วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ฝนตกลงมา
ผมได้แต่เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าและก็ทอดถอนใจ
"เฮ้ออ...จะตกไปถึงเมื่อไรนะ" แต่ก็ได้แค่รำพึงรำพันกับตัวเองเท่านั้น
จะให้ทำไงได้ เราเกิดมาอยู่ใต้ฟ้านิ ก็ต้องยอมรับ ในกฎของธรรมชาติ
ตั้งแต่วันที่ เธอ... เลิกกับผมไป ในตอนนั้นฝนตกหนักมาก
เธอบอกเลิกกับผม กลางสายฝน ตัวของเราเปียกปอนด้วยกันทั้งคู่
เราทั้งสองคนแทบไม่ได้เห็น น้ำตาของกันและกันเลย
เพราะว่าฝนตกผ่านใบหน้า มาแทนที่น้ำตาของเราทั้งสองคน
ผมได้แต่ยืนนิ่ง ตลอดเวลาไม่เคยนึกฝันว่าจะได้ยินคำนี้ออกจากปากของเธอ
"เราเลิกกันเถอะ" คำพูดเพียงประโยคสั้นๆ มันทำให้ผมคิดอะไรไม่ออก
แล้วเธอก็เดินจากผมไป ปล่อยให้ผมยืนนิ่งกลางสายฝนที่ร่วงหล่นลงมา
"อีกแล้ว...เอาอีกแล้ว ทำไมหน่อเวลาฝนตกแล้วผมชอบคิดถึงเรื่องนี้ทุกที"
อาจเป็นเพราะว่า นั้นคือเรื่องสะเทือนใจที่น่าอดสู่ที่สุดใน เรื่องความรักของผมนั้นเอง
และมันยังเกี่ยวโยงในตอนที่ฝนตกอีกด้วย ผมจึงไม่ค่อยชอบนักเวลาที่ฝนตกลงมา
ผมจึงเร่งเดินฝ่าฝนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะไม่อยากทำให้ใจของผมเองนั้นต้องเปียกอีกแล้ว
"ฝนตก ตัวเปียก เช็ดสักพักก็แห้งได้ แต่ใจที่มันเปียก นี่ต้องใช้อะไรเช็ดมันถึงจะแห้ง"
แนวความคิดนี้ผมคงต้องนั่งคบคิดไปตลอดจนหมดหน้าฝนเลยแน่ๆ
ว่าผมต้องใช้อะไรเช็ดหัวใจที่มันเปียกปอนของผมให้แห้งอีกครั้งได้หลังฝนตกลงมา
ไม่แน่นะ พอหมดหน้าฝน ผมก็คงไม่คิดถึงเรื่องนี้แล้วหล่ะ
อาจจะไปคิดถึงตอนหน้าหนาว ว่า "ผมจะหาใครให้ความอบอุ่นแก่ผมดีในตอนหน้าหนาว"
ถ้าหาไม่ได้ หน้าร้อนค่อยว่ากันอีกที ^^
|
ปล.เรื่องนี้ไม่ใช่ชีวิตจริงนะ
เรื่องจริงๆของผมนั้น ตอนฝนตก ผมก็หลับสบายเลยแหล่ะ
อาจจะเหงานิดๆ แต่พอฝนหยุดตกมันก็หายไปเอง
แต่ที่แน่ๆ ถ้าเปียกฝน ก็ต้อง รีบสระผม เช็ดให้แห้ง
เดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ ^^

