#ตอนที่ 10 อารมณ์ดีเพราะได้แกล้งคน ^^
“ต๊าย
พวกบ้าพลังทำไมมาอยู่แถวนี้เนี่ย” ชุดนักเรียนสีฟ้าคลุมยาวมาถึงเข่า
ปักด้วยดิ้นทองสลักชื่อและบอกว่าอยู่ห้องไหนตามตำแหน่งภายในโรงเรียน ตามด้วยถุงเท้าสีขาวผู้ดี
ผมถึงจะยาวแค่ไหนก็ต้องผูกริบบิ้นสีดำหรือสีน้ำเงิน
กระเป๋าอนุญาติให้ใช้ได้แค่สีดำ น้ำตาล หรือสีอื่นที่ออกไปทางคลึ้ม
ท่าทางคุณหนูแบบนี้ที่ใครเห็นก็ต้องหมั่นไส้ โรงเรียนเซอร์หลุยส์ =_=;
ใช่สิ
ก็อย่างที่ฉันเคยบอกไป โรงเรียนเซอร์ลอสนั้นจะได้รับรางวัลด้านกิจกรรมมากที่สุด
แต่ลืมเติมไปว่ามีแต่แบบใช้พละกำลัง -_- ส่วนวิชาการนี่ต้องยกให้เซอร์หลุยส์
ส่วนเซอร์ฟรังขอเป็นกลางไม่อยากมีสงครามให้มากมายระหว่างโรงเรียน
ไม่แปลกหรอกนะที่เด็กเซอร์หลุยส์จะชี้ให้ดู
ก็เสื้อเชิร์ตแขนยาวเพราะอยู่ในห้องแอร์ ปักชื่อด้วยอักษรสีดำ
ทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อนบวกกับกระโปรงลายสก็อตแต่ของผู้ชายเป็นกางเกงสามส่วนสีน้ำตาลเข้มขายาวที่ใครเห็นต่างก็คิดว่าเป็นเด็กบ้าพลัง
เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงไม่ค่อยอยากจะมาแถวนี้สักเท่าไหร่
ถ้าไม่ติดว่ารถฉันเสียและปากกาที่ร้านนี้มีแต่แท่งดีๆ ราคาถูก ชิ!
“ดูสิ
ขนาดด่าแล้วยังจะทำเฉยอีก น่าหมั่นไส้จริงๆ” ฉันเงียบต่อไป แล้วเลือกปากกา
พยายามไม่สนใจพวกที่กำลังด่าฉันอยู่ เอ...หรือจะเรียกว่า ‘การด่าฉบับคุณหนู’
ที่ชอบรวมพลกันเป็นขโยงแล้วค่อยด่าอย่างที่ฉันเคยได้ยิน -_-?
นี่ถ้ายัยนัลมันมาด้วยก็คงจะดีกว่านี้เยอะ
เพราะว่ายัยนั่นชอบด่านักเรียนที่มานินทา ทนเสียงด่าของยัยนัลนิดหน่อย
แลกกับการรักษาอาการสงบของตนเองเลือกปากกาต่อไปได้ก็ไม่เลว =_=
“กรี๊ดดดดด”
เสียงกรี๊ดดังลั่น
ฉันหันไปมองต้นเสียงพบว่ายัยเด็กที่นินทาฉันนั้นหน้าแดงอย่างไร้สาเหตุ
ไม่รู้ว่าโกรธ กลัว หรืออาย แต่ฉันว่าน่าจะเป็นอย่างกหลังมากกว่านะ
เพราะว่านายมาร์คอว์ตรงดี่ไปจับแขนคุณเธอแล้วก้มลงจุมพิตที่หลังมือ
ฮึ่ย! ทำไมฉันต้องอารมณ์เสียด้วย
-_-^ ช่างมันปะไร หมอนั่นคงคิดว่านี่เป็นการยั่วโมโหเล่นสินะ
แต่ว่าฉันมีชั้นเชิงกว่า -_,- อย่างที่รู้กันดีว่าควายขวิดเป็นกามเทพและชี้แจงบอกกับฉันไว้แล้วว่าลูกศรนี้จะไม่มีวันเสื่อมจนครบสามเดือนเด็ดขาด
เพราะฉะนั้นสิ่งที่หมอนั่นทำก็คงคิดจะให้ประมาณว่ารู้ใจตัวเองว่ารักหมอนี่อะไรอย่างนี้สินะ
ฉันเริ่มลงมือเลือกปากกาต่อ
จนได้ปากกาที่ถูกใจหลายแท่งกันกรณีที่ปากกาหักอีกก็นำไปคิดเงินทันที
ฉันเหลือบไปมองทางนายมาร์คอว์ ผู้หญิงที่ด่าฉันปาวๆ
ราวกับไม่ชอบเด็กโรงเรียนฉันบัดนี้หน้าเข้าใกล้กับนายมาร์คอว์เพียงแค่คืบเดียว! O_O
ฮึ
เราไม่ได้เป็นอะไรกับเค้าสักหน่อย ไม่เห็นต้องไปสนใจเลย -_-^ ฉันรีบจัดแจงเงินให้ตามจำนวนของราคาที่แม่ค้าบอกมา
ก่อนจะเดินไปที่คู่นั้นและหยุด พลางใช้สายตาจ้องมอง
“มีอะไรเหรอไฮเนะจัง
^^”
“นายขวางทางเข้าออกอยู่น่ะ
-_-” ฉันตอบ
หมอนี่ทำหน้าแหย ก็แน่ดิ ฉันเล่นไม่ทำตามสิ่งที่ไอ้หมอนี่คิด
ถ้าคิดจะมาเล่นกับฉันมันเร็วไปไอ้หนู ^^ นายมาร์คอว์รีบหลบให้ฉัน
โดยมีผู้หญิงข้างๆ ทำหน้าตาไม่สบอารมณ์กับฉัน อ้อ คงคิดว่าฉันขัดขวางการจูจุ๊บสินะ
อย่างหมอนี่แลเหลียวผู้หญิงแบบนี้ได้เหรอเนี่ย
ฉันปราดสายตามองไปที่ผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อย
ก่อนจะเดินออกมาด้วยอารมณ์ดี ก็จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ไง วันนี้หักหน้านายมาร์คอว์ที่ริบังอาจมาลองดีกับอดีตสาวฮอตนี่นา
^^
ที่ป้ายรถเมล์ที่แทบไม่มีคนอยู่
เพราะเนื่องจากนักเรียนโรงเรียนนี้ส่วนใหญ่เป็นคุณหนู
มีแต่พวกที่มีรถส่วนตัวหรือไม่ก็จะมีคนมารับ ทำให้ไม่ค่อยมีใครใช้รถเมล์
แถมที่ฉันไม่ค่อยอยากมาที่นี่อีกก็เพราะว่ารถแถวนี้มันเยอะ ฝุ่นควันเอย ก๊าซเอย
ไม่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น -_-
เมื่อรถเมล์สายที่ฉันรอมาแล้ว
ฉันรีบขึ้นรถไปทันที เพราะฟ้าฝนตอนนี้เริ่มคลึ้มแล้ว คาดว่าอีกไม่นานฝนก็คงจะตก
ฉันเดินเข้าไปยืนแถวด้านหลังหน่อย เพราะว่าบนรถคนเยอะ ก่อนที่รถจะค่อยๆ
เคลื่อนตัวไป
ภายในรถที่มีคนมากมาย
ฉันยืนได้สักพักก่อนจะรู้สึกเหมือนว่ามีคนมาล้วงกระเป๋าของฉัน
ฉันรีบจับมือนั้นทันที!
“แกทำบ้าอะไร!” ฉันตะโกนออกไป
เพราะว่าในมือของผู้ชายคนนั้นมีกระเป๋าสีน้ำตาลเข้มของหลุยส์ติ๊งต๊องชัดเจน
แถมหมอนี่ยังทำหน้าเหลอหลาอีก วันนี้วันซวยอะไรกันแน่เนี่ย!!
“เธอมากล่าวหาอะไรฉัน”
ผู้ชายคนนั้นพูดออกมา หน้าตาก็ดีแต่นิสัยนี่เถื่อนทรามที่สุดเลย! ฉันฉกกระเป๋าจากมือของผู้ชายคนนั้น
ก่อนจะเปิดกระเป๋าซึ่งมีบัตรนักเรียนของฉันเต็มสองตา และให้ผู้ชายคนนั้นดู
“แบบนี้ยังไม่เรียกว่าไม่ใช่ของฉันอีกเหรอ!” แต่ผิดคาด ผู้ชายคนนั้นฉกกระเป๋าฉัน
พอดีกับตอนที่รถเมล์จอดเพื่อลงป้ายต่อไป ฉันรีบวิ่งตามลงไปทันที
เมื่อลงมาเห็นผู้ชายคนนั้นวิ่งไปได้ไม่ไกล
ฉันรีบถอดรองเท้าและขว้างใส่หัวของไอ้โจรนั่นพอดี!
“โอ๊ย!” ผู้ชายคนนั้นเอามือมากุมหัว และเริ่มชะลอความเร็วลง ฉันรีบวิ่งตามทันที
ก่อนจะคว้าเครื่องช็อตไฟฟ้าเพื่อเตรียมจะช็อตไอ้โจรเลวนั่นทันที!
จังหวะที่ฉันกำลังจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าไปโดนตัวของไอ้โจรนั่น
ก็เหมือนมีแรงมาล็อคคอฉันออกห่างและผู้ชายคนนั้นก็กระเด็นตามแรงผลักของคนที่มากระชากฉันด้วย
“พอได้แล้ว
เอากระเป๋ามาคืนซะ ก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่แค่โยนรองเท้า
แต่จะโยนเครื่องช็อตไฟฟ้าใส่” คำพูดของคนที่ล็อคคอฉัน
จากเสียงที่ทุ้มต่ำฉันพอจะเดาได้ว่าเป็นผู้ชาย
ไอ้โจรนั่นหันมาทางฉันพร้อมกับหน้าซีด พร้อมกับโยนกระเป๋าให้ฉันทันที ผู้ชายที่ล็อคคอปล่อยฉันออก
พร้อมกับมายืนตรงหน้าฉัน
“ผมต้องขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะครับหวังว่าคุณจะไม่เอาเรื่อง
^^” หน้าตาก็ดี
ยิ้มก็มีเสน่ห์ แต่ดันเป็นเพื่อนกับโจร เฮอะ -_-
“แล้วมาขโมยเงินฉันทำไม
ท่าทางเพื่อนของคุณก็มีตังค์นี่” ฉันพูดออกมา
พลางใช้สายตาจ้องไอ้หัวขโมยที่อยู่ข้างๆ อย่างเดือดดาล
“มันชอบทำอะไรแผลงๆ
เพราะฉะนั้นถ้ามันทำให้คุณเดือดร้อนผมก็ขออภัยครับ ^-^”
“เด็กเซอร์ฟรังสินะ”
ฉันพูดออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อเห็นชุดยูนิฟอร์มของหมอนี่
แต่ที่ตะขิดตะขวางใจที่สุดก็คือชุดนักเรียนเซอร์ฟรังที่เป็นกระโปรง
และคนที่สวมก็คือไอ้โจรนั่นอีก! -_-^ หมอนี่เป็นผู้หญิงหน้าหล่อเหรอ
ฉันไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกนะถ้าไม่จำเป็น (แล้วที่ทำกับลูกอ๊อดนั่นถือว่าช่างมัน)
“ถ้าเป็นผู้หญิงฉันจะไม่ยอมตบก็แล้วกัน
แต่ถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็เห็นดีแน่ -_-” ฉันพูดแค่นี้
ก่อนจะหยิบกระเป๋าเงิน และสะพายกระเป๋าเรียนอันใหญ่ ก่อนจะเดินจากไป
แต่ก่อนที่จะไป ฉันยื่นมือไปให้เจ้าโจรที่กำลังมองฉันอยู่อย่างกลัวๆ
“ขอรองเท้าของฉันคืนด้วย
-_-”
“อ๊ะ แฮ่ๆ
นี่รองเท้าฮะ ^^;”
“ขอบคุณ
เป็นผู้หญิงใช้ค่ะก็ดีนะ ^^” ฉันยิ้มให้เธอก่อนจะเดินจากไป
ที่ยิ้มก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก เพียงแต่ว่าตลกไปหน่อยที่เห็นผักชีติดฟันยัยนี่ ฮึ ผู้หญิงหน้าหล่อแต่ตลกเหรอเนี่ย
วันนี้ใช่ว่าจะเจอแต่เรื่องร้ายอย่างเดียวซะแล้ว
ฉันเดินผ่านสวนสาธารณะที่เคยเอาไอ้ควายขวิดมาปล่อย
แต่ว่าสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นนายมาร์คอว์นั่งหลับอยู่
ฉันเดินเข้าไปใกล้หมอนั่น
พบว่ากำลังหลับอยู่จริงๆ ด้วย ขนตาที่ยาวอย่างกับผ้หญิงปิดสนิท
ปากสีชมพูระเรื่ออย่างกับผู้หญิงเผยออกมาเล็กน้อย
ร่างสูงที่ดำลังนอนอยู่ตรงม้านั่งช่างไม่รู้ชะตากรรมของตนเองเลย
ฉันละสายตาออกจากนายมาร์คอว์
ก่อนจะค่อยๆ ไปหยิบรังมดที่อยู่แถวนั้นแล้วรีบปล่อยใส่นายมาร์คอว์ทันที!
“โอ๊ย!” เสียงดังตามคาด ฉันรบวิ่งหนีไปที่คอนโดฯ ของตนเองทันที
ปล่อยให้นายนั่นเผชิญหน้ากับหนูมดน้อยก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ
“วันนี้อารมณ์ดีนักหรือไง”
เสียงควายขวิดถาม ฉันยิ้มน้อยๆ
กับคำพูดของไอ้สุนัขไม่เจียมซึ่งตอนนี้กำลังยืนจับโซฟาพร้อมกับพยุง
ท่าทางคงอยากจะฝึกเดินสองขาให้ได้จริงๆ หลังจากโดนทารุณกรรมคราวก่อนแล้ว
พอคิดได้อย่างนี้มันก็ขำ
“ก็อารมณ์ดีน่ะสิ
วันนี้ได้แกล้งคนที่เจ้าสุนัขตัวจ้อยอย่างแกอุตส่าห์บอกซะดิบดีว่าเป็นเนื้อคู่น่ะ”
ฉันบอกด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับเทหัวอาหารของสุนัขใส่ชาม
และส่งให้เจ้าตัวดีที่เกาะโซฟาอยู่ จะเป็นอะไรมั้ยนะถ้าจะเตะมันให้ล้มอีกรอบ
ฮ่าๆๆๆ ^O^
“โธ่ๆ ข้าล่ะสงสาร
มาโดนคนปักธนูซาดิสต์”
“แกว่าไงนะ -_-^”
เสียงถูกเค้นออกมาอย่างเลือดเย็น
พลางมองร่างที่ไม่สมประกอบที่กำลังจะเป็นเหยื่อถูกกิน
เนื่องจากไปยั่วโมโหปีศาจอย่างฉันเข้า -_-^^ ว่าจบไอ้ควายขวิดก็เลิกเกาะสะพาน
ก่อนจะวิ่งหนีไปทันที
ให้มันได้อย่างนี้สิ
เป็นสุนัขแต่ก็มีเรื่องยุ่งยากมาให้ตลอดเลย เฮ้อ
เช้านี้ฉันตื่นมาอย่างช้าๆ
เรียกว่าอีกยี่สิบนาทีโรงเรียนจะเข้าเลย
เพราะฉันเชื่อว่านายมาร์คอว์ต้องตัดใจไม่มารับฉันแน่ๆ
และอาจจะทนรอรับไม่ไหวจนต้องไปก่อน นี่ก็คืออีกแผนในการ ‘สลัดผู้ชายช่างตื้อ’
ที่รับประกันผลจากประสบการณ์จริง 75%
ฉันรีบออกจากห้องทันทีเมื่อดูเวลาว่าสายมากแล้ว
แต่พอออกจากห้องก็ชะงักในสิ่งที่เห็น
นายมาร์คอว์ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าพร้อมกับในมือมีช่อดอกไม้กุหลาบสีแดงสดอยู่ในมือ
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองนายมาร์คอว์ที่บัดนี้กำลังยิ้มอยู่
ยิ่งสายตาที่มองมาทำไมมันคลับคล้ายคลับคลากับตัวเราคนเก่าขนาดนี้...
ตอนที่ให้ดอกไม้แก่เขาฉันก็เคยทำตาแบบนี้
แต่ตอนสุดท้ายมันก็ถูกนำไปให้ผู้อื่น ยิ่งคิดก็เหมือนน้ำตาจะไหลออกมาซะได้ T^T
“อ้าว
ทำไมเธอจะร้องไห้ล่ะ ตำรานั่นพอบอกว่าหญิงสาวที่ได้มันจะดีใจไม่ใช่เหรอ -_-;” ฉันรีบหันขวับไปมองนายมาร์คอว์ทันที ตำราอะไรน่ะ -*-
“ตำราอะไร?”
“ตำราร้อยแปดพิชิตใจสาว”
“ไอ้บ้า!”
เท่านั้นแหละฉันก็รีบวิ่งลงไปด้านล่างของคอนโดฯ ทันที เพราะคำพูดเมื่อกี๊
คิดจะจีบฉันมันต้องใช้ตำราเลยรึไง
-*-
ช่วงนี้พิมไม่ค่อยได้อัพเลย
เพราะพอพิมเข้าเย็นตาโฟแล้วล็อกอินทีไรมันไม่ได้ทุกที =____=;;
ทุกคนคิดเหมือนพิมมั้ยว่า พิมจะทำการรีไรท์เรื่อง
พิมแค่อยากจะเปลี่ยนชื่อของนายมาร์คอว์หน่อย เพราะพิมว่ามันอ่านยากเกินไป
แต่ตอนนี้พิมยังไม่รีไรท์หรอก เพราะว่าพิมยังหาชื่อที่เหมาะสมไม่ได้ ^^
ช่วงนี้งานยุ่งหน่อย เพราะช่วงนี้เร่งทำรายงานเรื่องเครื่องดนตรีหน่อย
ไม่รู้ทำไมเทอมสองแล้วเรียนไม่ค่อยหนักมาก แต่กระเป๋ามันหนักเยี่ยงนี้ T[]T!! พิมลองไปชั่งกิโลดู
แทบสลบเหมือด
แปดกิโล! อ๊ากกกกกก ไหงมันหนักเยี่ยงนี้เนี่ย
ระบายไประบายมา คนมันจะเบื่อก็คราวนี้แหละ T_T;
ตอนนี้อาจจะดูแปลกๆ ไปหน่อย เพราะว่าพิมเพิ่งไปอ่านบารามอสแล้วมาเขียน
เลยมีความรู้สึกอินกับเนื้อเรื่องอย่างบอกไม่ถูก
เพราะฉะนั้นถ้ามันออกแนวภาษาเป็นทางการก็ขออภัย >/\<


