วันที่ : 7 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : สายไปไหถ้า...ใจบอกวารัก(ตอนที่5)

“จริงนะค่ะพี่ภาคี”

“ครับ...พี่ไม่มีทางสนใจผู้หญิงแบบนั้นเด็ดขาดมันก็แค่เกมส์เท่านั้นแหล่ะครับ  ถ้าพี่ไม่ทำมันก็ดูเสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายแย่”ภาคีส่งยิ้มหวานให้ข้าวฟ่าง  ถึงแม้เขาจะรู้สึกผิดที่ทำกับผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างพิรญาณ์ต้องเสียใจแต่ถ้ามีโอกาสเขาก็พร้อมจะไปขอโทษเธอเพื่อให้เรื่องมันจบๆไป

“แพน....”เสียงเรียกชื่อนั้นทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่บริเวรนั้นหันไปหาเจ้าของชื่อที่ยืนอยู่ทางด้านหลังทันที  นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่พิรญาณ์ยืนแน่นิ่งฟังความจริงทั้งหมดจากปากผู้ชายคนที่เธอรักและเธอก็คิดมาเสมอว่าเขาเองก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากเธอ  แต่แล้วสิ่งที่เธอคิดมันผิดไปหมดทุกอย่างที่เขาทำมันเป็นแค่เกมส์  แค่เกมส์สนุกๆ ของเขาที่ใช้เธอเป็นเครื่องมือ...พิรญาณ์กำมือแน่นอย่างเพื่อควบคุมสติพร้อมกับค่อยๆหันไปมองเพื่อน   สาริสาเดินตรงเข้ามากุมมือเพื่อนอย่างเห็นใจเธอมองหน้าคนเหล่านั้นที่สงสายตายิ้มเยอะให้กับเพื่อนของเธออย่างโกรธแค้น  ภาคียังคงจับจ้องไปที่พิรญาณ์ที่เธอยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย...

“เฮ้ย!!ไอ้คีย์แสดงให้ข้าวฟ่างเห็นสิวะ  ว่าแกจริงใจกับเขาแค่ไหนและแกก็คือผู้ชนะของเกมส์นี้”เดย์กระซิบข้างหูของภาคี  สาริสาที่เริ่มหมดความอดทนจึงปล่อยมือเพื่อนพร้อมกับทำท่าจะเดินเข้าไปหาตัวต้นเหตุแต่เธอก็ต้องงงมากขึ้นเมื่อพิรญาณ์ดึงแขนห้ามเธอไว้ก่อนที่พิรญาณ์จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเอง  สาริสามองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองที่บนใบหน้าของเพื่อนเธอเวลานี้ไม่มีแต่หยดน้ำตาหรือแววตาเสียใจเลยแม้แต่น้อย  พิรญาณ์ค่อยๆก้าวเข้ามาประจันหน้ากับภาคี  เขาเพียงส่งยิ้มอย่างผู้ชนะให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“สนุกมั๊ยค่ะ”เธอส่งยิ้มบางๆให้กับเขา

“สนุกสิ  ไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อนเลยนะ...ว่าแต่เธอมาได้ยินก็ดีแล้วฉันจะได้ไม่ต้องบอกให้เสียเวลา”ภาคีเสยาะยิ้มก่อนเอ่ย

“เธอคงคิดสินะว่าคนอย่างฉันจะชอบเธอจริงๆ แค่ฉันยอมลดตัวไปยุ่งกับเธอมันก็ทำให้ฉันรู้สึกหม่นหมองลงไปเยอะแล้ว  แต่ฉันคิดว่ามันก็คุ้มดีนะได้หาอะไรสนุกๆทำแถมได้เงินใช้ฟรีๆอีกตั้งสองพัน”ภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างแนวแน่  สาริสาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ได้แต่ยืนกำมือแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์โกรธแค้น...ถ้าเป็นฉันนะไอ้หมอนี้ไม่มีวันได้ยืนยิ้มเยอะอยู่แน่  โธ่!!เอ๊ยยัยแพนยื่นบื่ออยู่ได้  โอ๊ย!!ขัดใจฉันจริงๆ...สาริสาได้แต่บนในใจพร้อมกับหันมองเพื่อนแต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...พิรญาณ์สูดหายใจลึกๆอย่างอดกลั้นพร้อมกับก้าวเท้าเข้าประจันหน้ากับภาคีมากขึ้น  สายตาสองคู่จับจ้องกันอย่างดุดันและเหยียดหยามไม่มีแม้แต่ความปราณีให้กันอีกต่อไป...

“ยินดีด้วยนะค่ะที่คุณสนุกกับเกมส์นี้  เงินสองพันแลกกับความรู้สึกของคนหนึ่งคน  ฮึ่อ...ฉันรู้สึกภูมิใจจังที่ฉันทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักคำว่า..รัก..อย่างคุณมีความสุข  แต่ฉันคงต้องแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะที่ฉันอาจจะต้องทำให้คุณผิดหวังเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันแทบไม่ได้รู้สึกอะไรเลย  ฉันก็แกค่ช่วยสงเคราะห์ให้เกมส์ของคุณมันน่าสนุกมากขึ้นก็เท่านั้น   ก็แหม...ผู้ชมออกจะมากมายนี่ค่ะใครจะกล้าปฏิเสธลงหล่ะ  แต่คุณคงไม่เชื่อว่าทำไมฉันถึงไม่สนใจผู้ชายที่เพรียบพร้อมอย่างคุณใช่มั๊ยหล่ะ  ก็เพราะฉันรู้ดีไงค่ะว่าผู้ชายที่มั่วไม่เลือกอย่างคุณไม่มีวันที่จะรักใครได้จริง  คนอย่างคุณมันก็พวกไร้ด้านจิตสำนึกชอบเห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นของเล่นเสมอเพื่อทำให้ตัวคุณเองดูมีคุณค่ามากขึ้นก็เท่านั้น

ฮึ่อ...ไหนๆวันนี้เรื่องทุกอย่างต้องเปิดเผยอยู่แล้วงั้น...ฉันขอทำให้เกมส์ของคุณน่าระทึกมากขึ้นดีมั๊ยมันจะได้ดังเปรี้ยงปร้างเลยไง  เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างคุณกับฉันมันก็เป็นแค่เกมส์สนุกๆระหว่างเรา  ฉันเองก็ยอมเล่นตามเกมส์ของคุณ  ส่วนตัวคุณเองก็ยอมเล่นตามเกมส์ของฉัน  สนุกดีจริงๆใช่มั๊ยค่ะ”พิรญาณ์ส่งยิ้มให้กับภาคีและเพื่อนๆของเขาที่ยืนจ้องมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา  เธอทำท่าจะเดินแต่แล้วเธอก็หยุดชะงักพร้อมกับหันมาจ้องหน้าภาคีอีกครั้ง“อ้อ...คุณไม่ต้องคิดมากนะค่ะ...เพราะมันก็แค่...เรื่องขำๆ”พิรญาณ์ส่งยิ้มหวานอีกครั้งพร้อมกับรีบสาวเท้าออกมาอย่างมุ่งมั่น  ภาพที่ทุกคนเห็นนั้นแท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ฉากบังตาที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความเจ็บปวดที่มากมาย  ก้าวทุกก้าวที่เธอเดินนั้นมีเพียงความว่างป่าวและหัวใจที่อ่อนล้าเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเดินมาไกลจากคนพวกนั้นแค่ไหน  แม้แต่เสียงเรียกของสาริสาที่ดังมาตลอดทางนั้นก็ไม่ได้มีผลใดใดต่อสมองของเธอในเวลานี้มันยังคงมีแต่คำพูดของภาคี  คำพูดมากมายที่ดูถูกเธอ  ไม่นานนักหยดน้ำใสๆที่เธอพยายามกลั้นมันตลอดก็ได้ไหลหยดลงมาอาบแก้มของเธอจนเปียกปอน  เธอยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งสติครั้งถูกเรียกกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของสาริสาที่มาพร้อมๆกับเสียงเบรกที่ดังไม่แพ้กันทันใดนั้นร่างบางของเธอก็ได้ล้มลง

“แพน....” พิรญาณ์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงเรียกนั้นที่ทั่วทั้งใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำใสๆเต็มไปหมด

“สา...แกเป็นอะไรแกร้องให้ทำไม”

“โธ่!!แพน”สาริสาโผเขากอดเพื่อนของเธออย่างเห็นใจและสงสาร...เพราะนายคนเดียวนายภาค  คอยดูนะฉันจะต้องแก้แค้นนายให้ได้  ฉันจะทำให้นายรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่ทำกับเพื่อนของฉันในวันนี้...

“แกเป็นอะไรรึป่าว  แกเจ็บตรงไหนมั๊ยแพน”สาริสาดูอาการโดยรอบของเพื่อนเธอพร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อนเธอ...หน้าตาดีแฮะ!!ผิวพรรณก็ดี๊ดีแถมยังคิ้วเข้มอีก  ว๊าว!!!หล่อจังสงสัยจะเป็นเจ้าของรถ...(ใช่เวลามั๊ยเนี่ย)

“น้องเป็นอะไรรึป่าวพี่ขอโทษนะครับ”ว๊าว...(รอบสอง)เสียงก็เท่ห์ๆฟังแล้วอบอุ่นดีจัง...สาริสานั่งอมยิ้มกับความคิดของตัวเอง

“แพนไม่เป็นอะไรค่ะ  แต่ถ้าพี่เบรกไม่ทันแพนก็อาจจะไปนอนเล่นบนหน้ารถพี่ก็ได้”พิรญาณ์ส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งอมยิ้มอยู่กับคำพูดติดตลกของเธอ...ผู้หญิงอะไรตลกได้ไม่เลือกสถานการ...

“แพน...แกหนิ”

“พี่ว่าน้องไปตรวจดูอีกทีดีมั๊ยครับ  เดี๋ยวพี่พาไปนะ”เขาทำท่าจะพยุงเธอขึ้นแต่ถูกเธอร้องห้ามไว้

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ  ขอบคุณนะค่ะ”พิรญาณ์ทำท่าจะลุกขึ้นแต่แล้วความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าก็ทำให้เธอล้มลงทันที...เอ๊ะ!!ทำไมพื้นปูนมันนิ่มๆผิดปกติ...เธอได้แต่คิดสนุกๆในใจ

“ยัยแพน....”สาริสาร้องเสียงหลง

“ฮ่ะ...มีอะไรเหรอสา”

“ก็...แก...แกทับพี่เขาอยู่ไงเล่า”ทันทีที่สาริสาพูดจบพิรญาณ์ถึงกับผง่ะไปเล็กน้อยก่อนเคยๆหันไปมองคนที่เธอคิดว่าเป็นเบาะนุ่มๆ เมื่อครู่  เธอได้แต่ส่งยิ้มหเยเกให้กับชายหนุ่มที่ถูกเธอทับอยู่เกือบทั้งตัว  เธอรีบดึงตัวเองขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยขอทาเขาเบาๆ  เขาอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพร้อมกับพยุงตัวเองขึ้นนั่งข้างเธอ

“แพนต้องขอโทษอีกครั้งนะค่ะ  แฮ่ะๆแพนก็คิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมพื้นปูนมันนิ่มๆผิดปกติ”

“ก็แหงหล่ะสิยัยแพน  แกเล่นล้มทับพี่เขาไปทั้งตัวแบบนั้นจะไม่นุ่มได้ยังไง  มาๆฉันช่วย”สาริสายื่นมือไปดึงเพื่อนเธอให้ลุกขึ้น

“เดินไหวมั๊ยแก”

“พี่ว่าพี่ไปส่งดีกว่านะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ  ขอบคุณพี่มากนะค่ะคอนโดฯเราอยู่แค่นี้เอง”

“แต่ว่า...น้องยังเจ็บข้อเท้าอยู่เลยนะครับให้พี่ไปส่งดีกว่า”

“ไม่เป็นไรจริงๆค่ะมันเริ่มดีขึ้นหน่อยๆแล้ว  เดี๋ยวแพนเดินให้พี่ดูเอามั๊ย”พิรญาณ์ขยับตัวตรงพร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนทั้งสองที่ยืนลุ้นอยู่ด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน  เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมกำลังพร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเดิน  แต่เพียงก้าวเดียวเธอก็ถึงกับเซล้มลมลงอีกครั้ง  พ่อเทพบุตรรูปงามคนเดิมถึงกับรีบวิ่งเข้าประคองตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะลงไปนั่งเล่นที่พื้นปูนอีกครั้ง...พิรญาณ์มองหน้าเขาอย่างต้องการขอความเห็นใจ 

“สงสัยแพนคงเดินไม่ไหวจริงๆแล้วค่ะ  ไม่รู้ว่าพี่จะยังอยากช่วยแพนอยู่รึป่าว”

“อวดเก่งจริงๆเลยนะแก”

“พี่ว่าเรารีบไปหาผ้ามาประคบดีกว่านะครับก่อนที่มันจะบวมไปมากกว่านี้...พี่ขอโทษนะครับ”ไม่ทันที่เธอจะตอบรับหรือปฏิเสธร่างบางของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นอยู่บนแขนทั้งสองข้างของเขาเธอถึงกับร้องเบาๆ ก่อนค่อยๆ เกาะบ่าเขาไว้  ยิ่งเข้าใกล้เธอก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หน้าตาดีขนาดไหนทั้งยังผิวพรรณที่สะอาดสะอ้านอีกทั้งรถที่ขับคงไม่ต้องบอกว่าฐานะทางบ้านของเขาเป็นยังไง...สงสัยคงพอๆ กับพี่ภาคีแน่ๆ เลย  เฮ้อ!!นึกถึงชื่อนี้แล้วก็ยิ่งทำให้นึกถึงภาพที่แสนเจ็บปวดเหล่านั้น...

“น้องครับ...น้องแพนครับ”เสียงนุ่มที่เริ่มคุ้นหูของใครบางคนเรียกเธอให้หลุดจากภวังค์ที่แสนเจ็บปวดนั้น

“ค...ค่ะ”เธอมองหน้าคนที่เรียกเธอด้วยดวงตาที่เริ่มแดงกล่ำ  รอยยิ้มบางๆที่เธอส่งให้เขานั้นช่างแฝงไปด้วยความเศร้าหมองจากหัวใจของเจ้าของเสียเหลือเกิน  เขาเองก็ดูจะจับความรู้สึกนั้นของเธอได้ดีทีเดียว  เขาเพียงส่งยิ้มบางๆให้กับเธออย่างเข้าใจ

“เจ็บมากมั๊ยครับ”

“ก็...นิดหน่อยค่ะ  แพนเลยต้องรบกวนพี่อีกรอบเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้น้องต้องเจ็บตัว”สาริสานั่งมองดูการสนทนาของคนทั้งคู่อย่างครุ่นคิด...ฮึ่อๆ ฉันจะไม่ยอมปล่อยชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ไปแน่ๆ 555++...

“ว่าแต่คุยกันมาตั้งนานแล้วยังไม่รู้เลยนะค่ะว่าพี่ชื่ออะไร”สาริสาเริ่มดำเนินตามแผนการความคิดของตัวเองได้อย่างแนบเนียน

“พี่ชื่อพันธวีร์ครับหรือเรียกว่าพี่วีก็ได้”

“อืม...พี่วี   หนูชื่อสาริสาค่ะหรือเรียกว่าสาก็ได้  ส่วนยัยเฉิมเบ๊าะที่เดินให้พี่ชนอ่ะชื่อพิรญาณ์หรือแพนค่ะ”พิรญาณ์ส่งค้อนวงใหญ่ให้กับเพื่อนที่กล่าวหาเธอต่อหน้าชายหนุ่ม(หน้าตาดี)  เขาอดอมยิ้มไม่ได้กับคู่ซี้ต่างลักษณะ นิสัยคู่นี้จะว่าไปแถมจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยก็ว่าได้คนหนึ่งออกจะห้าวๆ ลุยๆแต่ก็ยังมีความหวานในแบบผู้หญิงสวนอีกคนก็ออกจะเรียบร้อย  อ่อนหวานแต่ก็ยังมีความขี้เล่น(เฉพาะบุคคล) แต่ถ้าถอดแว่นตาออกจะแต่งทรงผมสักนิดเธอคงดูน่ารักกว่านี้แน่...เฮ้อ!!ช่างเป็นคู่ต่างที่ลงตัวจริงๆ...

“นั่นแน่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว  คิดอะไรไม่ซื่ออยู่รึป่าวค่ะเนี่ยขอเตือนน๊าถึงแม้เราจะเป็นหญิงแต่เราก็สู้ไม่ถอยนะค่ะ”ชายหนุ่มนามพันธวีร์เผลอหัวเราะออกมาทำเอาหญิงสาวทั้งสองหัวเราะต่อไม่ได้

เขียนโดย kameboum : 2008-07-07 19:16:16
วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่3

“ก็พี่เห็นแพนกำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออยู่เลยไม่อยากกวน  แต่เอ...สงสัยพี่คงต้องยืมหนังสือเล่มที่แพนอ่านไปอ่านบ้างแล้วหล่ะเผื่อมันจะบอกวิธีที่ทำให้แพนมาสนใจพี่บ้าง”เธอจ้องมองดวงตาของเขาอย่างต้องการคำตอบ  สิ่งที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง...สนใจ...ให้ความหวัง...หรือเป็นเพียงคำพูดหยอกเย้า...

“เอ่อ...วันนี้พี่ภาคีว่างเหรอค่ะ”

“ก็ไม่เชิงเพราะพี่ต้องเข้าประชุมเตรียมงานต่อหน่ะครับ”

“แล้วทำไมน้องแพนถึงมานั่งคนเดียวหล่ะครับ”

“อ๋อ...พอดียัยสาไปประชุมกับรุ่นพี่ค่ะ  สาเลยให้แพนมารอที่ห้องสมุด”

“แต่นี่จะหกโมงแล้วนะครับทำไมน้องสาเขาถึงยังไม่มาอีก”ภาคีทำท่าชะเง้อหา

        ติ๊ด....ติ๊ด...ติ๊ด....

“ฮัลโหล  ว่าไงสา”       

( แพน...แกอยู่ที่ห้องสมุดใช่มั๊ย)

“อืม...ทำไมเหรอ”

(ก็พวกรุ่นพี่หน่ะสิไม่ยอมประชุมกันสักทีรอใครกันก็ไม่รู้  ฉันนะโค-ตระเซ็งเลย)

“เหรอ”

(ฉันว่าแกกลับไปก่อนดีกว่า  แนไม่อยากให้แกนั่งอยู่คนเดียวอีกอย่างนี่ก็เริ่มมืดแล้วด้วย)

“ไม่เป็นไรฉันรอแกได้”

(เชื่อฉันเถอะแพน  ฉันว่าคงอีกนานเลยหล่ะ)

“ก็ได้งันฉันกลับก่อนนะ”

(เจอกันที่ห้องนะ  บาย!!)

 

“มีอะไรรึป่าวครับน้องแพน”ภาคีเอ่ยถามหลังจากที่เห็นเธอกดวาง

“ยัยสาหน่ะค่ะบอกให้แพนกลับก่อน”

“ดีเลย  งั้นพี่ไปสงนะ”

“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะพี่ต้องไปประชุมอีกไม่ใช่เหรอค่ะแพนกลับเองได้”พิรญาณ์ลุกขึ้นหยิบหนังสือและกระเป๋า

“แพนกลับก่อนนะค่ะ”ภาคีมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธถ้าเขาจะขอไปส่ง  ถึงเขาไม่เอ่ยปากพวกผู้หญิงเหล่านั้นก็จะขอร้องเขาให้ไปส่งเสมอ  แต่พิรญาณ์ไม่ใช่เธอปฏิเสธเขา ‘เรื่องอะไรจะให้ยัยเด็กดื้อเดินจากไปง่ายๆ รู้จักพี่ภาคีน้อยไปแล้ว’ไวเท่าความคิดภาคีรีบวิ่งตรงไปคว้ากระเป๋าและหนังสือในมือของเธอมาถือไว้ก่อนรีบเดินนำเธอออกจากห้องสมุดทันที  เธอได้แต่ยืนมองเขาอย่างสับสนก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มไป

“พี่ภาคี  รอแพนด้วยสิค่ะ”เธอรีบวิ่งมาขวางหน้าเขาไว้

“เอาของๆแพนคืนมานะ”

“โถ่...น้องแพนครับ”

“ไม่ต้องมาโถ่เลยค่ะแพนกลับเองได้”พิรญาณ์ตรงเข้าไปคว้ากระเป๋าของเธอจากเขาทันทีแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ  เขากลับพากระเป๋าและหนังสือหลบเป็นพลันลวันทำให้เธอต้องกระโดดคว้าตาม  กลายเป็นเธอเองที่เหนื่อยเธอจึงตัดสินใจหยุดความคิดที่จะแย้งของคืนจากคนเจ้าเล่ห์ทันที   เธอยืนหอบอยู่ครู่หนึ่งเธอก็รู้สึกถึงความร้อนแปลกๆรอบเอวเธอ  นาทีแรกเธอถึงกับผง่ะเล็กน้อยที่พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา  แต่เมื่อตั้งสติได้เธอจึงใช้แขนทั้งสองข้างของตัวเองดันหน้าอกที่แข็งแรงนั้นไว้เพื่อป้องกันการใกล้ชิดกันมากกว่านี้  เธอได้แต่ก้มหน้างุดอย่างเขินอายกับสายตาของเขาที่มองมา  ภาคีเพียงอมยิ้มน้อยๆกับตัวเอง...

“ป...ปะ...ปล่อยแพนเถอะนะค่ะ”เธอยังคงก้มหน้า

“ถ้าพี่ไม่ปล่อยหล่ะแพนจะทำยังไง”ภาคีส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับหญิงสาวตรงหน้า  ส่งผลให้เธอเงยหน้ามองเขาอย่างหาเรื่อง

“ปล่อนแพนนะค่ะ  เดี๋ยวใครมาเห็นนะ”เธอพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนที่แข็งแรงนั้นแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งแน่นขึ้นๆ

“ก็แพนเข้ามาให้พี่กอดทำไมหล่ะค่ะ  แล้วใครจะยอมปล่อยง่ายๆ”

“พี่ภาคี”หญิงสาวร้องเสียงอ่อน  ภาคีมองเธอด้วยสายตาจริงจังพร้อมกับเอ่ยคำที่ต้องการ

“แพนครับ  พี่ขอ  ขอแค่นี้ขอให้พี่ได้กอดแพนแบบนี้มันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะได้ใกล้แพนแบบนี้  ได้มั๊ย”พิรญาณ์โผเข้ากอดเขาทันทีพร้อมกับที่ภาคีค่อยๆกระชับอ้อมแขนของเขาให้แน่นขึ้น  เธอตกใจในคำพูดของเขาที่ดูจริงจังมันทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...มันคงนานมากพอที่จะทำให้คนทั้งสองต้องเข้าสู่โลกของความเป็นจริง  ภาคีค่อยๆคลายอ้อมกอดนั้นอย่างอ่อยอิ่งจากนี้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่หรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยที่เขาจะได้ใกล้ชิดเธอแบบนี้อีก

“ขอบคุณมากนะครับแพน”

“ค่ะ...เอ่อ...แพนว่ากลับดีกว่านะค่ะเดี๋ยวพี่จะไม่ทันประชุม”

“ครับ  แต่ยังไงพี่ก็จะถือกระเป๋ากับหนังสือให้นะ”

“ตามใจค่ะอยากถือก็ถือไปเลยนะ  บรื้อ....”พิรญาณ์แลบลิ้นใส่พร้อมกับรีบสาวเท้าเดินนำไปแต่ก็ยังคงไม่ไวเท่าเขา  ภาคีรีบวิ่งไปคว้ามือของเธอมากุมไว้อย่างวิสาสะ

“ปล่อยค่ะ”

“ไม่ปล่อย”

“แล้วจะจับทำไมค่ะ”

“ไม่จับไว้ก็วิ่งหายพี่ไปอีกสิ   ป่ะไปขึ้นรถ”ภาคีกึ่งลากกึ่งจูงพิรญาณ์ไปที่รถแต่กลับถูกเธอดึงแขนของเขาไว้ก่อน  เขาหันมองเธอด้วยความงุนงง...ต้องหาทางเลี่ยงอีกแน่เลยใช่มั๊ยยัยตัวแสบ...

“ไม่เอาค่ะ  แนจะเดินกลับ”เธอจ้องมองเขาอย่างผู้ชนะ  ภาคีได้แต่กลั้นยิ้มกับความคิดของตัวเองเมื่อครู่

“เดินเหรอ”เขาแสร้งทำหน้าเศร้า

“ค่ะเดิน...งั้น  แพนไปก่อนนะค่ะ   บ๊าย...บาย”พิรญาณ์ทำท่าโบกมือลาพร้อมกับตรงเขาไปคว้ากระเป๋าและหนังสือจากเขาทันทีแต่ยิ่งเธอดึงเขาก็ยิ่งกอดไว้แน่น  เธอยืนเท้าเอวจ้องมองหน้าเขาอย่างหาเรื่อง

“พี่ภาคี...เอาของๆแพนคืนมาสิค่ะ”

“ไม่คืน”

“แต่เราไปคนละทางนะค่ะ”

“ใครบอกว่าคนละทาง”ภาคีจ้องหน้าพิรญาณ์อย่างเจ้าเลห์

“เอ๊ะ...”

“แพนเดินพี่ก็เดิน”ภาคีดึงแขนเธอมาคล้องไว้กับตัวเอง

“แต่รถพี่อยู่นี่นะค่ะ  จะเดินไปเดินมาทำไม”

“ใครบอก  วันนี้พี่เอารถไปจอดไว้ที่คอนโดฯแพนต่างหาก”

“อะไรนะค่ะ...”

“แพนจะว่าพี่เจ้าเล่ห์หน่ะสิเป็นไงหล่ะสมใจเลย555+++”

“พี่หนิเจ้าเล่ห์ได้โล่จริงๆ”

“แค่แพนคนเดี๋ยวแหล่ะ  ป่ะไปกันเถอะเดี๋ยวก็ไม่ต้องกลับกันพอดี”ภาคีจูงมือพิรญาณ์ออกเดินไปพร้อมกันอย่างไม่สนใจต่อสายตาหลายคู่ที่พากันจับจ้อง

“แพนกลัวคนพวกนั้นเหรอครับ”ภาคีกระซิบข้างหูของเธอระหว่างเดิน  เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าหญิงสาวข้างกายเขาดูเงียบผิดปกติ  แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ จึงทำให้เขาเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น

“ก็...ไม่เชิงค่ะ”

“แพนไม่ต้องกลัวนะครับยังไงคนเจ้าเล่ห์ก็ต้องคุ้มครองยัยตัวดื้อของเขาได้อยู่แล้ว”ภาคีส่งยิ้มมั่นใจให้กับเธอ  มันทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก  เธอรู้สึกดีทุกครั้งที่มีเขาเคียงข้างมันทำให้เธอกล้าที่จะเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา

“ยอมเชื่อคนเจ้าเล่ห์คนนี้สักครั้งนะครับ”

“ค่ะ...ยัยตัวดื้อจะเชื่อนายเจ้าเล่ห์นะ”

     ภาคีกุมมือพิรญาณ์แน่นที่เธอเชื่อมั่นในตัวเขา  เขาเองก็รู้สึกดีไม่น้อยที่มีเธออยู่เคียงข้าง  ยิ่งใกล้เธอก็ยิ่งทำให้เขาหวั่นไหว  หวั่นไหวทุกครั้งที่ใกล้กัน  เธอมีความจริงใจให้กับเขาเสมอแต่เขาสิ...

    ความสนิทสนมของภาคีและพิรญาณ์กลายเป็นหัวข้อสนทนาของบรรดาสาวๆแทบทั้งมหาวิทยาลัยในวันต่อมาไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหนก็จะมีแต่คนพากันจับจ้องและซุบซิบกันต่างๆนานา  แต่ถึงอย่างนั้นภาคีก็ไม่ได้สนใจต่อสายตาเหล่านั้นเขายังคงหมั่นมาหาพิรญาณ์ที่คณะมาช่วย

เขียนโดย kameboum : 2008-07-05 20:54:10
วันที่ : 5 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่2

แต่เมื่อเธอก้มมองลงเธอกลับพบเสื้อแจ๊คเก็ตที่คลุมบ่าของเธออยู่  เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นเจ้าของแต่แล้วก็เหมือนกับความฝันครั้งที่สองเมื่อเธอได้พบกับคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในเวลานี้เขากำลังยืนกางร่มให้ทั้งเขาและตัวเธอพร้อมกับส่งยิ้มอันทรงเสน่ห์นั้นให้กับเธอ  พิรญาณ์ดุนแว่นขึ้นอย่างต้องการทดสอบว่าเธอไม่ได้ฝันไปจริงๆ

“พี่ภาคี”เธอเอ่ยชื่อนั้นราวกับละเมอ  ทำเอาผู้เป็นเจ้าของชื่ออดอมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้กับท่าทางเหลอหลาของหญิงสาวตรงหน้า  ใช่ว่าเธอเองจะงงฝ่ายเดียวตัวเขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมตัวเองต้องขับรถมาที่มหาวิยาลัยฯในเวลาค่ำมืดแบบนี้ทั้งๆ ที่ในเวลาแบบนี้เขาน่าจะนั้งสนุกอยู่กับเพื่อนๆ ในงานวันเกิดแท้ๆ...

“ครับ  พี่เอง”

“พี่ภาคีมาได้ยังไงค่ะ”

“พี่ว่าเราอย่ายืนคุยกันตรงนี้เลยนะ  ดูสิครับน้องแพนเปียกหมดแล้ว”พิรญาณ์ก้มลงมองสภาพของตัวเองที่ไม่ต่างอะไรกับลูกหมาตกน้ำในเวลานี้พร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้กับชายหนุ่ม  ดวงตาคู่สวยนั้นหากแม้จะถูกบดบังด้วยกรอบแว่นแต่มันก็ทำให้หัวใจที่แข็งกร้าวนั้นกลับหวั่นไหวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้...อย่านะภาคี  แกห้ามคิดอะไรแบบนั้นเด็ดขาด...

“เอ่อ...พี่ว่าเราไปกันดีกว่านะครับ”ภาคีโอบพิรญาณ์ให้เข้าใกล้เขามากยิ่งขึ้นพร้อมกับเบี่ยงร่มทั้งหมดไปให้กับเธอ  แม้ว่าเขาจะพยายามห้ามใจไม่ให้เข้าใกล้เธอไปมากกว่านี้แต่เมื่อได้ใกล้กันความคิดเหล่านั้นก็ได้มลายหายไปหมดมีเพียงเสียงของหัวใจที่ร่ำร้องให้ตอบสนองความรู้สึกที่พยายามปิดกั้นของตัวเอง   พิรญาณ์เงยหน้าจ้องมองภาคีก่อนเอ่ยอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก...

“ถ้าพี่ภาคีเปียกแพนก็จะเปียกด้วยแพนไม่ยอมให้พี่ภาคีไม่สบายหรอกนะค่ะ”ภาคีจ้องมองพิรญาณ์ที่กำลังพับร่มอยู่อย่างหัวเสีย  ไม่ว่าเขาจะร้องห้ามอย่างไรเธอก็ดูเหมือนจะไม่สนใจในคำพูดของเขาสักนิด...ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างนะเปียกปอนไปหมดแล้วเนี่ย...

“ดื้อจริงๆเลยแพน”ภาคีฉวยร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาพร้อมพาเธอวิ่งฝ่าสายฝนไปที่รถของเขาที่จอดอยู่ด้านหลัง...พิรญาณ์เหลือบมองชายหนุ่มข้างกายอย่างอิ่มแอมใจแม้ว่าเขาจะทำหน้ามุ่ยแต่มันก็ทำให้เธอมีความสุข...ขอบคุณมากนะจ๊ะสายฝนที่ทำให้แพนได้อยู่ใกล้พี่ภาคี...เธออมยิ้มกับตัวเองอีกครั้งก่อนถูกเขาดึงให้เข้าไปนั่งในรถ

“ดื้อจริงๆเลยนะเรา  ดูสิเปียกหนักกว่าเดิมอีก  ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างแพนเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”ภาคีเอ่ยอย่างหัวเสียพร้อมกับเอื้อมไปหยิบของบางอย่างที่เบาะหลัง

“พี่ภาคีมีผ้าขนหนูติดรถด้วยเหรอค่ะเนี่ย”

“ไม่ต้องมาทำเปลี่ยนเรื่องเลย”ภาคีเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับใช้ผ้าคลุมทับตัวเธออีกครั้งก่อนหยิบอีกผืนมาเช็ดผมที่เปียกปอนให้เธอ  พิรญาณ์ได้แต่ก้มหน้างุดให้เขาเช็ดผมให้อย่างว่าง่าย

“โกรธพี่เหรอ”

“ป่าวค่ะ”

“ป่าวเหรอ...งั้นเงยหน้ามาจ้องหน้าพี่สิ”เธอยังคงก้มหน้างุดและนั่งเขี่ยนิ้วตัวเองเล่น

“ทำไมไม่เงยหล่ะ”

“ก็ไม่อยากเงยพี่ภาคียังทำหน้าดุอยู่”

“รู้ได้ยังไงว่าพี่ทำหน้าดุ  แพนยังไม่เห็นหน้าพี่เลย”

“แพนรู้แล้วกัน”ภาคีค่อยๆเอื้อมมือไปดุนคางหญิงสาวตรงหน้าให้หันมาสบตากับเขา  พิรญาณ์อดรู้สึกหนาวๆร้อนๆไม่ได้กับความใกล้ชิดแบบนี้

“ไหนตอบพี่สิว่าตอนนี้พี่ทำหน้ายังไงอยู่”หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของเขา

“เจ้าเล่ห์...”ทันทีที่หญิงสาวพูดจบความเงียบภายในรถก็ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะอันสดใสของทั้งคู่

“พี่เจ้าเล่ห์จริงๆอ่ะ”

“ค่ะ...ม๊ากมาก”หญิงสาวทำท่าการันตี

“ว๊า...งั้นคนเจ้าเล่ห์คงต้องพาคนดื้อไปส่งแล้วหล่ะเดี๋ยวหวัดจะกินซะก่อน”

     พิรญาณ์กลับมาถึงห้องในสภาพที่เปียกปอนทำเอาเพื่อนที่นั่งรออยู่อย่างเป็นห่วงอดตกตะลึงไม่ได้  สาริสารีบวิ่งเข้าไปหยิบผ้าขนหนูมาคลุมบ่าให้เพื่อนที่ยืนนิ่งอยู่บริเวณกรอบประตู

“แพน...แกอย่าบอกฉันนะว่าแกเดินตากฝนมาเนี่ย”พิรญาณ์ยิ้มกลบเกลื่อน

“ก็ไม่เชิงหรอกก็พอดีฉันเดินมาได้ครึ่งทางแล้วจู่ๆ ฝนก็ตกลงมากระทันหันฉันก็เลยรีบวิ่งไปหลบใต้ต้นไม้  ที่นี้ก็เป็นอย่างที่แกเห็นเนี่ยหล่ะ”

“อืม...แล้วเสื้อคลุมนั่นหล่ะของใครฉันว่า....มันคุ้นๆอยู่นะ”สาริสาพยายามคิดว่าเคยเห็นเสื้อตัวนี้ที่ไหนแต่แล้วเธอก็โพลงออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น  ตกใจ

“เฮ้ย...เสื้อตัวนี้ของพี่ภาคีหนิ  อย่าบอกนะว่า...”ไม่ทันทีสาริสาจะเอ่ยปากแซว  เพื่อนของเธอก็รีบวิ่งปรูดเข้าห้องของตัวเองไปทันทีทิ้งไว้เพียงปริศนา!!...นึกเหรอยัยแพนว่าแกจะหนีฉันพ้น...

     พิรญาณ์ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หนีเจ้าเพื่อนจอมซักมาได้  เธอก้มมองเสื้อตัวนั้นอีกครั้งก่อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้...

เมื่อรถยนต์คันหรูจอดนิ่งอยู่หน้าคอนโดฯของพิรญาณ์  ภาคีก็ได้ละสายตาจากถนนเบื้องหน้ามาจ้องมองหญิงสาวข้างกายที่ส่งยิ้มมาให้กับเขาอย่างขอบคุณในเวลานี้

‘ขอบคุณพี่ภาคีมากนะค่ะที่มาส่ง  ถ้าไม่ได้พี่แพนคงไม่ได้กลับแน่’

‘ไม่เป็นไรหรอกครับ’

‘เอ...วันนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดพี่ไม่ใช่เหรอค่ะแล้วทำไมพี่ถึงมาที่มหาลัยฯได้หล่ะค่ะ’

‘เอ่อ...คือ...คือ...’เอาหล่ะหว่าไอ้ภาคี  จะจอบยังไงหล่ะทีนี้

‘เอ่อ...คือ...พี่...พี่ลืมของไว้ที่คณะหน่ะครับมันสำคัญมากพี่ก็เลยต้องรีบมาเอา’

‘อืม...’

‘พี่ว่าแพนรีบขึ้นห้องเถอะนะครับเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ’ภาคีเอ่ยเสียงอ่อน

‘ค่ะ’พิรญาณ์ทำท่าจะถอดเสื้อคลุมของภาคีออกแต่กลับถูกมืออุ่นๆของเขาห้ามไว้พร้อมกับใส่กลับให้กับเธอ  หญิงสาวได้แต่ทำหน้างง...

‘แพนใส่ไว้นะครับไม่ต้องคืนพี่หรอก’

‘เอ่อ...แต่ว่า’

‘ไม่ต้องแต่หรอกครับพี่แข็งแรง’ภาคีทำท่าเบ่งกล้ามโชว์หญิงสาวเป็นการส่งเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งคู่เป็นอย่างมาก 

‘อืม...งั้น...เอาอย่างนี้ดีกว่า’พิรญาณ์ดึงผ้าขนหนูที่คลุมบ่าออกพร้อมกับห่มมันให้กับเจ้าของผ้าตัวจริงที่นั่งมองเธออย่างงุนงงเช่นกัน...ผู้หญิงคนนี้นี่แปลกจริงๆ ชอบทำอะไรให้คิดถึงอยู่เรื่อย...ภาคีส่งยิ้มบางๆให้กับเธออีกครั้ง

‘งั้น...แพนขอตัวก่อนนะค่ะ’มือหนารีบคว้าตัวหญิงสาวไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถ

‘เดี๋ยวครับแพน’

‘ค่ะ’เธอหันมองเขาอย่างงุนงง

‘เอ่อ...อย่าลืมทานยานะครับพี่เป็นห่วงแพนนะ’แม้มันจะเป็นประโยคคำพูดธรรมดาๆแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นไม่ได้

‘พี่ภาคีก็เหมือนกันนะค่ะดูแลตัวเองด้วยถึงแม้จะบอกว่าตัวเองแข็งแรงก็ตาม’เธอส่งยิ้มให้กับเขาอีกครั้งพร้อมกับรีบวิ่งขึ้นห้องทันที  ภาคีได้แต่มองตามจนลับสายตาอย่างครุ่นคิด...เท่านี้ใช้มั๊ยที่เขาจะทำให้เธอได้  ขอบเขตของเขามีเพียงเท่านี้ต่อไปเขาคงจะไม่มีวันที่จะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีก...

       ช่วงบ่ายในวันต่อมาพิรญาณ์ต้องมานั่งอยู่คนเดียวในห้องสมุดเพื่อรอเพื่อนของเธอที่ต้องเข้าประชุมกับรุ่นพี่เนื่องจากอีก 2 อาทิตย์ทางมหาวิทยาลัยของเราจะมีการจัดงานวิชาการขึ้นงานนี้เป็นงานใหญ่เลยที่เดียวเพราะเป็นงานนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ของแต่ละคณะและเป็นการเปิดเส้นทางการศึกษาต่อของนักเรียนมัธยมปลายที่จะต้องเลือกทางเดินชีวิต  งานวิชาการของทางมหาวิทยาลัยนี้เป็นงานที่ค่อนข้างถูกจับตามองมากเนื่องจาก 2 ปีจะมีการจัดงานหนึ่งครั้งทำให้มีนักเรียนและผู้ที่สนใจรอคอยการจัดงานเป็นอย่างมาก  การจัดงานในแต่ละครั้งจึงต้องสมบูรณ์แบบที่สุด...เพื่อนของเธอก็ค่อนข้างจะเป็นเด็กกิจกรรมจึงทำให้ถูกรุ่นพี่จองตัวช่วยงานตลอดครั้งนี้ก็เช่นกันส่วนเธอไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมเท่าไหร่นักแต่ถูกรุ่นพี่ขอร้องให้ช่วยเป็นพิธีกรและประชาสัมพันธ์เนื่องจากพิรญาณ์มีน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนหวาน  แต่เธอต้องทำงานนี้คู่กับรุ่นพี่ต่างคณะซึ้งเธอเองก้ไม่เคยพบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวจึงทำให้เธออดรู้สึกกังวลนิดๆไม่ได้...เฮ้อ!!พี่คนนั้นเป็นใครน๊าถามใครก็ไม่มีใครบอกแล้วจะรอดมั๊ยเนี่ยยัยพิรญาณ์เอ๋ย...

“ขอโทษนะครับ  ไม่ทราบว่าโต๊ะนี้พอมีที่ว่างให้ผมนั่งด้วยได้บ้างรึป่าว”

“เชิญค่ะ”เธอตอบรับโดยไม่แหงนหน้ามองเขาเลยแม้แต่น้อย

“ไม่ทราบว่าหนังสือที่น้องอ่านชื่อเรื่องอะไรเหรอครับ”...โธ่!!เอ๊ย  ให้นั่งด้วยแล้วยังจะมาวุ่นวายอีกอะไรของเขาเนี่ย...พิรญาณ์เงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจอมยุ่งสักหน่อยแต่เมื่อเธอมองคนตรงหน้าอย่างเต็มตาความคิดเมื่อครู่ก็ถูกพับเก็บลงกระเป๋าทันที 

“โธ่!!พี่ภาคีชอบแกล้งแพนอยู่เรื่อยเลย”

เขียนโดย kameboum : 2008-07-05 14:55:19
วันที่ : 4 กรกฎาคม 2551
ชื่อตอน (chapter) : ตอนที่1

กริ๊งงงงง...............

“ สา....เร็วสิแก ”

“ นี่  ยัยแพนแกจะรีบไปไหนของแกเนี่ย  ฉันเห็นแกยุกยิกไปมาตั้งแต่เรียนแล้ว ”สาหรือสาริสาอดถามเพื่อนสนิทไม่ได้เพราะเธอสังเกตตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนแล้วว่าเพื่อนของเธอเอาแต่มัวจ้องอยู่กับนาฬิกาและยุกยิกไปมาตลอดคาบ...จนเมื่ออดหมดเวลาเรียนดังขึ้นเพื่อนของเธอก็รีบลุกขึ้นลากเธอวิ่งพรวดออกจาห้องทันที

“ สา...แกลืมไปแล้วรึไงว่าวันนี้วันอะไร ”

“ รู้...ฉันรู้  ก็วันนี้วันเกิดพี่ภาคีสุดกรี๊ดของแกไง ”

“ อืม...แกก็รู้หนิงั้นก็เร็วๆหน่อยเดี๋ยวฉันไม่ทันให้ของขวัญพี่เขา ”

“ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ยัยแพน  โน่นนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าคณะเขาหน่ะ  ”พูดจบเพื่อนสาวของเธอที่เคยเดินราววิ่งกลับหยุดกระทันหันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพาคนที่รีบวิ่งตามเพื่อนมาด้วยความเป็นห่วงล้มลงไปนั่งจั้มเบ้าอยู่กับพื้นด้วยแรงกระแทก

“ โอ๊ย....อะไรของแกเนี่ยจะหยุดก็บอกฉันบ้างสิเจ็บนะโว๊ยยยย....”

“ อ้าว...เฮ้ยๆฉันขอโทษ ”เธอพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปดึงเพื่อนให้ลุกขึ้น

“ แกเป็นอะไรของแกเนี่ย ” 

“ ก็ฉันตื่นเต้นหนิ  ”

“ ตื่นเต้น  แกนี่ยนะ  ”

“ ไมเล่า...แกก็ดูสิเพื่อนเขานั่งอยู่ด้วยเป็นฝูงไหนจะพวกบรรดาผู้หญิงพวกนั้นอีก แล้วแกจะให้ฉันเข้าไปได้ยังไง  แกช่วยฉันหน่อยน๊า.....”

“ ไม่พ้นยัยสาคนนี่อีก  แกนะชอบให้ฉันเป็นไม้กันหมาทุกทีเลย  ”

“ โถ่!! สาช่วยหน่อยนะ  เอางี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงสุกกี้ชุดใหญ่เลยอ่ะ  สนป่ะ  ”

“ อืมๆก็ได้นี่ฉันไม่ได้เห็นแก่กินนะ  ขอบอกแต่ขอเป็ดปักกิ่งเพิ่มนะ ”สาริสาหันมากระเซ้าเพื่อน  พิรญาณ์เพียงพยักหน้ารับอย่างกึ่งยิ้มกึ่งขัน

“ ดี...งั้นรอแป๊บ”สาริสาเดินฝ่าด่านบรรดาสาวๆทั้งหลายเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับภาคีและเดินออกมา  พร้อมส่งยิ้มให้กับเพื่อนของเธอที่ยืนลุ้นอยู่  แต่ไม่นานคนที่เธอต้องการพบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอทันที

“พี่ภาคี...”

“น้องแพนมีอะไรให้พี่ช่วยรึป่าวครับ”  ภาคีส่งยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้าที่ได้แต่ยืนก้มหน้างุดคล้ายกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

“เอ่อ...คือ...แพน”ไม่นานหญิงสาวก็ได้ยื่นกล่องเล็กๆให้กับชายหนุ่ม

“Happy  Birth  Day นะค่ะพี่ภาคี”ภาคีเพียงอมยิ้มน้อยๆกับท่าทางเขินอายของหญิงสาว

“ขอบคุณนะครับน้องแพน  พี่นึกว่าแพนจะลืมวันเกิดพี่ซะแล้ว”

“แพนจะลืมวันเกิดของพี่ได้ยังไงค่ะ”

“พี่ดีใจนะครับที่แพนจำวันเกิดของพี่ได้”

“เอ่อ...เย็นนี้น้องแพนว่างรึป่าวครับพอดีเพื่อนพี่มันจัดงานวันเกิดให้พี่อยากชวนน้องแพนไปด้วยกัน”พิรญาณ์เผลอทำปากหวออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  ภาคีถึงกับหัวเราะกับท่าทางของเธอ พิรญาณ์จึงขยับแว่นสายตาของเธออย่างเขินอาย

“ต้องขอโทษจริงๆนะค่ะ  พอดีเย็นนี้แพนติดทำรายงานกับเพื่อนที่ห้องสมุดหน่ะค่ะ”

“ว๊า...เสียดายจังพี่อยากให้แพนไปด้วย”พิรญาณ์สบตากับเขาด้วยความรู้สึกแ