไว้อย่างวิสาสะ
ปล่อยค่ะ
ไม่ปล่อย
แล้วจะจับทำไมค่ะ
ไม่จับไว้ก็วิ่งหายพี่ไปอีกสิ ป่ะไปขึ้นรถภาคีกึ่งลากกึ่งจูงพิรญาณ์ไปที่รถแต่กลับถูกเธอดึงแขนของเขาไว้ก่อน เขาหันมองเธอด้วยความงุนงง...ต้องหาทางเลี่ยงอีกแน่เลยใช่มั๊ยยัยตัวแสบ...
ไม่เอาค่ะ แนจะเดินกลับเธอจ้องมองเขาอย่างผู้ชนะ ภาคีได้แต่กลั้นยิ้มกับความคิดของตัวเองเมื่อครู่
เดินเหรอเขาแสร้งทำหน้าเศร้า
ค่ะเดิน...งั้น แพนไปก่อนนะค่ะ บ๊าย...บายพิรญาณ์ทำท่าโบกมือลาพร้อมกับตรงเขาไปคว้ากระเป๋าและหนังสือจากเขาทันทีแต่ยิ่งเธอดึงเขาก็ยิ่งกอดไว้แน่น เธอยืนเท้าเอวจ้องมองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง
พี่ภาคี...เอาของๆแพนคืนมาสิค่ะ
ไม่คืน
แต่เราไปคนละทางนะค่ะ
ใครบอกว่าคนละทางภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างเจ้าเลห์
เอ๊ะ...
แพนเดินพี่ก็เดินภาคีดึงแขนเธอมาคล้องไว้กับตัวเอง
แต่รถพี่อยู่นี่นะค่ะ จะเดินไปเดินมาทำไม
ใครบอก วันนี้พี่เอารถไปจอดไว้ที่คอนโดฯแพนต่างหาก
อะไรนะค่ะ...
แพนจะว่าพี่เจ้าเล่ห์หน่ะสิเป็นไงหล่ะสมใจเลย555+++
พี่หนิเจ้าเล่ห์ได้โล่จริงๆ
แค่แพนคนเดี๋ยวแหล่ะ ป่ะไปกันเถอะเดี๋ยวก็ไม่ต้องกลับกันพอดีภาคีจูงมือพิรญาณ์ออกเดินไปพร้อมกันอย่างไม่สนใจต่อสายตาหลายคู่ที่พากันจับจ้อง
แพนกลัวคนพวกนั้นเหรอครับภาคีกระซิบข้างหูของเธอระหว่างเดิน เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าหญิงสาวข้างกายเขาดูเงียบผิดปกติ แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ จึงทำให้เขาเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ก็...ไม่เชิงค่ะ
แพนไม่ต้องกลัวนะครับยังไงคนเจ้าเล่ห์ก็ต้องคุ้มครองยัยตัวดื้อของเขาได้อยู่แล้วภาคีส่งยิ้มมั่นใจให้กับเธอ มันทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกดีทุกครั้งที่มีเขาเคียงข้างมันทำให้เธอกล้าที่จะเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา
ยอมเชื่อคนเจ้าเล่ห์คนนี้สักครั้งนะครับ
ค่ะ...ยัยตัวดื้อจะเชื่อนายเจ้าเล่ห์นะ
ภาคีกุมมือพิรญาณ์แน่นที่เธอเชื่อมั่นในตัวเขา เขาเองก็รู้สึกดีไม่น้อยที่มีเธออยู่เคียงข้าง ยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งทำให้เขาหวั่นไหว หวั่นไหวทุกครั้งที่ใกล้กัน เธอมีความจริงใจให้กับเขาเสมอแต่เขาสิ...
ความสนิทสนมของภาคีและพิรญาณ์กลายเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาสาวๆแทบทั้งมหาวิทยาลัยในวันต่อมาไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหนก็จะมีแต่คนพากันจับจ้องและซุบซิบกันต่างๆนานา แต่ถึงอย่างนั้นภาคีก็ไม่ได้สนใจต่อสายตาเหล่านั้นเขายังคงหมั่นมาหาพิรญาณ์ที่คณะมาช่วย
แต่เมื่อเธอก้มมองลงเธอกลับพบเสื้อแจ๊คเก็ตที่คลุมบ่าของเธออยู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นเจ้าของแต่แล้วก็เหมือนกับความฝันครั้งที่สองเมื่อเธอได้พบกับคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในเวลานี้เขากำลังยืนกางร่มให้ทั้งเขาและตัวเธอพร้อมกับส่งยิ้มอันทรงเสน่ห์นั้นให้กับเธอ พิรญาณ์ดุนแว่นขึ้นอย่างต้องการทดสอบว่าเธอไม่ได้ฝันไปจริงๆ
พี่ภาคีเธอเอ่ยชื่อนั้นราวกับละเมอ ทำเอาผู้เป็นเจ้าของชื่ออดอมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้กับท่าทางเหลอหลาของหญิงสาวตรงหน้า ใช่ว่าเธอเองจะงงฝ่ายเดียวตัวเขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมตัวเองต้องขับรถมาที่มหาวิยาลัยฯในเวลาค่ำมืดแบบนี้ทั้งๆ ที่ในเวลาแบบนี้เขาน่าจะนั้งสนุกอยู่กับเพื่อนๆ ในงานวันเกิดแท้ๆ...
ครับ พี่เอง
พี่ภาคีมาได้ยังไงค่ะ
พี่ว่าเราอย่ายืนคุยกันตรงนี้เลยนะ ดูสิครับน้องแพนเปียกหมดแล้วพิรญาณ์ก้มลงมองสภาพของตัวเองที่ไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำในเวลานี้พร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยนั้นหากแม้จะถูกบดบังด้วยกรอบแว่นแต่มันก็ทำให้หัวใจที่แข็งกร้าวนั้นกลับหวั่นไหวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...อย่านะภาคี แกห้ามคิดอะไรแบบนั้นเด็ดขาด...
เอ่อ...พี่ว่าเราไปกันดีกว่านะครับภาคีโอบพิรญาณ์ให้เข้าใกล้เขามากยิ่งขึ้นพร้อมกับเบี่ยงร่มทั้งหมดไปให้กับเธอ แม้ว่าเขาจะพยายามห้ามใจไม่ให้เข้าใกล้เธอไปมากกว่านี้แต่เมื่อได้ใกล้กันความคิดเหล่านั้นก็ได้มลายหายไปหมดมีเพียงเสียงของหัวใจที่ร่ำร้องให้ตอบสนองความรู้สึกที่พยายามปิดกั้นของตัวเอง พิรญาณ์เงยหน้าจ้องมองภาคีก่อนเอ่ยอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก...
ถ้าพี่ภาคีเปียกแพนก็จะเปียกด้วยแพนไม่ยอมให้พี่ภาคีไม่สบายหรอกนะค่ะภาคีจ้องมองพิรญาณ์ที่กำลังพับร่มอยู่อย่างหัวเสีย ไม่ว่าเขาจะร้องห้ามอย่างไรเธอก็ดูเหมือนจะไม่สนใจในคำพูดของเขาสักนิด...ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างนะเปียกปอนไปหมดแล้วเนี่ย...
ดื้อจริงๆเลยแพนภาคีฉวยร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาพร้อมพาเธอวิ่งฝ่าสายฝนไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ด้านหลัง...พิรญาณ์เหลือบมองชายหนุ่มข้างกายอย่างอิ่มแอมใจแม้ว่าเขาจะทำหน้ามุ่ยแต่มันก็ทำให้เธอมีความสุข...ขอบคุณมากนะจ๊ะสายฝนที่ทำให้แพนได้อยู่ใกล้พี่ภาคี...เธออมยิ้มกับตัวเองอีกครั้งก่อนถูกเขาดึงให้เข้าไปนั่งในรถ
ดื้อจริงๆเลยนะเรา ดูสิเปียกหนักกว่าเดิมอีก ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างแพนเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดีภาคีเอ่ยอย่างหัวเสียพร้อมกับเอื้อมไปหยิบของบางอย่างที่เบาะหลัง
พี่ภาคีมีผ้าขนหนูติดรถด้วยเหรอค่ะเนี่ย
ไม่ต้องมาทำเปลี่ยนเรื่องเลยภาคีเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับใช้ผ้าคลุมทับตัวเธออีกครั้งก่อนหยิบอีกผืนมาเช็ดผมที่เปียกปอนให้เธอ พิรญาณ์ได้แต่ก้มหน้างุดให้เขาเช็ดผมให้อย่างว่าง่าย
โกรธพี่เหรอ
ป่าวค่ะ
ป่าวเหรอ...งั้นเงยหน้ามาจ้องหน้าพี่สิเธอยังคงก้มหน้างุดและนั่งเขี่ยนิ้วตัวเองเล่น
ทำไมไม่เงยหล่ะ
ก็ไม่อยากเงยพี่ภาคียังทำหน้าดุอยู่
รู้ได้ยังไงว่าพี่ทำหน้าดุ แพนยังไม่เห็นหน้าพี่เลย
แพนรู้แล้วกันภาคีค่อยๆเอื้อมมือไปดุนคางหญิงสาวตรงหน้าให้หันมาสบตากับเขา พิรญาณ์อดรู้สึกหนาวๆร้อนๆไม่ได้กับความใกล้ชิดแบบนี้
ไหนตอบพี่สิว่าตอนนี้พี่ทำหน้ายังไงอยู่หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของเขา
เจ้าเล่ห์...ทันทีที่หญิงสาวพูดจบความเงียบภายในรถก็ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะอันสดใสของทั้งคู่
พี่เจ้าเล่ห์จริงๆอ่ะ
ค่ะ...ม๊ากมากหญิงสาวทำท่าการันตี
ว๊า...งั้นคนเจ้าเล่ห์คงต้องพาคนดื้อไปส่งแล้วหล่ะเดี๋ยวหวัดจะกินซะก่อน
พิรญาณ์กลับมาถึงห้องในสภาพที่เปียกปอนทำเอาเพื่อนที่นั่งรออยู่อย่างเป็นห่วงอดตกตะลึงไม่ได้ สาริสารีบวิ่งเข้าไปหยิบผ้าขนหนูมาคลุมบ่าให้เพื่อนที่ยืนนิ่งอยู่บริเวณกรอบประตู
แพน...แกอย่าบอกฉันนะว่าแกเดินตากฝนมาเนี่ยพิรญาณ์ยิ้มกลบเกลื่อน
ก็ไม่เชิงหรอกก็พอดีฉันเดินมาได้ครึ่งทางแล้วจู่ๆ ฝนก็ตกลงมากระทันหันฉันก็เลยรีบวิ่งไปหลบใต้ต้นไม้ ที่นี้ก็เป็นอย่างที่แกเห็นเนี่ยหล่ะ
อืม...แล้วเสื้อคลุมนั่นหล่ะของใครฉันว่า....มันคุ้นๆอยู่นะสาริสาพยายามคิดว่าเคยเห็นเสื้อตัวนี้ที่ไหนแต่แล้วเธอก็โพลงออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น ตกใจ
เฮ้ย...เสื้อตัวนี้ของพี่ภาคีหนิ อย่าบอกนะว่า...ไม่ทันทีสาริสาจะเอ่ยปากแซว เพื่อนของเธอก็รีบวิ่งปรูดเข้าห้องของตัวเองไปทันทีทิ้งไว้เพียงปริศนา!!...นึกเหรอยัยแพนว่าแกจะหนีฉันพ้น...
พิรญาณ์ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หนีเจ้าเพื่อนจอมซักมาได้ เธอก้มมองเสื้อตัวนั้นอีกครั้งก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้...
เมื่อรถยนต์คันหรูจอดนิ่งอยู่หน้าคอนโดฯของพิรญาณ์ ภาคีก็ได้ละสายตาจากถนนเบื้องหน้ามาจ้องมองหญิงสาวข้างกายที่ส่งยิ้มมาให้กับเขาอย่างขอบคุณในเวลานี้
ขอบคุณพี่ภาคีมากนะค่ะที่มาส่ง ถ้าไม่ได้พี่แพนคงไม่ได้กลับแน่
ไม่เป็นไรหรอกครับ
เอ...วันนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดพี่ไม่ใช่เหรอค่ะแล้วทำไมพี่ถึงมาที่มหาลัยฯได้หล่ะค่ะ
เอ่อ...คือ...คือ...เอาหล่ะหว่าไอ้ภาคี จะจอบยังไงหล่ะทีนี้
เอ่อ...คือ...พี่...พี่ลืมของไว้ที่คณะหน่ะครับมันสำคัญมากพี่ก็เลยต้องรีบมาเอา
อืม...
พี่ว่าแพนรีบขึ้นห้องเถอะนะครับเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะภาคีเอ่ยเสียงอ่อน
ค่ะพิรญาณ์ทำท่าจะถอดเสื้อคลุมของภาคีออกแต่กลับถูกมืออุ่นๆของเขาห้ามไว้พร้อมกับใส่กลับให้กับเธอ หญิงสาวได้แต่ทำหน้างง...
แพนใส่ไว้นะครับไม่ต้องคืนพี่หรอก
เอ่อ...แต่ว่า
ไม่ต้องแต่หรอกครับพี่แข็งแรงภาคีทำท่าเบ่งกล้ามโชว์หญิงสาวเป็นการส่งเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งคู่เป็นอย่างมาก
อืม...งั้น...เอาอย่างนี้ดีกว่าพิรญาณ์ดึงผ้าขนหนูที่คลุมบ่าออกพร้อมกับห่มมันให้กับเจ้าของผ้าตัวจริงที่นั่งมองเธออย่างงุนงงเช่นกัน...ผู้หญิงคนนี้นี่แปลกจริงๆ ชอบทำอะไรให้คิดถึงอยู่เรื่อย...ภาคีส่งยิ้มบางๆให้กับเธออีกครั้ง
งั้น...แพนขอตัวก่อนนะค่ะมือหนารีบคว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถ
เดี๋ยวครับแพน
ค่ะเธอหันมองเขาอย่างงุนงง
เอ่อ...อย่าลืมทานยานะครับพี่เป็นห่วงแพนนะแม้มันจะเป็นประโยคคำพูดธรรมดาๆแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นไม่ได้
พี่ภาคีก็เหมือนกันนะค่ะดูแลตัวเองด้วยถึงแม้จะบอกว่าตัวเองแข็งแรงก็ตามเธอส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งพร้อมกับรีบวิ่งขึ้นห้องทันที ภาคีได้แต่มองตามจนลับสายตาอย่างครุ่นคิด...เท่านี้ใช้มั๊ยที่เขาจะทำให้เธอได้ ขอบเขตของเขามีเพียงเท่านี้ต่อไปเขาคงจะไม่มีวันที่จะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีก...
ช่วงบ่ายในวันต่อมาพิรญาณ์ต้องมานั่งอยู่คนเดียวในห้องสมุดเพื่อรอเพื่อนของเธอที่ต้องเข้าประชุมกับรุ่นพี่เนื่องจากอีก 2 อาทิตย์ทางมหาวิทยาลัยของเราจะมีการจัดงานวิชาการขึ้นงานนี้เป็นงานใหญ่เลยที่เดียวเพราะเป็นงานนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ของแต่ละคณะและเป็นการเปิดเส้นทางการศึกษาต่อของนักเรียนมัธยมปลายที่จะต้องเลือกทางเดินชีวิต งานวิชาการของทางมหาวิทยาลัยนี้เป็นงานที่ค่อนข้างถูกจับตามองมากเนื่องจาก 2 ปีจะมีการจัดงานหนึ่งครั้งทำให้มีนักเรียนและผู้ที่สนใจรอคอยการจัดงานเป็นอย่างมาก การจัดงานในแต่ละครั้งจึงต้องสมบูรณ์แบบที่สุด...เพื่อนของเธอก็ค่อนข้างจะเป็นเด็กกิจกรรมจึงทำให้ถูกรุ่นพี่จองตัวช่วยงานตลอดครั้งนี้ก็เช่นกันส่วนเธอไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมเท่าไหร่นักแต่ถูกรุ่นพี่ขอร้องให้ช่วยเป็นพิธีกรและประชาสัมพันธ์เนื่องจากพิรญาณ์มีน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนหวาน แต่เธอต้องทำงานนี้คู่กับรุ่นพี่ต่างคณะซึ้งเธอเองก้ไม่เคยพบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวจึงทำให้เธออดรู้สึกกังวลนิดๆไม่ได้...เฮ้อ!!พี่คนนั้นเป็นใครน๊าถามใครก็ไม่มีใครบอกแล้วจะรอดมั๊ยเนี่ยยัยพิรญาณ์เอ๋ย...
ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าโต๊ะนี้พอมีที่ว่างให้ผมนั่งด้วยได้บ้างรึป่าว
เชิญค่ะเธอตอบรับโดยไม่แหงนหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย
ไม่ทราบว่าหนังสือที่น้องอ่านชื่อเรื่องอะไรเหรอครับ...โธ่!!เอ๊ย ให้นั่งด้วยแล้วยังจะมาวุ่นวายอีกอะไรของเขาเนี่ย...พิรญาณ์เงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจอมยุ่งสักหน่อยแต่เมื่อเธอมองคนตรงหน้าอย่างเต็มตาความคิดเมื่อครู่ก็ถูกพับเก็บลงกระเป๋าทันที
โธ่!!พี่ภาคีชอบแกล้งแพนอยู่เรื่อยเลย
กริ๊งงงงง...............
สา....เร็วสิแก
นี่ ยัยแพนแกจะรีบไปไหนของแกเนี่ย ฉันเห็นแกยุกยิกไปมาตั้งแต่เรียนแล้ว สาหรือสาริสาอดถามเพื่อนสนิทไม่ได้เพราะเธอสังเกตตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนแล้วว่าเพื่อนของเธอเอาแต่มัวจ้องอยู่กับนาฬิกาและยุกยิกไปมาตลอดคาบ...จนเมื่ออดหมดเวลาเรียนดังขึ้นเพื่อนของเธอก็รีบลุกขึ้นลากเธอวิ่งพรวดออกจาห้องทันที
สา...แกลืมไปแล้วรึไงว่าวันนี้วันอะไร
รู้...ฉันรู้ ก็วันนี้วันเกิดพี่ภาคีสุดกรี๊ดของแกไง
อืม...แกก็รู้หนิงั้นก็เร็วๆหน่อยเดี๋ยวฉันไม่ทันให้ของขวัญพี่เขา
ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ยัยแพน โน่นนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าคณะเขาหน่ะ พูดจบเพื่อนสาวของเธอที่เคยเดินราววิ่งกลับหยุดกระทันหันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพาคนที่รีบวิ่งตามเพื่อนมาด้วยความเป็นห่วงล้มลงไปนั่งจั้มเบ้าอยู่กับพื้นด้วยแรงกระแทก
โอ๊ย....อะไรของแกเนี่ยจะหยุดก็บอกฉันบ้างสิเจ็บนะโว๊ยยยย....
อ้าว...เฮ้ยๆฉันขอโทษ เธอพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปดึงเพื่อนให้ลุกขึ้น
แกเป็นอะไรของแกเนี่ย
ก็ฉันตื่นเต้นหนิ
ตื่นเต้น แกนี่ยนะ
ไมเล่า...แกก็ดูสิเพื่อนเขานั่งอยู่ด้วยเป็นฝูงไหนจะพวกบรรดาผู้หญิงพวกนั้นอีก แล้วแกจะให้ฉันเข้าไปได้ยังไง แกช่วยฉันหน่อยน๊า.....
ไม่พ้นยัยสาคนนี่อีก แกนะชอบให้ฉันเป็นไม้กันหมาทุกทีเลย
โถ่!! สาช่วยหน่อยนะ เอางี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงสุกกี้ชุดใหญ่เลยอ่ะ สนป่ะ
อืมๆก็ได้นี่ฉันไม่ได้เห็นแก่กินนะ ขอบอกแต่ขอเป็ดปักกิ่งเพิ่มนะ สาริสาหันมากระเซ้าเพื่อน พิรญาณ์เพียงพยักหน้ารับอย่างกึ่งยิ้มกึ่งขัน
ดี...งั้นรอแป๊บสาริสาเดินฝ่าด่านบรรดาสาวๆทั้งหลายเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับภาคีและเดินออกมา พร้อมส่งยิ้มให้กับเพื่อนของเธอที่ยืนลุ้นอยู่ แต่ไม่นานคนที่เธอต้องการพบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอทันที
พี่ภาคี...
น้องแพนมีอะไรให้พี่ช่วยรึป่าวครับ ภาคีส่งยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้าที่ได้แต่ยืนก้มหน้างุดคล้ายกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
เอ่อ...คือ...แพนไม่นานหญิงสาวก็ได้ยื่นกล่องเล็กๆให้กับชายหนุ่ม
Happy Birth Day นะค่ะพี่ภาคีภาคีเพียงอมยิ้มน้อยๆกับท่าทางเขินอายของหญิงสาว
ขอบคุณนะครับน้องแพน พี่นึกว่าแพนจะลืมวันเกิดพี่ซะแล้ว
แพนจะลืมวันเกิดของพี่ได้ยังไงค่ะ
พี่ดีใจนะครับที่แพนจำวันเกิดของพี่ได้
เอ่อ...เย็นนี้น้องแพนว่างรึป่าวครับพอดีเพื่อนพี่มันจัดงานวันเกิดให้พี่อยากชวนน้องแพนไปด้วยกันพิรญาณ์เผลอทำปากหวออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ภาคีถึงกับหัวเราะกับท่าทางของเธอ พิรญาณ์จึงขยับแว่นสายตาของเธออย่างเขินอาย
ต้องขอโทษจริงๆนะค่ะ พอดีเย็นนี้แพนติดทำรายงานกับเพื่อนที่ห้องสมุดหน่ะค่ะ
ว๊า...เสียดายจังพี่อยากให้แพนไปด้วยพิรญาณ์สบตากับเขาด้วยความรู้สึกแ